ชวนรู้จัก! “หนังสือมีชีวิต” ยืมหนังสือแต่ได้คนเป็นๆ มาอ่าน! []

วิว

ชวนรู้จัก! “หนังสือมีชีวิต”
ยืมหนังสือแต่ได้คนเป็นๆ มาอ่าน


สวัสดีน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคนนะคะ ก่อนอื่นเลยพี่อยากถามน้องๆ ก่อนว่าห้องสมุดในความคิดของน้องๆ คืออะไรคะ มีรูปทรงแบบไหน แล้วเราเข้าห้องสมุดไปทำไม? พี่เชื่อว่าคำตอบของน้องๆ น่าจะคล้ายกับที่พี่คิดอยู่แน่ๆ ตั้งแต่เด็กจนโต เราเข้าห้องสมุดเพื่อไปหาหนังสือมาอ่าน หามุมสงบไว้นั่งพักผ่อน เป็นสถานที่เงียบๆ ที่เต็มไปด้วยความรู้ แต่.. น้องๆ คะ พี่เพิ่งได้ไปอ่านบทความเกี่ยวกับห้องสมุดมา เขาเขียนถึงเรื่องราวของ “ห้องสมุดที่เป็นมากกว่าหนังสือ” เอาไว้ดีมาก คำว่า “มากกว่า” ทำให้พี่สงสัยจนต้องค้นหาข้อมูลมากขึ้น แล้วพี่ก็พบเรื่องราวของห้องสมุดที่มี “หนังสือมีชีวิต” ให้คนได้ยืมอ่านกัน! หลังจากอ่านจบ พี่ก็เปลี่ยนความคิดที่มีต่อห้องสมุดไปเลยทันที ถ้าน้องๆ อยากรู้ว่าเรื่องนี้มันว้าวขนาดไหน เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ 
 
ชวนรู้จัก! “หนังสือมีชีวิต” ยืมหนังสือแต่ได้คนเป็นๆ มาอ่าน!
 

ห้องสมุดที่เป็นมากกว่าหนังสือ

Spoil : ห้องสมุดเป็นสถานที่รักษาความแตกแยก และสร้างความเท่าเทียมกันให้แก่คนในสังคม 

เริ่มกันที่ห้องสมุดประชาชนบรูคลิน (Brooklyn Public Library) กันก่อน สถานที่แห่งนี้เป็นหอสมุดสาธารณะฝั่งตะวันออกของนิวยอร์ก มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศอเมริกา และมีประชาชนเข้าไปใช้บริการห้องสมุดมากที่สุดในทุกแห่งเลยก็ว่าได้ สงสัยกันไหมคะว่าทำไมคนบรูคลินถึงได้ชอบเข้าห้องสมุดกัน? 
 
ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่าห้องสมุดบรูคลินเนี่ย อยู่ในย่านที่ถือว่าเป็นเมืองที่ยากจนที่สุด ประชาชนเกือบครึ่งหนึ่งของเมืองมีฐานะยากจนมาก คนในท้องถิ่นเป็นคนผิวสีเกือบ 95% และมีเพียง 1% ที่เป็นคนผิวขาว ซึ่งตามประวัติศาสตร์อเมริกาคือเขาก็ยังมีเรื่องของการเหยียดสีผิว เชื้อชาติ ศาสนากันอยู่ ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นย่านที่มีความรุนแรงที่สุดในนิวยอร์ก มีอาชญากรรมเกิดขึ้นเยอะมากโดยเฉพาะการฆาตกรรมและการข่มขืน 
 
ห้องสมุดเป็นสถานที่สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนในพื้นที่ ผู้อพยพ หรือแม้แต่นักโทษ เพียงคุณเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ห้องสมุดยินดีให้บริการฟรี”

นี่เป็นจุดประสงค์หนึ่งของการก่อตั้งห้องสมุดบรูคลินขึ้นมาค่ะ นักวิจัยได้ทำการศึกษาโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมของคนในเมืองนี้ก่อนจะมาสร้างห้องสมุดที่นี่ พวกเขาพบว่าปัญหาเรื่องความรุนแรงทำให้คนในเมืองแตกแยกและแยกตัวออกห่างจากกัน ปัญหานี้อาจทำให้เกิดความเหงาและส่งผลถึงขั้นเจ็บป่วยได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ห้องสมุดจึงเป็นตัวเลือกที่จะเชื่อมโยงคนในสังคมไว้ด้วยกัน เริ่มจากการสร้างห้องสมุดที่ไม่มีบรรณารักษ์คอยจับจ้อง ทำให้คนที่ไปใช้บริการรู้สึกถึงอิสรภาพที่แท้จริง เกิดความรับผิดชอบ และสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ กับคนในห้องสมุด 
 
เราจะเห็นได้ว่า ห้องสมุดเป็นแหล่งรวมคนที่มีความสนใจในหนังสือเหมือนกัน ให้สามารถอ่านหนังสืออยู่ในพื้นที่เดียวกันได้ ซึ่งนี่ถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้พวกเขาเริ่มเปิดใจและเข้าใจกันมากขึ้นว่าต่อให้แตกต่างกันมากแค่ไหน แต่การอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุดเดียวกันก็เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกถึงความเท่าเทียม และไม่มีการแบ่งแยกเกิดขึ้นนั่นเอง 
 
ชวนรู้จัก! “หนังสือมีชีวิต” ยืมหนังสือแต่ได้คนเป็นๆ มาอ่าน!
 

ห้องสมุดมีชีวิต : ห้องสมุดที่มีคนตัวเป็นๆ มาให้อ่าน 

Spoil : ห้องสมุดที่ลดความขัดแย้งในสังคมด้วย 'หนังสือมีชีวิต'

ห้องสมุดมีชีวิต (Living Library, Human Library, Living Books, Human Books) มีคำศัพท์ภาษาอังกฤษใช้เรียกได้หลายคำ เป็นแนวคิดที่มีจุดกำเนิดมาจากประเทศเดนมาร์กในปี ค.ศ. 2000 โดยแนวคิดนี้เริ่มมาจากการหาวิธีแก้ปัญหาความขัดแย้ง ความเกลียดชัง และอคติในสังคมที่เกิดขึ้นในประเทศเดนมาร์ก และประเทศในยุโรป 
 
ความแตกต่างของห้องสมุดมีชีวิตกับห้องสมุดทั่วไปอยู่ที่ “หนังสือมีชีวิต” หรือ “หนังสือมนุษย์” นั่นเอง ห้องสมุดทั่วไปจะมีบริการพื้นที่ให้อ่านหนังสือและยืมคืนหนังสือ ขณะที่ห้องสมุดมีชีวิตจะมีบริการเหมือนกับห้องสมุดทั่วไปแต่ต่างกันตรงที่หนังสือที่ให้ยืมไม่ใช่หนังสือเป็นเล่มๆ แต่เป็นหนังสือที่มีคนตัวเป็นๆ มาให้อ่านจริงๆ หนังสือมีชีวิตเป็นข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์จากคนจริงๆ ที่สามารถโต้ตอบ พูดคุย เล่าเรื่องที่เราสนใจให้ฟังได้ และบางทีอาจตอบคำถามที่ไม่มีหนังสือให้เราได้รู้อะไรมากขึ้นในเวลาแต่ละครั้งไม่เกิน 20 นาที โดยห้องสมุดมีชีวิตมีรูปแบบคือ..
 
  • ใช้ห้องสมุดสาธารณะเป็นสถานที่ให้คนที่มีความเกลียดชัง หรือมีอคติต่อคนต่างเชื้อชาติต่างศาสนา และต่างวัฒนธรรมทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ให้พวกเขามาพบปะพูดคุยกัน 
  • ให้พวกเขาได้ซักถามสิ่งที่ค้างคาใจต่อกัน แล้วทำให้เกิดความเข้าใจ และมีทัศนคติที่ดีต่อกัน

ส่วนคำถามที่ว่าเราจะมั่นใจได้ยังไงว่าหนังสือมีชีวิตของเราจะไม่มีอคติ หรือสร้างความเกลียดชังเพิ่มขึ้น? เรามาดูวิธีการสร้างและวิธีใช้หนังสือมีชีวิตกัน
 
  • บรรณารักษ์ที่มีหน้าที่ดูแลในส่วนนี้เป็นคนเลือกหนังสือมีชีวิต อาสาสมัครที่จะเป็นหนังสือมีชีวิตทุกคน ต้องกรอกข้อมูลในใบสมัครและรับการสัมภาษณ์จากบรรณารักษ์ที่ทำหน้าที่คัดเลือกหนังสือมีชีวิตอย่างระมัดระวัง
  • คนที่จะยืมหนังสือมีชีวิต สามารถยืมได้ครั้งละ 1 คน เป็นเวลา 15-30 นาที ก่อนจะตัดสินใจยืมหนังสือ ผู้อ่านจะได้อ่านข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับหนังสือมีชีวิตนั้นๆ ก่อน เช่น ต้องแจ้งบรรณารักษ์ว่าตนเองมีคำถามประมาณไหน เพื่อให้ผู้อ่านเลือกหนังสือมีชีวิตมาไขข้อข้องใจได้ดีมากขึ้น ส่วนหนังสือมีชีวิตจะนั่งรออยู่ที่โต๊ะอ่านหลังจากได้ทำการยืมแล้ว 
  • หนังสือมีชีวิตไม่ได้มีให้ยืมอย่างถาวร ส่วนใหญ่เป็นการจัดกิจกรรมประจำสัปดาห์หรือประจำเดือน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดและความรู้ในสาขาต่างๆ  
  • แนวคิดของห้องสมุดมีชีวิตอีกแนวคิดหนึ่งของตะวันตกก็คือการนำสิ่งมีชีวิต เช่น สัตว์ต้นไม้หรือสวน เข้ามาเป็นแหล่งความรู้ เพื่อให้ประชาชนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และภูมิอากาศ
     
ชวนรู้จัก! “หนังสือมีชีวิต” ยืมหนังสือแต่ได้คนเป็นๆ มาอ่าน!
 
ตัวอย่างของกิจกรรมหนังสือมีชีวิตเช่น 
  • กิจกรรม “Don’t Judge a Book By Its Cover” ในห้องสมุดประชาชน ซานตามอนิกา (Santa Monica Public Library) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย มีเป้าหมายให้คนที่มีอคติต่อกันหรือชิงชังกัน ได้คุยกันเป็นการส่วนตัวโดยมีอาสาสมัครที่มาเป็นหนังสือมีชีวิต ประกอบด้วย วัยรุ่น คนที่นับถือศาสนาพุทธ นางแบบเปลือย นักนิยมกินเนื้อดิบ ฯลฯ 
  • ณ ศูนย์พักผ่อนย่าน Swiss Cottage ในกรุงลอนดอน จัดกิจกรรมหนังสือมีชีวิตขึ้น โดยมีอาสามัครที่ได้รับการคัดเลือกมาเป็นหนังสือมีชีวิตจำนวน 15 เล่ม ประกอบด้วย ตำรวจนักเคลื่อนไหวด้านสังคม พี่เลี้ยงเด็กเพศชาย คนมีปัญหาด้านจิต เกย์ และวัยรุ่นที่ถูกไล่ออกจากโรงเรียน โดยให้ผู้อ่านยืมหนังสือมีชีวิตคนละ 30 นาที
     
เราจะเห็นได้ว่า แนวคิดห้องสมุดของต่างประเทศมีการปรับตัวและตั้งเป้าหมายเพื่อคนในสังคมมากขึ้น แนวคิดนี้ทำให้ห้องสมุดไม่ได้เป็นแค่สถานที่อ่านหนังสือ หรือเป็นที่เอาไว้ยืมคืนหนังสือเหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้ห้องสมุดมีชีวิตสามารถเรียกได้ว่าเป็น “สังคมแห่งการเรียนรู้ที่แท้จริง” เป็นทั้งแหล่งความรู้ และเหมาะกับการพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราวซึ่งกันและกัน ข้อดีของแนวคิดที่สามารถพัฒนาสังคมได้นี้ ทำให้หลายๆ ประเทศนำแนวคิดนี้ไปใช้ และหนึ่งในนั้นมีประเทศไทยอยู่ด้วย!  
 
ชวนรู้จัก! “หนังสือมีชีวิต” ยืมหนังสือแต่ได้คนเป็นๆ มาอ่าน!
 

ประเทศไทยกับห้องสมุด(ไร้)ชีวิต

แนวคิดเรื่องห้องสมุดมีชีวิต เริ่มเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และก่อตั้งเป็นเครือข่ายห้องสมุดมนุษย์แห่งประเทศไทย จากนั้นข่าวคราวก็เงียบหายไป จนสุดท้ายแนวคิดนี้ก็มาเป็นที่รู้จักในชื่อ ทีเคปาร์ค (Thailand Knowledge Park) หากถามว่าทีเคปาร์คเป็นห้องสมุดมีชีวิตยังไง อาจต้องอธิบายในแง่ของสถานที่อันทันสมัย สื่อการเรียนรู้ที่ครบครัน และมีการจัดกิจกรรมที่ใกล้เคียงกับแนวคิดห้องสมุดมีชีวิตมากที่สุด 
 
สิ่งที่ทำให้ห้องสมุดมีชีวิตในประเทศไทยต่างจากประเทศอื่น น่าจะมาจากการตีความคำว่า “มีชีวิต” แตกต่างกันออกไป โดยคุณธวัชชัย เพ็งพินิจ ได้ให้คำจำกัดความหมายของห้องสมุดมีชีวิตไว้ในคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์บ้านเมือง “บ้านเมืองนี้: ห้องสมุดมีชีวิต : กับชีวิตเติมเต็ม” ว่า “ห้องสมุดมีชีวิตหมายถึง แหล่งเรียนรู้และพื้นที่สาธารณะที่ให้บริการสารสนเทศอันหลากหลาย ที่สัมพันธ์กับบริบทและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านกระบวนการจัดการ ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองอย่างเสมอภาคเท่าเทียม มีส่วนร่วมมีความสุข มีคุณค่าและจิตวิญญาณ”
 
จากความหมายที่คุณธวัชชัยกล่าวมา หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าห้องสมุดของไทยยังขาดการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่อยู่มาก โดยไทยเราเอาแนวคิดจากต่างประเทศมาใช้จริงแต่ไม่ได้เอาใจความสำคัญมาทั้งหมด เลยทำให้ห้องสมุดมีชีวิตในไทยมีรูปแบบและจุดมุ่งหมายที่หลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่เราจะเห็นในแง่ของลักษณะทางกายภาพ คือ มีตึกที่ทันสมัย มีเทคโนโลยีสารสนเทศ ทรัพยากรสารสนเทศ การบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ต่างๆ เป็นต้น
 
แนวคิดดั้งเดิมของห้องสมุดมีชีวิตก็คือการที่คนในพื้นที่ หรือคนในเมืองนั้นๆ ให้ความร่วมมือและเห็นประโยชน์ของห้องสมุดจริงๆ ขณะที่สังคมไทยห้องสมุดยังเป็นเพียงสถานที่ให้บริการด้านความรู้ และเน้นส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านมากขึ้น โดยลืมส่งเสริมจุดเด่นของแนวคิดที่เน้นการแบ่งปันความรู้สึก และความคิดของคนในพื้นที่ ที่จะช่วยสร้างความใกล้ชิดระหว่างคนในสังคมให้มีความสัมพันธ์กันมากขึ้น สิ่งนี้นี่เองที่ทำให้ห้องสมุดของไทยเป็นห้องสมุด(ไร้)ชีวิต
 
ชวนรู้จัก! “หนังสือมีชีวิต” ยืมหนังสือแต่ได้คนเป็นๆ มาอ่าน!
 
เป็นยังไงกันบ้างคะ กับเรื่องราวใหม่ๆ ที่หลายคนอาจเพิ่งเคยรู้ พี่หวังว่านี่จะเป็นเรื่องราวดีๆ ที่จะทำให้เราลองเป็นหนังสือมีชีวิตกับคนรอบข้างดูได้ มาคิดๆ ดูแล้ว ถ้าเรามีห้องสมุดมีชีวิตสาขาประเทศไทยเกิดขึ้นได้สักแห่งจริงๆ (แบบที่ยืมคนได้น่ะ) ถ้าวันนั้นมีจริง เราคงมีหนังสือมีชีวิตที่หลากหลายเรื่องราวมากๆ ให้ได้เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนหนังสือ(ชีวิต)กันอ่านอย่างมีความสุขแน่ๆ เลย 
 
พี่แนนนี่เพน 
 
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

สายเปย์ต้องมา! มหกรรมงานหนังสือนานาชาติ Big Bad Wolf Book Sale Bangkok 2018 ที่เปิดให้ช้อปกันยาวๆ ถึง 255 ชั่วโมง!
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #หนังสือชีวิต #ห้องสมุดมีชีวิต #ห้องสมุด

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป