อีเมลลับฉบับไซมอน : การเปลี่ยนแปลง, ก้าวข้ามความกลัว และความรักที่งดงามฉบับชายรักชาย []

วิว

อีเมลลับฉบับไซมอน : การเปลี่ยนแปลง, ก้าวข้ามความกลัว
และความรักที่งดงามฉบับชายรักชาย

สวัสดีค่ะชาวเด็กดีที่น่ารักทุกคน ช่วงปิดเทอมอย่างนี้ น้องๆ หลายคนคงมีแพลนไปเที่ยวบ้าง ไปเรียนพิเศษบ้างใช่มั้ยล่ะคะ บางคนมีแพลนอยากเขียนนิยาย บางคนมีแพลนอยากอ่านหนังสือสักเล่ม เอาล่ะ ถ้าใครนึกอยากอ่านหนังสือล่ะก็ บอกเลยว่าลงล็อคค่ะ เพราะวันนี้พี่น้ำผึ้งมีหนังสือดีๆ มาแนะนำ กระซิบก่อนนิดนึง นิยายเล่มนี้เป็นนิยายวายเล่มแรกที่พี่อ่านแล้วขอยกให้เป็นหนึ่งในหนังสือดวงใจด้วย!

หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า Simon vs. The Homo Sapiens Agenda หรือ อีเมลลับฉบับไซมอน ถ้าใครไปโรงหนังบ่อยๆ ก็คงจะร้องอ๋อ! เพราะเห็นทีเซอร์ภาพยนตร์ Love, Simon ที่ดัดแปลงจากนิยายเรื่องนี้ แถมกำลังจะเข้าฉายในไทยวันที่ 24 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ด้วยค่ะ!

Clip

Love, Simon

 

อีเมลลับฉบับไซมอน : การเปลี่ยนแปลง, ก้าวข้ามความกลัว และความรักที่งดงามฉบับชายรักชาย

อีเมลลับฉบับไซมอน (Simon vs. The Homo Sapiens Agenda)
เขียน เบ็คกี้ แอลเบอร์ทาลลี สำนักพิมพ์นาบู


อย่างที่เกริ่นไปตอนต้น อีเมลลับฉบับไซมอนเป็นนิยายวาย (yaoi) สัญชาติตะวันตก ฟังดูเหมือนนิยายวายทั่วไป แต่เอาเข้าจริงๆ ค่อนข้างแตกต่าง เพราะเบ็คกี้ แอลเบอร์ทาลลี นักเขียนของเรื่องมีดีกรีเป็นถึงนักจิตวิทยาคลินิกเลยทีเดียว ซึ่งนั่นหมายความว่า ปัญหาเรื่องเกย์และประเด็นจิตวิทยาต่างๆ ในเรื่องที่ถูกหยิบยกมาอธิบายนั้นได้แฝงแนวทางการแก้ไขปัญหาไว้อย่างเรียบง่ายและแนบเนียน มันทำให้เราเข้าใจเหล่า LGBT ได้ลึกซึ้งมากขึ้นค่ะ

ชื่อก็บอกอยู่ว่านี่คือ “อีเมลลับฉบับไซมอน” เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นนิยายที่บอกเล่าผ่านมุมมองของไซมอน สเปียร์ นักเรียนมัธยมวัย 16 ปีธรรมดาๆ ที่มีนิสัยร่าเริง อัธยาศัยดี และเป็นเกย์! เรื่องราวทั้งหมดอยู่ในช่วงวัยแห่งการเปลี่ยนแปลง (Coming of Age) ซึ่งถือว่าเป็นช่วงสำคัญของวัยรุ่น มันเป็นช่วงที่เขาต้องเผชิญหน้ากับการยอมรับและเปิดเผยตัวตนของตนเอง ไซมอนต้องทำยังไงก็ได้เพื่อให้ตัวเองสามารถก้าวข้ามเส้นแห่งความกลัวนี้ แน่นอนว่า เบ็คกี้ แอลเบอร์ทาลลี ผู้เขียนสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดีมากๆ จนรู้สึกเหมือนเราเป็นไซมอนเอง
 

อีเมลลับฉบับไซมอน : การเปลี่ยนแปลง, ก้าวข้ามความกลัว และความรักที่งดงามฉบับชายรักชาย
Simon vs. The Homo Sapiens Agenda 
(via: amazon.com)

 

ทำไมชายหญิงถึงต้องเป็นมาตรฐาน, คำถามชวนคิดต่อ


‘นายไม่คิดว่าทุกคนควรเปิดตัวหรอกเหรอ ทำไมชายหญิงถึงเป็นมาตรฐานล่ะ
ทุกคนควรประกาศตัวทางใดก็ทางหนึ่ง แล้วมันก็ควรจะเป็นอะไรที่น่าอึดอัดเป็นบ้า
ไม่ว่านายจะชอบผู้หญิง เป็นเกย์ เป็นไบ หรืออะไรก็ตาม’

ประโยคข้างต้นเป็นข้อความที่ไซมอนส่งไปหาบลูเรื่องการเปิดตัวว่าเป็นเกย์ของพวกเขาค่ะ ลืมเล่าไปเลย หนังสือเรื่องนี้เล่าเรื่องของไซมอนที่ไม่เคยบอกใครว่าเป็นเกย์ คนเดียวที่รู้ก็คือบลู เพื่อนสนิททางอีเมลที่รู้จักกันผ่าน Tumblr ตอนแรกพวกเขาพูดคุยกันเพราะมีรสนิยมทางเพศเหมือนกันและมีความชอบคล้ายกัน ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาเป็นความรักและกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แม้ว่าทั้งคู่จะไม่รู้จักตัวตนจริงๆ ของอีกฝ่ายเลยก็ตาม แต่วันดีคืนดี ไซมอนดันทะเล่อทะล่าลืมล็อกเอาท์เมลในคอมพิวเตอร์ แถมคนที่ใช้ต่อดันเป็นมาร์ติน แอดดิสัน นักเรียนจอมหัวหมอซะนี่ มาร์ตินเลยเอาเรื่องที่ไซมอนเป็นเกย์มาแบล็กเมลเพื่อให้ไซมอนยอมช่วยเหลือเขาในเรื่องการจีบแอ๊บบี้ เพื่อนสนิทของไซมอนค่ะ (อุ้ย สปอยล์แล้ว)

อีกเรื่องที่พี่น้ำผึ้งต้องขอชื่นชมคือตัวละครดูมีความสมจริงมาก ไซมอนสามารถจัดการปัญหาและอารมณ์ได้ดีตามแบบฉบับของวัยรุ่น ไม่ตีโพยตีพายหรือเก็บมานั่งคิดไม่ตกว่ามันจะแบล็กเมล์เราหรือเปล่า ที่เขาทำก็คือใช้ชีวิตชิวๆ ภายใต้ความวิตกกังวลเล็กน้อย ซึ่งตรงจุดนี้ก็ทำให้ตัวละครดูจับต้องได้มากยิ่งขึ้น

 

อีเมลลับฉบับไซมอน : การเปลี่ยนแปลง, ก้าวข้ามความกลัว และความรักที่งดงามฉบับชายรักชาย
โปสเตอร์ภาพยนตร์ Love, Simon จาก Fox

 

กลับมาที่เรื่องการเปิดตัวนะคะ เพราะเหตุการณ์นี้แหละ ไซมอนถึงต้องเริ่มมีความคิดจริงจังเรื่องการเปิดตัวเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศของเขา ประมาณว่าการรักเพศเดียวกันมันไม่ใช่เรื่องผิดนี่นา ข้อความนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ตัวไซมอนฉุกคิดได้ แต่ยังทำให้คนอ่านฉุกคิดได้เช่นกัน พี่น้ำผึ้งถึงกับมานั่งตั้งคำถามกับตัวเองเลยว่า อะไรกันนะที่ทำให้คนที่ชอบเพศตรงข้ามเป็นเรื่องมาตรฐาน? แล้วทำไมเพศที่สามถึงกลายเป็นเรื่องแปลกประหลาดในบางสังคม? ทำไมคนที่ชอบคนข้ามเพศ? ทำไมบางคนถึงกลัวที่จะเปิดเผยตัวตน? ทำไมจึงยังมีบางกลุ่มที่ไม่ยอมรับเรื่องนี้ ทั้งที่ความรักเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตาม บางคำถามพี่ก็สามารถตอบได้ ส่วนบางคำถามก็ไม่...

นอกจากนี้ในหนังสือยังสะท้อนถึงความกระอักกระอ่วนใจที่เกิดขึ้นในวัยรุ่นเมื่อพูดถึงความรัก หรือถ้าให้ตีความง่ายๆ มันเป็นความอึดอัดใจเมื่อต้องพูดถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของทุกๆ เพศ ยกตัวอย่างเช่นฉากที่ไซมอนถามเรื่องแฟนของอลิซ อลิซเองก็อึดอัดใจไม่น้อยที่จะพูดมันออกมา มันทำให้เรารู้ว่าอาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกค่ะ เพราะเมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ความอึดอัดที่จะต้องเล่าให้คนอื่นฟังก็ตามมาเช่นกัน

ดังนั้น ไม่ว่าเราจะเป็นเพศไหนหรือชอบเพศไหน เราทุกคนต่างก็ล้วนมีความกระอักกระอ่วนใจในรูปแบบของตนเองทั้งนั้นแหละ ที่ทำได้ก็คือต้องยอมรับในความอึดอัดใจนั้นและหาทางแก้ปัญหากับมัน เราอาจเลือกว่าจะบอกให้หายอึดอัด หรือไม่ก็ทนเก็บความอึดอัดนั้นไว้ ขึ้นอยู่กับตัวเราค่ะ

 

อีเมลลับฉบับไซมอน : การเปลี่ยนแปลง, ก้าวข้ามความกลัว และความรักที่งดงามฉบับชายรักชาย 
บลู (?) และไซมอน

 

ดินแดนแห่งเสรีภาพ กับการยอมรับเพศที่สาม

แม้ว่าอเมริกาจะขึ้นชื่อเรื่องการเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ แต่เรื่องราวของไซมอนก็ชี้ชัดว่าการเป็น LGBT ยังคงเป็นเรื่องแปลกใหม่ การเปิดตัวของไซมอนได้รับผลตอบรับทั้งในแง่ดีและไม่ดี และความรู้สึกนึกคิด รวมถึงความประหม่าเมื่อต้องบอกคนอื่นว่า “ตัวเองเป็นเกย์” ของไซมอนก็ยิ่งตอกย้ำเข้าไปใหญ่ว่ายังคงมีกลุ่มคนที่ไม่ยอมรับเพศที่สามอยู่ดี

การเปิดตัวของไซมอนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อวงกว้างมากนัก แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปตลอดกาลก็คือ ตัวเขาเองได้ก้าวข้ามเส้นความกลัวมาแล้ว โชคดีที่ไซมอนมีเพื่อนและครอบครัวที่ดี มีอาจารย์ที่ดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี เขาจึงสามารถเผชิญหน้ากับสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้ไปได้ด้วยดี แต่ถึงอย่างนั้น ก่อนที่ไซมอนจะต้องเผชิญกับผู้อื่น สิ่งแรกที่เขาเผชิญก็คือการยอมรับตัวเอง ไซมอนเล่าว่าเขาเคยออกเดตและคบแฟนสาวมาหลายครั้งแต่มันไม่ใช่ ก่อนสุดท้ายจะยอมรับว่าตัวเองชอบผู้ชาย

ตอนที่คนรอบตัวรู้ว่าเขาเป็นเกย์ รีแอคชั่นที่ได้รับก็แตกต่างกันออกไปค่ะ ครอบครัวของไซมอนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น พวกเขาเข้าใจและยอมรับลูก แถมยังมีการกระชับความสัมพันธ์ด้วยเล่นมุกตลก ส่วนเพื่อนสนิทอย่างแอ๊บบี้ก็ไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจอะไร แถมยังเข้าใจดี ส่วนคนอื่นๆ ก็มีทั้งคนที่เข้ามาให้กำลังใจและก็มีบางคนที่กลั่นแกล้งไซมอนด้วยวิธีงี่เง่าต่างๆ

อย่างไรก็ดี พี่น้ำผึ้งมองว่านิยายเรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องเพศเท่านั้น แต่ยังสอดแทรกเรื่องราวของการแบ่งแยกสีผิวเข้ามาด้วย แม้กระทั่งตัวไซมอนเองก็เคยมีหลุดออกมาบ้างเลย มันมีการกล่าวถึงการแบ่งแยกสีผิวแบบเป็นนัยๆ เช่น เรื่องที่คนผิวสีอาศัยอยู่ไกลออกไปจากตัวเมือง เป็นต้น

ถึงอย่างนั้นนิยายเรื่องนี้ก็ไม่ได้ดูถูกชาวผิวสี ตรงกันข้ามกลับให้ความสำคัญและความเท่าเทียมกับทุกสีผิว ตัวอย่างเช่น แอ๊บบี้เป็นตัวละครผิวสีที่โดดเด่นในเรื่อง เธอทั้งสวย ฉลาด โดดเด่น และเป็นที่รักของเพื่อนฝูง


 อีเมลลับฉบับไซมอน : การเปลี่ยนแปลง, ก้าวข้ามความกลัว และความรักที่งดงามฉบับชายรักชาย
ไซมอนและสมาชิกในครอบครัว

 

เพศที่สาม กับข้อควรทำของครอบครัว

พี่น้ำผึ้งคิดว่าการบอกความลับ (จะเรียกว่าความลับได้มั้ยนะ เอาเป็นว่าเรื่องที่ยังไม่ได้บอกใครแล้วกัน) กับคนใกล้ชิดเนี่ยยากกว่าเล่าให้ใครสักคนที่เราไม่รู้จักฟังอีกนะคะ ไซมอนและบลูเองก็คงเข้าใจความจริงข้อนี้ดี ดังนั้นกว่าทั้งสองจะยอมเปิดใจคุยเรื่องนี้กับพ่อแม่ก็ผ่านกระบวนการคิดอย่างหนักหน่วงและเนิ่นนานอยู่เหมือนกัน นั่นเป็นเพราะทั้งคู่รู้ดีว่ามันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และไม่มีใครชอบการเปลี่ยนแปลง แต่ถึงอย่างนั้นการเปลี่ยนแปลงก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ตั้งแต่เปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนวิชาเรียน เปลี่ยนอาหารที่ชอบ ทุกสิ่งคือการเปลี่ยนแปลงทั้งนั้น โชคดีที่ทั้งไซมอนและบลูได้รับการเปลี่ยนแปลงที่ดี

พี่น้ำผึ้งขอชื่นชมและยกย่องครอบครัวไซมอนให้เป็นครอบครัวตัวอย่างเลยค่ะ พวกเขาเป็นครอบครัวที่สนุกสนาน มักทำกิจกรรมร่วมกัน และในสายตาของไซมอน พวกเขา ‘ชอบทำทุกเรื่องเป็นเรื่องใหญ่’  แต่ถึงจะพูดแบบนั้น เขาเองก็รู้ดีว่าทุกสิ่งที่ครอบครัวทำมาจากความรักและความห่วงใยในตัวเขาทั้งนั้นแหละค่ะ สิ่งที่พี่ชื่นชมมากๆ สำหรับครอบครัวของไซมอนก็คือ การเปิดใจยอมรับลูกของตนเองและการสร้างข้อตกลงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เช่น พ่อจะไม่เล่นมุกตลกเรื่องเกย์อีกต่อไป 

อีกประเด็นที่พี่น้ำผึ้งคิดว่าน่าสนใจและทุกครอบครัวควรนำไปปรับใช้เป็นตอนที่ไซมอนเมากลับบ้านและถูกกักบริเวณ ในฉากนี้พ่อแม่ได้กล่าวขอโทษกับไซมอน พวกเขาเปิดอกคุยกันตรงๆ และพ่อก็บอกว่าไซมอนสามารถปรามพวกเขาได้เมื่อจำเป็นหรือเมื่อทำอะไรเกินเหตุ นั่นหมายความว่า ลูกๆ จะสามารถพูดคุย ปรึกษาและแสดงความคิดเห็นกับครอบครัวได้ทุกเรื่อง ซึ่งพี่น้ำผึ้งคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะจะทำให้บุตรหลานรู้สึกสบายใจเมื่อต้องพูดคุยกับครอบครัวและลดความกดดันแก่เด็กด้วย

 

อีเมลลับฉบับไซมอน : การเปลี่ยนแปลง, ก้าวข้ามความกลัว และความรักที่งดงามฉบับชายรักชาย
ทุกคนสมควรได้รับเรื่องราวความรักที่ยอดเยี่ยม
 

สิ่งสำคัญที่สุดที่หนังสือเล่มนี้บอกเราคือ การยอมรับตัวตนที่เราเป็นและการยอมรับตัวตนที่คนอื่นเป็นนั่นเองค่ะ เราต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริง การแตกต่างจากมาตรฐานหรือพิมพ์ที่ใครไม่รู้กำหนดไว้ไม่ใช่เรื่องน่าอายค่ะ เราแค่ต้องยอมรับในสิ่งเราเป็นให้ได้ เช่นเดียวกัน เราต้องยอมรับสิ่งที่คนอื่นเป็นด้วยค่ะ พี่น้ำผึ้งเชื่อว่าความรักเป็นสิ่งล้ำค่าที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนหรือเป็นใครค่ะ

โดยรวมแล้ว หลังจากอ่านเล่มนี้จบ พี่น้ำผึ้งกล้าพูดเลยว่าพี่รักนิยายเรื่องนี้มาก มันไม่ใช่แค่สนุกเท่านั้น แต่ยังมีแง่คิดต่างๆ ที่สะท้อนถึงชีวิตจริงแฝงอยู่ พี่ไม่ได้บังคับให้ใครเชื่อตามที่พี่พูดนะ แต่พี่ไม่ค่อยอ่านนิยายวาย และอีเมลลับฉบับไซมอนเป็นนิยายแนววายเล่มแรกที่ทำให้พี่รู้สึกอยากค้นหาโลกของชายรักชายมากขึ้น อ่านจบแล้งถึงกับอยากไปดูเวอร์ชั่นหนังเลยค่ะ อิอิ (พระเอกน่ารัก ><) น้องๆ คนไหนที่ได้ลองอ่านอีเมลลับฉบับไซมอนแล้วอยากแชร์โมเมนต์ประทับใจ อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังด้วยนะจ๊ะ รอฟังอยู่จ้ะน้องๆ ^ ^

 พี่น้ำผึ้ง :)

 

ขอบคุณรูปภาพจากภาพยนตร์
 

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #อีเมลลับฉบับไซมอน #ไซมอน #simon #love #love simon #Simon vs. The Homo Sapiens Agenda #นิยายแปล #วิจารณ์นิยาย #นิยายวาย #LGBT #วาย #Y #ชายรักชาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?