กล่องชุดจุดไฟ เทพนิยายที่อ่านแล้วได้รู้ว่า... ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป []

วิว

กล่องชุดจุดไฟ
เทพนิยายที่อ่านแล้วได้รู้ว่า... ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป

 
เชื่อว่าคนที่คลิกเข้ามาอ่านบทความนี้ จะต้องเป็นแฟนคลับเทพนิยายเหมือนๆ กันกับแอดมินแน่ๆ และต้องเป็นแฟนคลับที่อ่านเทพนิยายอย่างจริงจังด้วย เพราะเรื่อง กล่องชุดจุดไฟ หรือ ทินเดอร์บ็อก (Tinderbox) นั้นไม่ใช่เทพนิยายที่แพร่หลายเป็นที่รู้จักกันเท่าไหร่นัก ดังนั้น ถ้าใครรู้จัก ก็แปลว่าคนคนนั้นต้องรักเทพนิยายมากๆ แน่ๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านแต่คลิกเข้ามาเพราะอยากรู้จัก แอดมินก็ขอเริ่มต้นแนะนำง่ายๆ ว่า ผลงานเรื่องนี้เป็นของนักเขียนคนดัง ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งเทพนิยายเลยทีเดียว เนื้อหานั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะชื่อนักเขียนการันตีได้อยู่แล้วว่าต้องน่าสนใจ 
 
กล่องชุดจุดไฟ เทพนิยายที่อ่านแล้วได้รู้ว่า... ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป
หมาทาสไปลักพาตัวเจ้าหญิงมาให้นายทหาร
 
กล่องชุดจุดไฟ เทพนิยายที่อ่านแล้วได้รู้ว่า... ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไปทาสหมาตาโตทั้งสาม
 
แสงสีฟ้าของพี่น้องกริมม์ VS กล่องชุดจุดไฟของแอนเดอร์สัน 
สำหรับเรื่องนี้ เป็นหนึ่งในเรื่องที่มีตัวละครคือหญิงชรา ซึ่งนักวิจารณ์เชื่อว่า ส่วนใหญ่แล้ว เวลาเขียนถึงหญิงชรา แอนเดอร์สันจะเขียนโดยใช้ภาพลักษณ์ของผู้เป็นยาย ที่เขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยสมัยยังเป็นเด็ก แต่ว่ามีการปรับพล็อตใหม่และดำเนินเรื่องให้น่าตื่นเต้น สำหรับเรื่องกล่องชุดจุดไฟ เป็นเทพนิยายที่มีลักษณะคล้ายๆ กับอาละดิน และยังใกล้เคียงกับเทพนิยายเรื่อง เดอะบลูไลท์ หรือแสงสีฟ้า ของพี่น้องกริมม์ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกอะไร เพราะอย่างที่เราเคยบอกไปแล้วว่า ทั้งกริมม์และแอนเดอร์สัน ต่างไม่ได้เขียนเทพนิยายเหล่านี้ขึ้นใหม่ แต่ว่าส่วนใหญ่ทั้งคู่รวบรวมมาจากตำนานพื้นบ้าน แล้วนำมาปรับแต่งเล็กๆ น้อยๆ ให้กลายเป็นผลงานของตัวเอง ดังนั้นทั้งแสงสีฟ้าและกล่องชุดจุดไฟ ก็น่าจะเป็นตำนานเดียวกัน เพียงแต่รวบรวมโดยนักเขียนคนละคนนั่นเอง 
 
พี่น้องกริมม์ได้ตีพิมพ์เรื่องแสงสีฟ้าออกมาก่อนในปี ค.ศ. 1815 ส่วนแอนเดอร์สันนั้นมาตีพิมพ์ในภายหลังเมื่อปี ค.ศ. 1835 ก็มีคนคิดอยู่ว่าแอนเดอร์สันอาจได้ฟังเทพนิยายกริมม์ แล้วเกิดแรงบันดาลใจ ก็เลยนำมาเขียนในแบบของตัวเอง โดยเนื้อหาของทั้งสองเรื่องนั้นคล้ายคลึงกันอย่างมาก ตัวเนื้อหาหลักเล่าถึงนายทหารแก่ที่หมดสภาพแล้ว ในเรื่องของพี่น้องกริมม์ นายทหารคนนี้จงรักภักดีต่อพระราชามาก แต่เมื่อแก่ตัว ทำงานไม่ได้ พระราชาก็ไล่ออก (อันนี้ นักวิจารณ์เชื่อกันว่า น่าจะเขียนขึ้นในช่วงหลังเหตุการณ์สงครามนโปเลียน มีทหารจำนวนมากที่ถูกปลดประจำการและต้องอดอยาก ขาดอาชีพทำกิน และต้องใช้ชีวิตยากลำบาก) และให้ไปใช้ชีวิตตามมีตามเกิด เมื่อไม่มีเงินทุนรองรัง ทั้งยังไม่มีความสามารถด้านอื่นๆ นายทหารย่อมเกรงกลัวที่จะอดตาย เมื่อเห็นแสงไฟในป่า เขาจึงมุ่งหน้าไปที่นั่นและได้พบกับแม่มด ซึ่งก็ถือว่าเป็นโชคดีของนายทหาร แต่เป็นโชคร้ายของแม่มด 
 
แม่มดได้ชักชวนนายทหารไปพักในบ้าน ให้อาหารให้เครื่องดื่มให้ที่พักอาศัย แต่ก็มีข้อแลกเปลี่ยนเช่นกัน นั่นคือให้ไปช่วยตามหาแสงสีฟ้า ซึ่งอยู่ในบ่อน้ำใต้ดิน เมื่อนายทหารลงไป ก็พบแสงสีฟ้าตามที่นางแม่มดประสงค์ แต่เขาไม่ยอมยื่นมันส่งให้นางแม่มดจนกว่าจะได้ขึ้นไปบนปากบ่อ นางแม่มดโกรธมาก ก็เลยปิดปากบ่อเสียเลย ทำให้นายทหารต้องตกลงไปอยู่ก้นบ่อ แต่แล้วเขาก็ได้พบกับอำนาจวิเศษและได้ทาสรับใช้เป็นคนแคระที่พร้อมทุกอย่างที่ต้องการ และท้ายที่สุดก็ร่ำรวยและได้แก้แค้นนางแม่มดด้วย 
 
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ เราจะเห็นว่าพล็อตเรื่องนี้มีลักษณะคล้ายกับเรื่องอาละดินกับตะเกียงวิเศษอย่างมาก จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่า อาละดินน่าจะเป็นหนึ่งในตำนานเรื่องเดียวกัน แต่ว่านักเขียนที่ได้ยินเรื่องอาละดิน อาจเป็นชาวเอเชีย จึงได้นำมาประยุกต์และปรับจนแสงสีฟ้ากลายเป็นตะเกียง อย่างไรก็ตาม จุดจบของเรื่องก็คือ ตัวละครเอกอย่างอาละดินและนายทหาร ก็ได้ครอบครองอำนาจวิเศษที่นางแม่มดต้องการ และได้นำมันไปใช้จนประสบความสำเร็จในชีวิต พล็อตนี้จะมีลักษณะคล้ายๆ กัน
 
จากฝั่งของกริมม์ สิ่งที่นายทหารได้มาก็คือ คนแคระวิเศษ ที่คอยช่วยเขาในทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่าง รวมถึงฆ่านางแม่มดอย่างเลือดเย็น ซึ่งก็เลยทำให้เราต้องมานั่งคิดว่า นายทหารเองก็ได้ทุกอย่างไปครอบครองแล้ว ตัวเขาเองก็ผิดสัญญากับนางแม่มด ไม่ยอมมอบของที่สัญญาไว้ว่าจะให้ แล้วยังจะมาฆ่าหญิงชราที่หวังดีต่อเขาอีก มันเลยทำให้เราคิดว่า บางทีเทพนิยายก็มีเรื่องเชื่อไม่ได้อยู่มากมาย และตัวละครเอกในเรื่องนั้นก็ไม่ใช่คนบริสุทธิ์เสมอไป จริงไหม...? 
 
ต่อจากฆ่านางแม่มดแล้ว นายทหารก็วางแผนจะแก้แค้นพระราชาที่ไล่เขาออกจากงาน ด้วยการลักพาตัวเจ้าหญิงมาเป็นภรรยา นี่ก็น่ากลัวอีก นายทหารนี่ก็ช่างเจ้าคิดเจ้าแค้นเสียนี่กระไร คนแคระก็ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด คือไปลักพาตัวเจ้าหญิงจากพระราชวังมา และเจ้าหญิงก็ต้องตกเป็นเมียของนายทหารทั้งๆ ไม่เต็มใจ แถมต้องดูแลเขาด้วย สุดท้ายพระราชาจะมีทางเลือกอะไร นอกจากยกเจ้าหญิงให้กับนายทหาร ซึ่งสุดท้ายก็ได้ครอบครองบัลลังก์และใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ทั้งที่ไม่เคยทำอะไรดีเลย 
 
กล่องชุดจุดไฟ เทพนิยายที่อ่านแล้วได้รู้ว่า... ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป
หมาตาโตเท่ากังหันลม แต่ไม่ดุนะ
 
กล่องชุดจุดไฟ เทพนิยายที่อ่านแล้วได้รู้ว่า... ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไปนายทหารโกยเงินรัวๆ
 
ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป เรื่องจริงในสังคมที่ปรากฏในเทพนิยาย
เหมือนที่เราบอกไปตอนต้น เทพนิยายเรื่องแสงสีฟ้านั้นทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า... อ้าว ทำไมคนที่เลือกแก้แค้นด้วยวิธีของคนพาลถึงได้ดี และมีชีวิตจบลงอย่างร่ำรวย ได้ครองพระราชวัง ได้แต่งงานกับเจ้าหญิง เป็นเรื่องที่น่ากลัวพอสมควร แต่จะว่าไปแล้ว มันคือความเป็นจริงที่เราเห็นได้ในสังคมบ่อยๆ เรื่องของคนทำชั่วที่ได้ดีแบบไม่น่าเชื่อ... มันเลยกลายเป็นเรื่องไม่แปลกอะไร อ่านเทพนิยายแล้วเหมือนได้เห็นชีวิตจริงเลยว่าไหมล่ะ
 
ส่วนเรื่องกล่องชุดจุดไฟของแอนเดอร์สันที่ตีพิมพ์ออกมาในภายหลังเป็นเวลา 20 ปี นั้น พล็อตตอนต้นก็จะมีความคล้ายคลึงกันพอสมควร นั่นคือนายทหารปลดประจำการคนหนึ่งบังเอิญได้เจอกับหญิงชราที่มีลักษณะคล้ายแม่มด หญิงชราได้ขอร้องให้นายทหารลงไปในปล่องไม้ เพื่อนำกล่องชุดจุดไฟมาให้นาง และยังบอกด้วยว่า เขาจะได้เจอกับหมาสามตัวที่มีจุดเด่นคือตาโตมากกกกก ทั้งสามตัวครอบครองหีบทองแดง เงิน และทอง วิธีการรับมือคือ อุ้มหมาไปไว้บนพรมแล้วมันจะไม่ทำอันตรายเขาเลย จากนั้นเขาก็กอบโกยเอาเงินทองไปได้ตามต้องการ แต่ให้นำกล่องชุดจุดไฟมาให้นางก็พอ 
 
เหตุการณ์ก็เหมือนในเรื่องแสงสีฟ้าน่ะแหละ เมื่อนายทหารได้กล่องชุดจุดไฟมาก็เริ่มโลเลล่ะ ไม่ยอมส่งมันคืนให้กับหญิงชรา มิหนำซ้ำยังฆ่านางแบบไม่ไยดี จากนั้นนายทหารก็เริ่มใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาจากสมบัติที่ได้มา จนกระทั่งพบว่าตัวเองใช้เงินหมด โดนไล่จากโรงแรม กลายเป็นคนข้างถนน ยากจนข้นแค้น วันหนึ่งเขาได้เปิดกล่องชุดเพื่อจุดไฟประทังความหนาว และเมื่อขีดหนแรก เจ้าหมาที่เฝ้ากล่องทองแดงก็วิ่งมา บอกว่า นายท่านมีอะไรให้ข้ารับใช้บ้าง นายทหารค้นพบการควบคุมหมาทั้งสามจากวิธีนี้เอง จากนั้นเรื่องก็ดำเนินไปแบบเดียวกัน เขาให้เจ้าหมาซึ่งกลายเป็นทาสไปลักพาตัวเจ้าหญิงมา และแม้จะพลาดท่าจนต้องโทษ โดนจับเข้าคุก แต่เขาก็ร้องขอกล่องชุดจุดไฟของตัวเองกลับมาได้ และเมื่อจุดไฟ เจ้าหมาทาสทั้งสามก็มาช่วยเขา จนสุดท้ายเขาก็ได้ครองบัลลังก์อยู่นั่นเอง 
 
แม้ใครต่อใครจะบอกว่าเทพนิยายก็คือเทพนิยาย ในชีวิตจริงมันไม่เป็นแบบนั้นหรอก แต่เราขอค้านขาดใจว่า... เทพนิยายทั้งสองเรื่องนี้ ทำให้เราได้เห็นถึงความจริงของชีวิตนั่นคือ ไม่ใช่ว่าคนที่ทำดีจะได้เสมอไป บางครั้งคนทำชั่วก็ได้ดีได้เหมือนกัน... เห็นด้วยไหม 
   
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก 
https://en.wikipedia.org/wiki/The_Tinderbox 
http://hca.gilead.org.il/tinderbx.html 
https://www.tor.com/2018/05/10/fairy-tales-of-magical-abductions-and-sudden-coups-the-blue-light-and-the-tinderbox/ 
http://www.andersen.sdu.dk/vaerk/hersholt/TheTinderBox_e.html 
https://study.com/academy/lesson/hans-christian-andersens-the-tinderbox-summary-analysis.html 
 
กล่องชุดจุดไฟ เทพนิยายที่อ่านแล้วได้รู้ว่า... ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #กล่องชุดจุดไฟ #แสงสีฟ้า #ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน #พี่น้องกริมม์ #เทพนิยาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป