ต้องลงมือทำเสียก่อน เราถึงจะรู้ว่ายากหรือง่าย
หย่งช่าง
สวัสดีค่ะ มาเจอกับพี่หญิงเจ้าเก่าเจ้าเดิมในคอลัมน์พบปะพูดคุยกันอีกแล้วนะคะ และนักเขียนที่พี่หญิงชักชวนมาพูดคุยกับทุกคนในวันนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนค่ะ นักเขียนนามปากกา “หย่งช่าง” นักเขียนนิยายจีนที่เคยมาพบกับทุกคนไปแล้วครั้งหนึ่งตอนที่ได้ตีพิมพ์นิยายเรื่อง “เสี่ยวหวางเฟย” นิยายที่เราถึงความรักที่เกี่ยวโยงกันมาหลายชาติหลายภพ และครั้งนี้หย่งช่างก็มาพร้อมกับนิยายภาคต่อ “มู่กั๋วหวางโฮ่ว” เรื่องราวของ “ฮั่วอี้หราน” สาวนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ให้กับโชคชะตาง่ายๆ เชื่อว่ามีนักอ่านหลายคนเป็นแฟนคลับของเรื่องนี้ พี่หญิงเลยขอชวนนักเขียนกลับมาคุยกับเราอีกครั้งค่ะ ^ ^
มาเจอกันอีกแล้วนะคะ ก่อนอื่นเลยช่วยทักทายชาวเด็กดีกันหน่อย
หย่งช่าง : ดีใจมากค่ะ (ยิ้ม) ขอแนะนำตัวใหม่อีกครั้งนะคะ เมื่อก่อนจะรู้จักกันในชื่อไรซ์ แต่ทีนี้หลายท่านเข้าใจผิดว่า จะเขียนไรท์,ไรท์เตอร์ แต่เขียนผิดหรือเปล่า ต้องอธิบายกันหลายรอบ เลยตัดสินใจแทนตัวว่าหย่งค่ะ จะได้เรียกง่ายขึ้นเนอะ
ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะคะ ขอฝากตัวอันแสนอวบอ้วนไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยค่ะ
ทำไมถึงชื่อ “มู่กั๋วหวางโฮ่ว” (木国王后)
หย่งช่าง : ราชินีแคว้นมู่ ตรงๆ เลยค่ะ สัมพันธ์กับเนื้อหาเพราะนี่คือเรื่องราวของหญิงสาวผู้เข้ามาเป็นหวางโฮ่ว (ราชินี )หย่งตั้งชื่อเรื่องนิยายไม่เก่งเท่าไหร่ เลยตั้งแบบจำง่ายไว้ก่อน ค่อยมาคิดชื่อไทยทีหลัง หย่งชอบใช้เวลาคิดเยอะๆ น่าจะดีกว่าเปลี่ยนชื่อเรื่องบ่อย
ธีมเรื่องเป็นแนวทะลุมิติค่ะ สาวนักบัญชีธรรมดาคนหนึ่งได้รับโอกาสให้มาตามหาเพื่อนรัก แต่เธอไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วนี่คือการแก้ไขความผิดพลาดของเหล่าเทพอสูร
แรงบันดาลใจในการเขียน
หย่งช่าง : หลายครั้งที่อ่านหนังสือหรือดูทีวีในนิยายมักมีพระรองที่ทำยังไงก็ไม่ได้ใจนางเอก แล้วพระรองไม่มีสิทธิ์เป็นพระเอกเหรอ หย่งคิดว่า ไม่นะ ทุกคนเป็นตัวเอกในเรื่องราวของตัวเอง เขาอาจจะรอใครสักคนมาดำเนินเรื่องราวกับเขาอยู่ เหมือนคนเราทั่วไปนี่แหละ ในชีวิตคนอื่น เราอาจได้รับบท เพื่อน ญาติ ตัวประกอบ แต่ในชีวิตเรา เราคือตัวเอก มู่ไป๋หลิวและฮั่วอี้หรานก็เช่นกันค่ะ ทั้งคู่เป็นตัวเอกในเรื่องราวของตัวเอง ถึงคราวที่คนอื่นต้องเป็นตัวประกอบบ้างแล้ว (ยิ้ม)
เรื่องย่อ และการวางแผนการเขียน
หย่งช่าง : เรื่องราวของสาวโสดผู้ไม่เข้าใจความรัก ที่ต้องออกมาตามหาพี่สะใภ้ (พ่วงตำแหน่งเพื่อนรัก) ในโลกที่เธอไม่รู้จัก ได้พบพานทั้งเทพเจ้าน้อยและยอดบุรุษ ก้าวเข้าสู่ตำหนักใน โดยมีฝ่าบาทสายอ่อยตามหยอดอยู่ตลอดเวลา
วางแผนการเขียนเหรอคะ หย่งไม่ใช่สายวางแผนแน่นปึ๊กฉากนี้ต้องเขียนแบบนี้แบบนั้น ไม่เลยค่ะ หย่งเป็นสายกำหนดพล็อตหลักและเรื่องราวเอาไว้คร่าวๆ เท่านั้น ทุกฉากสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมโดยไม่กระเทือนพล็อตหลัก ด้วยนิสัยที่ไม่ชอบความกดดัน ถ้าวางแผนเป๊ะมากเกิน หย่งจะรู้สึกว่ามันเครียดเกินไป จริงๆ การเขียนแบบนี้เสี่ยงกับการออกทะเลมากเหมือนกันนะคะ แนะนำไหม อืม...วางแผนการเขียนแบบปรับให้เข้ากับตัวเราดีกว่าค่ะ สไตล์การเขียนแต่ละคนไม่เหมือนกัน หาจุดที่เราไหวดีกว่า ถ้าชอบความสมบูรณ์แบบและชอบวางแผนงาน แนะนำให้เขียนขั้นตอนไว้แล้วลุยเลย แต่ถ้าไม่ชอบความกดดันแบบหย่ง วิธีกำหนดคร่าวๆ นี้ก็ไม่เลวนะคะ
พูดถึงนางเอก “ฮั่วอี้หราน”
หย่งช่าง : คาแรกเตอร์ฮั่วอี้หราน จะเป็นคนที่ใช้ชีวิตง่ายๆ สบายๆ ไม่ชอบคิดอะไรซับซ้อน ไม่ชอบวางแผนล้ำลึกจนน่าปวดหัว เป็นสายลุยไปข้างหน้า บางเรื่องก็ซื่อจนทึ่ม คนประเภทนี้น่ารักนะคะ ไม่มีพิษภัยกับใคร ไม่ชอบวุ่นวายหรือคิดร้ายกับใครด้วย ขอแค่มีเป้าหมายก็จะมุ่งหน้าไปเต็มกำลัง
เรื่อง “มู่กั๋วหวางโฮ่ว” เขียนง่ายหรือยากกว่าเรื่องก่อนๆ
หย่งช่าง : หย่งคิดว่าง่ายขึ้นนะคะ เพราะเรื่องราวนี้มีตอนจบที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว ต่างจากเสี่ยวหวางเฟยที่ต้องวางรากฐานทุกอย่าง แต่ทำยังไงถึงจะเขียนนิยายที่ทุกคนรู้หรือเดาตอนจบออกมาให้ระหว่างทางน่าติดตาม ความแตกต่างและความยากอยู่ตรงนี้ค่ะ
ฉากไหนของเรื่องเขียนยากมากที่สุด
หย่งช่าง : ความสิ้นหวังของมู่ไป๋หลิวค่ะ การละทิ้งโชคชะตาและสิ่งที่ตัวเองเชื่อมาตลอดชีวิต เขาเชื่อว่าตัวเองถูกลิขิตมาแบบนี้ แต่สุดท้ายไม่เป็นอย่างที่หวัง หย่งมองว่าอารมณ์นี้ค่อนข้างน่าหดหู่
ได้ยินมาว่า “มู่กั๋วหวางโฮ่ว” เป็นภาคต่อของ ‘เสี่ยวหวางเฟย’ ใช่ไหมเอ่ย ถ้าไม่เคยอ่าน เสี่ยวหวางเฟย มาก่อนอ่านเรื่องนี้เลย จะเข้าใจไหม
หย่งช่าง : ใช่ค่ะ เป็นภาคต่อ ตัวละครเกี่ยวเนื่องกัน แต่หย่งเขียนแบบสามารถแยกอ่านได้นะ เข้าใจโดยไม่ต้องอ่านเสี่ยวหวางเฟยก็ได้ค่ะ
ตัวอย่างประโยคในเรื่องที่คิดว่าเด็ดโดนใจ จนทำให้นักอ่านตกหลุมรัก
หย่งช่าง : “เชื่อข้า ผู้ยอมแพ้คือผู้ที่ตายแล้วเท่านั้น หากหมดสิ้นหนทาง เราก็สร้างหนทางขึ้นมาเอง” หย่งคิดว่าเป็นประโยคนี้ค่ะ มันสื่อถึงฮั่วอี้หรานที่ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต และส่งต่อพลังบวกนี้ไปที่มู่ไป๋หลิว
อะไรที่อยากบอกกับนักอ่านผ่านนิยายเรื่องนี้
หย่งช่าง : อยากกล่าวถึงการเริ่มต้นใหม่ค่ะ ทุกคนสามารถเริ่มต้นใหม่กับชีวิตได้เสมอ ไม่มีคำว่าสายเกินไปเหมือนฝ่าบาทแคว้นมู่และสาวเทื้ออี้หรานไงคะ
ขอ 3 ให้กับนิยาย มู่กั๋วหวางโฮ่ว
หย่งช่าง : อ่าน-เถอะ-นะ อยากชวนมาอ่านจริงๆ ค่ะ
เห็นมีคนบอกว่านิยายแนวจีนโบราณเขียนยาก… สำหรับเราแล้ว คิดว่าจริงไหมคะ
หย่งช่าง : ทั้งจริงและไม่จริงค่ะ ทุกคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน บางเรื่องที่เราคิดว่ายาก คนอื่นอาจจะทำได้ง่ายๆ ก่อนอื่นต้องลงมือทำเสียก่อน เราถึงจะรู้ผลว่ายากหรือง่าย การเขียนก็เช่นกัน ถ้ารู้สึกว่ายากก็ต้องพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ หย่งเคยได้ยินประโยคที่ว่า ทุกคนต้องหัดเดินก่อนจะออกวิ่ง ซึ่งมันจริงมาก
เมาท์ถึงผลงานที่เรากำลังเขียนอยู่ตอนนี้
หย่งช่าง : ตอนนี้ที่เขียนก็จะมีแนวจีนโบราณเช่นเคย เพิ่มเติมมาคือแนววาย [Boy’s Love] ค่ะ ลงได้กี่ตอน อันนี้เรื่อยๆ ยังบอกแน่นอนไม่ได้ มีปัจจัยหลายอย่าง และการเขียนคือศิลปะอย่างหนึ่ง หย่งมองว่าต้องใช้เวลาสร้างสรรค์ (เข้าข้างตัวเอง) ความจริงแล้วหย่งค่อนข้างเขียนงานช้า ส่วนแผนส่งสำนักพิมพ์ หย่งมีคิวงานพอสมควรเลยเนื่องจากได้รับการติดต่อมาจากหลายสำนักพิมพ์ ขอบคุณมากๆค่ะ ที่สนใจงานเขียนของหย่ง
เขียนมาหลายแนว แต่ละแนวยากง่ายแตกต่างกันเยอะไหม
หย่งช่าง : อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ในคราวก่อนค่ะ หัดเขียนมาหลายแนว ตามความชอบในช่วงนั้นๆ ตั้งแต่แนววัยรุ่นกุ๊กกิ๊ก ความรักที่ไม่จำกัดเพศ อันนี้ทุกคนคงเดาออกแล้วล่ะว่าเป็นแนวบอยเลิฟ และแนวจีนโบราณ หย่งอยากเรียนรู้และพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆนะคะอนาคตอยากลองแนวผีๆ บ้างเหมือนกัน
แต่ละแนวยากยังไง สมัยก่อนนิยายวัยรุ่นชอบมีอีโมจิน่ารักๆ แสดงอารมณ์ของตัวละครในตอนนั้น หย่งก็นั่งแปลอีโมจิ นั่งคิด ใช้เวลากับอีโมจิมากกว่าการเขียนซะอีกเคยเขียนจบเรื่องนึงในสมุดค่ะ แต่ปัจจุบันกลับไปอ่านลายมือตัวเองแล้วอมยิ้ม อ่านยากมาก
ส่วนแนววาย อันนี้เหมือนเปิดทางโลกเข้าสู่ดินแดนกรุ้มกริ่ม มันไหลมาในหัวเองจริงๆค่ะ อธิบายไม่ถูก แต่ถ้าถามความยาก มันน่าจะยากที่เขียนยังไงไม่ให้ออกทะเล เพราะปัญหาหลักๆ คือการเขียนแล้วไปไกลจนหันกลับเข้าฝั่งไม่ได้
สุดท้ายที่แนวจีนโบราณ น่าจะเป็นเรื่องสำนวนการเขียนค่ะ หย่งใช้วิธีอ่านให้มาก เกี่ยวกับวัฒนธรรม สำนวน ตำนานเรื่องเล่า หลายๆอย่างประกอบกัน
คิดว่าอะไรที่ทำให้ “หย่งช่าง” ประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้
หย่งช่าง : สนุกกับสิ่งที่เรากำลังทำค่ะ สิ่งที่เราเขียนออกมา ถ้าเราอ่านแล้วคิดว่าสนุก อาจจะมีคนชอบเหมือนเราก็ได้ ที่สำคัญอย่าคาดหวังสูงมากเกินไปค่ะ หย่งไม่คาดหวังว่างานหย่งจะประสบความสำเร็จทุกชิ้นนะ หวังเล็กๆไว้แค่เขียนแล้วมีคนชอบ คนอ่านมีความสุขกับสิ่งที่เราเขียนก็มีความสุขแล้ว
ส่วนเพราะอะไรคนอ่านถึงชอบ น่าจะเพราะหย่งเขียนนิยายสไตล์ขำขัน เฮอา ไม่เครียด อ่านได้ทุกวัยค่ะ
ขอคำแนะนำให้น้องๆ ที่อยากเขียนนิยายแนวจีนโบราณ
หย่งช่าง : พื้นฐานสำคัญของนักเขียนคือการอ่านค่ะ ยิ่งเราอ่านมาก เรายิ่งรู้มาก ทุกอย่างอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ
ก่อนจากกันไป มาฝากผลงาน และกล่าวอะไรถึงชาวเด็กดีหน่อย
หย่งช่าง : หย่งเป็นคนหนึ่งที่ชอบเข้าบอร์ดนักเขียน แต่เข้าไปอ่าน ไม่ได้แสดงความคิดเห็น บ่อยครั้งที่เห็นคือกระทู้เกี่ยวกับลงนิยายไม่ค่อยมีคนอ่าน ไม่ค่อยมีคอมเมนท์ หย่งเข้าใจดีนะว่ารู้สึกยังไง แน่นอนว่าหลายคนเคยผ่านสถานการณ์นี้มาแล้ว แต่อยากให้ทุกคนอย่าท้อสักวันเราอาจจะถึงเส้นชัยเหมือนคนอื่นก็ได้นะคะ
สุดท้าย ขอฝาก เสี่ยวหวางเฟย หนึ่งดวงใจสามชาติภพ ,มู่กั๋วหวางโฮ่ว หนึ่งปรารถนาวาสนารัก ซึ่งเป็นนอร์มอลแนวจีนโบราณ ผิดพลาดอย่างไรต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า และขอฝากนิยายวายที่หย่งเขียนด้วยนะคะ
ติดตามดูผลงานได้ที่ My ID หย่งช่าง
ขอบคุณค่ะบ๊ายบาย~
********************************
จบกันไปแล้วนะคะ สำหรับการพูดคุยกับหย่งช่างในวันนี้ พี่หญิงต้องขอขอบคุณหย่งช่างมากๆ เลยที่สละเวลามาให้สัมภาษณ์กับทางเรา พี่หญิงหวังว่าจะเป็นประโยชน์และสร้างแรงบันดาลในดีๆ ในน้องๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ สุดท้ายนี้ก่อนจากลากันไปพี่หญิงขอทิ้งท้ายฝากถึงน้องๆ ชาวเด็กดีที่อยากเป็นนักเขียนไว้นิดนึงว่า... ให้สนุกกับสิ่งที่เราทำค่ะ เพราะอย่างที่หย่งช่างได้กล่าวเอาไว้ว่า ถ้าเราอ่านแล้วสนุก คนอื่นที่อ่านก็อาจจะสนุกเหมือนเราก็ได้!
วันนี้พี่หญิงขอลาทุกคนกันไปก่อน เจอกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีค่ะ
พี่หญิง





2 ความคิดเห็น
จะบอกว่าอ่านทุกเรื่องของไรซ์เลย ชอบสำนวนการเขียนมาก สัญญาเราจะติดตามผลงานทุกเรื่องเลย
ปล.จากนักอ่านที่เคยเป็นเงา