เพราะความรักไม่ได้ขึ้นกับเพศ : รวม 10 ประโยคเด็ดจากนิยายวายสุดซึ้ง 'Call Me by Your Name' []

วิว

เพราะความรักไม่ได้ขึ้นกับเพศ:
รวม
10 ประโยคเด็ดจากนิยายวายสุดซึ้ง 'Call Me by Your Name'

 

สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน ถ้าให้พูดถึงหนังสือนิยายวายที่พี่มีโอกาสได้อ่านแล้วประทับใจมากๆ เห็นทีคงจะหนีไม่พ้นผลงานจากอังเดร อาซิเมน (André Aciman) อย่าง Call Me by Your Name ที่ได้นำไปทำเป็นภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน แถมเข้าชิงรางวัลออสการ์ด้วย

Call Me by Your Name เป็นนิยายที่ดำเนินเรื่องอยู่ยุค ’80 ซึ่งเป็นยุคที่การรักเพศเดียวกันไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม เรื่องราวของ เอลิโอ เด็กหนุ่มชาวอิตาลีวัย 17 ปีที่อยู่ในช่วงเติบโตเป็นผู้ใหญ่และสับสนทางเพศ เขาได้พบกับโอลิเวอร์ นักศึกษาปริญญาเอกวัย 24 ปี ชาวอเมริกันที่มาฝึกงานกับพ่อของเขาในช่วงฤดูร้อนเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ซึ่งนี่แหละคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เอลิโอได้รู้จัก “ความรัก” อย่างแท้จริง
 

เพราะความรักไม่ได้ขึ้นกับเพศ : รวม 10 ประโยคเด็ดจากนิยายวายสุดซึ้ง 'Call Me by Your Name'
หนังสือ Call Me by Your Name
(via: Bright Books Argentina)

 

พูดเลยว่า Call Me by Your Name เป็นหนังสือ (และภาพยนตร์) ที่งดงามมาก มันไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความรักเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการยอมรับตัวตน การเผชิญหน้า และความเข้าใจที่คนในครอบครัวต้องมี ส่วนตัวแล้วพี่น้ำผึ้งชอบคำพูดและบทสนทนาของตัวละครในเรื่อง ด้วยความที่เอลิโอเป็นนักแต่งเพลง เขาจึงเจ้าสำนวน คำพูดแต่ละคำต้องถอดแล้วถอดอีกถึงจะรู้ว่าตัวละครต้องการสื่ออะไร แต่ก็นั่นแหละ มันเลยทำให้ “คำพูด” ในเรื่องนี้เปี่ยมไปด้วยความหมาย ซึ่งในวันนี้พี่ก็ได้รวบรวม 10 ประโยคเด็ดจากนิยายวายสุดซึ้ง 'Call Me by Your Name' มาฝากน้องๆ แล้วค่ะ เตรียมทิชชู่ไว้ซับ เตรียมหมอนไว้ฟิน เตรียมกระดาษไว้จดคำคมแทงใจกันได้เลย

 

 เพราะความรักไม่ได้ขึ้นกับเพศ : รวม 10 ประโยคเด็ดจากนิยายวายสุดซึ้ง 'Call Me by Your Name'
ฉากเจอกันครั้งแรกของเอลิโอและโอลิเวอร์

 

Just be quiet, say nothing, and if you can't say "yes," don't say "no," say "later."
Is this why people say "maybe" when they mean "yes,"
but hope you'll think it's "no" when all they really mean is.

แค่อยู่เงียบๆ ไม่ต้องพูดอะไรและถ้าคุณไม่อาจพูดว่า “ใช่” ได้ อย่าพูดว่า “ไม่” หรือพูด “ทีหลัง”  นี่ล่ะมั้งคงเป็นเหตุผลที่คนพูดว่า "อาจจะ" ในตอนที่พวกเขาหมายถึง "ใช่"
แต่ก็หวังว่าคุณจะคิดว่า "ไม่" เมื่อมันหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ

 

คนเรามักไม่พูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการ นี่คือสิ่งที่เอลิโอพยายามบอกเรา สำหรับเอลิโอ เขาคิดว่าการเงียบคือวิธีปฏิเสธที่ควรทำ อย่างน้อยมันก็เจ็บน้อยกว่าการพูดออกมาตรงๆ เหมือนกับเวลาเราบอกว่าใช่นี่แหละ คนส่วนมากมักจะพูดอ้อมๆ ว่าอาจจะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าเราจะพูด "ใช่" หรือ "ไม่" สิ่งที่ดีที่สุดที่เราควรทำก็คือซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองค่ะ

 

เพราะความรักไม่ได้ขึ้นกับเพศ : รวม 10 ประโยคเด็ดจากนิยายวายสุดซึ้ง 'Call Me by Your Name'
เอลิโอกำลังเล่นดนตรีให้โอลิเวอร์ฟัง
 

 We are not written for one instrument alone; I am not, neither are you.

เราไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเครื่องดนตรีชนิดเดียว ฉันไม่ใช่ คุณก็ไม่ใช่เหมือนกัน
 

เป็นประโยคที่เอลิโอเขียนลงไปในไดอารี่ของตัวเอง ถ้าให้ตีความหมายในมุมมองของพี่ มันหมายถึงว่าเราเกิดมาเพื่อเป็นในสิ่งที่เราอยากเป็น ทำในสิ่งที่้เราอยากทำ รักในสิ่งที่้เราอยากจะรัก "เครื่องดนตรี" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอะไรเลยนอกจาก "สิ่งที่เราปรารถนา" หรือ “ความฝัน” เพราะงั้นบางทีเอลิโอกำลังพยายามบอกเราว่า “เราไม่ได้เกิดมาเพื่อมีความฝันเพียงแค่อย่างเดียว เราสามารถมีได้มากกว่านั้น

 

เพราะความรักไม่ได้ขึ้นกับเพศ : รวม 10 ประโยคเด็ดจากนิยายวายสุดซึ้ง 'Call Me by Your Name'
โอลิเวอร์และเอลิโอ

 

Oliver: Do you like being alone?
Elio: No. No one likes being alone. But I’ve learned how to live with it.

โอลิเวอร์: คุณชอบอยู่คนเดียวเหรอ?
เอลิโอ: ไม่ ไม่มีใครชอบอยู่คนเดียว แต่ฉันแค่เรียนรู้วิธีที่จะอยู่กับมัน

 

ในตอนแรกที่เอลิโอและโอลิเวอร์รู้จักกันใหม่ๆ หนุ่มน้อยเอลิโอกลัวที่จะเข้าใกล้โอลิเวอร์เพราะความรู้สึกประหลาดบางอย่างมันเอ่อล้น ใช่ค่ะ เขากลัวว่าตัวเองจะตกหลุมรักโอลิเวอร์ เขาเลยเลือกที่จะข้องเกี่ยวกับโอลิเวอร์ให้น้อยที่สุด จนโอลิเวอร์สงสัยว่าเอลิโอชอบอยู่คนเดียวเหรอ? เอาเข้าจริงๆ พี่เห็นด้วยกับเอลิโอนะคะ ไม่มีใครชอบอยู่คนเดียวหรอกค่ะ แต่ในเมื่อมันเลี่ยงไม่ได้ ยังโสดอยู่แบบนี้ สิ่งที่ต้องทำก็แค่เรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวอย่างมีความสุข แค่นี้ชีวิตก็อยู่ได้แล้ว เห็นได้ชัดว่าเอลิโอไม่ได้พูดผิดเลย

 

เพราะความรักไม่ได้ขึ้นกับเพศ : รวม 10 ประโยคเด็ดจากนิยายวายสุดซึ้ง 'Call Me by Your Name'
 

Elio: I'm not wise at all. I told you, I know nothing. I know books, and I know how to string words together--it doesn't mean I know how to speak about the things that matter most to me.
Oliver: But you're doing it now--in a way.
Elio: Yes, in a way--that's how I always say things: in a way.

เอลิโอ: ฉันไม่ได้ฉลาดเลย ฉันบอกคุณแล้วว่าฉันไม่รู้อะไร ฉันรู้แค่หนังสือแล้วก็รู้วิธีเชื่อมโยงคำ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันจะรู้วิธี “พูดสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน”
โอลิเวอร์: แต่คุณกำลังทำอยู่นี่ไง – อยู่บ้าง
เอลิโอ: ใช่ อยู่บ้าง – นั่นเป็นสิ่งที่ฉันมักกล่าวถึงสิ่งต่างๆ: อยู่บ้าง

 

ประทับใจบทสนทนานี้เพราะรู้สึกว่ามันเป็นบทสนทนาที่ชาญฉลาด เอลิโอแอบชอบโอลิเวอร์และพยายามทำให้เขารู้ แต่ดูเหมือนว่าทุกสิ่งที่เอลิโอต้องการทำจะอยู่แค่ในสมองเขาเท่านั้น ในเรื่อง เอลิโอเป็นคนฉลาดขนาดที่ว่าโอลิเวอร์ยังนับถือ แต่ถึงจะฉลาดขนาดไหน เขาก็ไม่รู้วิธีเผยความในใจให้โอลิเวอร์รับรู้ ที่ชอบที่สุดคือเหมือนโอลิเวอร์จะรู้ทันเอลิโอนะ  เขาเลยพูดออกมาว่า "in the way" (ฮา) อ่านแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าทั้งคู่ชอบกัน และฉากนี้เป็นฉากอ่อยเบาๆ ของเอลิโอเลย


 

เพราะความรักไม่ได้ขึ้นกับเพศ : รวม 10 ประโยคเด็ดจากนิยายวายสุดซึ้ง 'Call Me by Your Name'
 

At one hundred, surely you learn to overcome loss and grief—or do they hound you till the bitter end? Is it in Piazzetta and who said this?

เมื่อถึงร้อยแล้ว คุณก็จะเรียนรู้วิธีเอาชนะความสูญเสียและความเศร้าโศก - หรือว่าคุณจะให้มันไล่ล่าคุณจนกว่าคุณจะถึงจุดจบที่ขมขื่น? ที่เปียซิตตามีคนพูดแบบนี้หรือเปล่า?

 

คำพูดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เอลิโอสารภาพความรู้สึกที่มีต่อโอลิเวอร์แล้ว มันเป็นฉากที่เอลิโอคิดว่าจะเป็นยังไงหากเราเติบโตขึ้นโดยลืมอดีตอันแสนเจ็บปวดนี้ไป แล้วถ้าไม่ลืมอดีตล่ะ...มันจะเป็นยังไง? โอลิเวอร์ก็เลยพูดเตือนสติซะเลย

สิ่งที่ได้จากประโยคนี้ก็คือ ถ้าเราเอาชนะความสูญเสียและความเศร้าโศกได้ ชีวิตของเราก็อาจจะดีขึ้น แต่ถ้าเราไม่ยอมลืมอดีตเลย มันก็จะตามล่าเราและทำให้เรามีชีวิตที่ไม่มีความสุขค่ะ


 

เพราะความรักไม่ได้ขึ้นกับเพศ : รวม 10 ประโยคเด็ดจากนิยายวายสุดซึ้ง 'Call Me by Your Name'
จุดอ่อนของเอลิโอก็คือโอลิเวอร์นี่แหละ

 

Nature has cunning ways of finding our weakest spot.

ธรรมชาติมีวิธีชาญฉลาดในการหาจุดอ่อนที่สุดของเรา

 

เป็นประโยคที่พ่อพูดกับเอลิโอ พี่น้ำผึ้งเห็นด้วยสุดๆ เพราะในความเป็นจริงไม่มีใครที่ไม่มีจุดอ่อน ต่อให้เราพยายามปิดบังหรือไม่ยอมรับจุดอ่อนของเรา แต่สุดท้ายธรรมชาติก็จะมีวิธีที่จะทำให้เราต้องยอมรับในตัวตนของเราให้ได้ ในกรณีของเอลิโอก็คงเป็นเรื่องความรักที่เขาพบว่ามันยากมากที่จะยอมรับว่าตัวเองรักผู้ชาย


 เพราะความรักไม่ได้ขึ้นกับเพศ : รวม 10 ประโยคเด็ดจากนิยายวายสุดซึ้ง 'Call Me by Your Name'
พ่อของเอลิโอ
 

 Mr. Perlman: You're too old not to accept people for who they are. What's wrong with them? What's wrong with them? You call them Sonny and Cher behind their backs...

Elio: That's what mom calls them. That's what mom calls them!
Mr. Perlman: ...and then accept gifts from them. The only person that reflects badly on is you. Is it because they're gay or because they're ridiculous?

เพิร์ลแมน: ลูกแก่เกินกว่าที่จะยอมรับสิ่งที่พวกเขาเป็นเหรอ? เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา? พวกเขาผิดอะไร? ลูกเรียกพวกเขาว่าซอนนี่กับเชอร์ลับหลัง...
เอลิโอ: มันเป็นสิ่งที่แม่เรียกพวกเขาต่างหาก!
เพิร์ลแมน: ...งั้นก็ยอมรับของขวัญที่พวกเขาให้ซะ คนที่ทำให้เสียชื่อเสียงคือลูก เพราะพวกเขาเป็นเกย์หรือเพราะพวกเขาดูไร้สาระล่ะ?

 

นี่คือการถกเถียงกันระหว่างพ่อ-ลูกในตอนที่เพื่อนของพ่อจะมาเยี่ยมบ้าน ความจริงก็คือเพื่อนของพ่อเป็นคู่รักเกย์ พวกเขาได้มอบเสื้อลายดอกเป็นของขวัญให้แก่เอลิโอ แต่เอลิโอไม่อยากใส่มัน ตามประสาเด็กที่สับสนทางเพศนั่นแหละค่ะ เขาแค่ไม่ต้องการยอมรับว่าตัวเองเป็นเกย์ เพราะงั้นการที่พ่อพูดประโยคนี้อาจพยายามสื่อให้ลูกชายยอมรับตัวตนของตัวเอง รวมทั้งยอมรับในสิ่งที่คนอื่นเป็นและมีความสุขกับมัน ไม่ว่าจะเป็นพวกรักเพศเดียวกันหรือไม่นั้น ทุกคนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีและสมควรได้รับความรัก


 

เพราะความรักไม่ได้ขึ้นกับเพศ : รวม 10 ประโยคเด็ดจากนิยายวายสุดซึ้ง 'Call Me by Your Name'
(via: We heart it)
 

Is it better to speak or to die?

พูดหรือตาย อะไรดีกว่ากันงั้นหรือ?

 

เป็นนิทานที่แม่ของเอลิโอเล่าให้ฟัง ว่าด้วยเรื่องของอัศวินหนุ่มที่ตกหลุมรักเจ้าหญิงหมดใจ และเจ้าหญิงเองก็รักเขาเหมือนกัน ชะรอยเจ้าหญิงไม่เคยรู้เลยว่าอัศวินแอบรักเธออยู่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเบ่งบานในฐานะมิตรภาพ ด้วยคำว่า เพื่อนนี่แหละ อัศวินหนุ่มจึงไม่กล้าบอกรักเธอสักที จนในที่สุดเขาก็ถามเจ้าหญิงด้วยประโยคนี้ “Is it better to speak or to die?

มันเป็นประโยคที่น่าคิดนะ ถ้าเราตกหลุมรักใครสักคน มันมีแค่สองทางเลือกเท่านั้น ระหว่างบอกเขาไปหรือเก็บไว้จนวันตาย หากเราเลือกบอก โอกาสสมหวังก็ยังมี แต่หากว่าไม่บอกไป สุดท้ายเราก็อาจทุกข์ใจจนวันตาย และด้วยนิทานเรื่องนี้แหละ เอลิโอจึงฉุกคิดอะไรบางอย่างได้...บางทีเขาควรจะบอกโอลิเวอร์ไปว่ารัก ก่อนที่ชายหนุ่มจะกลับอเมริกา


 

เพราะความรักไม่ได้ขึ้นกับเพศ : รวม 10 ประโยคเด็ดจากนิยายวายสุดซึ้ง 'Call Me by Your Name'
 

Call me by your name and I'll call you by mine.

เรียกผมด้วยชื่อของคุณ แล้วผมจะเรียกคุณด้วยชื่อของผม

 

คำพูดของโอลิเวอร์ที่บอกเอลิโอ ตอนแรกก็ยังงงๆ ว่ามันหมายถึงอะไร แต่ถ้าได้อ่าน (หรือดู) จนจบเรื่องก็จะเข้าใจทันทีเลย เอลิโอกับโอลิเวอร์อาจจะไม่ได้คู่กันในตอนท้าย แต่คำพูดนี้ทำให้เรารู้จักสิ่งที่เรียกว่า “ความสัมพันธ์ที่แท้จริง” มันเป็นมากกว่าคู่รัก มันคือการเป็นคนๆ เดียวกันทั้งตัวตน หัวใจและจิตวิญญาณ เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ห้าปี สิบปี หรือยี่สิบปี ความรู้สึกของเอลิโอกับโอลิเวอร์ก็ยังเป็นแบบนี้เสมอ พูดเลยว่าเป็นประโยคที่โรแมนติกมากเท่าที่เคยสัมผัสมา

 

เพราะความรักไม่ได้ขึ้นกับเพศ : รวม 10 ประโยคเด็ดจากนิยายวายสุดซึ้ง 'Call Me by Your Name'
เอลิโอและพ่อของเขา
 

If there is pain, nurse it, and if there is a flame, don't snuff it out, don't be brutal with it. Withdrawal can be a terrible thing when it keeps us awake at night, and watching others forget us sooner than we'd want to be forgotten is no better. We rip out so much of ourselves to be cured of things faster than we should that we go bankrupt by the age of thirty and have less to offer each time we start with someone new. But to feel nothing so as not to feel anything - what a waste!

ถ้ามีลูกมีบาดแผล จงถนอมดูแลมัน ถ้าลูกมีเปลวเพลิงในใจ จงอย่าได้พยายามดับมัน ลูกอาจจะอยากให้ผู้คนลืมเรื่องของลูกให้เร็วที่สุด แต่พอเห็นคนอื่นลืมเรื่องของเราได้เร็วกว่าที่เราอยากลืม มันก็ทำให้เรารู้สึกว่าความรักของลูกนั้นไร้ค่า ลูกอย่าได้พยายามเร่งแก้ปัญหาเหล่านี้ เพราะมันเป็นการทำให้ตัวเองอยู่ในกรอบเกณฑ์ที่สังคมกำหนดไว้ แล้วลูกก็จะไม่เหลือความรักมากพอที่จะให้ใคร พ่อไม่อยากให้ลูกเฉยเมยกับสิ่งที่อยู่ในใจ แต่การไม่รู้สึกอะไรเลยก็เป็นสิ่งที่สูญเปล่าเช่นกัน

 

ในตอนท้ายของเรื่องหลังจากที่โอลิเวอร์กลับอเมริกาไปแล้ว เอลิโอเสียใจมาก เขาไม่อยากยอมรับความเจ็บปวด แต่พ่อของเขาเข้าใจ พี่ชอบในสิ่งที่พ่อพยายามสื่อ อย่างน้อยแม้ว่าลูกชายตัวเองจะเป็นเกย์หรืออกหัก แต่ครอบครัวก็ยังรักและเข้าใจเอลิโอ ถ้าเป็นพ่อคนอื่นก็คงอยากให้ลูกรีบๆ ลืมความเจ็บปวด แต่สำหรับพ่อของเอลิโอ อย่างน้อยนี่ก็เป็นสิ่งการันตีว่า “ครั้งหนึ่งเราเคยมีความรัก” และถ้านั่นคือความเจ็บปวด มันก็คือความเจ็บปวดที่สวยงาม เพราะภายใต้ความเจ็บปวดนั้นคือความสุขที่เคยมี

พ่อของเอลิโออยากให้เขากล้าเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดมากกว่าจะทำเป็นไม่รู้สึกอะไร เพราะการไม่รู้สึกอะไรเลยมันหมายถึงหัวใจที่ด้านชา ไร้ความสุข สิ่งที่เอลิโอต้องทำก็คือการอยู่กับความเจ็บปวดนั้นด้วยความสุขค่ะ แล้วสักวันมันจะผ่านไปได้ด้วยดี
 

เพราะความรักไม่ได้ขึ้นกับเพศ : รวม 10 ประโยคเด็ดจากนิยายวายสุดซึ้ง 'Call Me by Your Name'
 

เป็นอย่างไรบ้างคะน้องๆ กับประโยคเด็ดจากนิยายวายที่มีคุณค่าอย่าง “Call Me by Your Name” พี่น้ำผึ้งชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ โดยเฉพาะการถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครผ่านอวัจนภาษาและสัญลักษณ์ต่างๆ พออ่านนิยายเรื่องนี้แล้วได้ไปดูหนังยิ่งตอกย้ำความคิดที่ว่า ความรู้สึกของเอลิโอกับโอลิเวอร์จับต้องได้ มันลึกซึ้ง มีมิติ แล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่สอนให้รู้จัก “ความรัก” โดยแท้จริง 

ใครที่ว่างๆ ไม่รู้จะอ่านอะไร ถ้าไม่มีปัญหากับภาษาอังกฤษ พี่น้ำผึ้งขอแนะนำให้อ่าน Call Me by Your Name เลย แล้วน้องๆ จะรู้ว่า “ความรักสวยงามเสมอ แม้มันอาจทำให้เราเจ็บปวด” ส่วนใครที่อ่านแล้วคิดเห็นอย่างไร อย่าลืมเล่าให้พี่น้ำผึ้งฟังด้วยนะคะ รอฟังความเห็นของทุกคนอยู่จ้า ^ ^

 

 

พี่น้ำผึ้ง :)

 

ขอบคุณรูปภาพจากภาพยนตร์
 

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #คำคม #ชายรักชาย #เกย์ #call me by your name #elio #oliver

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป