แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ 5 เรื่องช็อกโลกที่นักเขียนดังทำกัน []

แม้กระทั่งโคนัน ดอยล์ผู้สร้างเชอร์ล็อค โฮล์มส์ยังเป็นไปกับเขาด้วย...
7,304 0

แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ 
5 เรื่องช็อกโลกที่นักเขียนดังทำกัน

สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน วันนี้พี่น้ำผึ้งมีเรื่องเด็ดๆ ที่เกี่ยวกับนักเขียนคนดังระดับโลกมาฝากกันค่ะ อย่างที่รู้กันดีว่านักเขียนนั้นเป็นอาชีพที่มหัศจรรย์ พวกเขามีความสามารถในการสร้างโลกอันยิ่งใหญ่และพาตัวละครออกมาโลดแล่นจนเข้าไปอยู่ในใจนักอ่าน พวกเรารู้จักนักเขียนผ่านหนังสือของเขา แต่น้อยคนนักที่จะได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา ใครจะเป็นรู้ล่ะว่านักเขียนดังๆ เองก็มีมุมแปลกๆ บ้าหลุดโลก หรือแม้แต่ความคิดสุดยอดซึ่งทำให้พวกเขาทำในสิ่งที่บ้าคลั่งที่สุด! ว่าแล้วเราก็มาดูกันดีกว่าว่าเรื่องช็อกโลกที่นักเขียนดังๆ ทำมีอะไรบ้าง ตามมาเลยจ้ะ

 

แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ 5 เรื่องช็อกโลกที่นักเขียนดังทำกัน
(via:  The Guardian)
 

วิลเลียม เบอร์โรห์ ยิงภรรยาของตน

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา วิลเลียม เอส. เบอร์โรห์ เป็นบุคคลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเป็นวงกว้าง เขาเป็นนักเขียนนวนิยายแนวก่อนสมัยนิยม เจ้าของผลงานเรื่อง Naked Lunch ซึ่งเป็นนิยายที่ทำให้เขาโด่งดัง แต่กลับถูกแบนตั้งแต่ตีพิมพ์เมื่อปี 1959

เบอร์โรห์ติดยาเสพติดอย่างหนัก เขามีความคิดเชิงอนุรักษ์นิยม โดยเฉพาะในเรื่องของสิทธิสตรีเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็เป็นคนเปิดเผยและเป็นพวกรักร่วมเพศ ถึงแม้จะมีภรรยาและลูกชายอยู่แล้วก็ตาม สุขภาพจิตของเบอร์โรห์ยังถูกกล่าวถึงและเป็นที่ถกเถียงเป็นประจำ ต่อมามีการเปิดเผยว่า เขาเผชิญอยู่ในความทุกข์ยากจากการทารุณกรรมทางเพศเมื่อตอนวัยเด็ก และยังเคยตัดปลายนิ้วของตัวเองตอนที่มีความสัมพันธ์ทางเพศครั้งแรกกับแฟนหนุ่มของเขา

แต่เรื่องราวที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดของเบอร์โรห์คือการที่เขายิงภรรยาของตนในปี 1951 แต่ที่ผ่านมา ไม่มีบันทึกที่แสดงให้เห็นว่าเบอร์โรห์ใช้ความรุนแรงกับโจแอน โวลเมอร์ ภรรยาของเขาในก่อนหน้านี้ แต่ในวันที่ 6 กันยายน ปี 1951 เบอร์โรห์ โวลเมอร์ และเพื่อนบางคนตัดสินใจเล่นเกมในวงเหล้าตามคำแนะนำของวิลเลียม เทล

เมื่อถึงตาของเบอร์โรห์ ขณะนั้น โวลเมอร์ยืนอยู่ห่างจากเขาไป 3 เมตร พร้อมด้วยแก้วเหล้าที่วางบนศีรษะ หมายถึงให้ยิงแก้วที่อยู่บนหัวเธอ แต่เบอร์โรห์กลับยิงโวลเมอร์เข้าที่ศีรษะของเธอแทน นั่นทำให้เธอเสียชีวิตเมื่ออายุ 28 ปี

เบอร์โรห์อ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเขาไม่ได้มีเจตนา และเขายังอธิบายว่าการกระทำของเขาถือเป็นความสำเร็จของการเป็นนักเขียน จากนั้น เบอร์โรห์จึงถูกตัดสินในข้อหาฆาตกรรม 

 

แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ 5 เรื่องช็อกโลกที่นักเขียนดังทำกัน
(via:  Wikimedia)

 

ชาลส์ ดิกเคนส์ หลงใหลในศาสตร์การสะกดจิต

ชาลส์ ดิกเคนส์ เป็นหนึ่งในนักเขียนชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมากที่สุด ไม่เคยมีนวนิยายหรือเรื่องสั้นของที่ไม่ได้รับการพิมพ์ งานเขียนของเขาเกี่ยวข้องกับระบบยศถาบรรดาศักดิ์ในยุควิคตอเรีย การต่อสู้ของคนยากจน และอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตในอังกฤษ

นอกจากนี้ ดิกเคนส์ยังให้ความสนใจอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ ซึ่งเห็นได้ชัดในผลงานของเขา เช่นเรื่อง Ghosts of A Christmas Carol (1843) และเรื่องสั้นมากมายที่เกี่ยวข้องกับพวกเหนือธรรมชาติ โดยนอกจากการเขียนแล้ว ดิกเคนส์ยังเป็นสมาชิกโกสต์คลับซึ่งเป็นคลับที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ก่อนจะย้ายไปลอนดอน เพื่อศึกษาตรวจสอบกรณีหรือคดีต่างๆ ที่เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสับสนและอาจจะเกิดจากเรื่องเหนือธรรมชาติ 

ดิกเคนส์ได้รับความสนใจอย่างมากจากคนอังกฤษ เขาอ้างว่าเขาได้เรียนรู้ศาสตร์การสะกดจิต และเขายังเป็นผู้ชมในรายการของจอห์น เอลเลียตสัน นักสะกดจิตที่มีชื่อเสียงและหมอที่ถูกประณามเรื่องจรรยาบรรณ เอลเลียตสันอ้างว่าอาการป่วยหลายอย่าง เช่น มะเร็ง สามารถหายขาดได้โดยการสะกดจิต (เรียกว่า mesmerism ในยุคนั้น)

จากแรงบันดาลใจเหล่านี้ ทำให้ดิกเคนส์เริ่มต้นศึกษาศาสตร์การสะกดจิตคนในครอบครัวและเพื่อนฝูง ดิกเคนส์มักสะกดจิตให้กับแคทเธอรีน ภรรยาของเขาโดยอ้างเหตุผลต่างๆ ที่ทำให้เธอเชื่อว่าเธอกำลังทุกข์ทรมาน อย่างไรก็ตาม เอลเลียตสันไม่มีความผิดใดๆ ในการใช้ศาสตร์การสะกดจิตในฐานะแพทย์ มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการสะกดจิตสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยผ่าตัดได้บางส่วน แต่การระงับความรู้สึก ยังคงเป็นทางเลือกที่นิยมมากที่สุดในหมู่ผู้ป่วยและแพทย์เหมือนกัน

 

แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ 5 เรื่องช็อกโลกที่นักเขียนดังทำกัน
(via:  Wikimedia)
 

เอลิซาเบธ แบร์เรตต์ บราวนิ่ง เป็นพวกติดยาเสพติด

เอลิซาเบธ แบร์เรตต์ บราวนิ่ง เป็นนักกวีและนักเขียนวิพากษ์การเมืองที่ได้รับความนิยมในอังกฤษช่วงสมัยวิคตอเรีย เธอต้องเผชิญหน้ากับการดิ้นรนเพราะความยากลำบากมาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นบิดาที่ไม่ยอมให้เธอแต่งงาน สภาพการทำงานของปอดที่ย่ำแย่ และอาการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังที่เธอได้รับเมื่ออายุ 15 ปีจากการใส่อานบนหลังม้า

เนื่องจากความอ่อนแอทางร่างกายของเธอ บราวนิ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตวัยผู้ใหญ่ของเธออยู่บนเตียงนอนในบ้านของพ่อ ตลอดช่วงเวลานี้ เธอได้อ่านงานวิจัยและเรียนแบบตัวต่อตัวในศาสตร์หลายๆ แขนง รวมถึงการเรียนภาษาฮีบรูด้วยการศึกษาพระคัมภีร์ นอกจากนี้ เธอยังแบ่งเวลาเพื่อใช้ในการเขียนหนังสืออีกด้วย และในช่วงเวลานี้บราวนิ่งก็ได้สร้างสรรค์บทกวีโรแมนติกที่เป็นหนึ่งในกวียอดนิยมมากที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ ในความเป็นจริง กวีนิพนธ์ของเธอได้รับการพิจารณาว่ามีคุณภาพสูงเทียบเท่ากับของวิลเลียม เชคสเปียส์เลยทีเดียว

อาการบาดเจ็บของบราวนิ่ทำให้เธอสามารถเข้าถึงแหล่งผลิตฝิ่นและมอร์ฟีนซึ่งใช้ในการรักษาอาการป่วยได้ บราวนิ่งได้นิยามสารเสพติดเหล่านั้นว่าเป็น "ยาแก้โรคทุกชนิด" เธอบอกว่าเธอรู้สึกผ่อนคลายและยาเสพติดมีส่วนช่วยในการเขียนกวี นอกจากนี้ เธอยังรู้สึกว่าเธอไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากมัน 

ในขณะที่ได้รับการรักษาด้วยฝิ่นทุกวันเป็นเวลาหลายปี บราวนิ่งกลายเป็นพวกสันโดษ เธอให้ความสนใจเพียงแค่เฉพาะผลงานของเธอและเรื่องการเมืองมากเกินไป จนไม่ได้สนใจเรื่องอื่นๆ รวมถึงความพยายามในการลุกออกจากเตียง โรเบิร์ต สามีของบราวนิ่ง ได้กล่าวหลายครั้งเรื่องที่เธอใช้ยาเสพติดและขอร้องให้เธอเลิกใช้ 

และในที่สุดเธอก็สามารถทำได้เมื่อเธอกับโรเบิร์ตย้ายไปอยู่อิตาลี ซึ่งห่างจากพ่อและครอบครัวของเธอ เนื่องจากห่างไกลจากการควบคุมของพ่อและความสามารถในการฟื้นตัวของเอลิซาเบธ ทำให้เอลิซาเบธได้รับการบำบัดและมีอาการดีขึ้น

 

แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ 5 เรื่องช็อกโลกที่นักเขียนดังทำกัน
(via:  Wikimedia)
 

เออร์เนสต์ เฮมมิงเวย์ เป็นมาทาดอร์ผู้เชี่ยวชาญ

เออร์เนสต์ เฮมมิงเวย์ กลายเป็นนักเขียนชาวอเมริกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในศตวรรษที่ 20 งานเขียนของเขาเป็นเรื่องที่เขาสนใจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสงคราม การตกปลา การชกมวย การดื่มเหล้าและการสู้วัวกระทิง 

เรื่องเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงบางแง่มุมในชีวิตของเฮมมิงเวย์ เช่น การที่เขามีประสบการณ์ในการเป็นนักดื่ม นอกจากนี้เขายังเคยเป็นคนขับรถพยาบาลในอิตาลีในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เขาเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในระดับมือสมัครเล่นและได้รับรางวัลมูลค่า 1,175 ปอนด์จากการเดินทางล่องเรือไปที่พิลาร์ในปี 1935 

ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าการสู้วัวกระทิงหรือมาทาดอร์ก็เป็นหนึ่งในความสนใจและหนึ่งในประสบการณ์จริงของเขา เนื่องจากช่วงปี ค.ศ. 1920 เฮมิงเวย์และฮัดลีย์ ภรรยาของเขาเดินทางไปพักผ่อนที่เมืองปัมโปลนา ประเทศสเปน ที่นั่นพวกเขาได้ดูการแสดงวัวกระทิงและมาทาดอร์ โดยคาดหวังว่ามันจะมีอิทธิพลต่อบุตรชายในครรภ์ของเขาที่ยังไม่เกิด เฮมิงเวย์เกิดติดใจและให้ความสนใจเรื่องการเป็นมาทาดอร์ เขาจึงอาศัยอยู่ในปัมโปลนานานขึ้น และในที่สุด เขาก็ได้มีส่วนร่วมในการแข่งขันมาทาดอร์มือสมัครเล่น

 

แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ 5 เรื่องช็อกโลกที่นักเขียนดังทำกัน
(via:  The Guardian)

 

เซอร์ อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ

อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ยังคงเป็นที่ยอมรับจนถึงปัจจุบันว่าเป็นผู้สร้างตัวละครนักสืบผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง “เชอร์ล็อค โฮล์มส์” แม้ว่างานเขียนของดอยล์จะสมเหตุสมผลและมีตรรกะที่ชัดเจน แต่ความจริงแล้วเขาเป็นคนที่เชื่อในสิ่งเร้นลับมาก กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ดอยล์เชื่อว่าผี วิญญาณ และเทพเทวดามีอยู่จริงนั่นเองค่ะ

ความเชื่อเหล่านี้ดูเป็นเรื่องหายาก แต่มันไม่ใช่ความเชื่อที่น่าสนใจเท่าไหร่นักในยุควคตอเรีย ด้วยนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เช่นกล้องถ่ายรูป เครื่อง X-Ray หรือแม้กระทั่งเครื่องอัดเสียงสามารถเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการมองโลกของผู้คนได้ พวกเขาเริ่มกล้าที่จะอภิปรายในเรื่องของปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติ 

ถึงอย่างนั้น สำหรับดอยล์ สิ่งเร้นลับเป็นมากกว่าความน่าสนใจ มันกลายเป็นสิ่งที่เขาหมกมุ่นจนนำมาสู่ความน่าอัปยศอดสู ความสนใจในสิ่งเร้นลับของเขาเริ่มต้นขึ้นเมื่อคิงส์ลี่ย์ ผู้เป็นบุตรชายและอินเนส พี่ชายของเขาเสียชีวิตเพราะไข้หวัดใหญ่หลังกลับจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยความพยายามที่จะติดต่อกับวิญญาณพวกเขา ดอยล์เริ่มพยายามเข้าทรงองค์เจ้า จนกระทั่งเขาได้พบกับแฮร์รี่ ฮูดินี บุคคลที่เชื่อว่าตัวเองมีพลังจิตและสามารถติดต่อวิญญาณได้

ในปี 1917 เอลซี่ ไรท์และฟรานซ์ กริฟฟิทส์ วัย 16 และ 9 ปีได้เผยแพร่รูปถ่ายปริศนาของเหล่านางไม้ในป่าใกล้บ้านของพวกเขาที่เมืองคอตติงเลย์ ประเทศอังกฤษ ภาพเหล่านี้ตกไปถึงมือของดอยล์ในปี 1920 เวลานั้นเขาจึงถ่ายทอดเรื่องราวการมีอยู่จริงของนางไม้ผ่านทางหนังสือ The Coming of the Fairies ที่ได้รับการตีพิมพ์ในปี 1922

ดอยล์เชื่อว่ารูปถ่ายเหล่านั้นเป็นของจริงและนางไม้ก็มีอยู่จริง แน่นอนว่าผู้คนต่างพากันหัวเราะเยาะเขา หลายคนสรุปว่าความเชื่อมั่นของดอยล์ในนางไม้เป็นหลักฐานที่ชี้ชัดว่าเขาเสียสติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเอลซี่สารภาพว่าภาพนั้นเป็นเรื่องหลอกลวงในปี 1983 

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับเรื่องที่พี่น้ำผึ้งนำมาฝากในวันนี้ บอกเลยว่าอ่านจบพี่ยังอึ้งไม่หาย แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ!? อย่างไรก็ตาม พอมานึกดูอีกที นักเขียนก็เป็นมนุษย์เหมือนกับพวกเรานั่นแหละค่ะ พวกเขาย่อมมีความเชื่อหรือทำในสิ่งที่อยากจะทำ เพียงแต่บางอย่างมันอาจดูประหลาดในสายตาเราก็เท่านั้น  ยังไงการเคารพในความแตกต่างของคนเป็นสิ่งที่พวกเราชาวเด็กดีควรทำมากที่สุดแล้วค่ะ ส่วนครั้งหน้าพี่น้ำผึ้งจะนำเรื่องอะไรมาฝากนั้น รอติดตามได้เลยจ้า

 พี่น้ำผึ้ง :) 

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://listverse.com/2010/06/07/top-10-difficult-literary-works/

http://listverse.com/2013/05/07/10-mesmerizing-facts-about-hypnosis/
http://listverse.com/2016/12/17/10-spooky-supernatural-stories-from-19th-century-england/
http://listverse.com/2009/08/29/top-10-creepy-aspects-of-victorian-life/
http://listverse.com/2014/07/28/10-myths-and-misconceptions-about-the-first-world-war/
http://listverse.com/2009/07/30/10-greatest-american-short-story-writers/
http://listverse.com/2017/04/21/top-10-fake-spiritualists-who-were-caught-in-the-act/

Deep Sound แสดงความรู้สึก

 

 

#นิยาย #นักเขียน #นักเขียนดัง #เชอร์ล็อค โฮล์มส์ #โคนัน ดอยล์ #หนังสือ #เรื่องแปลกของนักเขียน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป