โครงการแรกของโลก กับไอเดีย “หรีดหนังสือ” สร้างค่านิยมใหม่ ส่งความอาลัย ให้ความรู้ []

วิว

โครงการแรกของโลก
กับไอเดีย “หรีดหนังสือ”
สร้างค่านิยมใหม่ ส่งความอาลัย ให้ความรู้ 


สวัสดีน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคนค่ะ วันนี้พี่แนนนี่เพนมีโครงการดีๆ มาแนะนำให้น้องๆ ได้รู้จักกัน เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา ณ ทีเคปาร์ค มีงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “หรีดหนังสือ หรีดอาลัย.. ให้ปัญญา” ที่จัดโดยกระทรวงวัฒนธรรมและสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อให้หรีดหนังสือเป็นทางเลือกใหม่ในการส่งความอาลัยถึงผู้ที่จากไป โครงการนี้ถือเป็นครั้งแรกของโลกเลยก็ว่าได้ที่มีการนำหนังสือไปมอบให้ครอบครัวแทนหรีดดอกไม้ เพื่อแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีและมีประโยชน์มากๆ เลยค่ะ พี่แนนนี่เพนเลยอยากชวนน้องๆ มารู้จักโครงการนี้กัน (จะได้ไม่ตกเทรนด์) ส่วนจะมีรายละเอียดแบบไหนนั้น พี่แนนนี่เพนได้รวบรวมข้อมูลมาให้น้องๆ ได้อ่านกันตามนี้เลย
 
  โครงการแรกของโลก กับไอเดีย “หรีดหนังสือ” สร้างค่านิยมใหม่ ส่งความอาลัย ให้ความรู้
 
น้องๆ คงทราบกันดีว่า "พวงหรีด" เป็นสัญลักษณ์ในการส่งความอาลัยและความเคารพไปยังผู้วายชนม์และครอบครัว ที่ถือเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมานานแล้ว พวงหรีดที่เราเห็นกันส่วนใหญ่จะเป็นพวงหรีดดอกไม้สด ซึ่งเป็นผลมาจากสมัยรัชกาลที่ 5 เราได้รับเอาอารยธรรมตะวันตกเข้ามาใช้ และพวงหรีดแรกของประเทศไทยก็ปรากฏเป็นภาพถ่ายดอกไม้พวงกลมคล้ายพวงหรีด ในพระเมรุของสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาตา หรือ เจ้าจอมมารดาเปี่ยม พระสนมเอกในรัชกาลที่ 5 ในพ.ศ. 2447 พี่แนนนี่เพนอยากบอกว่าพวงหรีดที่เราเห็นๆ กันนั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ความสวยงามอย่างเดียวนะคะ การให้พวงหรีดดอกไม้สดก็เพื่อแสดงความหมายแฝงให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ตระหนักว่า มนุษย์มีการเกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นเรื่องธรรมชาติ เช่นเดียวกับดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลา ดังนั้น คนไทยส่วนใหญ่จึงนิยมใช้พวงหรีดดอกไม้เพื่อแสดงความอาลัยในงานศพนั่นเอง
 
โครงการแรกของโลก กับไอเดีย “หรีดหนังสือ” สร้างค่านิยมใหม่ ส่งความอาลัย ให้ความรู้
 
จากข้อมูลการสำรวจของทางสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย พบว่า พวงหรีดดอกไม้ได้รับความนิยมเป็นอันดับแรกในการส่งความอาลัย ทางสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ จึงได้ศึกษาและเก็บข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าการใช้พวงหรีดดอกไม้จำนวนมาก ก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องของปริมาณขยะได้ เพราะในพวงหรีดมีทั้งขยะที่ย่อยสลายตามธรรมชาติ เช่น ดอกไม้สด และขยะที่ย่อยสลายยากอย่าง พลาสติก และโฟมอยู่ด้วย  
 
ทางกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย จึงได้ร่วมมือกันเปิดโครงการ “หรีดหนังสือ หรีดอาลัย ให้ปัญญา” ขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับสังคมไทยและสร้างค่านิยมใหม่ในประเพณีวัฒนธรรมงานศพ โดยโครงการนี้มีไอเดีย “2 สร้าง 1 ลด” เป็นหัวใจสำคัญเลย คือ สร้างกุศล สร้างปัญญา และลดปริมาณขยะ เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และมีส่วนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกได้ เป็นไอเดียที่ยิ่งใหญ่มากเลยใช่ไหมคะ   
 
โครงการแรกของโลก กับไอเดีย “หรีดหนังสือ” สร้างค่านิยมใหม่ ส่งความอาลัย ให้ความรู้
 
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานในการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการใช้พวงหรีดในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น เช่น พวงหรีดต้นไม้ และพวงหรีดจักรยาน ส่วนโครงการหรีดหนังสือครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกในประเทศไทย แต่เป็นครั้งแรกของโลกที่เกิดโครงการขึ้นเพราะเห็นความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากขยะดอกไม้สดที่มาจากพวงหรีดในงานศพ จึงเป็นที่มาของโครงการในครั้งนี้เพื่อช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการอ่านของคนไทย โดยทดลองนำร่องวัดในกรุงเทพฯ จำนวน 450 แห่ง เพื่อหวังให้มีการใช้พวงหรีดหนังสือในวัดอย่างน้อยวันละ 2 พวง ซึ่งมีหนังสือบรรจุอยู่พวงละ 2 เล่ม โดยคาดการณ์ไว้ว่าจะมีหนังสือทั้งปีต่อวันตกอยู่ที่ 1,800 เล่มต่อวัน 54,000 เล่มต่อเดือน และ 657,000 เล่มต่อปี นอกจากนี้ นายวีระได้กล่าวถึงประเทศต่างๆ ที่มีการสร้างห้องสมุดในบ้านและอาคาร เป็นการส่งเสริมสังคมให้มีการเรียนรู้ได้ทุกที่ จึงหวังว่าการมอบพวงหรีดหนังสือให้วัดในครั้งนี้ จะสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการอ่านและการเรียนรู้ได้
 
โครงการแรกของโลก กับไอเดีย “หรีดหนังสือ” สร้างค่านิยมใหม่ ส่งความอาลัย ให้ความรู้
 
ด้านนางสุชาดา สหัสกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ กล่าวถึงโครงการนี้ว่า สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อร่วมออกแบบพวงหรีดหนังสือให้เป็นที่น่าสนใจและเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ไอเดียหรีดหนังสือมีทั้งเป็นแบบกล่องสี่เหลี่ยมรูปทรงคล้ายหนังสือ และแบบโอริกามิ ทีใช้เทคนิคการพับแบบญี่ปุ่น เพื่อทำให้หรีดหนังสือเป็นที่นิยมในสังคมมากขึ้น หนังสือที่นำมาทำหรีดเป็นหนังสือมือหนึ่งที่จะมีตราประทับว่าเป็นหนังสือของโครงการ มีทั้งหนังสือเด็ก หนังสือแปล และนิยายภาพ นอกจากนี้ทางสมาคมยังได้คำนึงถึงกระบวนการส่งหนังสือไปยังผู้รับ โดยได้ร่วมมือกับหน่วยงานกว่า 200 แห่ง เพื่อเป็นตัวแทนจัดส่งหนังสือให้กับนักอ่านในพื้นที่ขาดแคลน รวมถึงหน่วยงานองค์กรที่ติดต่อรับหนังสือจากโครงการ สมาคมมีเป้าหมายว่าจะส่งต่อหนังสือให้เป็นภาระต่อคนรับน้อยที่สุด นอกจากนี้ ทางไปรษณีย์ไทยได้ร่วมโครงการโดยบริการจัดส่งหนังสือไปยังองค์กร และหน่วยงานในราคาพิเศษเพื่อส่งหนังสือให้ผู้รับในที่ห่างไกลได้มากขึ้น 
 
โครงการแรกของโลก กับไอเดีย “หรีดหนังสือ” สร้างค่านิยมใหม่ ส่งความอาลัย ให้ความรู้
 
นายจรัญ มาลัยกุล หัวหน้าโครงการอ่านสร้างชาติมูลนิธิกระจกเงา กล่าวถึงการเข้าร่วมโครงการว่า จากการทำงานเพื่อการอ่านมานาน คิดว่าคนไทยไม่ได้อ่านหนังสือน้อยเลย แต่สาเหตุน่าจะมาจากไม่มีแหล่งให้อ่านหนังสือ ไม่มีหนังสือให้อ่าน รวมถึงไม่มีหนังสือที่ตรงกับความต้องการ นายจรัญเผยว่า มีหนังสือที่บริจาคเข้ามาในมูลนิธิจำนวนมาก แต่เป็นหนังสือที่ดีน้อย เพราะส่วนใหญ่คนจะบริจาคหนังสือที่ไม่ต้องการแล้วมากกว่า ทำให้ไม่ค่อยมีหนังสือดีๆ ในการส่งต่อไปยังผู้อ่านที่ต้องการอ่านจริงๆ จึงหวังให้โครงการนี้ได้รับผลตอบรับที่ดี เพื่อให้นักอ่านที่ขาดแคลนมีหนังสือดีๆ อ่านเพิ่ม
 
นอกจากนี้ ในส่วนของปัญหาสิ่งแวดล้อม ทางสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ได้ร่วมสำรวจข้อมูลกับมูลนิธิสถาบันการเดินและการจักรยานไทย เพื่อศึกษาเปรียบเทียบค่าคาร์บอนฟุตพริ้นต์ของหรีดหนังสือและหรีดดอกไม้สด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการเกิดสภาวะโลกร้อน *โดยศาสตราจารย์กิตติคุณดร. ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า หรีดดอกไม้สดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 359 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ ขณะที่หรีดหนังสือปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 14.4 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งน้อยกว่าหรีดดอกไม้ถึง 25 เท่า และเนื่องจากหนังสือเป็นสิ่งของบริจาคที่มีการเก็บการได้ยาวนานกว่า จึงนับได้ว่าไม่มีการนำไปทิ้งเป็นขยะแบบหรีดดอกไม้สด ที่จะเหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็ว ขณะที่หรีดหนังสือสามารถนำกลับมาใช้ได้อีกหลายครั้ง **และจากการคำนวณทำให้เห็นว่าเกือบ 90% ของก๊าซเรือนกระจก เกิดจากการปลูกดอกไม้ และการย่อยสลายดอกไม้ในหลุมฝังกลบขยะ 
 
สำหรับโครงการ “หรีดหนังสือ” สำนักพิมพ์และร้านดอกไม้ที่เข้าร่วมโครงการจะเริ่มจัดจำหน่ายอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 1 ต.ค. นี้เป็นต้นไป สามารถเข้าไปดูรายละเอียดโครงการได้ที่เฟซบุ๊ก “พวงหรีดหนังสือ” หรือ @BookWreath ภายในเฟซบุ๊กจะมีรายละเอียดของร้านดอกไม้ที่เข้าร่วมโครงการ รายชื่อสำนักพิมพ์ และรายชื่อหน่วยงานองค์กรที่ต้องการรับหนังสือจากโครงการ ซึ่งเป็นรายละเอียดข้อมูลที่ดีมากๆ เลยนะคะ หากเราสนใจจะบริจาคหนังสือให้กับหน่วยงานไหนก็สามารถติดต่อโดยตรงได้เลย
 

โครงการแรกของโลก กับไอเดีย “หรีดหนังสือ” สร้างค่านิยมใหม่ ส่งความอาลัย ให้ความรู้
 
พี่แนนนี่เพนได้ข้อมูลมาเพิ่มว่า สำหรับศาสนาอื่น หรือผู้ที่สนใจโครงการ สามารถสั่งหรีดหนังสือได้ตลอดโดยไม่จำเป็นต้องสั่งเพื่อไว้อาลัยก็ได้นะคะ สามารถสั่งหนังสือในโครงการเพื่อบริจาคอย่างเดียวก็ได้ โครงการนี้น้องๆ สามารถนำไปบอกต่อ หรือเล่าให้ผู้ปกครองฟังได้นะคะ ถือเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ได้รับหนังสือจากโครงการนี้ พี่แนนนี่เพนเชื่อว่าสังคมไทยยังมีพื้นที่ที่ขาดแคลนหนังสือสำหรับอ่านเล่น และพัฒนาความรู้อีกมาก หวังว่าโครงการ “หรีดหนังสือ” ที่ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายทั้งกระทรวงวัฒนธรรม สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ทีเคปาร์ค มูลนิธิกระจกเงา และหน่วยงานต่างๆ จะได้ผลตอบรับที่ดีจากประชาชน เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการอ่านและการเรียนรู้ต่อไปนะคะ 
 
หมายเหตุการแก้ไขเพิ่มเติม 
* เพิ่มเติมค่าคาร์บอนฟุตพริ้นต์ของหรีดหนังสือและหรีดดอกไม้สด 
** เพิ่มเติม
การย่อยสลายดอกไม้ในหลุมฝังกลบขยะ 
 
พี่แนนนี่เพน  
 
สายเปย์ต้องมา! มหกรรมงานหนังสือนานาชาติ Big Bad Wolf Book Sale Bangkok 2018 ที่เปิดให้ช้อปกันยาวๆ ถึง 255 ชั่วโมง!
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #หรีดหนังสือ #โครงการ #กิจกรรม #บริจาค

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?