กาสะลองดอยคำ : แค่มีวินัยและความรับผิดชอบ เขียนนิยายให้จบก็ไม่ใช่เรื่องยาก! []

วิว

นักเขียนจำเป็นต้องมีวินัยและความรับผิดชอบต่อผู้อ่านค่ะ สำหรับเราวินัยในที่นี้คือตรงต่อเวลา ส่วนความรับผิดชอบต่อผู้อ่านคือ ต้องละเอียดรอบคอบในการเขียน และเขียนในวิธีที่ถูกต้อง

กาสะลองดอยคำ 
 
สวัสดีน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคนค่ะ เมื่อไม่นานมานี้มีนิยายแนวจีนเรื่องหนึ่งที่อยู่ๆ ก็มาแรงแบบฉุดไม่อยู่ เป็นนิยายแนวย้อนอดีตที่นักอ่านนักเขียนเด็กดีกำลังนิยมกันเลย ชื่อเรื่องนิยายเรื่องนี้ก็สุดจะแปลก แถมนักเขียนยังเป็นมือใหม่หัดเขียนเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกอีกด้วย! ล่าสุดในงานหนังสือที่ผ่านมานิยายเรื่องนี้ก็ได้ตีพิมพ์ให้นักอ่านได้จับจองเป็นเจ้าของกันไปแล้ว..

วันนี้พี่แนนนี่เพนเลยชวนนักเขียนสาวเจ้าของนามปากกา "กาสะลองดอยคำ" มาพูดคุยกับน้องๆ ชาวเด็กดีถึงความเป็นมาของนิยายเรื่อง "ไปรักกันให้ไกลๆ ข้า" นิยายที่นักอ่านต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอเขียนบรรยายได้ดีมาก แถมฝีมือการเขียนก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่เป็นเรื่องแรกของเธอ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นคำถามต่างๆ เกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้ที่นักอ่านหลายคนสงสัยกันอยู่มาก พี่จึงไม่พลาดที่จะชวนเมล์มาจับเข่าคุยกันสักหน่อยว่าเป็นมายังไง เขียนนิยายเรื่องแรกจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย ถ้าพร้อมแล้ว เราไปล้วงความลับจากเธอกันเล้ย! 
 
กาสะลองดอยคำ : แค่มีวินัยและความรับผิดชอบ เขียนนิยายให้จบก็ไม่ใช่เรื่องยาก! สวัสดีค่ะทุกคนยินดีที่ได้รู้จักค่ะ กาสะลองดอยคำนะคะ ชื่อเล่นเมล์ อายุ 29 ปี ตอนนี้กำลังศึกษาปริญญาตรีใบที่ 2 อยู่ กับช่วยธุรกิจที่บ้านอยู่ค่ะ
 
นามปากกา "กาสะลองดอยคำ" มีที่มาจาก.. เมล์ชอบดอกกาสะลองค่ะ (บางคนเรียกดอกปีบ) เลยนำมาใช้เป็นชื่อนามปากกาซะเลย แต่ว่ากาสะลองมีคนใช้ไปแล้ว ก็เลยเปลี่ยนเป็นกาสะลองล่องลม พอไปตรวจก็ซ้ำกับชาวบ้านอีก T_T พอดีตอนนั้นกำลังดื่มน้ำมะเขือเทศดอยคำก็เลยเอาเป็นกาสะลองดอยคำแล้วกัน >w<
 
เริ่มต้นเส้นทางนักเขียนจาก.. อืม.. จุดเริ่มต้นการเขียนสำหรับเราแรกๆ เลยคือความอัดอั้นค่ะ เมล์ว่าหลายๆ คนก็คงเคยเป็น คือ ดูหนัง ดูซีรีส์ อ่านนิยายแล้วตอนจบไม่เป็นแบบที่เราหวัง เหมือนมันจะฟินแต่ก็ฟินไม่สุด ก็ในเมื่อมันไม่ได้ดั่งใจก็เลยลองเขียนเองดูซะเลย 
 
ทำไมเลือกเขียนนิยายแนวจีนโบราณเป็นเรื่องแรกๆ ?.. เป็นเพราะช่วงปีนี้ได้อ่านนิยายและดูซีรีส์แนวจีนโบราณเยอะค่ะ มันเลยมีอิทธิพลทำให้สำนวนต่างๆ อยู่ในหัวจนไม่สามารถสะบัดมันออกไปได้ พอเริ่มจะลงมือเขียนเราจะนึกถึงสำนวนเช่น ข้า เจ้า ท่าน ขึ้นมาก่อนจึงเริ่มเขียนเป็นนิยายแนวจีนโบราณดีกว่า 
 
นิยายเรื่อง "ไปรักกันให้ไกลๆ ข้า" ได้แรงบันดาลใจจาก.. เริ่มมาจากการที่เราดูซีรีส์แล้วหมั่นไส้นางเอกเป็นการส่วนตัวค่ะ มันจะมีซีรีย์บางประเภทที่นางเอกเป็นพวกซุ่มซ่ามทำข้าวของชาวบ้านพังบ้าง (ส่วนใหญ่ของพระเอก) แต่ก็จะทู่ซี้ไม่ยอมรับผิด พอโดนต่อว่าก็ยังจะเถียงเขาอีก แล้วก็ซีรีส์บางประเภทนางเอกทำตัวอ่อนแอโดนรังแกชีวิตรันทด สุดท้ายพระเอกก็ต้องมาปกป้อง ทำไปทำมารักกันซะอย่างนั้น ทั้งๆ ที่ตัวพระเอกก็มีคู่หมั้นหรือมีแฟนอยู่แล้ว คือดูแล้วมันขัดใจค่ะ เพราะอย่างนี้มันเลยเป็นแรงบันดาลใจให้คิดจะเขียนนิยายขึ้นมาค่ะ โดยเริ่มต้นที่นางเอกก่อน เราวางตัวข้าวให้เป็นคนที่มีเหตุผล มีมุมมองการมองโลกในความเป็นจริง เป็นคนฉลาดอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ ที่สำคัญคือไม่มองเรื่องความรักหนุ่มสาวเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต พอวางตัวนางเอกได้จึงมาเริ่มวางโครงเรื่องต่อว่าจะให้ไปในทิศทางไหน ช่วงนี้นิยายหลงยุคหลงมิติมีเยอะเราเลยได้อิทธิพลมาจากตรงนั้นบวกกับความคิดที่ได้บอกไปแล้วในข้อ 2 ว่าอ่านนิยายแล้วตอนจบเราไม่อินเราไม่ฟิน เราเลยให้หมอข้าวเป็นตัวแทนเราเขาไปเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องนิยายที่อ่าน หมอข้าวเลยได้โอกาสทะลุมิติเข้าไปนิยายนั่นแหละค่ะ ^^
 
ส่วนชื่อเรื่อง "ไปรักกันให้ไกลๆ ข้า" แรกเริ่มเลยมันคือความมั่นไส้ของหมอข้าวที่มีต่อตัวละครหยางเฟยฉีและตงอิงอิง เราเลยเอามาตั้งเป็นชื่อเรื่องค่ะ จริงๆ เคยคิดจะเปลี่ยนชื่อเรื่องนะคะแต่ก็ตัดสินใจว่าไม่เปลี่ยนดีกว่า  555
 
กาสะลองดอยคำ : แค่มีวินัยและความรับผิดชอบ เขียนนิยายให้จบก็ไม่ใช่เรื่องยาก!
 
นักอ่านสงสัยกันมากว่าในเมื่อนางร้าย (ฟางหรง) ในภพก่อนรักกับพระเอกดีอยู่แล้ว ทำไมถึงเลือกให้นางเอกย้อนยุคกลับไปอีก..
อันนี้คิดว่าหลายคนสงสัย มีนักอ่านหลายท่านบอกไม่อยากให้หมอข้าวมาสิงร่างฟางหรงเลย ในมุมมองผู้เขียนแบบเรา ฟางหรงนั้นรักพระเอกจริงค่ะ และรักมากเกินไป เมื่อโดนพระเอกทำร้ายจิตใจ ไม่เชื่อใจ จึงเลือกฆ่าตัวตายทั้งประชดคนรัก และหนีความเจ็บปวดที่เห็นพระเอกหันไปสนใจน้องสาวตัวเอง ส่วนตัวของพระเอกหยางเฟยฉีนั้นเขายังไม่รู้ตัวค่ะว่ารักฟางหรงจริงๆ รักแบบคนรักไม่ใช่พี่น้อง จะมารู้ตัวก็ตอนที่ฟางหรงฆ่าตัวตายไปแล้วเขาจึงพยายามที่จะทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขในสิ่งที่ทำพลาดไป คนหนึ่งก็แสดงออกมากเกินไปอีกคนก็ซึนไม่รู้จักความรัก เฮ้ออ....
 
ที่เราเลือกให้หมอข้าวย้อนยุคมานี่เพื่อมาคลายปมและแก้ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น เพราะด้วยความรักของฟางหรงที่มีให้หยางเฟยฉีมันมีมากเกินไปจนถึงขนาดนางเลือกที่จะทำร้ายตัวเอง จะให้นางผันตัวมาแก้แค้นทำร้ายหยางเฟยฉีเรามองว่านางทำเฟยฉีไม่ลงค่ะ 
 
อีกเหตุผลหนึ่งคือเราเขียนให้ฟางหรงฆ่าตัวตายเพราะความรัก มันไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีต่อเด็กและเยาวชน  เราไม่ได้มองว่าการฆ่าตัวตายมันผิดหรือถูกทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง อย่างที่หมอข้าวได้บอกไว้ในนิยาย ฟางหรงอายุแค่ 17 ยังขาดประสบการณ์และภูมิต้านทานต่อความผิดหวัง จึงทำให้คิดผิดพลาดจบชีวิตตัวเอง เราใส่ฉากให้ฟางหรงสำนึกได้และเสียใจขอโทษพ่อแม่ เพราะเราอยากสื่อให้คนที่อาจจะเจอปัญหาเดียวกับฟางหรงว่าอย่าคิดสั้น สุดท้ายแล้วนอกจากความรักหนุ่มสาวยังมีความรักแบบครอบครัวที่เขาพร้อมจะรักและให้อภัยอยู่เคียงข้างเราในยามที่อ่อนแอที่สุด และที่เราไม่ให้ฟางหรง (ตัวจริง) ไปต่อก็เพราะอยากให้ผู้อ่านได้เห็นว่า เมื่อเราฆ่าตัวตายทุกอย่างคือจบ ตายจริงๆ ไม่มี second chance ต่างจากหมอข้าวที่ได้โอกาสอีกครั้งเพราะเขาไม่ได้อยากตายแต่ที่หมอข้าวนั้นตายเพื่อที่จะปกป้องอีกชีวิตหนึ่ง เราจึงให้โอกาสการมีชีวิตกับหมอข้าวอีกครั้งและด้วยนิยายนี้เป็นสิ่งสุดท้ายที่หมอข้าวผูกพันด้วยก่อนตายเราจึงให้หมอข้าวกลับเข้ามาอยู่ในนิยายเรื่องที่กำลังอ่านอยู่ค่ะ 
 
สเน่ห์ของ ข้าว/ฟางหรง คือ.. คำถามนี้ยากอยู่เหมือนกันค่ะ เหมือนให้เมล์มาอวยลูกสาวตัวเอง 555 เอาเป็นว่าสเน่ห์ของข้าวคือ การปรับตัวเก่งและมีเหตุมีผลค่ะ อย่างที่บอกไว้เราวางพล็อตเริ่มจากตัวหมอข้าว ดังนั้นเราจะใส่ความคิดของผู้หญิงยุคใหม่และความรู้ลงไปในตัวหมอข้าว บางทีมีเล่นมุขคนปัจจุบัน ใช้ความรู้ของยุคปัจจุบันมาพลิกแพลงใช้กับนิยาย บางทีก็มีมุขล้อเลียนนิยายว่าตอนอ่านทำไมมันง่ายพอมาทำจริงทำไมมันยาก เราว่าทั้งหมดมันคือเสน่ห์ของหมอข้าวค่ะ ซึ่งมันก็ทำให้ตัวละครหมอข้าวดูโดดเด่นขึ้นมาค่ะ
 
มีฉากไหนไหมที่รู้สึกประทับใจและอยากแนะนำเป็นพิเศษ.. มีหลายฉากเลยค่ะ แต่ถ้าจะให้เลือกคงเป็นฉากที่แสดงความรักของครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นฉากที่ขอโทษท่านพ่อท่านแม่ตอนฟื้นขึ้นมาจากความตาย ฉากที่ฮองเฮาเอาไม้ตีรัชทายาทเพื่อสั่งสอนเมื่อรัชทายาททำผิด เราว่ามันดูอบอุ่นและสื่อถึงความปราถนาดีที่ครอบครัวมีให้กัน 
 
เขียนนิยายครั้งแรก ได้ศึกษาข้อมูลด้านไหนเป็นพิเศษบ้าง.. ปาดเหงื่อ เพราะมันเยอะมากค่ะ เราเป็นคนเขียนที่ทำการบ้านก่อนจะเขียนเพราะเราคิดว่าถ้าจะเขียนอะไรลงไปมันมีอิทธิพลต่อคนอ่าน เขาจะจำในสิ่งที่เราเขียนไว้ ดังนั้นความรู้ทั้งหลายหรือข้อมูลทั้งหลายที่อาจจะมีจริง เราจะศึกษาและพยายามเอาข้อมูลที่ถูกต้องมาใส่ไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสำนวนจีนบางสำนวน โรคและวิธีรักษาผู้ป่วย วิธีทรมาณนักโทษสมัยก่อน วิธีสู้รบที่ใช้จริงสมัยก่อน อาวุธ ข้อมูลสัตว์แต่ละประเภทที่ใช้ เราจะหาอ่านก่อนจะนำมาใช้ในนิยายเสมอ ช่วงหลังๆ เลยมีใส่พวกแหล่งที่มาข้อมูลเผื่อนักอ่านบางท่านสนใจไปอ่านต่อ แต่เนื่องจากเพิ่งหัดเขียนใส่ลิงค์ยังไม่เป็นเลยเอา URL มาวางทั้งดุ้น นักอ่านบางคนบอกกดลิงค์ไม่ได้ค่ะ 555 ตอนนี้คือใส่เป็นแล้ว พยายามทยอยแก้อยู่ค่ะ
 
ผลตอบรับนิยายเรื่องแรกเป็นยังไงบ้าง.. ต้องพูดว่าเกินคาด วันแรกที่ลงนิยายเรื่องนี้คือจิตตกค่ะ ว่าจะมีคนอ่านไหม จะมีคนชอบไหม จะโดนวิจารณ์ในทางลบไหม แต่พอมาเจอนักอ่านกลุ่มแรกๆ คอมเมนต์มาทั้งกำลังใจ มาทั้งจะติดตามต่อ มาทวงถามตอนต่อไป มาแก้ไขคำผิดให้ มันเหมือนเป็นกำลังใจให้เราเขียนต่อมาเรื่อยๆ จนจบ ยิ่งจำนวนตอนเพิ่มขึ้นคอมเมนต์ก็เพิ่มขึ้นตาม เราอ่านทุกคอมเมนต์นะคะ แต่ไม่สามารถตอบได้หมด อยากจะขอบคุณนักอ่านทุกๆ คนที่ติดตามผลงาน ทุกคอมเมนต์ติชมมันคือกำลังใจคือกระจกสะท้อนเงาของเราให้รู้ว่าจุดใดที่เราต้องปรับปรุง ขอบคุณมิตรภาพดีๆ และความห่วงใยที่ให้กันทางตัวหนังสือ ถ้าไม่มีนักอ่านเมล์คงไม่มาถึงจุดนี้ได้ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ 
 
กาสะลองดอยคำ : แค่มีวินัยและความรับผิดชอบ เขียนนิยายให้จบก็ไม่ใช่เรื่องยาก!
 
เล่าเป็นประสบการณ์ตอนที่นิยายเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์ให้น้องๆ ชาวเด็กดีฟังหน่อย.. 
โอ้วว ตอนแรกเลยที่มีสำนักพิมพ์ติดต่อเข้ามาคือตื่นเต้นมากค่ะ ทำอะไรไม่ถูก เราเข้าไปหาข้อมูลในบอร์ดก่อนเลยว่าควรทำอย่างไร ตอบสำนักพิมพ์แบบไหน เราเป็นมือใหม่เราจึงควรหาแนวทางไว้ จริงๆ แล้วมีทั้ง website และสำนักพิมพ์ติดต่อเข้ามาทางข้อความลับ สำหรับเมล์เลยคือเลือกสำนักพิมพ์ที่ยื่นโอกาสมาให้เราเป็นที่แรกค่ะ ต้องขอบคุณบก.จริงๆ ที่ให้โอกาสกับเมล์ มันเริ่มจากทางบก. ให้พี่ที่ประสานงานเขาส่งข้อความลับมาหา พร้อมกับขอช่องทางติดต่อ เราจึงส่ง e-mail ตอบกลับเขาไป จากนั้นก็เมมเบอร์โทรศัพท์เขาไว้ (ปกติเมล์จะไม่รับเบอร์แปลก) และติดต่อพูดคุยกันทางโทรศัพท์ แจ้งเขาว่าต้นฉบับเรายังเขียนไม่จบนะ แต่มีพล็อตคร่าวๆ ตอนจบไว้แล้ว  ในช่วงที่คุยนั้นพี่เขาก็ส่งสัญญามาให้อ่าน บ้านเมล์กับสำนักพิมพ์ไม่ไกลกันมากเลยนัดไปเซ็นสัญญากันที่สำนักพิมพ์ 
 
ตอนไปถึงออฟฟิศ พูดคุยกันครั้งแรกก็มีแนะนำตัวกัน เล่าเรื่อราวพล็อตถึงตอนจบคร่าวๆ คำนวณจำนวนหน้ากระดาษ ระยะเวลาทำปก ระยะเวลาการพิมพ์แก้ตรวจทานคำผิด หลังจากเซ็นสัญญาส่งต้นฉบับแล้วพี่ที่ประสานงานก็อัพเดตมาเป็นระยะๆ ประสานงานกับผ่านพิสูจน์อักษรแก้ไขคำผิดบ้างสำนวนบ้าง (อยากจะกราบผ่านพิสูจน์อักษรเพราะคำผิดเราเยอะมาก) กำหนดการวางขายเราคืองานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ แต่ก็เกิดเหตุทำให้หนังสือวางแผงไม่ทันวันที่เราได้แจ้งนักอ่านไว้ เมื่อเราทราบปัญหาเราก็รีบแจ้งนักอ่าน พี่จากสำนักพิมพ์เขาก็ช่วยกันประสานงาน จนสุดท้ายวางขายทันงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และได้มีโอกาสนั่งโต๊ะแจกลายเซ็นของทางสำนักพิมพ์ถือเป็นประสบการณ์ใหม่อีกก้าวหนึ่งเลยค่ะ 
 
กาสะลองดอยคำได้ไอเดียเขียนนิยายมาจากไหนบ้าง.. ไอเดียส่วนใหญ่เลยจะมาจากคนรอบๆ ตัวกับหนัง หรือนิยายที่เคยอ่านมาในอดีตค่ะ อย่างเจ้าหยินหมาป่าอสูรที่พูดได้นี่ จริงๆ เราเคยอยากเขียนเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าที่พูดได้ พอได้มาเขียนนิยายเลยจับมาใส่ด้วย แต่ไม่ถึงขั้นให้เขาแปลงร่างเป็นคนได้ อยากให้คงเสนห์ของสัตว์ขนฟูไว้ หรืออย่างไสยศาสตร์ก็มาจากที่เราชอบอ่านหนังสือเรื่องเล่าไสยศาสตร์กับตำนานผีต่างๆ จับนั่นมาชนนี่บ้าง บางทีก็โทรไปถามเพื่อนเรื่องมุมมองความรักหรือความรู้สึกตอนที่เลิกกันกับแฟนแล้วเอาอารมณ์ที่เพื่อนบอกมาใส่ในนิยายค่ะ 
 
แล้วก่อนจะเขียนนิยาย ทำอะไรเป็นอย่างแรก.. ศึกษาหาข้อมูลที่จะใช้ประกอบเรื่องที่จะเขียน หาเพลงที่โทนอารมณ์เข้ากับเรื่องที่จะเขียนมาฟังเพื่อให้เรามีอารมณ์อินไปกับเนื้อหาค่ะ 
 
นักอ่านบอกว่าเขียนบรรยายได้อินมาก มีเคล็ดลับไหม.. ก่อนอื่นเลยต้องเปิดเพลงฟังเพื่อบิ้วอารมณ์ค่ะ จากนั้นก็หลับตานึกว่าถ้าเราเป็นตัวละครเราจะทำอะไร เราเห็นอะไร สิ่งสำคัญในการบรรยายสำหรับเราคือการทำให้คนอ่านเห็นภาพและเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครในขณะนั้นสถานที่นั้นค่ะ ทำยังไงก็ได้เขียนให้เขาอ่านแล้วสามารถมีภาพจินตนาการขึ้นมาในหัวเขาได้ ช่วงแรกๆ ที่เขียนเราเปิดหน้าที่พิมพ์ไว้หน้าหนึ่ง อีกหน้าหนึ่งเปิด google อ่านที่นักเขียนเก่งๆ ได้ให้ความรู้ไว้ว่า การบรรยายเสียงมีแบบไหนบ้าง การบรรยายแววตามีแบบไหนบ้าง แววตาแบบนี้สื่อถึงอะไร ทุกครั้งที่เขียนเราจะหลับตา และนึกภาพในหัวก่อนเมื่อมีภาพเราก็จะบรรยายไปตามภาพที่เราเห็นค่ะ ยิ่งตอนเขียนฉากทรมาณนักโทษนี่เราแบบขนลุกหลอนมากเพราะต้องหลับตานึกทั้งรูป กลิ่น เสียง (รสกับสัมผัสนี่ไม่นึกนะคะแค่นี้ก็ติดตาไปนานแล้ว555 ) หลังจากเขียนฉากทรมาณนี่คือต้องหาอะไรแนวบวกอย่างเดี่ยวของพี่โน้ตอุดมเพื่อมาปรับอารมณ์กันเลยค่ะ
 
ถ้าเขียนๆ อยู่แล้วตัน หรือเขียนออกนอกทะเล จะแก้ปัญหายังไง.. เมล์เชื่อว่าทุกคนเป็น เขียนๆ อยู่แล้วตันเราก็เป็น พอตันเราก็จะวางงานเขียนลง หาอะไร relax ทำ ไปดูซีรีส์ ดูหนัง ฟังเพลง อ่านนิยาย อ่านการ์ตูน ไปทำเล็บ ทำผม  ไปอาบน้ำสระผมทาครีมทำตัวหอมๆ ผ่อนคลายนั่นและค่ะ มันเหมือนเป็นการพักสมองพอหลังจากทำพวกนี้มาเริ่มเขียนอีกครั้งมันก็จะไหลลื่น (เมล์ชอบคิดพล็อตได้ตอนอาบน้ำแล้วไม่มีที่จด 555) ส่วนเรื่องการเขียนออกนอกทะเลโชคยังดีเรื่องแรกนี้เราวางพล็อตตอนแรกกับตอนจบไว้มันเลยเหมือนมีไกด์ไลน์ให้ไม่ออกทะเล ^^
 
กาสะลองดอยคำ : แค่มีวินัยและความรับผิดชอบ เขียนนิยายให้จบก็ไม่ใช่เรื่องยาก!
ปัญหาที่เจอบ่อยสุดคือเรื่อง.. คำผิดนี่แหละค่ะบ่อยสุด เมล์พิมพ์นิยายจาก macbook บ้าง ใน iphone บ้าง ระบบผู้น่ารักจะแก้คำผิดให้บ้างล่ะ (แต่ไม่ใช่คำที่เราต้องการไง =_=;; ) เราพิมพ์สลับตัวอักษรเองบ้าง เราใช้คำผิดความหมายบ้าง ตอนแรกที่อ่านนิยายคนอื่นเจอคำผิดเราสามารถแก้ให้เขาได้นะคะ แต่พอมาเป็นตัวเราผิดแบบนั้นบ้างจึงเข้าใจแล้วว่าบางทีคนเขียนก็ไม่ได้อยากจะเขียนผิด T_T  วิธีแก้ เราอ่านทวนก่อนจะลง แต่ถ้าตอนไหนรีบลงก็จะเขียนบอกไว้เลยว่า ‘ยังไม่ได้อ่านทวนนะคะ มีคำผิด’ นักอ่านบางท่านก็น่ารักบอกมาให้พร้อมว่ามีผิดตรงไหนบ้าง (อยากกราบ) ถ้าในอนาคตเด็กดีจะมีระบบตรวจคำผิดเพิ่มมาจะขอบคุณพี่ๆ นักพัฒนาเว็บมาก ^^
 
 คิดว่าอะไรคือสิ่งจำเป็นสำหรับการเป็นนักเขียน..  วินัยและความรับผิดชอบต่อผู้อ่านค่ะ สำหรับเราวินัยในที่นี้คือตรงต่อเวลา หากเรารับปากอะไรผู้อ่านไว้เราต้องทำให้ได้ถ้าเกิดเหตุขัดข้องหรือสุดวิสัยเราต้องแจ้งคนอ่านเร็วทีสุดเท่าที่จะทำได้ เช่นเรารับปากนักอ่านไว้ว่าจะลงตอนต่อไปวันไหน เราต้องลงตามสัญญาหากป่วยหรือมีเหตุสุดวิสัยก็แจ้งบอกก่อนเลยเพราะเขารออยู่  ส่วนความรับผิดชอบต่อผู้อ่านคือ ถึงแม้ว่านิยายเราจะแฟนตาซีย้อนยุค แต่เนื้อหาบางส่วนที่อาจมีผู้อ่านเอาไปทำตามเราต้องละเอียดรอบคอบในการเขียนและเขียนในวิธีที่ถูกต้องเช่น ฉากเช็ดตัว ฉากบอกอาการของโรคหรือการรักษา เราจะพยายามใส่ข้อมูลที่ถูกต้องที่ค้นหามาลงไป เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าคนอ่านเราจะมีอายุเท่าไหร่เขาอ่านแล้วจะจำไปทำตามไหม ถ้าเราใส่ข้อมูลผิดๆ แบบขอไปทีลงไปมันอาจจจะเป็นผลเสียต่อคนอ่าน
 
การเขียนนิยายให้อะไรกับเราบ้าง.. คงเป็นการสอนมองโลกในมุมต่างๆ อย่างมีเหตุผลค่ะ ถ้าเราเป็นคนอ่านเราจะมองแต่มุมของตัวพระเอกนางเอกใช่ไหมคะ แต่พอมาเขียนเองเราต้องมองในมุมของตัวร้ายด้วย ตัวประกอบด้วย ซึ่งมันก็ท้าทายที่เราจะต้องหาเหตุผลมาประกอบว่าเพราะอะไรทำไมตัวละครแต่ละตัวของเราถึงทำแบบนั้น 
 
ฝากถึงน้องๆ ชาวเด็กดีที่อยากเป็นนักเขียนหน่อย.. เริ่มเขียนเลยค่ะ มีพล็อตก็จดไว้แล้วเริ่มลงมือทำเลยอย่ากลัว 
 
สุดท้ายแล้ว ฝากผลงานกันสักนิด.. ข้อสุดท้ายแล้วหรอ ขอฝากนิยาย ไปรักกันให้ไกลๆ ข้าด้วยนะคะ นิยายที่หมาจะเด่นแซงหน้าพระเอก^^ ลองอ่านดูนะคะแล้วคุณจะรักตัวละครของเราแทบทุกตัว  ขออนุญาตฝากเพจ FB: กาสะลองดอยคำ twitter: @littlepib ไว้เพื่อพูดคุยติดตามผลงานด้วยนะคะ ผลงานเรื่องต่อไปเรากำลังต้มมาม่าวางพล๊อตอยู่ยังไงก็ฝากติดตามในอนาคตด้วยนะคะ 
 
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ web Dek-D ที่เปิดพื้นทีให้ได้ลงนิยาย ขอบคุณบก.และทีมงานนะคะที่ให้โอกาสได้มาสัมภาษณ์ครั้งนี่ และขอบคุณผู้อ่านทุกท่านนะคะ
 
กาสะลองดอยคำ : แค่มีวินัยและความรับผิดชอบ เขียนนิยายให้จบก็ไม่ใช่เรื่องยาก!  
 
ขอบคุณเมล์มากๆ เลยค่ะ ที่มาเล่าประสบการณ์ให้น้องๆ ชาวเด็กดีได้รู้ความเป็นมามากขึ้น หลายๆ คำถามน่าจะตอบข้อสงสัยและความเป็นตัวตนของกาสะลองดอยคำกันไปบ้างแล้ว แม้ว่าเธอจะเป็นนักเขียนหน้าใหม่ แต่ฝีมือการเขียนตั้งแต่เรื่องแรกก็พิสูจน์ให้เห็นกันแล้วว่า "ขอแค่มีวินัยและความรับผิดชอบ" การเขียนนิยายให้จบสักเรื่องก็ไม่ใช่เรื่องยากแน่นอน พี่หวังว่าคำตอบของเมล์ในวันนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ ที่อยากเป็นนักเขียนได้มีความหวัง และมุ่งมั่นกับงานเขียนของตัวเองมากขึ้นนะคะ พี่แนนนี่เพนขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนค่ะ แล้วพี่จะรอสัมภาษณ์น้องๆ นักเขียนชาวเด็กดีในอนาคตนะคะ ^^ 
 
พี่แนนนี่เพน 
 

กาสะลองดอยคำ : แค่มีวินัยและความรับผิดชอบ เขียนนิยายให้จบก็ไม่ใช่เรื่องยาก!
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #กาสะลองดอยคำ #ไปรักกันให้ไกลๆ ข้า #นิยายจีน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?