ชวนรู้จัก! 5 ตัวละครจาก "อาร์คีไทป์" ที่นักเขียนควรศึกษาก่อนลงมือเขียนนิยาย!

ชวนรู้จัก! 5 ตัวละครจาก "อาร์คีไทป์"
ที่นักเขียนควรศึกษาก่อนลงมือเขียนนิยาย! 


สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน ได้เวลา back to basics กันแล้วจ้า หลังจากที่พี่แนนนี่เพนได้กลับไปอ่านเรื่องสั้นแนวสยองขวัญเรื่อง The Signalman ของชาร์ลส์ ดิกคินส์ (Charles Dickens) ที่เคยอ่านเมื่อนานมาแล้ว พี่เพิ่งสังเกตเห็นว่านิยายเรื่องนี้มีตัวละครอยู่ไม่กี่ตัว แถมตัวละครเหล่านั้นยังไม่มีชื่อให้เรียกอีกด้วย ที่น่าสนใจกว่าคืออ่านแล้วรู้สึกอินมากๆ ทั้งที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวละครเหล่านี้เป็นใคร แต่เราสามารถเดาได้ว่าใครคือตัวเอก ใครคือตัวประกอบ.. ซึ่งนี่ถือเป็นการเล่าเรื่องที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะคนอ่านเข้าใจเรื่องราวได้โดยง่าย แถมเรื่องก็ดำเนินได้เร็วและกระชับอีกด้วย 
 
วันนี้พี่เลยอยากพาทุกคนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของการเขียนนิยายอีกครั้ง เริ่มจากการเรียนรู้ต้นแบบตัวละครกันก่อนเลย เพราะพี่เชื่อว่าน่าจะมีนักเขียนจำนวนมากที่เริ่มต้นจากพล็อตแล้วค่อยสร้างตัวละคร ซึ่งตัวละครส่วนใหญ่ก็คงเป็นตัวพระนาง ตัวร้าย และตัวประกอบใช้แล้วทิ้งแน่ๆ ดังนั้น เรามารู้จักตัวละครอื่นๆ ตามลักษณะ "อาร์คีไทป์" กันเถอะ! 
 

 

ว่าด้วยเรื่องต้นแบบตัวละคร "อาร์คีไทป์" : ทุกตัวละครล้วนมีหน้าที่  

ก่อนอื่นก็ขอพาน้องๆ ไปรู้จัก แนวคิดและทฤษฎี "อาร์คีไทป์" (Archetype) กันก่อน.. คำว่า อาร์คีไทป์ แปลตรงๆ ก็คือ ต้นแบบ, แม่แบบ หรือต้นฉบับ นั่นแหละ ส่วนใหญ่แล้วแนวคิดอาร์คีไทป์ หรือ ภาพต้นแบบ มักจะถูกนำไปใช้ในเชิงวิจารณ์วรรณกรรมมากกว่า เมื่อย้อนกลับไปยังต้นทางของแนวคิด เรื่องราวของอาร์คีไทป์เริ่มมาจากการศึกษาทางจิตวิทยาของคาร์ล กุสตาฟ จุง (Carl Gustav Jung) เกี่ยวกับการวิเคราะห์จิตใต้สำนึกของคนและในงานเขียนต่างๆ มีรูปแบบของตัวละครในเชิงสัญลักษณ์ เช่น การวิเคราะห์ความเป็นเพศหญิงและเพศชาย, เงาด้านมืดที่ปรากฏในจิตใจของตัวละคร เป็นต้น หลังจากยุคของจุง แนวคิดนี้ก็ได้พัฒนาไปศึกษาด้านสื่อและวรรณกรรมมากขึ้น จนเกิดนักคิดคนสำคัญอย่าง โจเซฟ แคมป์เบลล์ (Joseph Campbell) ขึ้นมา 
 
โจเซฟ แคมป์เบลล์ ได้แรงบันดาลใจมาจากจุงจนคิดค้นทฤษฏีที่ชื่อว่า "โมโนมิธ" (Monomyth) ขึ้นมา โดยโมโนมิธเป็นเรื่องราวการผจญของตัวเอกที่มีอิทธิพลมาจากเทพเจ้า หรือตำนานต่างๆ การศึกษาเรื่องเล่าของแคมป์เบลล์มักเน้นไปที่ "ความหมายแฝง" ที่ปรากฏในแต่ละตัวละครตามแนวคิดของจุง ซึ่งแคมป์เบลล์แบ่งการเดินทางของวีรบุรุษออกเป็นสามช่วง คือ ช่วงออกเดินทางจากโลกปกติไปสู่โลกใหม่ จากนั้นช่วงที่สองคือการต่อสู้และผจญภัยจนเอาชนะอุปสรรคได้ และช่วงสุดท้ายก็ได้กลับมายังโลกเดิมพร้อมความสามารถที่ดีกว่าเดิม โดยระหว่างการเดินทางนี้ แคมป์เบลล์ได้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและวิวัฒนาการของมนุษย์ไปด้วย เขาเชื่อว่าแต่ละตัวละครล้วนมีหน้าที่และวัตถุประสงค์ในการใช้งานอย่างชัดเจน ขึ้นอยู่กับผู้เล่าเรื่องว่าต้องการแสดงพฤติกรรมด้านไหนของมนุษย์ออกมา แม้แต่ตัวละครที่ใช้แล้วทิ้งก็มีผลต่อการเล่าเรื่องด้วยเช่นกัน 
 
นอกจากแนวคิดอาร์คีไทป์ของจุงและแคมป์เบลล์แล้ว ยังมีตัวละครอาร์คีไทป์ของ Dramatica และ Michael Hauge ที่นักเขียนจำนวนมากนิยมนำตัวละครมาใช้กับงานเขียนด้วย ดังนั้นแล้ว ตัวละครอาร์คีไทป์ หรือ ตัวละครต้นฉบับนั้น มีตัวละครหลากหลายรูปแบบให้นักเขียนสามารถเลือกใช้ได้ตามใจชอบ เพียงแต่เราควรศึกษาต้นแบบของตัวละครเอาไว้บ้าง เพื่อให้เรารู้จักหน้าที่ของตัวละครตัวนั้นจริงๆ ก่อนจะนำตัวละครเหล่านั้นไปใช้ 
 

5 ตัวละครจาก "อาร์คีไทป์" ที่ควรรู้จัก! 

อาร์คีไทป์ เป็นลักษณะตัวละครทั่วไปที่คนอ่านทั่วโลกเข้าใจได้ง่ายว่าใครมีหน้าที่อะไร และมีผลยังไงกับเรื่องเล่า โดยตัวละครที่พี่เลือกมาในวันนี้เป็นต้นแบบตัวละครที่คล้ายคลึงกับแนวคิดของจุง แคมป์เบลล์ และ Dramatica ที่พี่อยากให้ทุกคนได้ศึกษาหน้าที่และความจำเป็นว่าเราควรใช้ตัวละครเหล่านี้ในงานเขียนของเราไหม เพราะบางครั้งเราก็ใช้ตัวละครในงานเขียนได้ไม่คุ้มเลย มาดูกันว่ามีตัวละครแบบไหนบ้าง.. 
 

1. ตัวเอก (Protagonist)

คงไม่ต้องอธิบายกันมากว่าตัวละครนี้เป็นมายังไง ตัวเอกก็คือตัวละครที่สำคัญที่สุดในเรื่องของเรานั่นแหละ และเรื่องราวของตัวเอกส่วนใหญ่ก็คือ.. 
  • เป็นตัวละครหลักของเรื่อง ทุกอย่างต้องหมุนรอบตัวตัวเอก หรือตัวเอกต้องพาทุกตัวละครไปด้วย 
  • เป็นตัวละครที่มีเป้าหมาย มีภารกิจ มีเรื่องราวที่ต้องแก้ไข ต้องผจญภัยเสมอ 
  • เป็นตัวละครที่ได้รับผลกระทบจากศัตรู (Antagonist) มากที่สุด 
  • เป็นตัวละครที่มีพฤติกรรมและการกระทำที่สอดคล้องและขับเคลื่อนพล็อตได้มากที่สุด 
  • เป็นตัวละครที่คนอ่านรู้จักตัวตนมากที่สุด และคอยเอาใจช่วยจนกว่าตัวละครจะประสบความสำเร็จ 
ตัวอย่าง เอเบเนเซอร์ สครูจ จากนิยาย เรื่อง A Christmas Carol ของชาร์ลส์ ดิกคินส์ เป็นเรื่องราวของสครูจที่เล่าเรื่องอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของสครูจผ่านภูติทั้งสาม ตั้งแต่ที่เขายังยากจน จนกระทั่งมีเงิน และในท้ายที่สุดก็ถึงแก่ความตาย เราจะเห็นชีวิตของสครูจในช่วงเวลาต่างๆ โดยมีเขาเป็นตัวละครหลักของเรื่อง จากนั้น แม้เรื่องราวจะหักมุมในตอนท้าย แต่เรื่องราวทั้งหมดก็เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อสครูจโดยตรง นี่จึงเป็นการเล่าเรื่องที่สครูจเป็นตัวเอกที่แท้จริง นอกจากนี้ยังมี บรูซ เวย์น จาก Batman Begins, กษัตริย์อาเธอร์ จาก The Legend of King Arthur and the Knights of the Round Table, กัปตันแจ๊ค สแปร์โรว์ จาก Pirates of the Caribbean เป็นต้น
 

 

2. ศัตรู (Antagonist)

เป็นตัวละครที่เป็นปฏิปักษ์โดยตรงกับตัวเอก มีหน้าที่สำคัญคือขัดขวางความสำเร็จของตัวเอก ศัตรูมักจะมีเป้าหมายเป็นของตัวเอง แต่เป้าหมายของศัตรูมักมีผลกระทบในเชิงลบต่อคนอื่นๆ ดังนั้น ศัตรูจึงเป็นตัวละครที่มีความสำคัญเทียบเท่ากับตัวเอก เรื่องราวส่วนใหญ่ของศัตรู คือ.. 
  • เป็นตัวละครที่มีหน้าที่เป็นอุปสรรค
  • เป็นตัวละครที่ตรงข้ามกับตัวเอกของเรา
  • เป็นตัวละครที่มีส่วนร่วม หรือทำเรื่องไม่ดีกับตัวเอก จนส่งผลให้ตัวเอกต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อทำลายอุปสรรค 
ตัวอย่าง โจ๊กเกอร์ จาก The Dark Knight เป็นตัวละครฝ่ายร้ายที่ฉลาดในการวางแผน มีลักษณะเหมือนผู้ป่วยทางจิต เขามีความสุขที่ได้ทรมานผู้อื่น เป็นอาชญากรตัวร้ายที่สร้างความเสียหายให้กับตัวเอกอย่างแบทแมนได้อย่างเจ็บแสบที่สุด นอกจากนี้ยังมี ประธานาธิบดีโคเรียลเลนัส สโนว์ จาก The Hunger Games, ไท่หลาง จาก Kung-Fu Panda เป็นต้น 
 
3. เพื่อนสนิท คู่หู หรือผู้ช่วย (Sidekick)
เป็นตัวละครที่มาในรูปแบบต่างๆ ที่ไม่แน่ชัด หน้าที่ส่วนใหญ่คือเป็นคนที่คอยสนับสนุนตัวเอกทุกเรื่อง เรียกว่าเป็นตัวละครที่คอยให้ท้ายตัวเอกก็ว่าได้ เพราะบางครั้งตัวเอกก็ไม่มีความมั่นใจมากพอที่จะเผชิญหน้ากับปัญหา แต่เมื่อมีเพื่อนสนิทมาเป็นผู้ช่วยเหลือ ตัวเอกก็สามารถพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้ หน้าที่ของเพื่อนสนิทตัวเอก คือ.. 
  • เป็นตัวละครที่มีความสามารถ มีอำนาจ หรือมีพลัง น้อยกว่าตัวเอก
  • เป็นตัวละครที่จงรักภักดีและสนับสนุนตัวเอก
  • เป็นตัวละครที่คอยสนับสนุนและช่วยเหลือตัวเอกให้ไปถึงเป้าหมาย 
  • เป็นตัวละครที่แตกต่างจากตัวเอก สนิทสนมกับตัวเอก มีไว้เพื่อเน้นการเติบโตของตัวเอก
ตัวอย่าง โรบินเป็นเพื่อนสนิทหรือผู้ช่วยของแบทแมนในด้านของการทำงาน และการเป็นเพื่อนที่ดี เขาเป็นตัวละครผู้ช่วยที่มีความสำคัญกับแบทแมนมาก เมื่อโรบินถูกโจ๊กเกอร์ฆ่าตาย แบทแมนคิดว่านี่คือความล้มเหลวของเขาที่ไม่สามารถปกป้องคนรอบตัวเขาได้ การตายของโรบินจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาแบทแมนให้แข็งแกร่งขึ้นมา นอกจากนี้ยังมี จอห์น วัตสัน จาก Sherlock Holmes, แซม จาก Lord of the Rings เป็นต้น 
 

 

4. เมนเทอร์ (Mentor)

เมนเทอร์ ผู้พิทักษ์ หรือพี่เลี้ยง เป็นตัวละครต้นแบบที่นิยมใช้กันมาก เมนเทอร์มักจะถูกสร้างให้มีลักษณะเป็นชายชราที่มีหนวดเคราสีเทา บางครั้งก็เป็นผู้วิเศษตลอดจนเป็นสัตว์ หน้าที่ของเมนเทอร์ที่สำคัญคือ.. 
  • เป็นตัวละครที่เป็นครูอาจารย์ หรือเป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือตัวเอก
  • เป็นตัวละครที่คอยปกป้องตัวเอกระหว่างที่ตัวเอกกำลังพัฒนาอยู่
  • เป็นตัวละครที่คอยแนะนำ (หรือบางครั้งก็พยายามที่จะชี้แนะ) ตัวเอกให้ไปในทางที่ถูกต้อง 
  • เป็นตัวละครสีเทา ไม่แน่ชัดว่าเป็นคนดีหรือคนร้าย
  • เป็นตัวละครที่คอยสนับสนุนหรือคัดค้านความคิดของตัวเอก เพื่อให้ตัวเอกเกิดการเปลี่ยนแปลง 
ตัวอย่าง ดัมเบิลดอร์ จาก Harry Potter เป็นอาจารย์ใหญ่ที่คอยช่วยเหลือแฮร์รี่ และคอยบอกใบ้ปริศนาต่างๆ กับแฮร์รี่เสมอ นอกจากนี้ยังมี อัลเฟรด เพนนีเวิร์ท จาก Batman Begins , ชิฟู จาก Kung Fu Panda เป็นต้น 
 

5 ½ ความรัก (Love Interest)

ตัวละครต้นแบบแต่ละตัวนั้นต่างมีหน้าที่ของแต่ละคนอย่างชัดเจน แต่สำหรับข้อนี้ เรียกได้ว่าเป็นตัวละครที่เหนือความคาดหมายมากค่ะ ตัวละครที่เต็มไปด้วยความรักนั้น มักจะเป็นตัวละครที่เร่งปฏิกิริยา (การต่อสู้) ของตัวเอกและศัตรูได้ดีที่สุด คนที่ศัตรูตกหลุมรักมักจะเป็นคนเดียวกับตัวเอก และตัวละครความรักนี้มักจะมีสถานะที่ไม่แน่นอน คือ บางครั้งก็เป็นคนกลาง และบางครั้งก็ต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วตัวละครความรักมักจะเลือกตัวเอกเพื่อให้เรื่องราวดำเนินไปอย่างสมบูรณ์ รวมถึงตัวละครนี้ยังเป็นจุดอ่อนที่สุดของตัวเอกอีกด้วย เช่น ราเชล ดอว์ส จาก Batman Begins เธอมักถูกศัตรูของแบทแมนใช้เธอข่มขู่แบทแมนให้ยอมแพ้เสมอ, มิสเตอร์โรเชสเตอร์ จาก Jane Eyre เป็นต้น 
 

 
ตัวละครทั้งหมดนี้เป็นเพียงครึ่งหนึ่งของตัวละครจากอาร์คีไทป์เท่านั้นค่ะ ตัวละครเหล่านี้ล้วนเป็นตัวละครที่นักเขียนนิยมนำไปใช้มากที่สุด ซึ่งพี่อยากให้ทุกคนได้ลองดูลักษณะของตัวละครอีกครั้งว่าเราเข้าใจตัวละครแต่ละตัวในทิศทางไหนบ้าง บอกเลยว่านิยายของเรามีแค่ตัวละครเหล่านี้ก็เอาอยู่แล้ว เพราะแต่ละตัวละครนั้นโดดเด่นด้วยหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว เพียงแค่เรารู้จักใช้ตัวละครให้เป็นเท่านั้น พี่รับรองได้เลยว่านิยายของเราจะเป็นที่จดจำเพราะตัวละครได้แน่นอน ^^
 
พี่แนนนี่เพน
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
Deep Sound แสดงความรู้สึก 
พี่แนนนี่เพน
พี่แนนนี่เพน - Columnist สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

4 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด