เรื่องของ​เด็กชายที่ไม่มีวันโต! 13 เรื่องพิเศษที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับปีเตอร์ แพน []

แท้จริงแล้ว ปีเตอร์แพนไม่ใช่ฮีโร่ เผลอๆ อาจเป็นตัวร้ายด้วยซ้ำ
939 2

เรื่องของเด็กชายที่ไม่มีวันโต!
13 เรื่องพิเศษที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ ปีเตอร์ แพน 

 
สวัสดีค่ะ ชาวนักเขียนนักอ่านเด็กดีทุกคน แอดมินมั่นใจว่า ไม่มีใครไม่รู้จัก “ปีเตอร์ แพน” เด็กหนุ่มวัย 13 ที่มีพรสวรรค์พิเศษไม่เหมือนใครคือไม่รู้จักโตและสามารถบินได้ เชื่อว่าตอนเป็นเด็ก ต้องมีหลายคนที่คิดเหมือนแอดมิน นั่นคือ อยากใช้ชีวิตแบบปีเตอร์ แพน ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องเรียนหนังสือ ไม่ต้องคิดมาก อยากไปไหนก็ได้ไป แถมยังได้เป็นเด็กตลอดกาล ไม่ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ได้ผจญภัย ได้เจอโจรสลัด ได้เจอนางเงือก ได้อยู่ในดินแดนที่ไม่มีใครเคยไปถึงอย่าง “เนเวอร์แลนด์” 
 
เรื่องราวของปีเตอร์ แพน เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1866 ขณะนั้น เจ. เอ็ม. แบร์รี่ นักเขียนเจ้าของเรื่อง เป็นลูกคนเล็กจากพี่น้องทั้งหมด 10 คน อยู่ในวัย 6 ขวบ ตอนนั้นเอง เดวิด พี่ชายคนโตของครอบครัวเสียชีวิตในอุบัติเหตุ แม่ของแบร์รี่เสียใจจนช็อก ระหว่างช่วงเวลานั้น ตัวเจ. เอ็ม. แบร์รี่ หรือชื่อต้นคือ เจมส์ ตัดสินใจเลียนแบบพฤติกรรมของเดวิด พี่ชาย ใส่เสื้อผ้าของเขา พูดจาเหมือนกัน เดินเหินเหมือนกันทุกอย่าง จนกระทั่งอายุครบ 13 (เท่ากับอายุที่เดวิดเสียชีวิต) ความสูงของแบร์รี่ไม่เพิ่มขึ้นอีกเลย (เขาสูงแค่ 5 ฟุตเท่านั้น) สิ่งที่น่าแปลกอีกเรื่องก็คือ หนวดเคราของเขาก็ไม่ขึ้นจนอายุ 24 มิหนำซ้ำรูปร่างยังผอมบางและเสียงก็ไม่แตกหนุ่มด้วย สิ่งที่ได้พบเจอ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้แบร์รี่เขียนหนังสือเกี่ยวกับ “ปีเตอร์ แพน” เด็กชายผู้ไม่มีวันโต (อ่านเรื่องราวเต็มๆ ของปีเตอร์ แพนได้ในบทความ รู้มั้ย ปีเตอร์แพนมีตัวตนจริงๆ นะ
 
หลังจาก ปีเตอร์ แพนออกวางขาย ผลงานเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก พ่อแม่นิยมอ่านให้ลูกๆ ฟังก่อนนอน ชื่อของเจ. เอ็ม. แบร์รี่ก็เริ่มติดหูในที่สุด ต่อมาดิสนี่ย์ได้ซื้อลิขสิทธิ์ปีเตอร์ แพน ไปสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูน โดยได้มีการปรับพล็อตในบางส่วนให้แฟนตาซีมากขึ้น และเนื้อหาเข้ากับเด็กๆ มากขึ้น แน่นอนว่าปีเตอร์ แพน เวอร์ชั่นนี้ได้รับความนิยมมาก และทำให้คนดูติดภาพไปโดยปริยาย จนหลายๆ คนอาจจะลืมนึกไปว่า ปีเตอร์ แพนนั้นมีเวอร์ชั่นต้นฉบับด้วย  
 
ในวันนี้ เราก็เลยรวบรวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับปีเตอร์ แพน เวอร์ชั่น ต้นฉบับมาให้อ่านกันเพลินๆ ค่ะ สำหรับแอดมินแล้ว คิดว่าเวอร์ชั่นต้นฉบับและเวอร์ชั่นการ์ตูนต่างก็มีเสน่ห์ไปคนละแบบ แต่ถ้าให้เลือก ขอเลือกเวอร์ชั่นต้นฉบับแล้วค่ะ เพราะมันสมจริงดี แถมผสมความดาร์กหน่อยๆ ด้วย 
   
เรื่องของ​เด็กชายที่ไม่มีวันโต! 13 เรื่องพิเศษที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับปีเตอร์ แพน
เด็กชายผู้ไม่มีวันโต อาศัยอยู่ในเนเวอร์แลนด์
 
1 ศัตรูตัวจริงของปีเตอร์ แพน ไม่ใช่กัปตันฮุกอย่างที่ทุกคนคิด แต่เป็นตัวปีเตอร์ แพนเองต่างหาก เจ. เอ็ม. แบร์รี่ สร้างกัปตันฮุกเป็นศัตรูชั่วคราวเท่านั้น และตอนจบของเรื่อง กัปตันฮุกก็ถูกปีเตอร์ แพน ฆ่าตาย
 
2 หลายคนดูการ์ตูนแล้วเชื่อว่าเนเวอร์แลนด์หรือนิรปฐพีเป็นสถานที่ที่หยุดอายุของทุกคนไว้ แต่ความจริงแล้ว ไม่ใช่แบบนั้น มีแค่เพียงกลุ่มลอสต์บอยหรือเด็กหลงทาง ที่เจริญเติบโตช้ากว่าคนทั่วไป เพราะอยู่ภายใต้การดูแลของปีเตอร์ แพน แต่สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในเนเวอร์แลนด์ ไม่ว่าจะเป็นกัปตันฮุก อินเดียนแดง หรือแม้แต่ทิงเกอร์เบลเอง มีอายุมากขึ้นและตายตามอายุขัย (อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้ว เว็นดี้ได้พากลุ่มเด็กหลงทางกลับสู่โลกความเป็นจริง ทุกคนมีงานทำ และเติบโตขึ้นกลายเป็นคนปกติ)  
 
3 ปีเตอร์ แพน คือตัวละครที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพี่ชายแท้ๆ ของเจ. เอ็ม. แบร์รี่ ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุการเล่นไอซ์สเก็ตก่อนวันเกิดปีที่ 14 แม่และตัวแบร์รี่เองทำใจไม่ได้ที่เดวิดตายจากไป จึงเชื่อฝังใจเรื่อยมาว่า... เดวิดคือ เด็กชายที่ไม่มีวันโต และต่อมา ความเชื่อนี้ผลักดันให้แบร์รี่เขียนเรื่องปีเตอร์ แพน ออกมา
 
4 เป็นที่รู้กันดีว่าปีเตอร์ แพน หยุดอายุไว้ที่ 13 ปี แต่การผจญภัยของเขาเริ่มต้นตั้งแต่เขาอายุได้เพียง 7 วัน ขณะนั้น ปีเตอร์ แพน เป็นเพียงเด็กทารก เมื่อแอบได้ยินพ่อกับแม่บ่นเรื่องความลำบากของชีวิต เขาก็หนีออกจากหน้าต่าง และออกจากบ้านไปใช้ชีวิตอยู่ที่เนเวอร์แลนด์ 
 
เรื่องของ​เด็กชายที่ไม่มีวันโต! 13 เรื่องพิเศษที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับปีเตอร์ แพน
ปีเตอร์ แพนและทิงเกอร์เบล แฟรี่ประจำตัวในช่วงเวลาหนึ่ง
 
เรื่องของ​เด็กชายที่ไม่มีวันโต! 13 เรื่องพิเศษที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับปีเตอร์ แพน ปีเตอร์ แพน และเว็นดี้ เด็กหญิงมนุษย์ เวอร์ชั่นการ์ตูน
 
5 ใครๆ ที่ดูการ์ตูนก็จะมองว่าปีเตอร์ แพนเป็นฮีโร่ เท่และเก่ง แนวคิดนี้ก็ถูกในส่วนหนึ่ง แต่ถ้ามองอีกแง่ ปีเตอร์ แพนไม่ต่างจากฆาตกรที่ฆ่าคนเพื่อความสนุกส่วนตัว ทั้งๆ อายุแค่ 13 ปี แต่กลับไม่มีหัวใจของเด็กๆ แม้แต่น้อย ในต้นฉบับของแบร์รี่ ปีเตอร์ แพนมักจะคอยมองหาศัตรูใหม่ๆ อยู่เสมอ และพร้อมที่จะฆ่าเหยื่ออย่างเลือดเย็น โดยไม่ได้รู้สึกสงสารเหยื่อแม้แต่น้อย อย่างเช่นพวกโจรสลัด ก็ถูกเขาและพรรคพวกฆ่าจนหมด สิ่งเดียวที่ปีเตอร์ แพนสนใจคือ ชัยชนะและความสะใจส่วนตัว เมื่อจบภารกิจหนึ่ง เขาก็ลืมทุกอย่าง และตั้งหน้าตั้งตาเริ่มภารกิจใหม่ทันที 
 
6 เจ. เอ็ม. แบร์รี่ ได้แรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องของกัปตันฮุกและเจ้าติ๊กต้อก จระเข้กินนาฬิกาจากกัปตันอาฮับและโมบี้ดิ๊ก (โมบี้ดิ๊ก คือนวนิยายของ เฮอร์มัน เมลวิลล์ ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 1851 เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางผจญภัยของกะลาสีชื่อ อิชมาเอล และกัปตันเรือชื่อ อาฮับ อาฮับติดตามหาวาฬชื่อ โมบี้ดิ๊ก เป็นวาฬสีขาวขนาดมหึมาที่ดุร้ายมาก เนื่องจากต้องการแก้แค้น เพราะในการเจอกันครั้งล่าสุด เจ้าวาฬยักษ์ทำลายเรือของเขาจนย่อยยับ และยังกัดขาเขาจนขาด - - กัปตันฮุกโดนกัดมือขาด)  
 
7 ในต้นฉบับแรก ปีเตอร์ แพนมีความสามารถพิเศษ สามารถบินได้อย่างอิสระเสรี แต่ต่อมา หลังจากหนังสือวางแผง กลับกลายเป็นว่า... มีเด็กๆ พยายามบินตามปีเตอร์ แพน และประสบอุบัติเหตุกันเป็นจำนวนมาก ทำให้เจ. เอ็ม. แบร์รี่ ต้องแก้ปัญหาด้วยการปรับพล็อต ให้ปีเตอร์ แพนบินได้เพราะได้รับผงแฟรี่จากทิงเกอร์เบล
 
8 สีประจำของปีเตอร์ แพน คือสีเขียว แต่ในหนังสือ เขียนบรรยายไว้ว่า ปีเตอร์ แพน สวมเสื้อผ้าที่ทำจากใบไม้ตามฤดูกาล ทำให้เสื้อผ้าของเขามีสีสันนานาชนิด ทั้งน้ำตาล แทน ส้ม และเขียว แล้วแต่ใบไม้ในช่วงนั้นๆ 
 
เรื่องของ​เด็กชายที่ไม่มีวันโต! 13 เรื่องพิเศษที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับปีเตอร์ แพน
ปีเตอร์ แพน พาเด็กๆ ผู้ติดตามบินไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
 
เรื่องของ​เด็กชายที่ไม่มีวันโต! 13 เรื่องพิเศษที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับปีเตอร์ แพน
ปีเตอร์ แพน ยืดเรือของกัปตันฮุก
 
9 กัปตันฮุกไม่ใช่ชื่อจริงของเจ้าตัว ประวัติสั้นๆ ที่เจ. เอ็ม. แบร์รี่ เขียนเอาไว้ก็คือ ชายคนนี้เข้าเรียนที่อีตั้นในอังกฤษ และต่อมาได้กลายเป็นกัปตันเรือ จนจับพลัดจับผลูมาเป็นโจรสลัดในที่สุด ฮุก เป็นฉายาของเขา หมายถึง “ตะขอ” ที่ใส่ไว้ที่ข้อมือ หลังจากโดนจระเข้กัดกินมือไป 
 
10 ก่อนที่เจ. เอ็ม. แบร์รี่ จะเขียนเรื่องปีเตอร์ แพนออกมา ตัวละครตัวนี้เคยปรากฏในผลงานก่อนหน้าของเขามาแล้ว เรื่อง The Little White Bird ในปี ค.ศ. 1902 (ก่อนหน้าปีเตอร์ แพนตีพิมพ์สองปี) 
 
11 นักวิจารณ์เชื่อว่า ความจริงแล้ว ตัวละครหลักที่ควรถูกยกย่องว่าเป็นฮีโร่ ไม่ใช่ปีเตอร์ แพน แต่เป็นเว็นดี้ เธอคือนางเอกคนเก่งและฮีโร่ ที่มาช่วยปลดปล่อยเด็กหลงทางจากปีเตอร์ แพน 
 
12 หลังจากเขียนเรื่องปีเตอร์ แพนแล้ว เจ. เอ็ม. แบร์รี่ ได้เบนเข็มมาเขียนนิยายแนวผู้ใหญ่แทน... บางที การได้ปลดปล่อยเรื่องสมัยเด็ก อาจทำให้เขาเติบโตและกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว
 
13 สมี ผู้ซื่อสัตย์คอยรับใช้กัปตันฮุก เป็นโจรสลัดหนึ่งในสองคนที่รอดชีวิตจากการต่อสู้กับปีเตอร์ แพน แบร์รี่เขียนบทสรุปไว้ว่า สมีได้เดินทางไปทั่วโลก และขายของที่ระลึกจากเนเวอร์แลนด์ แถมยังคอยเล่าเรื่องเจมส์ ฮุก หรือกัปตันฮุกให้ใครต่อใครฟังไปทั่วด้วย 
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี 
  
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
https://list25.com/25-facts-about-peter-pan-you-probably-did-not-know/ 
https://www.today.com/popculture/13-things-you-need-know-about-peter-pan-live-1D80336581 
http://ew.com/article/2014/12/04/peter-pan-live-guide/ 
https://en.wikipedia.org/wiki/Peter_Pan 
https://www.tripsavvy.com/peter-pans-flight-4087797 
https://www.psychologytoday.com/us/blog/how-do-life/201605/the-peter-pan-syndrome 
https://www.dek-d.com/writer/38475/ 
 
เรื่องของ​เด็กชายที่ไม่มีวันโต! 13 เรื่องพิเศษที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับปีเตอร์ แพน
#นิยาย #นักเขียน #ปีเตอร์ แพน #เจ. เอ็ม. แบร์รี่ #วรรณกรรมเยาวชน #เทพนิยาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

1 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ฆ่าคนแล้วลืมเรื่องที่ทำนี่มันเหมือนเป็นโรคอะไรสักอย่างรึเปล่าคะ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        เกย์อักษรฯเอกปรัชญา
        Guest IP
        #1-1

        คิดว่าเป็นปกตินะ เพราะกัปตันฮุกเป็นศัตรูในจินตนาการในเนเวอร์แลนด์ หากไม่จัดการมันก่อนมันก็จะจัดการปีเตอร์แพน หรือไม่ก็ตัวละครก็จะต้องวิ่งไล่ล่าล้างแค้นกันอยู่นั่นแหละไม่จบสักที แล้วถ้าจำไม่ผิดเราคิดว่าปีเตอร์แพนไม่ได้ฆ่ากัปตันฮุกอย่างเลือดเย็นแต่เป็นลักษณะอุบัติเหตุ!? มั้ง!?

        (แต่ละเวอร์ชั่นไม่เหมือนกัน ในบทความนี้อารมณ์ประมาณว่าไปขุดดูประวัติศาสตร์เอกสารก่อนจะมาเป็นหนังสืออ่านเล่นสำหรับเด็กและผู้ใหญ่)


        เราคิดว่าเรื่องนี้สื่อให้เห็นถึงว่าการขีดเส้นแบ่งระหว่างความเป็นเด็กกับความเป็นผู้ใหญ่นั้นใช้ไม่ได้ เพราะการเติบโตของมนุษย์นั้นต่อเนื่องยากที่จะขีดเส้นตัดง่ายๆ หรือความเป็นมนุษย์ในแง่การเติบโตนั้นซับซ้อนละเอียดอ่อนเกินกว่าที่จะแปะป้ายว่าใครเป็นเด็กไม่โต


        ปิเตอร์แพนไม่ใช่ว่าไม่เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่นะ หากมีคนมองว่าการจะเป็นผู้ใหญ่

        ได้ต้องเจริญเติบโตทางร่างกายเท่านั้นมันก็ตลกเชิญยิ้มไปหน่อย เราจะตัดสินมนุษย์ว่าใครเป็นผู้ใหญ่จากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูใหญ่โตแค่นั้นเองหรือ?? หากคุณลองมองว่าความเป็นผู้ใหญ่อยู่ที่คุณค่าภายในใจ เราจะพบว่าปีเตอร์แพนเติบโตขึ้นทางใจในหลายๆแง่


        เขาเป็นเด็กรักความยุติธรรมเพราะว่าตอนที่ปะทะฟันดาบกับกัปตันฮุก กัปตันฮุกพลาดท่าดาบตกลงพื้นแต่ปีเตอร์แพนไม่ถือโอกาสปลิดชีพกัปตันฮุกเสียเดี๋ยวนั้น เขากลับให้โอกาสกัปตันฮุกได้เก็บดาบและเริ่มการต่อสู้ใหม่ เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าปีเตอร์แพนเป็นคนรักความยุติธรรม


        ปีเตอร์แพนไม่ใช่เด็กที่ยึดติดกับอดีต ไม่ยอมลืมอดีต เพราะในตอนท้ายของเรื่อง ตอนที่เวนดี้ถามถึงการผจญภัยในเนเวอร์แลนด์แล้วเขาบอกว่าลืมไปแล้ว ในจุดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่บทพูดถูกจัดให้โผล่มาตอนท้าย วรรณคดีเรื่องนี้ต้องการแสดงให้ผู้อ่านเห็นว่าหากผู้อ่านคิดว่าปีเตอร์แพนไม่โตขึ้นเพราะไม่ลืมอดีตนั้น ท่านผู้อ่านสมองตื้นมองโลกง่ายๆผิดเพี้ยนไปเสียแล้ว


        อย่างไรก็ตามปีเตอร์แพนไม่ยอมลืมเรื่องที่ตัวเองเป็นเด็กถูกทอดทิ้งทางใจ โดยเฉพาะการถูกทิ้งโดยคุณแม่ เพราะในตอนท้ายของเรื่อง วรรณศิลป์ที่ใช้คือการเล่าฉากที่เวนดี้ซึ่งเจริญเติบโตพร้อมเป็นแม่คน ได้เข้าโอบกอดปีเตอร์แพน แต่ปีเตอร์แพนปฏิเสธความเป็นแม่พร้อมที่จะให้ของเวนดี้ โดยการผละตัวออกจากเวนดี้ นอกจากนี้ยังมีการเล่าฉากหน้าต่างชั้นบนของบ้านที่คุณแม่จะดูแลโดยการเปิดมันไว้ตลอดเวลาเพื่อรอให้พวกเด็กคนอื่นๆที่บินไปกับปีเตอร์แพนได้กลับมาทางหน้าต่าง ฉะนี้แล้วการเปิดอ้าหน้าต่างไว้ตลอดเวลาเป็นสัญลักษณ์ของหัวใจของคนเป็นแม่ที่รอคอยลูกๆกลับมาและพร้อมจะให้ความอบอุ่นตลอดเวลา


        เรื่องการถูกทอดทิ้งทางใจตั้งแต่ยังเด็กของปีเตอร์แพนเป็นเพียงเรื่องเดียวที่เขาไม่ยอมลืม ฉะนี้แล้วจึงเกิดคำถามว่าทำไมต้องเป็นเรื่องนี้เรื่องเดียวที่เขาจะไม่ยอมลืม?? คำตอบที่เป็นไปได้ก็คือการถูกทอดทิ้งทางใจโดยคุณแม่เป็นเรื่องอยุติธรรมที่ลืมไม่ได้ เขาต้องจำไว้เพื่อคงความหมายในชีวิตว่าประสบการณ์แง่นี้มันเลวร้ายและหาได้ยุติธรรมไม่ เพื่อดำรงความหมายของชีวิตมนุษย์ว่าคนเราควรจะไม่ลืมน้ำตาจากการถูกทอดทิ้งทางใจและต้องต่อสู้เพื่อความยุติธรรมต่อไป


        ปัจจุบันนี้ปรัชญาเฟมมินิสต์พัฒนามามากพอจะเปิดพื้นที่ใหม่ให้เกิดเป็นปรัชญาครอบครัวอันจะตั้งคำถามถึงสิทธิเด็กที่จะได้รับความรักความอบอุ่นจากผู้ใหญ่ในวัยเด็กและการบังคับใช้สิทธิดังกล่าวจะทำได้อย่างไรเมื่อเด็กโดนพ่อแม่ละเมิดสิทธิที่จะได้รับความรักความอบอุ่น!?


        เด็กโดนพ่อแม่ทิ้งทั้งหลายอย่ายอม!!


        ขอบคุณที่อ่านจนจบนะ


        ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป