มิติใหม่แห่งการเขียนนิยายอาชญากรรม...นักเขียนลงมือฆ่าคนจริงๆ
สวัสดีค่ะชาวนักเขียนเด็กดีทุกคน เคยมีนักเขียนชื่อดังหลายคนกล่าวไว้ว่า การจะเขียนนิยายให้นักอ่านอินได้นั้น ต้องเริ่มต้นจากการที่ตัวนักเขียนอินเองก่อน ซึ่งพี่น้ำผึ้งเองก็เห็นด้วยกับคำพูดที่ว่านี้นะคะ เพราะถ้าหากเราสนุกไปกับมัน นักอ่านเองก็จะสนุกด้วย และพี่เองก็เชื่อเหลือเกินว่านักเขียนส่วนใหญ่มักนำประสบการณ์ของตัวเองมาเขียนเพื่อเพิ่มระดับความอินให้นักอ่านไปอีก! รวมทั้งนาย Liu Yongbiao นักเขียนนิยายชื่อดังชาวจีนที่ได้รับรางวัล เพราะเขาคนนี้ได้แรงบันดาลใจในการเขียนนิยายจากการฆ่าคนจริงๆ อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ ชายผู้นี้ได้ลงมือ “ฆ่าคน 4 คน” เพื่องานเขียนที่ได้รางวัลของตัวเอง!
ในคำนำของหนังสือเรื่อง “The Guilty Secret” ที่ตีพิมพ์ในปี 2010 ของนักเขียน Liu Yongbiao เขาได้เปิดเผยถึงความรู้สึกและแรงปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับนักเขียนหญิงทรงเสน่ห์ที่ได้ทำการหลบหนีจากการจับกุมเพราะเธอได้ก่อเหตุฆาตกรรมเป็นจำนวนมาก
“ผมได้ไอเดียนี้หลังจากที่อ่านนิยายสืบสวนบางเรื่องแล้วก็ดูรายการอาชญากรรมต่างๆ รวมทั้งภาพยนตร์” นาย Liu เขียน “ผมเรียกมันว่า นักเขียนสวยผู้ฆ่า (The Beautiful Writer who Killed)”
แต่สิ่งที่ถูกสันนิษฐานว่าเป็นเพียงแค่คดีอาชญากรรมสมมุติได้กลายเป็นความจริง เมื่อนาย Liu วัย 53 ปีถูกจับกุมด้วยข้อหาปล้นและฆ่าคนสี่คนเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน แหล่งข่าวเว็บไซต์ The Paper รายงานว่า นาย Liu ถูกจับกุมในเช้าวันศุกร์ของปี 2017 ที่บ้านของเขาในเขตนานลิง มณฑลอานฮุย
“ผมรอคุณที่นี่มาเป็นเวลานานแล้ว” นาย Liu กล่าวกับตำรวจทันทีที่พวกเขาบุกมาถึงบ้านของเขา

เมือง Huzhou ที่นักเขียนได้ก่อเหตุฆาตกรรม
การสังหารที่น่าสยดสยองเกิดขึ้นที่โฮสเทลในคืนเดือนพฤศจิกายนปี 1995 ในเมือง Huzhou จังหวัดเจ้อเจียง ตามรายงานจากหนังสือพิมพ์ China Daily เจ้าหน้าที่สองคนกล่าวว่ามีชายสองคนที่พูดสำเนียงอานฮุยเข้าพักที่ห้องพัก ทั้งคู่มีพฤติกรรมแปลกๆ ก่อนก่อเหตุอุกอาจด้วยการปล้นแขกคนอื่นๆ
แต่เมื่อแขกคนหนึ่งที่ชื่อว่า Yu จับพวกเขาได้ ชายสองคนก็พูดว่า “เราต้องฆ่ามัน!” ดังนั้นเพื่อปกปิดอาชญากรรมที่ก่อขึ้น พวกเขาจึงตัดสินใจฆ่าแขกผู้เข้าพักทั้ง 4 คนก่อนจะวิ่งหนีออกไปจากโฮสเทล หลังจากนั้นตำรวจในมณฑลอานฮุยได้เริ่มต้นสืบสวนการฆาตกรรมนี้ แต่ก็หยุดไปเพราะมันยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร

หนังสือเรื่อง The Guilty Secret
ในช่วงเวลาอันยาวนานกว่าสามทศวรรษที่นาย Liu ประสบความสำเร็จในฐานะนักเขียน ในปี 2013 เขาได้รับการยอมรับจากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศจีนอย่างเป็นทางการและได้รับรางวัลวรรณกรรมอันทรงเกียรติ งานเขียนที่ดังที่สุดของเขาคือนวนิยายรักโรแมนติกที่ถูกนำมาสร้างเป็นซีรี่ส์ฉายทางโทรทัศน์และมีความยาวถึง 50 ตอน! ก่อนที่เขาจะเริ่มต้นเขียนหนังสือกึ่งนวนิยาย กึ่งอัตชีวประวัติที่มีชื่อว่า The Guilty Secret และภาคสองที่กำลังเริ่มเขียนมีชื่อว่า The Beautiful Writer Who Killed ทุกอย่างดูกำลังเป็นไปได้สวย ไม่มีใครรู้ว่าเขาเคยฆ่าคนมาก่อน
ด้วยเทคโนโลยีตรวจ DNA สมัยใหม่ทำให้ตำรวจนำคดีนี้มารื้อฟื้นอีกครั้ง พวกเขาเริ่มต้นจากศูนย์ด้วยการพิสูจน์และวิเคราะห์ลายนิ้วมือคนกว่า 60,000 คน อย่างไรก็ตามทางตำรวจไม่ได้อธิบายวิธีสืบสวนชัดเจน แต่ในที่สุดการสืบสวนก็จบลงเมื่อมันนำมาสู่การจับกุมนาย Liu ในเวลาต่อมา และไม่นานนักนาย Wang Mouming ผู้สมรู้ร่วมคิดวัย 64 ปีก็ถูกจับได้ในเมืองเซี่ยงไฮ้

ภาพสเก็ตผู้ต้องสงสัย (ตัวนักเขียนและผู้สมรู้ร่วมคิด)

นาย Liu ถูกตำรวจจับกุม
ที่น่าประหลาด ดูเหมือนว่านาย Liu จะรับรู้ชะตากรรมของตัวเอง เขาได้เตรียมจดหมายหนึ่งฉบับไว้สำหรับภรรยาของเขา โดยเขียนว่า “ผมรอวันนี้มาเป็นเวลานาน 20 กว่าปีแล้ว แล้วตอนนี้มันก็มาถึงจุดจบสักที ตอนนี้ผมสามารถปลดปล่อยตัวเองจากความทุกข์ทรมานทางจิตวิญญาณที่มีมานานได้แล้ว”
และหนังสือพิมพ์ของจีนที่ชื่อว่า Legal Evening News ยังรายงานว่านาย Liu ได้บอกกับตำรวจว่า “หลายปีหลังจากการฆ่า ผมพบว่ามันยากที่จะนอนในเวลากลางคืนเพราะเอาแต่คิดถึงสิ่งที่ผมได้ทำลงไป”
แน่นอนว่าศาลได้สั่งตัดสินประหารชีวิตนักเขียนและผู้สมรู้ร่วมคิดเมื่อวันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม 2018 ที่ผ่านมา เป็นอันว่าจบความทุกข์ทรมานของเขาและปิดตำนานนักเขียนนิยายที่นำเรื่องจริงมาเขียน
คดีนี้ทำให้นึกถึงอีกคดีที่เกิดขึ้นโดยนักเขียนชายชาวดัชต์ชื่อ Richard Klinkhamer เขาลงทุนฆ่าภรรยาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายในปี 1991 ก่อนที่เขาจะพยายามส่งนิยายของเขาไปยังสำนักพิมพ์ต่างๆ แต่ก็ถูกปฏิเสธตลอด พล็อตเรื่องของเขาก็ประมาณว่า รวม 7 วิธีฆ่าภรรยาและนำศพของเธอไปให้นกพิราบกินเป็นอาหาร
เก้าปีหลังจากที่เธอหายตัวไป โครงกระดูกของเธอก็ถูกค้นพบอยู่ใต้บ้านเดิมของนาย Klinkhamer ก่อนที่เขาจะสารภาพว่าตนเป็นคนก่อเหตุฆาตกรรมเอง บทสรุปก็คือนักเขียนถูกศาลจำคุก 6 ปีก่อนที่หนังสือของเขาได้รับการตีพิมพ์ในภายหลัง...
พออ่านมาจนถึงบรรทัดนี้
พี่น้ำผึ้งก็อดคิดไม่ได้ว่าเราต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรอ?
จริงอยู่ที่ว่าการเขียนนิยายให้สนุกและให้คนอ่านอิน เราต้องเริ่มจากการเข้าไปอยู่ในเรื่องของเรา เป็นตัวละครนั้นๆ หรือแม้กระทั่งเขียนเกี่ยวกับตัวเรา เพราะนักเขียนทุกคนแตกต่าง ทุกคนมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง เราจึงสามารถสร้างสรรค์เรื่องราวต่างๆ ได้ ดังนั้นงานเขียนของนักเขียนแต่ละคนจึงมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักเขียนส่วนใหญ่มักนำประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นมาประยุกต์กับการเขียนนิยาย พวกเขารู้ว่า “การหยิบเรื่องจริงมาเขียน” เป็นจุดขายที่สามารถเอาชนะใจนักอ่าน พวกเขารู้ว่าการเขียนในสิ่งที่เคยประสบพบเจอย่อมทำให้นักอ่านสัมผัสได้ถึงการเรียลงมากกว่าการนั่งเทียนเขียนขึ้นเฉยๆ
แต่คำถามก็คือ “แล้วต้องเขียนเท่าไหนถึงจะพอดีล่ะ?” บางทีการลงมือฆ่าคน หรือทำในสิ่งที่ผิดศีลธรรมมันก็เกินความพอดี เพื่อแลกกับแรงบันดาลใจเล็กๆ น้อยๆ หรือความปรารถนาที่ต้องการให้นักอ่านอิน เราจำเป็นต้องทำลายชีวิตของคนบริสุทธิ์ด้วยหรือ? อย่าลืมว่ามันยังมีวิธีอีกมากมายที่ช่วยให้เราอินไปกับงานเขียนของเราโดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปฆ่าใครหรือทำลายชีวิตคน
น้องๆ ลองดูจากนักเขียนสืบสวนหลายคนที่ประสบความสำเร็จดูสิคะ ทั้ง “เซอร์ อาเธอร์ โคนัน ดอยล์” เจ้าของผลงานนวนิยายเชอร์ล็อค โฮล์มส์สุดคลาสสิค หรือแม้แต่ราชินีนักเขียนสืบสวนอย่าง “อากาธ้า คริสตี้” เองก็ไม่ได้ลงทุนฆ่าใครเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเขียนนิยาย แต่ทั้งคู่ก็ดังเป็นพลุแตกได้ เพราะงั้นในฐานะนักเขียนเด็กดี ถ้าหากเราต้องการเขียนนิยายให้นักอ่านอิน เราก็ควรอยู่ในขอบเขตที่พอดีนะคะ ไม่ต้องทำอะไรรุนแรงขนาดนั้น เพราะแท้จริงแล้ว...แรงบันดาลใจอยู่รอบตัวเราต่างหาก
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
http://swordandscale.com/a-writers-guilty-secret/
https://www.theguardian.com/world/2017/aug/16/guilty-secret-chinese-writer-arrested-cold-case-murders
https://www.newsweek.com/crime-writer-who-killed-people-and-used-own-murders-write-novels-sentenced-1049955?utm_medium=Social&utm_source=Twitter&utm_campaign=NewsweekTwitter
http://www.fawan.com/2017/08/15/377606t185.html
https://www.dutchnews.nl/news/2007/10/novelists_real_murder_book_hit/



9 ความคิดเห็น
น่ากลัวจริงๆ แต่ก็น่าเอามาทำเป็นพล็อตนิยายนะคะ ขอบคุณสำหรับบทความน่าสนใจค่ะ
ยินดีค่ะ
เขียนนิยายแบบนี้ก็ได้เหรอ
ถ้าเราเขียนฉากที่นางเอกกำลังจะกระโดดน้ำตายที่สะพานพระราม 9
เราต้องทำแบบนั้นเพื่อความสมจริงด้วยไหม
หูยย ไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก เอาพอประมาณๆ พออ
คนบางคนก็ดูจะมีความคิดสุดโต่งจนเกินไป...
อันที่จริง มันไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นนักเขียนเท่านั้นหรอกค่ะ เรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับสติและการเลี้ยงดู รวมถึงการอบรมที่เขาได้รับกันมา ซึ่งในบางรายอาจจะมีเหตุการณ์แวดล้อมอะไรที่มันลึกลับซับซ้อนกว่านี้...คิดว่าพวกเขาอาจจะมีกระบวนการคิดที่ต่างจากคนทั่วไปเล็กน้อย อารมณ์เหมือนคนที่ดูละครแล้วแยกระหว่างตัวละครกับตัวนักแสดงไม่ออก จนเกิดเหตุการณ์ตามด่านักแสดงเป็นว่าเล่น (แต่แน่นอนว่ากรณีนักเขียนลงทุนฆ่าคนนี่เป็นขั้นกว่าจนเกือบจะขั้นสูงสุดแล้ว)
ไม่ใช่แค่การเขียน แต่การใช้ชีวิตทุกช่วงมันต้องมีสติค่ะ
อันนี้เห็นด้วยมากๆ ค่ะ ยังไงการเลี้ยงดูก็ impact สุดๆ และเราก็ควรมีสติในการดำเนินชีวิตด้วย
ซ่อนเงื่อนมากเลยฮะ
อย่างกับนิยายซ้อนในนิยายอีกที
เป็นงี้แฟนคลับนิยายน่าจะช็อกน่าดูเลย
การแยกแยะความเป็นจริงกับความฝันที่เลือนลาง ที่เล็กน้อยลง
เมื่อมันเริ่มหลอมรวมกัน ก็จะแยกแยะไม่ได้ระหว่างความเป็นจริงกับความฝันนั้น
เพียงเพราะการขาดสติ การยับยั้งชั่งใจและปัจจัยแวดล้อมทั้งหลาย
แต่พวกเขายังมีสิ่งที่น่ายกย่องอยู่อย่างหนึ่ง
คือพวกเขายังมีผลงานในการสรรสร้างนิยายที่ดี หากไม่นับการฆ่าคนเพื่อสานความฝัน
กระผมมองโลกแบบเป็นกลาง ไม่ได้ดี ไม่ได้เลวร้าย แต่มองว่า โลกเป็นสิ่งที่มันควรจะเป็น
ไม่ได้มองเพียง 1 บุคคลแล้วตัดสินทั้งโลก หรือ มองโลกแล้วตัดสินคน
เส้นทางเดินมีมากมาย ทำไมต้องเลือกเส้นทางที่รู้จุดจบอันเลวร้ายของตน
.
'แมวขาว แมวดำ หากจับหนูได้ก็เป็นแมวดีทั้งนั้น!'
โจโฉ
ดีจังประเทศจีน ยี่สิบกว่าปีคดีไม่หมดอายุความ ผู้ร้ายต้องหนีตลอดชีวิต
สติแตกไปแล้วรึไง บ้านเมืองมีขื่อมีแปนะ
แทนที่จะบอกว่ามันเป็นแรงบันดาลใจ...เราว่างานเขียนชิ้นนั้นเป็นการสารภาพบาปมากกว่า...
หรือไม่ก็เป็นการเย้ยตำรวจว่าฆาตกรในคดียังลอยนวลอยู่...พวกแกช่างไม่มีน้ำยาเอาซะเลย!
เอาพล็อตนี้ไปเขียนนิยายดีไหมหว่า?