19 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับแอนน์ แฟรงค์ เด็กหญิงเจ้าของไดอารี่ที่ตีแผ่ความเกลียดชังระหว่างนาซีกับยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง []

วิว

19 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับ แอนน์ แฟรงค์
เด็กหญิงเจ้าของไดอารี่ที่ตีแผ่ความเกลียดชัง
ระหว่างนาซีกับยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง 

 
สวัสดีค่ะ ชาวนักเขียนนักอ่านเด็กดีทุกคน เชื่อว่าหลายๆ คนในที่นี้น่าจะเคยได้ยินชื่อของ แอนน์ แฟรงค์ มาบ้างแล้วใช่ไหมคะ สำหรับแอดมิน เคยอ่านไดอารี่ผลงานของเธอเมื่อนานมาแล้ว น่าจะตั้งแต่สมัยเรียนอยู่มัธยมเลย แล้วก็ประทับใจในความไร้เดียงสา ตรงไปตรงมา และบริสุทธิ์ใจของผู้เขียน ไดอารี่ของแอนน์ไม่ใช่หนังสือที่เต็มไปด้วยสำนวนคมคายหรือเนื้อหาที่เต็มไปด้วยประโยชน์ แต่มันเป็นบันทึกของเด็กหญิงคนหนึ่งที่มีพรสวรรค์ด้านการเขียน ภาษาอาจจะง่ายๆ แต่ว่าสื่อถึงคนอ่านได้ดี ยิ่งตอนที่อ่าน แอดมินอยู่ในวัยใกล้เคียงกันกับแอนน์ ก็เลยทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของเธอได้เป็นอย่างดี ตอนอ่านยังอดคิดไม่ได้เลยว่า... ถ้าเราเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้าง เราจะทุกข์แค่ไหนนะ... สงครามเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากจริงๆ ค่ะ ถ้าเป็นไปได้ แอดมินไม่อยากให้โลกนี้มีสงคราม ไม่อยากให้มีการทำร้ายกันเลย... อยากให้ทุกคนรักกัน เข้าใจกันและช่วยเหลือกันมากกว่า แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นแค่แนวคิดในอุดมคติ คงไม่มีวันเป็นไปได้ และตราบใดที่ยังมีสงครามอยู่ ก็ต้องมีเด็กที่โชคร้ายแบบแอนน์คนต่อไป และคนต่อไป... ฟังแล้วน่าเศร้าจริงๆ ว่าไหมคะ 
 
และในบทความนี้ แอดมินก็ขอพาทุกคนไปทำความรู้จักแอนน์ให้ใกล้ชิดกว่านี้อีกสักนิด กับ 19 เรื่องของเธอที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน อ่านจบแล้วใครยังไม่เคยอ่านหนังสือ ก็ลองไปซื้อมาอ่านดูนะคะ เชื่อว่าจะรักเธอเหมือนที่แอดมินรัก
 
ประวัติย่อๆ ของแอนน์ แฟรงค์ 
ชื่อจริง : อันเนอลีส มารี "อันเนอ" ฟรังค์ หรือแอนน์ แฟรงค์ 
วันเกิด : 12 มิถุนายน ค.ศ. 1929 
สถานที่เกิด : แฟรงค์เฟิร์ต เยอรมนี 
วันเสียชีวิต : กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1945 
สาเหตุการเสียชีวิต : โรคไทฟอยด์ 
ครอบครัว : ออตโต้ แฟรงค์ (พ่อ), อีดิธ แฟรงค์ (แม่) และมาร์ก็อต แฟรงค์ (พี่สาว)
 
19 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับแอนน์ แฟรงค์ เด็กหญิงเจ้าของไดอารี่ที่ตีแผ่ความเกลียดชังระหว่างนาซีกับยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
ครอบครัวแอนน์ แฟรงค์
 
1 ชื่อเต็มของแอนน์คือ อันเนอลีส มารี "อันเนอ" ฟรังค์ เธอเกิดวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1929 ที่เยอรมัน พ่อกับแม่ของแอนน์เป็นชาวยิว มีชื่อว่าอีดิธและออตโต้ แฟรงค์ และเพราะปัญหาเรื่องนาซีที่ขยายตัวและลุกลามอย่างหนัก ทำให้ครอบครัวแฟรงค์ตัดสินใจหาทางย้ายไปที่เนเธอร์แลนด์ น่าเสียดายที่พวกเขาถูกปฏิเสธสัญชาติ และผลลัพธ์นี้ ทำให้พวกเขากลายเป็นคนเร่ร่อน ไร้ประเทศ 
 
2 ครอบครัวแฟรงค์ซ่อนตัวอยู่ในอพาร์ทเมนต์ลับที่เรียกกันว่า The Secret Annex ระหว่างที่พวกนาซีเรืองอำนาจ พวกเขาปลอดภัยอยู่ที่นี่เป็นระยะเวลานานถึงสองปี โดยได้ลูกน้องเก่าของออตโต แฟรงค์ คอยช่วยเหลือส่งข้าวส่งน้ำ ตลอดจนบอกเล่าข่าวสารจากโลกภายนอกให้ฟัง ทว่าสุดท้าย ทั้งครอบครัวก็ถูกเกสตาโป (หน่วยตรวจการณ์ของเยอรมัน) จับได้ 
 
3 ไดอารี่ที่แอนน์เขียน ความจริงแล้วไม่ใช่ไดอารี่จริงๆ แต่ว่าเป็นหนังสือภาพ ออตโต้มอบให้แอนน์เป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 13 ปี แอนน์ใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียน และใช้หนังสือเล่มนี้จดทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต สุดท้ายแล้ว มันกลายเป็นผลงานทรงคุณค่าที่ได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย 
 
4 ในเรื่องของการถูกจับได้นั้น เป็นที่รู้กันชัดเจนว่า... ครอบครัวแฟรงค์ถูกหักหลังจากคนใกล้ชิด ทว่าจนวันนี้ ก็ยังไม่มีใครรู้ คนที่หักหลัง นำเรื่องสถานที่ซ่อนของทั้งครอบครัวไปบอกหน่วยเกสตาโปคือใคร ทว่ามีรายงานว่าวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1944 มีผู้ไม่ประสงค์ออกนามแจ้งไปที่หน่วยเกสตาโปว่า... มีครอบครัวยิวแอบซ่อนอยู่ เมื่อถูกจับ สมาชิกถูกส่งไปยังค่ายกักกัน Camp Westerbork ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเนเธอร์แลนด์ ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังค่ายกักกันอีกแห่งที่มีชื่อว่า Auschwitz Camp
 
19 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับแอนน์ แฟรงค์ เด็กหญิงเจ้าของไดอารี่ที่ตีแผ่ความเกลียดชังระหว่างนาซีกับยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
ภาพเก่าแก่ของแอนน์ แฟรงค์
 
5 แอนน์ สร้างเพื่อนในจินตนาการและเขียนโต้ตอบไว้ในไดอารี่ เธอเรียกเพื่อนคนนี้ว่า “คิตตี้” ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีตัวตนจริงๆ ตัวอย่างถ้อยคำที่คุยกันได้แก่ “ฉันหวังว่าฉันจะไม่ต้องปกปิดตัวเองกับเธอ อย่างที่ได้ทำกับคนอื่น หวังว่าเธอจะสนับสนุนและช่วยเหลือฉันในทุกอย่าง” 
 
6 สองพี่น้อง แอนน์และมาร์ก็อต ผู้เป็นพี่สาว ถูกส่งไปยังค่ายกักกันเอาชวิทซ์ และถูกส่งตัวต่อไปยังค่ายกักกันที่เบอร์เก็น-เบลเซ่น (Bergen-Belsen) ในเยอรมนี ส่วนอีดิธผู้เป็นแม่ ถูกทิ้งไว้ให้อดอยากตายที่ค่ายเอาชวิทซ์ เมื่อเดินทางไปถึงค่ายกักกันที่เบอร์เก็น-เบลเซ่น ทั้งคู่ล้มป่วยอย่างหนัก เพราะขาดอาหารและขาดน้ำ มาร์ก็อตล้มป่วยด้วยโรคไทฟอยด์และเสียชีวิตก่อนในวัย 19 ไม่นานต่อมา แอนน์ล้มป่วยด้วยโรคเดียวกัน และเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 15 ปี ถือเป็นโชคร้ายของสองพี่น้องอย่างมาก เพราะไม่กี่สัปดาห์ต่อมา กองทัพอังกฤษก็เข้าบุกและปลดปล่อยทุกคนในค่ายได้สำเร็จ 
 
7 ออตโต้ แฟรงค์ เป็นคนเดียวที่รอดชีวิตจากค่ายกักกันมาได้ หลังได้รับการปลดปล่อย เขาเดินทางไปที่เนเธอร์แลนด์ และได้รับข่าวการตายของภรรยากับลูกสาวทั้งสอง รวมถึงพี่สาวทั้งสอง 
 
8 The Secret Annex หรือที่ซ่อนของแอนน์ ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ยอดนิยมของเนเธอร์แลนด์ มีผู้เข้าเยี่ยมชมเป็นอันดับสามของประเทศ รองจากพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะห์ และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติแห่งอัมสเตอร์ดัม ในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงข้าวของส่วนตัวของแอนน์ให้ผู้คนได้เข้าชม เช่น ไดอารี่ต้นฉบับ จดหมาย หนังสือ โปสต์การ์ด และภาพถ่ายต่างๆ รวมถึงมีเปิดบริการคาเฟ่และกิฟท์ช็อปขายของที่ระลึกเกี่ยวกับแอนน์ด้วย 
 
19 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับแอนน์ แฟรงค์ เด็กหญิงเจ้าของไดอารี่ที่ตีแผ่ความเกลียดชังระหว่างนาซีกับยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
แอนน์และมาร์ก็อต พี่สาว
 
9 ไดอารี่ของแอนน์ ได้รับความนิยมอย่างมาก และถูกนำไปแปลภาษาต่างๆ ถึง 67 ภาษาทั่วโลก แอนน์ได้กลายเป็นนักเขียนสมใจ ผลงานของเธอกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลก ได้ทำเป็นภาพยนตร์และละครเวทีด้วย 
 
10 ไดอารี่ของแอนน์ที่เราได้อ่านอยู่ในทุกวันนี้ มีบางส่วนถูกลบออกไป เพราะแอนน์เขียนเรื่องจินตนาการทางเพศของเธอเอาไว้ด้วย ฟังๆ ดูอาจจะเป็นเรื่องช็อกและน่าผิดหวัง แต่ในความเป็นจริง แอนน์ก็แค่เด็กสาววัย 13 ไม่แปลกอะไรที่เธอจะคิดเรื่องเพศ เราในช่วงวัยรุ่นก็มีช่วงเวลาอยากรู้อยากเห็นแบบนั้นเช่นกัน ออตโต้ผู้เป็นพ่อได้อ่านเรื่องราวเหล่านี้และตัดสินใจว่าควรจะเก็บเอาไว้เป็นความลับ เพราะไม่อยากให้ลูกสาวดูไม่ดีในสายตาของคนอื่นๆ ใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถอ่านต่อในบทความ ค้นพบแล้ว บันทึก 2 หน้าที่แอนน์ แฟรงก์พยายามปิดบังพวกเรา! 
 
11 หนึ่งในผู้ช่วยเหลือครอบครัวแฟรงค์คือพนักงานของออตโต้ เธอคนนี้มีชื่อว่า มีป คีส (Miep Gies) มีปยังเป็นผู้เก็บรักษาไดอารี่ของแอนน์และมอบให้ออตโต้หลังจากเขารอดชีวิตจากค่ายกักกัน เธอต้องเสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยเหลือครอบครัวแฟรงค์และถ้าไม่มีเธอคนนี้ ทั้งโลกคงไม่ได้อ่านไดอารี่เล่มนี้แน่ๆ หลังจากไดอารี่ตีพิมพ์ออกมา มีปได้พูดถึงไดอารี่เล่มนี้ว่า โชคดีที่เธอไม่ได้อ่านก่อน เพราะถ้าอ่านเธอจะต้องเผามันทิ้งแน่ๆ เนื่องจากในไดอารี่มีชื่อของเธอ สามี และเพื่อนๆ ที่ช่วยเหลือครอบครัวแฟรงค์ และเธอกลัวว่าจะต้องโทษประหาร 
 
12 ในขณะที่มาร์ก็อตและแอนน์เสียชีวิตด้วยโรคไทฟอยด์ อีดิธ ผู้เป็นแม่เสียชีวิตด้วยเหตุผลคือ ขาดอาหาร อีดิธเสียชีวิตในวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1945 ขณะนั้นเธออายุเพียง 44 ปี 
 
19 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับแอนน์ แฟรงค์ เด็กหญิงเจ้าของไดอารี่ที่ตีแผ่ความเกลียดชังระหว่างนาซีกับยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
ไดอารี่ของแอนน์ แฟรงค์ ฉบับญี่ปุ่น ขายครั้งแรกได้ถึง 100,000 เล่ม
 
13 นอกจากอยากเป็นนักเขียนแล้ว อีกหนึ่งความฝันที่ปรากฏในไดอารี่ ระบุไว้ว่าแอนน์อยากเป็นนักข่าว เธอเขียนไว้ว่า หลังสงครามจบลง เธออยากจะใช้พรสวรรค์ในการเขียนทำอาชีพนี้ และในไดอารี่ก็เขียนเอาไว้ด้วยว่า... หลังสงครามจบ เธออยากตีพิมพ์ไดอารี่ของเธอให้โลกได้รู้ความโหดร้ายของเรื่องที่เกิดขึ้น 
 
14 ไดอารี่ของแอนน์ขายดิบขายดีในหลายๆ ประเทศ และหนึ่งในประเทศที่ได้รับความนิยมมากก็คือญี่ปุ่น ว่ากันว่าเพียงพิมพ์ครั้งแรกก็ขายได้ถึง 100,000 เล่มแล้ว คงเพราะชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับสงครามมากเช่นกัน และเรื่องของแอนน์ก็คือ เรื่องของเหยื่อจากสงคราม
 
15 เชื่อกันว่า... ไม่มีใครรู้วันเสียชีวิตที่แท้จริงของแอนน์ แต่จากคาดคะเน น่าจะเป็นเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1945 
 
16 ไม่ใช่แค่แอนน์ที่เขียนไดอารี่ แต่มาร์ก็อต พี่สาวของเธอก็เขียนไดอารี่ของตัวเองเช่นเดียวกัน แอนน์เป็นคนให้ข้อมูลนี้ในไดอารี่ของเธอ น่าเสียดายที่ไม่มีใครค้นพบไดอารี่ของมาร์ก็อต ไม่อย่างนั้นมันอาจจะกลายเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดอีกชิ้นหนึ่งก็เป็นได้ 
 
19 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับแอนน์ แฟรงค์ เด็กหญิงเจ้าของไดอารี่ที่ตีแผ่ความเกลียดชังระหว่างนาซีกับยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
ไดอารี่ของแอนน์ แฟรงค์ หลากหลายหน้าปก
 
17 เจ้าหน้าที่ที่จับตัวแอนน์ไปส่งค่ายกักกันเองก็อุดหนุนหนังสือของเธอ เขาคนนี้มีชื่อว่า คาร์ล ซิลเบอร์เบาเออร์ (Karl Silberbauer) คาร์ลได้ขนเอาทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวแฟรงค์ไปจนหมด ทิ้งไว้เพียงไดอารี่ของแอนน์และเอกสารบางส่วน ซึ่งภายหลังมีปเก็บไปคืนให้กับออตโต้หลังจากเขารอดชีวิตจากค่ายกักกัน หลังหนังสือได้รับการตีพิมพ์ ซิลเบอร์เบาเออร์อุดหนุนหนังสือเล่มนี้ ด้วยเหตุผลว่า... เขาเกรงว่าจะมีชื่อของตัวเองอยู่ในนั้นด้วย  
 
18 มีภาพต่างๆ เกี่ยวกับแอนน์และครอบครัวอยู่มากมาย แต่น่าเสียดายที่ภาพเคลื่อนไหวมีอยู่เพียงชุดเดียวเท่านั้น มันเป็นภาพแอนน์ในงานแต่งงานของญาติ และแอนน์ปรากฎตัวออกมาเพียงไม่กี่วินาที
 
19 หนึ่งในปัญหาที่แอนน์เขียนไว้ในไดอารี่ชัดเจนก็คือ เธอมีปัญหากับแม่ แอนน์สนิทกับพ่อมากกว่า ส่วนมาร์ก็อตพี่สาว สนิทกับแม่ ออตโต้ผู้เป็นพ่อเองก็ยอมรับว่า เขาได้ปรับแก้ไขข้อความที่แอนน์เขียนถึงผู้เป็นแม่ออกบางส่วนเพราะเกรงว่าอาจจะทำให้ลูกสาวดูรุนแรงจนเกินไป อย่างไรก็ตาม มีพยานจากในค่ายที่กล่าวยืนยันความรักที่อีดิธมีต่อลูกสาวทั้งสอง พวกเขาบอกว่าอีดิธมักจะสละอาหารส่วนของเธอให้กับมาร์ก็อตและแอนน์ และตัวเองยอมอด จนสุดท้าย เธอก็ถึงแก่ความตายเพราะการขาดอาหาร บางที ระหว่างที่อยู่ในค่ายกักกัน แอนน์อาจจะได้สัมผัสความรักที่แม่มีให้กับเธอบ้างก็เป็นไปได้... (ฟังแล้วก็ดูเป็นเรื่องน่าเศร้านะคะ น่าสงสารเธอจริงๆ) 
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
https://www.factslides.com/s-Anne-Frank 
https://whatsupwithamsterdam.com/10-things-you-didnt-know-about-anne-frank/ 
http://thelistlove.com/10-interesting-anne-frank-facts/ 
https://www.historyly.com/historical-figures/anne-frank-facts/ 
http://facts.net/anne-frank/ 
https://www.historyextra.com/period/second-world-war/9-things-you-might-not-know-about-anne-frank/ 
 
19 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับแอนน์ แฟรงค์ เด็กหญิงเจ้าของไดอารี่ที่ตีแผ่ความเกลียดชังระหว่างนาซีกับยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #ไดอารี่ของแอนน์ แฟรงค์ #แอนน์ แฟรงค์ #ไดอารี่ #วรรณกรรม #สงครามโลกครั้งที่ 2 #นาซี #ยิว

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป