/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ชวนดู 5 อาการ Phobia แปลกๆ ที่พบได้ในซีรีส์เเละมีอยู่จริง! []

วิว



ชวนดู 5 อาการ Phobia แปลกๆ ที่พบได้ในซีรีส์เเละมีอยู่จริง!
 

สวัสดีค่ะน้องๆ นักเขียนนักอ่านทุกคน^^ หลังจากที่พี่หวานดูซีรีส์มาเยอะมาก ก็เลยสังเกตดูว่าในบรรดาซีรีส์มีตัวละครอาการแปลกๆ ของตัวละครที่น่าสนใจหลายอย่าง พอได้ลองหาข้อมูลก็เลยพบว่าเป็นอาการ Phobia วันนี้ก็เลยรมอาการเหล่านั้นมาฝากในบทความนี้เเล้วค่ะ เผื่อว่าใครที่ได้เเรงบันดาลใจไปใช้เขียนนิยายต่อก็อาจจะเพิ่มความน่าสนใจได้เหมือนกันนะ

 

Phobia ต่างจาก Fear ยังไง


พี่หวานคิดว่าหลายคนน่าจะพอรู้เเล้วว่ามันมีจุดต่างที่เล็กน้อยมากๆ ค่ะ ปกติเเล้ว Fear ที่เเปลว่ากลัวนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับความรู้สึกว่าเรากำลังถูกคุกคาม จนส่งผลให้สมองประมวลผล สร้างเกราะป้องกันให้คนเรารู้จักเอาตัวรอดจากความกลัวนั้น ซึ่งถือว่าความกลัวเป็นหนึ่งในอารมณ์ของมนุษย์ เเต่สำหรับ Phobia หรือ โรคกลัว เป็นความรู้สึกไม่ปกติจนต้องจัดให้เป็นโรคชนิดหนึ่ง ตามความหมายที่ค้นเจอมีคนขยายความ โรคกลัว ไว้ว่ามักจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับสิ่งของ บุคคล การกระทำ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่ต่อต้านอย่างชัดเจนเเละรุนเเรงกว่า โดยโรคกลัวนี้ผู้คนจะเเค่รู้สึกกลัวโดยไม่รู้ว่าเหตุผลมันเกิดขึ้นจากอะไร รู้เเค่พวกเขากลัวเเละมันสั่นคลอนความมั่นคงในจิตใจจึงทำให้แสดงอาการต่อต้าน เเละเเตกต่างจากการแสดงออกของความกลัวที่เกิดขึ้นตามสัญชาตญาณหรืออย่างน้อยเราก็ยังสามารถรู้ได้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เราเกิดความกลัว 

พี่หวานก็เคยสงสัยเหมือนกันนะว่าคนที่กลัวอะไรแปลกๆ นี่เขากลัวจริงรึเปล่า พอมาหาข้อมูลเรื่องนี้ถึงได้รู้ว่ามันมีจริง เเละที่สำคัญคือมีอาการ Phobia อยู่เป็นร้อยๆ ชนิดเลยทีเดียว ใครต้องการค้นหาอาการแปลกอื่นๆ ลองเข้าไปค้นเพิ่มได้ที่นี่เลย http://www.phobialist.com/


 

Chiraptophobia กลัวการสัมผัส จากเรื่อง I am not a robot



 

ก่อนอื่นต้องขอเล่าเนื้อเรื่องคร่าวๆ นิดนึงว่าอาการ Chiraptophobia กลัวการสัมผัสที่พบในซีรีส์เรื่องนี้เพราะพระเอก คิมมินกยู เป็นคนที่มีปมในใจมาตั้งเเต่เด็กค่ะ เหตุการณ์เริ่มต้นในตอนที่ครอบครัวของเขานั่งรถไปเที่ยวกันเเต่เกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำจนเสียชีวิต เเต่เขาเป็นคนเดียวที่รอดตายจากเหตุการณ์นั้น เนื่องจากครอบครัวของเขาเป็นนักธุรกิจที่มีทรัพย์สินมากมายการสูญเสียครั้งนั้นจึงทำให้มีผู้ไม่หวังดีต้องการเข้ามาเป็นคนจัดการทรัพย์สินของครอบครัว หนึ่งในนั้นก็มีเพื่อนสนิทของพ่อที่บอกให้ลูกชายตนเองซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับคิมมินกยูให้เอาเอกสารมาให้เซ็นเพื่อถ่ายโอนมรดกทั้งหมดเป็นของตน เเต่มีผู้หวังดีไม่ประสงค์ออกนามส่งโน้ตมาบอกก่อนว่าห้ามเซ็นเอกสารใดๆ ตอนนั้นเองที่ความโกรธแค้นในการจะถูกครอบครัวเพื่อนสนิทหลอกฮุบสมบัติก็ทำให้คิมมินกยูมีแผลในใจ ไม่ว่าจะมีใครมาเเตะตัวเขา หรือเขาไปสัมผัสโดนใคร ผิวของเขาจะพุพองน่าเกลียดน่ากลัว เป็นปุ่มปมทั่วร่าง และหากไม่ได้รับการฉีดยารักษาให้ทันเวลาก็จะเกิดอาการหายใจไม่ออกเเละสลบไป ตั้งเเต่นั้นเป็นมาเขาจึงกลัวการสัมผัสผิวมนุษย์ไปโดยปริยาย

ตอนที่พี่หวานเข้าไปเสิร์ชหาว่าอาการลักษณะนี้เข้าข่ายเป็นอาการ Phobia บ้างมั้ยก็พบเข้าจริงๆ ค่ะ มันจะมีผู้คนบางประเภทที่กลัวการถูกสัมผัสโดยคนอื่น เป็นความรู้สึกเหมือนพื้นที่ส่วนตัวถูกบุกรุกจนนำพามาซึ่งความกังวลเเละหากพวกเขายอมฝืนให้ร่างกายถูกการสัมผัส ก็จะยิ่งเป็นเหมือนการปล่อยให้ความกลัวครอบงำชีวิตของพวกเขา คำว่า Chiraptophobia เป็นภาษาละตินที่แปลว่าความกลัวที่เกิดจากการถูกสัมผัส ผู้คนที่กลัวการถูกสัมผัสจะออกห่างจากทุกคนรอบตัวอย่างเห็นได้ชัด อาจจะเป็นคนที่ชอบอยู่ตัวคนเดียวเเละรักษาระยะห่าง จนอาจจะส่งผลกระทบอย่างมากถึงการดำเนินชีวิตส่วนตัวหรือหน้าที่การงาน คนที่มีโรคกลัวชนิดนี้จะเเสดงออกถึงความหวาดกลัว วิตกกังวลเมื่อต้องคลุกคลีกับผู้อื่นอาจเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ ต้องการอาเจียน หรืออาจจะทำให้หัวใจทำงานอย่างหนักเพราะความกลัวที่รุนเเรงนั้นได้ เเม้กระทั่งการมีความรัก ได้ออกเดต ไปจนถึงการเเต่งงาน มีเพศสัมพันธ์ก็อาจจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตของคนที่เป็นโรคกลัวนี้ ซึ่งอาการเหล่านั้นก็สอดคล้องกับที่ตัวเอกในซีรีส์อย่างคิมมินกยูไม่เคยใกล้ชิดหญิงสาวคนไหน ไม่เคยไปเดตเเละไม่เคยรู้จักความรักเพราะเขาต้องเรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียว เเต่เมื่อเจอกับนางเอกที่ปลอมมาเป็นหุ่นยนต์ พระเอกกลับสัมผัสผิวของเธอได้ไม่มีปัญหานั่นก็เพราะว่าเขาปักใจว่านี่คือหุ่นยนต์ ดังนั้นเเล้วความกลัวที่เป็นอาการ Phobia จึงเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากจิตใจไม่ใช่ความกลัวโดยทั่วไป
 

 

Social Phobia กลัวการเข้าสังคม จากเรื่อง Flower boy next door



สำหรับเรื่อง Flower boy next door เล่าเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นบรรณาธิการเเต่ชอบเก็บตัวอยู่ในห้องเธอสามารถอาศัยอยู่ในนั้นเเละทำทุกสิ่งทุกอย่างได้เเม้จะไม่ออกมาจากห้อง โดยจะอาศัยบางช่วงเวลาที่ผู้คนไม่พลุกพล่านอย่างตอนกลางคืนออกไปทิ้งขยะเเละเป็นคนเเยกขยะให้คนในหอพัก เมื่อถึงกำหนดถึงวันซื้อของใช้มาตุน เธอก็จะอาศัยช่วงเวลาหนึ่งหลบออกมาจากหอพัก เเต่งตัวมิดชิดปกปิดตัวตนทุกอย่างเพื่อหลบเลี่ยงการพบเจอผู้คนไปซื้อของเเละกักตุนให้เพียงพอที่จะไม่ต้องออกจากห้องอีกเป็นเวลานานๆ ตอนเเรกที่พี่หวานดูเรื่องนี้ก็แอบสงสัยว่าเพราะอะไรทำไมนางเอกถึงมีคาเเรคเตอร์แบบนี้ โลกของโกด๊กมีคือห้องของเธอ เมื่ออยู่ในห้องเพียงลำพังเธอจะสามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาอย่างเต็มที่ เป็นตัวของตัวเอง สามารถยิ้ม หัวเราะ โวยวายได้เต็มที่เเต่เมื่อใดก็ตามที่มีคนพยายามเข้ามาในพื้นที่ของเธอหรืออีกนัยหนึ่งก็คือพยายามที่จะเข้ามาใน 'ห้อง' ของเธอ จะทำให้เธอรู้สึกเครียดเเละหวาดกลัว จากเหตุการณ์ที่พระเอกพยายามมาเคาะห้องเพื่อจะเรียกนางเอกออกมาเคลียร์กันทำให้นางเอกปวดหัวเเละใจเต้นเเรง(ไม่ใช่เพราะเขิน เเต่เพราะเธอกลัวการบุกรุกค่ะ)

สำหรับอาการ Social Phobia จากที่พี่หวานลองหาข้อมูลพบว่าผู้คนมากมายเกิดความกังวลเมื่อต้องออกไปเเสดงต่อหน้าคนเยอะๆ อย่างการรายงานหน้าชั้น เดินเข้าไปที่เเท่นพิธีงานเเต่ง เต้นเเละร้องเพลงท่ามกลางผู้คน โดยความกลัวในเรื่องเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นจากบาดแผลในใจที่เคยได้รับจากการทำกิจกรรมเหล่านั้นในอดีตเเล้วเกิดความผิดพลาดให้ต้องอับอาย หรือเป็นตัวตลกในสายตาของคนอื่น  โดยคนที่เป็นโรค  Social Phobia มักจะหลีกเลี่ยงการปะทะหรือต้องพบเจอคนเยอะๆ หรือเลี่ยงสถานการณ์ที่จะพาตัวเองไปอยู่ในสถานที่ที่ทำให้รู้สึกไม่มั่นคง ที่ทำให้พวกเขาประหม่าจนเสียความเป็นตัวเอง หนักขึ้นอาจจะหายใจหอบถี่รู้สึกเหมือนกำลังวิ่งหนีอยู่ตลอดเวลา อยากอาเจียน เเละตึงบริเวณหน้าอกจนหายใจไม่ออก สาเหตุที่ส่งผลให้คนเหล่านี้เป็นโรคกลัวการเข้าสังคมเกิดได้ทั้งจากการเลี้ยงดูภายในครอบครัวที่ถูกทิ้งขว้าง หรือพฤติกรรมฝังใจต่างๆ ก็ได้เช่นกัน เเต่สิ่งที่ส่งผลต่อร่างกายมากกว่าที่หลายคนคาดเดาได้ก็คือการที่สาร serotonin ในสมองจะลดลงตลอดเวลา จนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่คนเป็นโรคกลัวการเข้าสังคมมีโอกาสกลายมาเป็นคนเป็นโรคซึมเศร้าได้ไม่ยาก อย่างเรื่องนี้นางเอก โกด๊กมี เคยถูกเพื่อนสนิทหักหลังเเละกลั่นแกล้งตั้งเเต่สมัยมัธยมปลาย ทำให้เธอฝังใจเเละเเยกตัวเองออกมาจากผู้คน เเละเมื่อเธอค้นพบว่าห้องของเธอคือโลกที่ปลอดภัยหญิงสาวจึงไม่เคยไว้ใจโลกภายนอกอีกเลยนั่นเองค่ะ
 

 

Ombrophobia กลัวฝน จากเรื่อง Blade man



 

เรื่องราวของจูฮงบินนักธุรกิจหนุ่มที่ร่ำรวยเขาเป็นเจ้าของบริษัทเกมที่เพียบพร้อมชนิดที่ว่ามีครบแล้วทุกอย่าง ทั้งฐานะ หน้าตา เเละความเป็นอยู่ หากแต่เขากลับมีจุดด้อยที่เป็นปมในชีวิตคืออารมณ์ร้าย เเละขี้โมโห เมื่อใดที่เขารู้สึกโกรธเขาจะกลายเป็นอีกคนที่น่ากลัว การกระทำของเขาส่งผลกระทบต่อคนรอบตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้จากคำพูดที่บาดลึกและการกระทำที่โหดร้ายในเวลาที่เขาโกรธ จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อยามฝนตกลงมา เขาจะพบว่าตัวเองมีใบมีดเเหลมคมทิ่มทะลุออกมาตามร่างกายโดยตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรจึงเกิดเรื่องประหลาดแบบนี้กับเขา เเต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนมาตั้งเเต่เปิดเรื่องก็คือใบมีดนั้นเเทนความเจ็บปวด บาดแผล ความโกรธเเค้นจากหัวใจของเขานั่นเอง พี่หวานดูเรื่องนี้ไปแล้วรอบหนึ่งเมื่อนานมาเเล้วก็เลยจำเนื้อเรื่องไม่ค่อยได้ ถ้าเดาไม่ผิดจะมีการพูดถึงปมพระเอกกับภรรยาคนเเรกด้วยค่ะ เเล้วถึงจะมีนางเอกเข้ามาเป็นคนเยียวยาจิตใจก็ไม่อาจรักษาได้ถ้าเขาไม่ยอมเปิดใจ อาการของพระเอกไม่ถึงกับจะเรียกว่าเป็นโรคกลัวฝนได้ทั้งหมด เเต่เพราะในเรื่องหลังจากที่เขารู้ว่าเมื่อใดก็ตามที่ฝนตก จะมีใบมีดเเหลมงอกออกมาจากร่างกายให้เขาต้องเจ็บปวด

พี่หวานลองหาข้อมูลเเละพบว่าอาการโรคกลัวฝนนี้มีจริงค่ะ ชื่อทางการคือ Ombrophobia กล่าวถึงคนที่มีอาการไว้ให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เวลาที่ฝนตกผู้คนเหล่านี้จะไม่ชอบออกไปข้างนอก ไม่ชอบรับรู้ว่าฝนตก ถ้าอยู่ในบ้านก็จะปิดผ้าม่านเปิดเพลงเสียงดัง หรือหากิจกรรมอย่างอื่นทำเพื่อเบี่ยงเบนให้ร่างกายรับรู้ว่าตอนนี้ฝนกำลังตก บางคนก็กลัวฝนเพราะคิดว่าเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตอย่างเช่นการทำให้ผมเสียทรง อันจะส่งผลให้พวกเขาไม่พร้อมไปเจอผู้คน เเละในที่สุดก็เกิดเป็นความเครียดเเละกังวลตามมา เเละจะยิ่งเป็นกังวลเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติเมื่อรู้ว่ามีการพยากรณ์ว่าฝนจะตก เเต่ถึงอย่างนั้นสาเหตุของโรคกลัวฝนก็ยังเกิดขึ้นจากประสบการณ์เลวร้ายเกี่ยวกับฝนที่ฝังใจได้เช่นกัน เช่น ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่าหลังจากที่มีเมฆสีดำทะมึนก่อตัว ได้ยินเสียงฟ้าร้อง ได้เห็นฟ้าแลบฟ้าผ่า จะต้องมีฝนตกลงมาเเน่นอน เเละเมื่อฝนตกจะต้องเกิดเรื่องบางอย่างที่ไม่ดีขึ้น ทำให้ใจเกิดความกลัวจากความคิดนั้นเเละฝังใจ ส่งผลให้กลายมาเป็นโรคกลัวฝนนั่นเอง กรณีของจูฮงบินในเรื่องนี้อาจไม่ได้ชัดเจนว่าเขาเป็นโรคกลัวฝน เเต่ก็เข้าข่ายกรณีที่เมื่อไหร่ที่เขารู้ว่าฝนจะตก เป็นตอนที่ใบมีดจะเริ่มทิ่มเเทงตัวเขา เเละรื้อฟื้นเรื่องราวที่เจ็บปวดหัวใจออกมาทำให้เขากลายเป็นคนขี้โมโห นั่นจึงทำให้คาเเร็คเตอร์ของจูฮงบินไม่ชอบเวลาฝนตกเเละพยายามเลี่ยงเมื่อรู้ว่าฝนจะตกนั่นเองค่ะ

 

Autophobia กลัวการอยู่คนเดียว จากเรื่อง i miss you



สำหรับใครที่เคยดูซีรีส์เรื่อง i miss you เหมือนพี่หวานจะต้องจำได้เเน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นที่สุดของความดราม่าบีบหัวใจ โดยมีจุดเปลี่ยนที่สำคัญนอกจากพระเอกกับนางเอกอีกตัวละครหนึ่งก็คือ แฮร์รี่ มอริสัน หรือชื่อเดิมคือ คังฮยองจุน เด็กหนุ่มที่เป็นคนเข้ามาช่วยเหลือเเละเรียกว่าเปลี่ยนชีวิตนางเอกไปหมดทุกอย่าง สร้างชีวิตใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งพี่หวานจะพูดถึงตัวละครคนนี้นี่เเหละค่ะ ตัวละครคังฮยองจุนผูกพันกับนางเอกมาตั้งเเต่เด็กในตอนที่เขาถูกทำร้ายร่างกายเเละถูกพาตัวมาขังไว้ใกล้บ้านนางเอกเพื่อรักษาตัวเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสองคนรู้จักกันตั้งเเต่ตอนนั้น เมื่อโตขึ้นความรู้สึกผูกพันแบบเด็กๆ ได้เปลี่ยนมาเป็นความรัก(แต่เป็นรักข้างเดียวเพราะนางเอกก็มีความรู้สึกที่ฝังใจจากพระเอกเช่นกัน) สำหรับคังฮยองจุนที่มีอาการผิดปกติทางจิตนั้น เขาไม่ชอบการอยู่บ้านคนเดียว ไม่ชอบเวลาที่ต้องอยู่ห่างนางเอก เพราะกลัวว่าจะมีคนมาเเย่งนางเอกไปจากเขา เเม้กระทั่งเคยคิดจะฆ่านางเอกเพราะกลัวนางเอกจะหนีไปด้วยค่ะ เป็นตัวละครที่มีความดิ่งของจิตใจอยู่ในตัวเองอย่างมากซึ่งพี่หวานพยายามหาชื่อโรคหรืออาการผิดปกติทางจิตของเขาเเล้วเเต่ไม่พบ จึงสังเกตอาการที่ไม่ชอบอยู่คนเดียว เเละไม่ต้องการเสียนางเอกให้ใครเทียบกับลักษณะคนที่เป็นโรคกลัวการอยู่คนเดียว จึงถือว่าคังฮยองจุนเป็นอีกตัวละครที่เข้าข่ายโรคนี้เหมือนกันค่ะ

สำหรับคนที่เป็นโรคกลัวการอยู่คนเดียวอย่าง Autophobics นั้น น่าจะเคยตกอยู่ในเหตุการณ์ที่ถูกทอดทิ้ง หรือปล่อยให้เขาเผชิญหน้าหรือต่อสู้กับปัญหาเพียงลำพัง โดยการที่พกเขาต้องอยู่คนเดียวหรือถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวนั้นยิ่งสร้างความวิตกกังวลให้เกิดขึ้นในใจอย่างมาก ยิ่งถ้าพวกเขามีเพื่อนสนิทหรือคู่สมรสที่ปล่อยให้เขาต้องอยู่ตามลำพังเเล้วด้วย ผลเสียจากอาการนี้จะยิ่งทวีคูณความโดดเดี่ยวในใจให้เพิ่มขึ้น พวกเขาจึงมักจะหาทางเพื่อให้ได้อยู่กับผู้อื่น ขณะเดียวกันโรคกลัวการอยู่คนเดียวนี้เป็นอีกหนึ่งความเห็นแก่ตัวเล็กๆ ที่พวกเขาใช้อ้างเพื่อให้มีคนอยู่ด้วยในเวลาที่ตนไม่อยากอยู่คนเดียว ซึ่งกรณีดังกล่าวสอดคล้องกับเรื่อง i miss you พอดีเลยค่ะ ยิ่งคังฮยอนจุนรู้สึกกับนางเอกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งกลัวการอยู่โดยปราศจากนางเอก หรือเเม้กระทั่งต้องการกำจัดทุกคนที่จะมาพรากนางเอกไปจากเขา ในที่สุดก็ต้องย้ายเข้าไปอยู่โรงพยาบาลเพราะควบคุมความรู้สึกของตัวเองไม่ได้นั่นเอง

 

Antisocial Personality Disorder โรคบุคลิกภาพผิดปกติต่อต้านสังคม
จากเรื่อง Beautiful mind



สำหรับตัวละคร ยังโฮ ในเรื่องสุดท้ายที่อาจจะไม่ได้เป็นโรคกลัวเหมือนอย่างเรื่องอื่น เเต่ก็ถือว่ามีลักษณะใกล้เคียงเพราะนี่เป็นโรคที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่มีปัญหากระทบจิตใจ อย่างที่พี่หวานยกตัวอย่างอาการ Phobia อื่นๆ ไปด้านบนเเล้วจุดสังเกตที่พบคือทุกอาการมักจะมีจุดกำเนิดมาจากเรื่องที่กระทบจิตใจหรือความรู้สึก เเต่เรื่องนี้ระบุชื่อโรคไว้ชัดเจนว่าพระเอกมีความผิดปกติทางจิตเป็นโรคต่อต้านสังคม สำหรับ Antisocial Personality Disorder นั้น มีสาเหตุของปัญหามาตั้งเเต่ในวัยเด็กหรือได้รับการเลี้ยงดูไม่เหมาะสม ขาดความยับยั้งชั่งใจในตนเอง ชอบละเมิดสิทธิและทำตามใจตัวเองเป็นหลัก หนักเข้าจนแสดงออกถึงความก้าวร้าวโดยนึกถึงเเต่ความพึงพอใจของตัวเองเท่านั้น เมื่อไม่นึกถึงผู้อื่นก็หมายความว่าขาดการเอาใจเขามาใส่ใจเรา ซึ่งเป็นข้อพื้นฐานที่มนุษย์พึงมี อาการแบบนี้พบได้มากในเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจโดยเด็กขาดการพัฒนาและเรียนรู้จะควบคุมจิตใจตนเอง ซึ่งการรักษาก็มีทั้งการใช้หลักจิตวิทยาหรือการทานยาควบคุม

เมื่อย้อนกลับมาดูซีรีส์เรื่องนี้ความน่าสนใจที่ดึงดูดให้พี่หวานตามหามาดูเพราะนี่เป็นเรื่องราวของศัลยกรรมระบบประสาทที่มีอาการ 'โรคจิต' พี่หวานชอบพล็อตนี้มากจึงไปหาดูเเละได้เห็นว่าอาการโรคจิตที่คนทั่วไปพูดถึงพระเอกก็คืออาการของโรค  Antisocial    Personality Disorder นี่เอง ซึ่งในเรื่องนั้นนอกจากเขาจะเป็นหมอที่ไร้ความรู้สึก รักษาคนไข้ตามใจ(อย่างมีเหตุผล) มีความเย็นชา เเละขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นโดยสิ้นเชิงเเล้วยังเป็นตัวละครที่มีปมในใจอันน่าจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับพ่อเเท้ๆ ของเขาที่มีส่วนปกปิดความลับในข้อนี้ จึงทำให้เขามีปัญหามาตั้งเเต่เด็กเเละต้องกินยาเพื่อรักษาตัวเองอยู่เสมอนั่นเอง

 
เป็นยังไงบ้างคะ เเต่ละโรคเเต่ละอาการก็ดูน่าสนใจไม่น้อยเลยเนอะ ไม่คิดเลยว่าหลายๆ อย่างที่เราพบในซีรีส์หรือนิยายจะกลายเป็นว่ามีอยู่จริงๆ เเละเป็นโรคจริงๆ ที่พบได้อีกด้วย ซึ่งพี่หวานคิดว่าการนำประเด็นเหล่านี้มาเขียนเรื่องราวขึ้นใหม่ก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้ตัวละครได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ถ้าใครสนใจลองไปสุ่มเลือกอาการเเปลกๆ มาลองเขียนนิยายของตัวเองกันได้นะคะ อาจจะได้พล็อตเรื่องเจ๋งๆ ขึ้นมาก็ได้ใครจะรู้เนอะ แล้วพบกันในบทความต่อไปนะคะ ^___^
พี่หวาน

ขอบคุณข้อมูลเเละรูปภาพ
http://www.phobiasource.com/
https://massivephobia.com/
http://www.phobialist.com/
https://m.blog.naver.com/PostView.nhn?blogId=ranonb&logNo=220279955487&targetKeyword=&targetRecommendationCode=1
http://blog.naver.com/PostView.nhn?blogId=foreverarin&logNo=70152736565
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=whan

พี่หวาน - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #อาการแปลก #โรคแปลก #phobia

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป