/>

นักเขียนคือคนที่พาเราไปสู่ ‘โลกอีกใบ’ ผ่านตัวหนังสือ, แฮมส์เตอร์ []

วิว


นักเขียนคือคนที่พาเราไปสู่ 'โลกอีกใบ' ผ่านตัวหนังสือ, แฮมส์เตอร์

สวัสดีค่ะน้องๆ นักเขียนเด็กดีทุกคน ความฝันของหลายคนคือการเป็นนักเขียน เขียนนิยายให้จบสักเล่ม ตีพิมพ์นิยายกับสำนักพิมพ์สักเรื่อง แค่นั้นก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปอีกขั้นแล้ว หลายคนทำมันสำเร็จ แต่หลายคนกลับยอมแพ้กลางคัน วันนี้พี่น้ำผึ้งเลยได้โอกาสชวน “แฮมส์เตอร์” นักเขียนสายวายหน้าใหม่ของสำนักพิมพ์ everY มาพบปะพูดคุยพร้อมกับเติมกำลังใจให้น้องๆ (ว่าที่) นักเขียนทุกคนค่ะ บอกเลยว่ากว่าแฮมส์เตอร์จะมาถึงจุดนี้ได้ก็เจ็บมาเยอะเช่นกัน แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ทำตามฝันสำเร็จ! เอาเป็นว่าถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลยดีกว่าจ้า

 

 
โฉมหน้าแฮมส์เตอร์ นักเขียนหน้าใหม่ของบ้าน everY

 

สวัสดีค่ะแฮมส์เตอร์ ช่วยแนะนำตัวให้น้องๆ ชาวเด็กดีรู้จักหน่อยค่ะว่าเป็นใครมาจากไหน

แฮมส์เตอร์ : สวัสดีครับ ชื่อ คณิน ฉัตรวัฒนา นะครับ (นักเขียนคนอื่นเขาจะบอกชื่อจริงนามสกุลจริงกันไหมครับเนี่ย?) ส่วนชื่อเล่นที่ได้รับความนิยมในการเรียกกันอย่างเป็นทางการก็คือ ‘นิน’ (เพราะฉะนั้นหมายความว่าห้ามถามชื่อที่ไม่เป็นทางการทั้งหลายโดยเด็ดขาด ฮ่าๆๆ) ปัจจุบันเป็นนิสิตปริญญาโท คณะอักษรศาสตร์ สาขาวรรณคดีเปรียบเทียบ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ :)

 

“แฮมส์เตอร์” นามปากกานี้ได้มายังไงคะ

แฮมส์เตอร์ : เอาเข้าจริงนามปากกานี้มีที่มาที่ไปหลายอย่างมากเลยครับ จำได้เลยว่าคิดขึ้นมาตั้งแต่อยู่ ม.1 แล้ว แต่เอาเป็นว่าจะขอเล่าให้ฟังสักสองที่มาก็แล้วกันนะครับ

ที่มาแรกเลยเนี่ย คือแฮมสเตอร์เป็นคนที่ชอบการ์ตูนเรื่องแฮมทาโร่มากเลยครับ มันน่ารักเหลือเกิน เลยรู้สึกว่าอยากมีความน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาคนอ่านเหมือนพวกหนูแฮมสเตอร์ในเรื่องบ้าง ก็เลยตั้งนามปากกาเพื่อให้คนคิดไปถึงในทางนั้น ทั้งๆ ที่หน้าตาเราช่างสวนทางกับคำว่า ‘น่ารัก น่าเอ็นดู’ เสียเหลือเกิน ฮ่าๆๆ

ส่วนที่มาที่สองคือแฮมสเตอร์เคยอ่านการ์ตูนหมึกจีนอยู่เรื่องนึงครับ จำไม่ได้แล้วว่าชื่อเรื่องอะไร เพราะอ่านตอนที่เด็กมากๆ เรื่องมันมีอยู่ว่า โรงเรียนที่พระเอกนางเอกเรียนอะครับ เขาจะมีให้ฉายานักเรียนที่เก่งๆ ในแต่ละด้านว่า ‘HAMSTER’ เราเองก็อยากเป็นนักเขียนที่ได้รับการยอมรับในด้านการเขียนเหมือนกันไงครับ ก็เลยเลือกหยิบเอามาใช้เป็นนามปากกา แล้วความตลกคืออะไรรู้ไหมครับ?

ครั้งนึงเคยได้มีโอกาสคุยกับลูกพี่ลูกน้องถึงนิยายเรื่องนี้ ว่าเอ๊ะ จำได้ไหม การ์ตูนหมึกจีนสมัยที่เรายังเด็กๆ ที่เขาจะเรียกคนเก่งๆ ว่า HAMSTER น่ะ แล้วพี่ก็พูดขึ้นมาว่า “แกจำผิดแล้ว ไม่ใช่ HAMSTER มันให้ฉายาว่า MASTER เว้ย” ซึ่งเอาจริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้เลยครับว่าใครกันแน่ที่ถูกต้อง แต่พอมาคิดดูดีๆ เออ MASTER ของพี่ดูสมเหตุสมหลกว่าเยอะเลยแฮะ ฮ่าๆๆๆ

 

อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เริ่มเขียนนิยายคะ

แฮมส์เตอร์ : น่าจะมาจากการที่เป็นคนชอบอ่านครับ คือแฮมสเตอร์เติบโตมากับหนังสือที่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการอันแรงกล้าอย่าง Harry Potter แล้วก็ A Series of Unfortunate Events เลยมีความรู้สึกว่าอยากเขียนเล่าเรื่องราวที่เราเองก็จินตนาการขึ้นมาได้เหมือนกัน แต่สำหรับเราตอนนั้นในช่วง ม.1-ม.2 การจะเขียนนิยายอย่าง Harry Potter หรือ Unfortunate Events มันเป็นเรื่องไกลตัวไงครับ ไอ้ความคิดที่รู้สึกว่าอยากที่จะสร้างสรรค์ผลงานมันก็เลยไม่เกิดขึ้นเสียที

จนกระทั่งได้มาทำความรู้จักกับนิยายแนว Jamsai Love Series เนี่ยแหละครับ เรียกว่าเปลี่ยนโลกของแฮมสเตอร์ไปเลย มันเป็นโลกที่เราในช่วงวัยมัธยมรู้สึก ‘เข้าถึง’ และเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับเรื่องราวเหล่านั้นได้ ก็เลยเกิดรู้สึกขึ้นมาทันทีว่า เออ ถ้าแบบนี้เราน่าจะเขียนได้นะ ก็เลยลงมือเขียนนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่เริ่มเขียนใหม่ๆ แฮมสเตอร์ได้มีโอกาสรู้จักกับพี่สาวที่น่ารักอย่าง ‘เจ้าหญิงผู้เลอโฉม’ ครับ ที่คอยช่วยสอน ช่วยเป็นกำลังใจ ช่วงผลักช่วยดันสารพัด ทั้งๆ ที่พี่เขาก็อายุห่างกับเราแค่ปีเดียว แต่เรากลับรู้สึกว่า โห พี่สาวคนนี้เก่งมากเลยอะ เก่งมากจริงๆ เป็นนักเขียนที่อายุน้อย เขียนดี และเต็มไปด้วยฝันที่ใหญ่มากๆ ถือเป็นไอดอลในการเป็นนักเขียนของเราอย่างแรงเลยครับ แฮมสเตอร์เลยยิ่งมีแรงบันดาลในการเขียนเข้าไปใหญ่ จนทุกวันนี้ยังดีใจไม่หายที่เข้ามาอยู่สำนักพิมพ์เดียวกับพี่สาวจนได้ ถึงแม้ว่าจะอยู่กันคนละแนวกันก็ตาม

 

 
 

สำหรับแฮมส์เตอร์ นักเขียนคืออะไรคะ

แฮมส์เตอร์ : คือคนที่พาเราไปสู่ ‘โลกอีกใบ’ ผ่านตัวหนังสือครับ ต่อให้โลกใบนั้นจะมีหน้าตาที่เหมือนกันมากขนาดไหนก็ตาม แต่ทันทีที่เปลี่ยนมือผู้เขียนเป็นอีกคนเมื่อไหร่ โลกใบนั้นก็ไม่มีทางที่จะเหมือนกันได้อยู่ดีครับ

 

อะไรคือจุดเด่นของนิยายของแฮมส์เตอร์คะ

แฮมส์เตอร์ : เป็นคำถามที่ทำเอาสะดุดไปเลยเหมือนกันนะครับ... จุดเด่นของนิยายแฮมสเตอร์งั้นหรอเอาจริงๆ คือไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ แต่พอได้เห็นคำถามแล้วมันทำให้รู้สึกสะท้อนใจขึ้นมาเลยว่า เออว่ะ (ขออภัยในความไม่สุภาพนะครับที่ผ่านมาเนี่ย เราเอาแต่โฟกัสอยู่กับ ‘จุดด้อย’ ของตัวเองตลอดเวลาเลยเนอะ ทั้งที่จริงๆ แล้ว สิ่งที่มันสำคัญพอๆ กับการพัฒนาจุดด้อยให้ดีขึ้นก็คือ การเสริมใยเหล็กให้กับจุดเด่นของตัวเองเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและทำให้งานเขียนของเรานั้นโดดออกมาจากงานเขียนของคนอื่นนี่เอง 

ซึ่งถ้าจะให้พูดกันจริงๆ แฮมสเตอร์รู้สึกว่าจุดเด่นของนิยายตัวเองก็คือการ ‘เล่นใหญ่’ ครับ จะสนุกไม่สนุกไม่รู้แหละ ขอเล่นใหญ่ไว้ก่อน ฮ่าๆๆๆ (ถ้าอยากรู้ว่าเล่นใหญ่ยังไง ต้องลองหางานแฮมสเตอร์มาอ่านนะครับ อิอินอกจากนี้ก็ยังเป็นงานเขียนที่มีความกลับตาลปัตรอยู่ไม่น้อยเลยด้วย เพราะส่วนตัวเป็นพวกชอบทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายแล้วก็ชอบจะทำเรื่องง่ายให้มันกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งยากครับ ทำให้บ่อยครั้งด้วยพล๊อตที่ถูกนำเสนอออกไป คนอ่านที่มีความคิดไปก่อนว่ามันจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ตามแต่ละแนวที่เคยอ่านๆ กันมา แต่พออ่านงานเราแล้วเขาเซอร์ไพรส์ครับ 

อย่างงานเราที่ผสมผสานแฟนตาซีเนี่ย คนก็จะคิดว่าต้องอ่านยาก ต้องมีศัพท์แสงบรรยายน่าปวดหัวแน่ๆ แต่พอได้มาอ่านจริง เฮ้ย อ่านง่ายเฉย แต่ไอ้เรื่องที่คิดว่าอ่านง่ายเพราะเห็นว่าอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงเนี่ย ปวดหัวทุกเรื่องครับ ฮ่าๆๆๆ 

 
 

ได้ยินมาว่าเป็นนักเขียนของสำนักพิมพ์ everY ด้วย เป็นไงมาไงคะ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยสิ

แฮมส์เตอร์ : คือก่อนหน้านี้แฮมสเตอร์เริ่มต้นมาจากแนวนิยายรักชายหญิงครับ แต่ด้วยความที่เขียนเท่าไหร่ก็ไม่ผ่านสักที เราเลยมีความรู้สึกว่าอยากลองทำอะไรใหม่ๆ ดูบ้างเหมือนกัน ประจวบเหมาะกับที่ตอนนั้นทาง everY เปิดตัวเป็นครั้งแรกและเริ่มต้นเปิดรับต้นฉบับพอดีครับ ก็เลยคิดว่า อะ ลองดู จะเขียนเป็นแนวรักวัยรุ่นเหมือนเดิมเนี่ยแหละ แต่แค่ขอเปลี่ยนให้เป็นความรักของผู้ชายกับผู้ชายเท่านั้นเอง และด้วยความเป็นคนที่เล่นใหญ่ไงครับ ฮ่าๆๆๆ อยากจะส่งเรื่องสั้นให้ .พิจารณา แต่คิดว่า เอ๊ะ ทำไงดีนะให้มันโดดเด่นกว่าคนอื่น ก็เลยเอางี้เลยครับ ไปชวนเพื่อนๆ อีกสี่คนมาทำเรื่องสั้นร่วมกันเป็นโปรเจ็คชื่อว่า LoveWins (พูดแล้วก็อยากเขียนร่วมกับเพื่อนสี่คนนี้อีกจังแล้วส่งไป ผลปรากฏคือ...ผ่านสองเรื่องจากห้าเรื่องครับ แฮมสเตอร์เป็นหนึ่งในเรื่องที่ผ่าน ก็เลยมีโอกาสได้ออกเรื่องสั้นของตัวเอง Rumors รวมอยู่ใน Y do you love me? ร่วมกับพี่ๆ เพื่อนๆ นักเขียนคนอื่นๆ ของทาง everY ครับ

 

ยากมั้ยคะ กว่าจะถึงจุดนี้ได้

แฮมส์เตอร์ : โห... (กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากยากครับ เป็นเรื่องที่ยากมากจริงๆ เลยถ้านับรวมจากความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมา อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ คือ...เหมือนเราจมน้ำตายไปแล้ว แล้วก็มีคนปั๊มหัวใจเราขึ้นมาเพื่อจมน้ำตายไปใหม่อีกครั้ง วนลูปอยู่แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

แม้กระทั่งตอนนี้ที่ได้เข้ามาอยู่ในบ้าน everY แล้วก็ยังรู้สึกว่า ไม่มีอะไรง่ายเลย แฮมสเตอร์ยังต้องพัฒนาอีกมากครับ ยังต้องพัฒนาตัวเองไปให้ไกลกว่านี้ เพื่อที่เราจะได้มีผลงานเรื่องยาวเป็นชิ้นเป็นอันของตัวเองเสียที แต่ถึงจะยากเย็นแสนเข็นยังไงก็ตาม แฮมสเตอร์ก็มีกำลังใจดีๆ จากคนรอบตัวเยอะครับ ทั้งครอบครัว ทั้งเพื่อนสนิทที่เขาเห็นว่าเราพยายามมาตลอด ไปจนถึงพี่ๆ .พี่ๆ เพื่อนๆ นักเขียนอีกหลายคนที่เขาก็เอาใจช่วยคอยลุ้นคอยเชียร์แม้ว่าเราจะเจ็บจะล้มมาไม่รู้กี่ครั้งก็ตาม ซึ่งมันดีมากครับ ถึงเส้นทางนี้มันจะยาก แต่อย่างน้อยเราก็รู้ว่าเราไม่ได้เดินไปคนเดียวอะเนอะ :)

 

กับเรื่องที่ออกกับ Ever Y ล่าสุดอย่าง ผู้ชายใจหมา ได้แรงบันดาลใจมาจากไหนคะ

แฮมส์เตอร์ : เเฮมส์เตอร์ได้ชวนเพื่อนๆ นักเขียนมาทำโปรเจ็ครวมเรื่องสั้นกันก่อนแล้ว ชื่อว่า ‘Love Day’ ที่ได้พิมพ์กับทาง everY ไป แล้วช่วงระหว่างนั้นก็ดันบังเอิญว่านิยายเรื่องยาวไม่ผ่านการพิจารณาพอดี แฮมสเตอร์เลยมีความรู้สึกว่า คงต้องหาอะไรทำสักอย่างก่อนที่จะเริ่มต้นเรื่องยาวเรื่องใหม่ได้ จะได้ไม่หมดไฟไปเสียก่อน ก็เลยเอาความคิดนี้มาคุยกับเพื่อนสนิท คุยกันไปคุยกันมา รวมเรื่องสั้นเทศกาลก็ทำไปแล้ว ราศี กรุ๊ปเลือด หรือว่าคณะต่างๆ ก็มีคนทำไปหมดแล้ว ไม่รู้จะทำอะไรดี

ซึ่งในขณะที่กำลังมืดแปดด้านอยู่นั้นเอง เพื่อนมันก็เสนอว่า “หมาไหม?” เพราะถ้าใครที่ชอบอ่านคอลัมน์พวก ‘ทายนิสัยจาก...’ ก็คงจะทราบกันดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราชอบนั้นล้วนสามารถนำมาทายนิสัยกันได้ทั้งสิ้น ฮ่าๆๆๆ สุนัขเองก็เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่มีอุปนิสัยส่วนตนที่แปลกและแตกต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์ครับ

มันก็เลยเกิดเป็นไอเดียที่ว่า เอ้อ งั้นทำโปรเจ็ครวมเรื่องสั้นที่ตัวละครเอกมีนิสัยเหมือนกับสุนัขสายพันธุ์ที่เลี้ยงดีกว่า คิดได้ดังนั้น ก็เล่นใหญ่เหมือนเดิมครับ ขนมาช่วยทำกันค่อนสำนักพิมพ์ ทั้ง kipuu , Chiffon_cake , Karnsaii , afterday , -west- , ตัวแม่* แล้วก็ JittiRain ก็ต้องขอบคุณทุกคนจริงๆ นะครับที่มาร่วมกันบ้าจี้เล่นใหญ่ตามไปด้วย โปรเจ็คสร้างสรรค์ผู้ชายหัวใจน้องหมาถึงได้สำเร็จลุล่วงแบบนี้

 

 
ผลงานผู้ชายใจหมาของแฮมส์เตอร์

 

พูดถึงนิยายเรื่องที่ขายในระบบขายนิยายเด็กดีอย่างเรื่อง Birth อุ้มรักเสี่ยงร้ายกับนายปีศาจ หน่อยดีกว่า เล่าเรื่องย่อๆ ให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะ

แฮมส์เตอร์ : Birth อุ้มรักเสี่ยงร้ายกับนายปีศาจ เป็นเรื่องราวของ ‘เพนนี’ ครับ สาวสวยที่เพิ่งจะเรียนจบมาหมาดๆ และตั้งใจว่าจะให้เวลาตัวเองได้ตามความฝันการเป็นนักเขียนนิยายรักหลังจากที่สู้ตรากตรำเรียนอย่างหนักเพื่อพิชิตเกียรติยมมา แต่อยู่ดีดี๊ (เสียงสูงซะด้วย ฮ่าๆๆๆจู่ๆเธอก็เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างหนักราวกับคนท้อง ทั้งที่ชีวิตนี้ไม่เคยผ่านมือชายได้มาก่อนเลยสักครั้ง 

แต่ในขณะที่กำลังหาสาเหตุของอาการอยู่นั้นเอง จู่ๆ เรื่องราวสุดประหลาดก็เกิดขึ้นเมื่อมีเจ้าชายปีศาจหนุ่มรูปงามนามว่า ‘โฟเบีย’ ผู้เป็นเจ้าของเรือนผมสีเขียวอมฟ้าน้ำทะเลมาหาเธอถึงที่ และประกาศให้รู้ว่า เขาได้ทำการแบ่งดวงจิตส่วนหนึ่งมาบำเพ็ญเพียรในท้องของเพนนีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเพนนีจะต้องอุ้มท้องทายาทปีศาจเชื้อพระวงศ์ (ทั้งที่ยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่ให้กับเขา แลกกับการที่เธอจะสามารถขออะไรก็ได้ตามที่ใจของเธอปรารถนา และด้วยการมัดมือชกให้อุ้มท้องลูกของเจ้าชายปีศาจนี้เอง เรื่องราวความรักสุดหฤหรรษ์และสุดแสนจะมหัศจรรย์จึงถือกำเนิดขึ้น ขึ้น ขึ้น ขึ้น ขึ้น~ (เสียงเอคโค่)

 

ได้แรงบันดาลใจมาจากไหนคะ

แฮมส์เตอร์ : เอาเข้าจริงแรงบันดาลใจของนิยายเรื่องนี้นั้นมีที่มาที่ไปที่แสนจะธรรมดามากครับ คือย้อนกลับไปเมื่อนานมาแล้ว เคยได้อ่านงานเขียนของพี่ พอช (หัวสมองตีบตันครับ ชื่อเรื่องว่า ‘Playboy Club รักผม (อีกนิดนะครับคุณ’ เป็นเรื่องเกี่ยวกับนางเอกที่อยากจะแก้เผ็ดพระเอกเพลย์บอย ด้วยการหลอกว่าเธอท้องกับเขา ซึ่งน่ารักมากครับ จำได้เลยว่าอ่านแล้วรู้สึกอยากเขียนแนวอุ้มท้องมากๆ แต่ด้วยความที่การท้องมันไม่เหมาะกับนิยายรักวัยรุ่น และจะให้ไปเขียนแกล้งท้องเหมือนพี่พอชมันก็ไม่ใช่เรื่อง เอ๊ะ แล้วทีนี้จะทำไงให้นางเอกท้องได้โดยที่ยังบริสุทธิ์อยู่ แล้วก็เกิดปิ๊งขึ้นมาว่า “เฮ้ย งั้นก็ให้ท้องกับปีศาจสิ” โดยมีเงื่นไขบลาๆๆ เนี่ยแหละครับ ที่มาที่ไป ธรรมดามากแต่พอผสมความเล่นใหญ่ของแฮมสเตอร์เข้าไปด้วย ก็เลยเกิดเป็นจักรวาลนิยายรักแฟนตาซีที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้เอง ฮ่าๆๆๆ

 

นิยายติดท๊อปด้วยในช่วงนั้น รู้สึกยังไงเอ่ย

แฮมส์เตอร์ : เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากครับ ไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าจะมีโอกาสได้ติดท็อปกับเขาด้วย จำได้เลยว่าตอนนั้นเพื่อนมาบอก ถึงกับน้ำตาไหล รู้สึกเหมือนว่า...ในที่สุดก็ได้ก้าวไปอีกขึ้นหนึ่งจนได้ เป็นความทรงจำในชีวิตที่ดีมากครับ คิดๆ แล้วก็อยากกลับไปสัมผัสความรู้สึกแบบนั้นอีกเหมือนกัน อยากกลับไปเขียนแนวชายหญิงด้วย อยากทำนู่นทำนี่ไปหมดเลย :)

 
นิยายติดท๊อปด้วย 
 

คิดว่าการขายนิยายออนไลน์ให้อะไรกับเราบ้างคะ

แฮมส์เตอร์ : อย่างแรกเลยคือ การขายนิยายออนไลน์เป็นหนึ่งสิ่งที่ให้โอกาสกับแฮมสเตอร์ครับ เพราะด้วยข้อจำกัดหลายๆ อย่าง มันก็ทำให้เป็นเรื่องยากเหมือนกันที่สำนักพิมพ์จะสามารถให้งานเขียนทุกเรื่องผ่านและยอมรับความเสี่ยงโดยการพิมพ์ออกจำหน่ายตามร้านหนังสือได้ ไม่ใช่กับเฉพาะทางสำนักพิมพ์ที่แฮมสเตอร์สังกัดอยู่ แต่เราต้องยอมรับว่าในยุคที่เศรษฐกิจแบบนี้ จะให้ทุกสำนักพิมพ์มาพิมพ์งานกันอย่างอู้ฟู่เหมือนอย่างสมัยก่อนมันก็ไม่ได้แล้ว ความนิยมในการอ่านของนักอ่านก็เปลี่ยนไปแทบจะวันเว้นวัน เพราะฉะนั้นการขายนิยายออนไลน์จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เปิดโอกาสให้นักเขียนได้นำผลงานที่อาจจะไม่ตรงกับ ‘ข้อจำกัด’ ต่างๆ มาจัดการเปิดขายเองได้ 

ยกตัวอย่างนะครับ แฮมสเตอร์มีความคิดอยากที่จะเขียนแนว YA แบบต่างชาติขึ้นมาสักเรื่องเหมือนกัน แต่พอคิดจะเขียนก็ยังมืดแปดด้านอยู่เลยว่าจะเอาไปส่งสำนักพิมพ์ไหนได้ก็คิดอยู่ว่า เอ้อ การขายนิยายออนไลน์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีเลยนะที่แฮมสเตอร์คิดว่าจะเป็นโอกาสให้เราได้มีพื้นที่ในการจำหน่ายผลงาน YA ของเราได้ในอนาคต 

นอกจากนี้ อีกหนึ่งสิ่งที่ได้ก็คือการขายนิยายออนไลน์ทำให้แฮมสเตอร์ได้รู้จักตัวเองมากขึ้นครับ เพราะยอมรับตรงๆ เลยว่าก่อนหน้านี้เคยอยากพิมพ์เรื่อง Birth ขายเองเหมือนกัน แต่ติดตรงที่ว่ากลัวจะไม่มีคนซื้อ ก็เลยล้มเลิกไป แต่พอวันนี้ที่ได้มาขายออนไลน์แล้วพบว่า เฮ้ย มีคนซื้อมันก็ทำให้เราได้รู้ว่า นี่ไง อนาคตข้างหน้าเราต้องไม่ดูถูกตัวเองนะ ถ้าเราไม่ทำ เราไม่รู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้า เหมือนที่เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า ไม่เริ่มก็เท่ากับศูนย์นั่นแหละครับ อ้อ แล้วก็ต้องขอบคุณพี่ๆ ทีมงานเด็กดีทุกๆ คนที่ช่วยให้คำแนะนำในการเปิดขาย Birth ด้วยนะครับ :)

 

ให้กำลังใจคนที่เริ่มอยากเขียนนิยายหรืออยากขายนิยายออนไลน์หน่อยค่ะ

แฮมส์เตอร์ : ต้องเอาความจริงมาพูดกันเลยครับว่า ‘มันไม่ง่าย’ งานเขียนเป็นอะไรที่ต้องใช้ความอดทน ความพยายาม การอ่าน และการฝึกฝนที่ค่อนข้างจะมากทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าใครที่ตอนนี้กำลังเกิดท้อแท้กับเส้นทางนี้ ก็อยากให้ถามตัวเองให้ได้ก่อนว่า ‘เราอยากที่จะทำมันจริงๆ ไหม?’ หรือไม่ก็ ‘เราเลิกเขียนมันได้หรือเปล่า?’ 

ถ้าคำตอบของคุณคือคุณอยากที่จะเขียนจริงๆ และไม่สามารถล้มเลิกความตั้งใจนี้ไปได้ สู้เถอะครับ ทำมันต่อไป วันนี้มันอาจจะยังไม่ประสบความสำเร็จ หรือยังไม่ดีเท่าที่ควร ก็ให้คิดซะว่าเรื่องหน้ามันจะต้องดีกว่านี้ ดีกว่านี้ และดีกว่านี้ยิ่งๆ ขึ้นไปอีก ขอแค่เราพยายามให้เต็มที่ และมีความสุขใน  ขณะที่เราทำอยู่ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง จำไว้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเรื่องดีเสมอ แม้สิ่งนั้นอาจจะหมายถึงผลการพิจารณาที่ไม่ผ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรือการที่ไม่มีคนอ่านนิยายของคุณเลยแม้แต่คนเดียวก็ตาม แต่เชื่อเถอะครับว่า มันจะเป็นภูมิต้านทานให้กับคุณ และผลักดันให้คุณพัฒนาไปสู่ความสำเร็จจนได้ 

ส่วนใครที่อยากจะขายนิยายออนไลน์ แต่อาจจะยังไม่แน่ใจในผลงานของตัวเอง หรือกลัวว่าอาจจะไม่มีคนซื้อ แฮมสเตอร์บอกได้เลยว่า ‘ลองเถอะครับ สิ่งเดียวที่จะทำให้เรารู้ความจริงได้คือเราต้องเริ่มต้นทำมันจริงๆ ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง จะมีคนซื้อเยอะหรือไม่มีเลย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ชีวิตทั้งนั้น และเมื่อไหร่ที่เรามีประสบการณ์ การเรียนรู้เพื่อที่จะก้าวไปถึงฝั่งฝันก็ย่อมที่จะง่ายขึ้นกว่าเดิมแน่นอน :)

 

 
 

สุดท้ายแล้ว ก่อนจากกันมีอะไรอยากฝากถึงน้องๆ เด็กดีมั้ยคะ

แฮมส์เตอร์ : อยากฝากผลงานครับ ฮ่าๆๆ (ต่อจากนี้จะเป็นช่วงขายของแบบจัดหนัก อย่าข้ามผ่านเลยนะครับ ถือว่าขอล่ะ #ส่งสายตาออดอ้อนผลงานแรกเลยที่อยากฝากก็คือ Birth อุ้มรักเสี่ยงร้ายกับนายปีศาจ ที่กำลังเปิดขายออนไลน์อยู่ในเด็กดีขณะนี้นะครับ 34 ตอน ราคา 150 บาทเท่านั้นเอง ไม่แพ๊งงงง (เสียงสูงอีกแล้ว) แต่ถ้าใครยังไม่มั่นใจในราคาที่จะต้องจ่ายล่ะก็ สามารถเข้าไปอ่าน 10 บทแรกฟรีกันก่อนได้เลยนะครับ :)

ผลงานที่สองที่อยากฝากคือ ผู้ชายใจหมา ผลงานรวมเรื่องสั้นกับเพื่อนๆ นักเขียนอีก 7 คนแห่ง everY เชื่อว่าถ้าใครที่ไม่ได้รักน้องหมาล่ะก็ อ่านปุ๊บ คุณจะต้องใจบางอย่างแน่นอน ส่วนคนที่ชอบน้องหมาอยู่แล้วน่ะหรอง่ายๆ เลย คุณจะต้องฟินไปสามวันแปดวันแน่ เชื่อเค้า 

และสุดท้าย ขอฝากนิยายเรื่องใหม่ จีบแก้บน ที่กำลังลงให้อ่านอยู่ในเด็กดีกันตอนนี้ด้วยนะครับ ใครที่ชื่นชอบนิยายวายแนวน่ารักๆ อ่านไปยิ้มไปแล้วล่ะก็ จีบแก้บนจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนครับ :)

อ้อ เกือบลืม หากพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ คนไหนอยากติดตามความเล่นใหญ่ของนักเขียนคนนี้ต่อ สามารถติดตามได้ที่สองช่องทางคือ Facebook Page Hamster Is An Author และ My Dek-D ครับฝากด้วยน้าาา

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับบทสัมภาษณ์ของแฮมส์เตอร์ที่พี่น้ำผึ้งนำมาฝากในวันนี้ กำลังใจเพียบเลยใช่มั้ยล่ะ จริงอยู่ที่เส้นทางการเป็นนักเขียนมันไม่ง่าย แต่มันก็ไม่ยากเกินความสามารถเรา เพราะฉะนั้นอยากให้สู้ๆ นะ แฮมส์เตอร์กับพี่น้ำผึ้งอยู่ตรงนี้พร้อมให้กำลังใจน้องๆ เสมอจ้า ส่วนใครไม่เคยอ่านนิยายเรื่อง Birth อุ้มรักเสี่ยงร้ายกับนายปีศาจ ขอบอกเลยว่าต้องตามไปอ่าน สนุกมากๆ พี่น้ำผึ้งติดงอมแงมเลยจ้า จิ้ม  >< ส่วนครั้งหน้าจะพาใครมาพูดคุยด้วยนั้น รอติดตามเลยค่ะ ^o^

พี่น้ำผึ้ง :)


 
Deep Sound แสดงความรู้สึก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #everY #สัมภาษณ์ #แฮมส์เตอร์ #อยากเป็นนักเขียน #Birth อุ้มรักเสี่ยงร้ายกับนายปีศาจ #ผู้ชายใจหมา #วาย #นิยายวาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?