ติ่ง Shawn Mendes มาทางนี้! 5 นิยายที่ต้องอ่านถ้าคุณตกหลุมรักเพลง Lost in Japan []

วิว


 

ติ่ง Shawn Mendes มาทางนี้!
5 นิยายที่ต้องอ่านถ้าคุณตกหลุมรัก
เพลง
Lost in Japan

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน เชื่อว่านาทีนี้ไม่มีอะไรจะฟินเท่ากับมิวสิกวิดีโอเพลง Lost in Japan ของนักร้องหนุ่มสายฝ. ชื่อดังระดับโลกอย่าง “ชอว์น เมนเดส (Shawn Mendes)” อีกแล้ว ทันทีที่นักร้องหนุ่มปล่อย MV เพลงนี้ออกมา ติ่งชอว์น เมนเดสอย่างพี่น้ำผึ้งไม่พลาด รีบวาร์ปไปดูอย่างรวดเร็ว 
 

Clip

Shawn Mendes, Zedd - Lost In Japan (Original + Remix)

Do you got plans tonight?
I’m a couple hundred miles from Japan, 
and I was thinking I could fly to your hotel tonight. 
Cause I can’t get you off my mind.

(คืนนี้ว่างมั้ย? ตอนนี้ผมอยู่ห่างจากญี่ปุ่นราวๆ สองร้อยไมล์นะ
แล้วผมก็คิดว่าผมจะบินไปหาคุณที่โรงแรมคืนนี้
เพราะผมไม่สามารถหยุดคิดถึงคุณได้จริงๆ)

เรื่องราวใน MV บวกกับเนื้อเพลงและทำนองเป็นส่วนผสมลงตัวที่ทำให้พี่รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังตกหลุมรักอีกครั้ง! เนื้อเพลงสุดโรแมนติกที่บอกเล่าถึงความรู้สึกของชายหนุ่มที่เดินทางไปญี่ปุ่นและตกหลุมรักหญิงสาวคนหนึ่ง แม้เขาจะกลับมาประเทศตัวเองแล้วแต่ภาพของเธอคนนั้นก็ยังวนเวียนอยู่ในหัว ความรู้สึกมันท้วมท้นจนทำให้เขาต้องเดินทางกลับไปญี่ปุ่นอีกครั้ง...เพื่อเจอเธอ

ใช่แล้วค่ะน้องๆ สตอรี่ที่เหมือนนิยายของชอว์น เมนเดสอย่างเพลง Lost in Japan ชวนให้พี่นึกถึงนิยาย 5 เรื่องต่อไปนี้ที่บอกเล่าถึงการออกเดินทางไปต่างแดนแล้วตกหลุมรักใครสักคน ให้ฟีลเหมือนฟังเพลง Lost in Japan ไม่มีผิด พี่น้ำผึ้งเลยอดไม่ได้ที่จะนำมาฝากน้องๆ รับรองเลยว่าถ้าฟังเพลงนี้ไปและอ่านไป (เหมือนที่พี่ทำอยู่) จะให้ความรู้สึกอินมากขึ้นไปอีก แถมอาจจะอยากหาใครสักคนมารักกันด้วย อิอิ

ว่าแล้วก็มาดูกันดีกว่าว่าพี่จะพาพวกเราไป Lost หัวใจไว้ที่ไหนในโลกบ้าง ตามมาเลยจ้า

 

ติ่ง Shawn Mendes มาทางนี้! 5 นิยายที่ต้องอ่านถ้าคุณตกหลุมรักเพลง Lost in Japan
 

Rome in Love โดย Anita Hughes


ใน Lost in Japan นักร้องหนุ่มชอว์น เมนเดสเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อถ่ายโฆษณา เขาได้บังเอิญเจอหญิงสาวคนหนึ่งในลิฟต์และตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง แต่ใน Rome in Love ของแอนนิต้า ฮิวจ์เรื่องนี้ เอมิเลีย เทตต์ นักแสดงสาวเดินทางไปอยู่ ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลีเป็นเวลา 2 เดือนเพื่อรับบทเป็นออเดรย์ในภาพยนตร์เรื่องใหม่อย่าง “Roman Holiday” เวลานั้นเธอกำลังคบหากับแฟนหนุ่มสุดเพอร์เฟคท์ แต่แล้ววันหนึ่งเขาดันบอกเลิกเธอสายฟ้าแล็บ เอมิเลียช็อกมาก เธอไม่รู้ว่าเธอควรทำยังไง อย่างไรก็ตามฟ้ายังมีตาเสมอ เพราะที่โรม... เอมิเลียได้รับโอกาสแห่งความรักอีกครั้ง

เอมิเลียลักลอบเข้าไปในห้องสวีทของโรงแรม เธอพบกับจดหมายที่เขียนขึ้นโดยใครบางคน ซึ่งนั่นทำให้เธอมองเห็นชีวิตในอีกมุมมองหนึ่ง จากนั้นเธอได้พบกับฟิลิป นักข่าวหล่อเหลาที่คิดว่าเธอเป็นแม่บ้านของโรงแรม ปัญหาคือเธอไม่สามารถหาจังหวะในการบอกฟิลิปถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอได้ แล้วไม่ต้องพูดถึงฟิลิปเลยนะ เขาน่ะมีความลับเยอะมากจนเธอคาดไม่ถึง โอกาสแห่งรักครั้งนี้มาแล้ว ณ โรม เอมิเลียจะคว้ามันได้ไหม หรือเธอจะนกต่อไป ต้องตามต่อกันเองในหนังสือ

Rome in Love ไม่เพียงแต่เป็นนิยายรักธรรมดา แต่เป็นนิยายรักที่จะพาเราดำดิ่งไปยังโรม เมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่และน่าทึ่ง  ฮิวจ์จะพาเราไปสัมผัสกับอิตาลีที่เป็นมากกว่าฉากหลัง เอาเป็นว่า Lost in Japan แล้ว อย่าลืม Lost in Rome ด้วยนะ

 

ติ่ง Shawn Mendes มาทางนี้! 5 นิยายที่ต้องอ่านถ้าคุณตกหลุมรักเพลง Lost in Japan
 

Just One Day โดย Gayle Forman


ใน Lost in Japan ชอว์น เมนเดสอาจไปแค่ญี่ปุ่นประเทศเดียว แต่ใน Just One Day เอลิสัน ฮีลลี่ย์ นางเอกของเรื่องจะพาเราไป Lost in Europe เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์และอีกมากมาย! โดยเฉพาะฝรั่งเศส ใครชื่นชอบมนต์เสน่ห์แห่งปารีส บอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะนิยายเรื่องนี้นางเอกเป็นนักผจญภัย เธอท่องเที่ยวไปทุกที่ๆ เธออยากไป 

หลังจากฮีลลี่ย์เรียนจบ เธอออกเดินทางไปเยือนยุโรป ก่อนโชคชะตาจะนำพาเธอไปเจอกับวิลเลี่ยม นักเลงหนุ่มที่มีนิสัยต่างจากเธอสุดขั้ว เขาชวนเธอเดินทางไปเยือนปารีส ฮีลลี่ย์ตอบตกลง แต่ใครจะไปรู้ว่าการตัดสินใจนี้จะนำเธอไปสู่วันของความเสี่ยง ความโรแมนติก การปลดปล่อยและความใกล้ชิด โดย 24 ชั่วโมงต่อจากนี้จะเปลี่ยนชีวิตเอลิสันไปตลอดกาล

หนังสือที่เกี่ยวกับความรัก ความเสียใจ การเดินทางและ “การบังเอิญ” ของโชคชะตา Just One Day จะแสดงให้เราเห็นว่า “บางครั้งเพื่อที่จะได้พบ เราก็ต้องสูญเสีย” และบ่อยครั้งที่คนเรากำลังตามหาอยู่ใกล้มากกว่าที่เราจะรู้ 

แม้เรื่องฟังดูเศร้าและขัดแย้งกับเพลงสายละมุนอย่าง Lost in Japan ของชอว์น แต่หนังสือเล่มนี้ก็ทำให้เราได้รู้จักการออกเดินทางและการตกหลุมรักแบบไม่ได้ตั้งใจเหมือนอย่างที่ชอว์น เมนเดสเป็น อืม… Lost in Japan แล้ว ลองมา Lost in Paris ก็กิ๊บเก๋ขึ้นอีกระดับนะ

 

ติ่ง Shawn Mendes มาทางนี้! 5 นิยายที่ต้องอ่านถ้าคุณตกหลุมรักเพลง Lost in Japan
 

Just One Year โดย Gayle Forman


ชอว์น เมนเดสลงทุนจองตั๋วกลับไปยังญี่ปุ่นเพื่อเจอสาวที่เขาปิ๊งอีกครั้ง แต่วิลเลี่ยม พระเอกนิยายเรื่อง Just One Year ลงทุนออกเดินทางทั่วโลกเพื่อตามหาหญิงสาวที่เขาตกหลุมรัก โรแมนติกยิ่งกว่าชอว์นไปอีก!! 

หากยังจำเรื่องราวของเอลิสันใน Just One Day ได้ นี่คือเรื่องราวของวิลเลี่ยม ชายหนุ่มที่ลืมตาตื่นขึ้นมาและไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหนในโลก อาจจะเป็นปรากหรือดูบรอฟนิก หรือกลับมายังอัมสเตอร์ดัมแล้ว เขาไม่แน่ใจ แต่ที่รู้ๆ ก็คือเขากลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง พร้อมกับภาพคืนวันมหัศจรรย์ที่ได้ใช้เวลาร่วมกับหญิงสาวแปลกหน้าที่ชื่อลูลู่ (เอลิสันนั่นเอง) ในปารีส ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายจากกัน

วิลเลี่ยมรู้ว่าตัวเองต้องการเจอเธอ เขารู้ว่าเธอคือคนที่ใช่และเขาต้องการเธอ วิลเลี่ยมออกเดินทางอีกครั้ง เขาไปเยือนประเทศต่างๆ แทบทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่แม็กซิโกจนถึงอินเดียเพื่อตามหาอีกครึ่งหนึ่งของจิตวิญญาณเขา แต่ละเดือนผ่านไป เขายังไม่เจอเธอ วิลเลี่ยมเริ่มสงสัย หรือว่าโชคชะตาของเขากับเธอจะไม่เป็นจริง

แม้เรื่องราวการออกเดินทางสุดโรแมนติกของวิลเลี่ยมจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนกับชอว์น (แค่คลิกเดียวก็บินไปถึงโรงแรมของผู้หญิงแล้ว) แต่มันก็เป็นหนังสือที่จะทำให้เราอินไปกับการตามหาความรักและการค้นหาตัวตน สำหรับนิยายเรื่อง Just One Year แค่ Lost in Japan ไม่พอ ต้อง Lost in the World เลยจ้า

 

ติ่ง Shawn Mendes มาทางนี้! 5 นิยายที่ต้องอ่านถ้าคุณตกหลุมรักเพลง Lost in Japan

 

One Day โดย David Nicholls


ใน Lost in Japan ชอว์น เมนเดสเจอหญิงสาวในลิฟต์แล้วตกหลุมรัก เขากลับประเทศตัวเองและตัดสินใจมาเยือนญี่ปุ่นอีกครั้งเพราะเสียงเรียกร้องของหัวใจ แต่เรื่องนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นใน One Day ของ David Nicholls ผลงานสุดโรแมนติกที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์รักสุดซึ้งแน่นอน 

เรื่องราวของเด็กซ์เตอร์ เมย์ฮิวและเอ็มม่า มอร์ลี่ย์ ที่เจอกันครั้งแรกในคืนวันสำเร็จการศึกษาปี 1988 ที่สก็อตเเลนด์ พอวันถัดมาพวกเขาก็ต้องแยกกันไป แต่หลังจากนั้นเพียงวันเดียว พวกเขากลับไม่สามารถหยุดคิดถึงกันได้ เหมือนอย่างเพลง Lost in Japan ที่ร้องว่า “I can’t get you out of my mind. (ฉันไม่สามารถหยุดคิดถึงคุณได้)” ไม่มีผิด

ตลอดเวลากว่า 20 ปี พวกเขาจะได้เจอกัน (ในหนังสือ) เพียงแค่วันเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือที่ 15 กรกฎาคมของทุกๆ ปี แต่ละที่ๆ พวกเขาได้เจอก็แตกต่างกันไปเช่น ลอนดอน ปารีสและโรม เด็กซ์เตอร์และเอ็มม่าเผชิญหน้ากับการทะเลาะวิวาทกับการต่อสู้ ความหวังกับการพลาดโอกาส เสียงหัวเราะกับน้ำตา และเมื่อความรู้สึกที่แท้จริงของทั้งคู่เปิดเผยในวันสำคัญ พวกเขาก็ต้องหันมาจับตามองความรักและชีวิตตัวเองมากขึ้น พี่ขอรับประกันเลยว่าเรื่องราวของคนสองคนกับวันหนึ่งวันตลอดช่วงเวลายี่สิบปีที่จะทำให้เราศรัทธาในรักแท้อีกครั้ง เผลอๆ น้องคนไหนที่มีรักระยะไกล หลังอ่านเรื่องนี้จบอาจจะนึกอยากจองตั๋วไปหาแฟนเลยก็ได้

 

ติ่ง Shawn Mendes มาทางนี้! 5 นิยายที่ต้องอ่านถ้าคุณตกหลุมรักเพลง Lost in Japan
 

Anna and the French Kiss
โดย Stephanie Perkins


ชอว์น เมนเดสอาจจะทิ้งหัวใจไว้ที่ญี่ปุ่น แต่บอกเลยว่านางเอกจากเรื่อง Anna and the French Kiss ขอทิ้งหัวใจไว้ที่ปารีส เรื่องราวของแอนนา เด็กสาวชาวอเมริกันที่เรียนม.ปลายปีสุดท้ายในแอตแลนต้า เธอมีทั้งงานที่ดี เพื่อนที่ดีและคนที่เธอกำลังตกหลุมรักที่กำลังจะเป็นมากกว่านั้น แต่แล้ววันหนึ่งพ่อเธอดันทำเรื่องสุดช็อกด้วยการส่งตัวเธอไปยังโรงเรียนประจำในปารีส!

ที่นั่นเอง แอนนาเหมือนได้ตกหลุมรักอีกครั้ง เธอได้พบกับเอเตียน เซนท์ แคลร์ หนุ่มหล่อเหมือนนายแบบที่พูดสำเนียงบริติช เขาทั้งเก่ง มีเสน่ห์ และเพอร์เฟคท์ยิ่งกว่าใครๆ ที่เธอรู้จัก เอเตียนมีทุกอย่าง...รวมทั้งแฟนสาวที่เขาคบกันแบบจริงจังด้วย! สำหรับนิยายเรื่องนี้ แอนนาก็ไม่เคยคิดหรอกว่าเธอจะมาทิ้งหัวใจไว้ในปารีส แต่ในเมื่อเดินทางมาฝรั่งเศสแล้ว เธอก็ไม่อยากจะพลาดเฟรนซ์คิสจากหนุ่มปารีส แล้วงานนี้แอนนาจะได้เฟรนซ์คิสในฝันท่ามกลางเมืองสุดโรแมนติกอย่างปารีสหรือไม่ ต้องตามลุ้นกันเองในเรื่อง 

 

ติ่ง Shawn Mendes มาทางนี้! 5 นิยายที่ต้องอ่านถ้าคุณตกหลุมรักเพลง Lost in Japan
(via: giphy)
 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ 5 หนังสือที่พี่หยิบยกมาฝากน้องๆ ในวันนี้ สำหรับนิยายแต่ละเล่มที่พี่ยกมาไม่เพียงแต่มีฉากหลังเป็นประเทศต่างๆ เท่านั้น แต่ยังใส่มนต์ขลังของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชนชาตินั้นๆ ลงไปด้วย ทำให้นักอ่านอย่างเราไม่ได้แค่ฟินไปกับเรื่องราวของตัวละครอย่างเดียว แต่ยังอินไปกับบรรยากาศและมนต์เสน่ห์ของบ้านเมืองจนแทบอยากจะจองตั๋วแล้วบินไปเที่ยวให้รู้แล้วรู้รอดเลย ไม่ต่างจากเพลง Lost in Japan ของหนุ่มชอว์นที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในคาเฟ่ญี่ปุ่นสไตล์มินิมอลเบาๆ เลยค่ะ

สำหรับวันนี้...แค่มีเพลงนุ่มละมุนสุดหวานกับหนังสือดีๆ สักเล่มก็นับว่าเป็นวันดีๆ ของเราแล้วจ้า

พี่น้ำผึ้ง :)

 

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก amazon.com
 

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Shawn Mendes #Lost in Japan #Lost in Translation #ชอว์น เมนเดส #ชอว์น #นิยาย #นักเขียน #Mendes Army #นิยายรัก #หนังสือ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป