ฉางเยว่ : ถ้ารู้สึกตันให้ "หยุดเขียน" แล้วเติมพลังด้วยสิ่งที่ "ชอบ" []

วิว

สิ่งที่อินได้จากการเป็นนักเขียนคือได้ฝึกการใช้ภาษาค่ะ
เห็นประโยชน์ชัดมากตอนที่เราทำข้อสอบที่เป็นข้อเขียน
เราจะมีทักษะการเขียนมากกว่าคนอื่น
 

ฉางเยว่ 


สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเขียนแล้ว แน่นอนว่าต้องมีคำต่อท้ายว่าเป็นนักเขียนนิยายแนวไหน เพราะแนวนิยายจะทำให้เราจดจำนักเขียนที่เราชอบได้ง่ายขึ้น แต่ก็มีนักเขียนคนหนึ่งในความทรงจำของพี่ที่มักจะสร้างความแปลกใจให้พี่เสมอด้วยการเขียนนิยายได้หลายๆ แนว และนิยายแต่ละเรื่องก็น่าอ่านสมกับเป็นฝีมือของนักเขียนคนนี้มาก และนักเขียนที่พี่กำลังพูดถึงก็คือ "ฉางเยว่" นั่นเอง 

ผลงานนิยายของเธอได้แก่เรื่อง "นางหงส์" ที่เคยติดอับดับในเด็กดี และนิยายเรื่องล่าสุดที่อยู่ๆ เธอก็เปลี่ยนมาเขียนแนววายในเรื่อง "ชินอ๋องลวงรัก" ภาคต่อจากนางหงส์ที่อ่านแยกกันได้ ความน่าสนใจของนักเขียนนามว่าฉางเยว่อยู่ที่การเขียนนิยายได้หลายแนว และแต่ละเรื่องเธอไม่เคยทิ้งหายไปไหน เขียนจบทุกเรื่องเลยก็ว่าได้ (นักเขียนดีเด่นสุดๆ) แถมนิยายของเธอยังมีพล็อตที่น่าสนใจอยู่เสมอ ไม่รอช้า.. พี่แนนนี่เพนชวนเธอมาพูดคุยกับเราแล้วในวันนี้ เรามารู้จักกับฉางเยว่กันเลยค่า ^^
 

ฉางเยว่ : ถ้ารู้สึกตันให้ "หยุดเขียน" แล้วเติมพลังด้วยสิ่งที่ "ชอบ"

ฉางเยว่ คือ นิสิตปีสองที่เริ่มเส้นทางนักเขียนเพราะอยากบงการทุกเรื่องในนิยาย! 

สวัสดีค่ะ Inverno หรือ ฉางเยว่ ชื่อเล่นจริงๆ ชื่อว่า ‘อิน’  ปัจจุบันเป็นนิสิตชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ นามปากกา ‘ฉางเยว่’ เริ่มมาจากเราอยากลองเปลี่ยนแนวการเขียนให้มีความเป็นผู้ใหญ่ มีความซับซ้อนมากขึ้น ประกอบกับช่วงนั้นเราเรียนพิเศษภาษาจีนชอบคำศัพท์ 2 คำนี้เป็นพิเศษ นั่นก็คือคำว่า ‘ฉาง’ แปลว่ายาว และ ‘เยว่’ แปลว่าพระจันทร์ แปลรวมกันแล้วได้ประมาณว่าพระจันทร์ที่ยืนยาวค่ะ ส่วนอีกนามปากกาหนึ่งมาจากภาษาอิตาลี inverno แปลว่า หิมะ เป็นนามปากกาที่ใช้ในนิยายแนววัยรุ่นค่ะ

ก่อนจะมาเขียนนิยาย คือติดซีรีส์เกาหลีค่ะ ดูแล้วขัดใจในความใสซื่อของนางเอก โดนคนหลอกใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พอไปอ่านนิยายที่ห้องสมุดของโรงเรียนก็มาแนวเดียวกับซีรีส์เลย สุดท้ายเพื่อสนองความต้องการของตัวเองก็เลยแต่งนิยายขึ้นมาเองซะเลย จะได้บงการทุกอย่างในเรื่องให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการได้ค่ะ //หัวเราะ 

ชินอ๋องลวงรัก เกิดขึ้นเพราะฉางเยว่หลงรักจ้าวหยางจื้อจากเรื่องนางหงส์!

‘ชินอ๋องลวงรัก’ เป็นนิยายที่เกิดจากความลำเอียงล้วนๆ เลยค่ะ ตอนเขียนเรื่องก่อนหน้าเรื่อง ‘นางหงส์’ จ้าวหยางจื้อ (นายเอก) เป็นตัวละครที่เรารักมากที่สุด ในเรื่องนางหงส์ชีวิตนางค่อนข้างน่าสงสาร เราเลยอยากให้ท่านอ๋องพบเจอในสิ่งดี ๆ บวกกับมีนักอ่านหลายท่านอยากให้เปิดเรื่องแยก ‘ชินอ๋องลวงรัก’ จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา

ถ้าให้พูดถึงเสน่ห์ของจ้าวหยางจื้อ (นายเอก) อินจะนึกถึงหมาป่าห่มหนังแกะ นางเป็นคนที่ฉลาด เจ้าเล่ห์ มากคนหนึ่งแต่มักจะสร้างภาพลักษณ์ว่าตัวเองเป็นคนดี แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นนางก็เป็นคนจริงใจกับผองเพื่อนมากนะคะ ใครดีมาดีตอบ ร้ายมาก็ร้ายกลับ ส่วนกงหงเหล่ย (พระเอก) เป็นตัวละครที่ค่อนข้างมีความขัดแย้งในตัวเอง แน่นอนว่าแม่ทัพนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้คือความกล้าหาญ พระเอกของเราก็มีค่ะ แต่กงหงเหล่ยมีความขี้ขลาดด้วย ขี้ขลาดในการไม่ยอมรับความจริง พี่กงรู้ว่าตัวเองและหยางจื้อใจตรงกัน แต่ก็ไม่เคยตอบรับความรู้สึกของหยางจื้อสักที เพราะกลัวว่าสังคมจะไม่ยอมรับ (สมัยก่อนการรักกับเพศเดียวกันไม่เป็นที่ยอมรับ) จนกระทั่งต้องมีบางสิ่งมา ‘กระตุ้น’ 

‘ชินอ๋องลวงรัก’ เป็นนิยายวายที่อินอยากแต่งมานานแล้วค่ะ แต่ก็ไม่กล้าแต่งอย่างจริงจังสักที บวกกับพล็อตเรื่องก่อนหน้านี้อย่าง ‘นางหงส์’ สามารถใส่คู่รองเป็นชายรักชายได้ อินเลยลองใส่ลงไปดู ผลปรากฏว่ามีนักอ่านชอบก็เลยมีไฟฮึดในการแต่งนิยายวายขึ้นมาค่ะ

ฉางเยว่ : ถ้ารู้สึกตันให้ "หยุดเขียน" แล้วเติมพลังด้วยสิ่งที่ "ชอบ"

สิ่งที่ยากที่สุดในชินอ๋องลวงรัก คือ การทำให้คนอ่านเชื่อว่าตัวละครเก่งจริง!

เรื่องนี้เมื่อเทียบกับนิยายเรื่องอื่นๆ แล้ว อินคิดว่ายากกว่าค่ะ หนึ่งเลยคือเราไม่เคยแต่งนิยายวายอย่างจริงจังมาก่อน ทำให้ลำบากในการควบคุมคาแรคเตอร์มากเพราะกลัวว่าจะใส่ความเป็นผู้หญิงลงไปในตัวนายเอกมากเกินไป สองคือด้วยความที่ตัวเอกทั้งสองคนมีตำแหน่งใหญ่โต แล้วในเรื่องนางหงส์ก็โม้ไว้มากว่าตัวละครเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ จึงต้องสร้างเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นมาเพื่อเน้นย้ำความเก่งของตัวละครค่ะ  

ส่วนฉากที่เขียนยากที่สุดแน่นอนว่าคือฉากที่บรรยายเกี่ยวกับความเก่งกาจของตัวละครนี่แหละค่ะ โดยเฉพาะจ้าวหยางจื้อนี่แต่งยากมากกก (ก.ไก่ล้านตัว) พื้นเพจ้าวหยางจื้อคือคนฉลาด เพราะฉะนั้นแล้วคนเขียนเลยต้องฉลาดกว่าซึ่งเป็นเรื่องยากมากๆ เลยค่ะ 

คิดแบบฉางเยว่ : การเขียนนิยายช่วยคลายเครียดได้

อินยังเรียนอยู่ แล้วสาขาของอินเป็นสาขาที่เรียนหนักมากสาขาหนึ่ง (กล้าการันตีนด้วยชั่วโมงเรียน 25 หน่วยกิตซึ่งเต็ม max แล้ว //ปาดน้ำตา) ดังนั้นเลยมีปัญหามากในเรื่องเวลาการแต่งและอัพนิยาย แต่ก็แบ่งเวลาโดยเรื่องเรียนต้องมาก่อนค่ะ จะแบ่งเวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงหลังจากทำการบ้านหรือทบทวนบทเรียนมาแต่งนิยายซึ่งก็เป็นการคลายเครียดอย่างหนึ่งค่ะ

เคล็ดลับจากฉางเยว่ : ถ้าตันให้ "หยุดเขียน" แล้วเติมพลังด้วยสิ่งที่ "ชอบ"

อินพบปัญหายอดฮิตเหมือนนักเขียนหลายๆ คนเลยค่ะนั่นก็คือ ‘ตัน’ ซึ่งอินจะแก้ปัญหาโดยการหยุดเขียนแล้วไปทำอย่างอื่นแทนซึ่งวิธีที่ได้ผลสำหรับอินมากๆ คือออกไปกินข้าวข้างนอก โดยเฉพาะถ้าได้กินของหวาน มีความรู้สึกว่าพลังที่หายไปถูกชาร์ตจนเต็ม หลังจากนั้นความคิดก็จะกลับมาแล่นเหมือนเดิมค่ะ ส่วนเรื่องแรงบันดาลใจ อินได้จากการฟังเพลงค่ะ โดยเฉพาะเพลงจีนกับญี่ปุ่น เพลงไหนที่เพราะติดหูก็มักไปหาความหมาย ถ้ารู้สึกน่าสนใจก็จะจินตนาการตาม และ ปุ้ง! กลายเป็นนิยายได้เฉยเลย

ฉางเยว่ : ถ้ารู้สึกตันให้ "หยุดเขียน" แล้วเติมพลังด้วยสิ่งที่ "ชอบ"

สิ่งที่ฉางเยว่ได้จากการเขียนนิยาย คือ อย่าหยุดพัฒนาตัวเองและการใช้ภาษา 

อินคิดว่าสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเป็นนักเขียนคือการไม่หยุดที่จะพัฒนาฝีมือตัวเองค่ะ สิ่งที่อินได้จากการเป็นนักเขียนคือได้ฝึกการใช้ภาษาค่ะ เห็นประโยชน์ชัดมากตอนที่เราทำข้อสอบที่เป็นข้อเขียน เราจะมีทักษะการเขียนมากกว่าคนอื่น การใช้คำ การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทำได้อย่างสบายๆ เลย

คติประจำใจของอิน 越努力越幸运  (Yuè nǔlì yuè xìngyùn) ยิ่งขยันยิ่งโชคดี (เครดิต idolproducer)

คอมเมนต์จากนักอ่านคือพลังที่ช่วยให้ฉางเยว่หายเหนื่อย 

ขอบคุณนักอ่านทุกๆ คนมากๆ นะคะ สำหรับพวกคุณคือคนที่ฮีลจิตใจของอินมากๆ เลย เวลาอินเหนื่อยกับการเรียน เวลาอินตันคิดฉากไม่ออก แค่ได้อ่านคอมเมนต์พลังที่เหือดแห้งก็กลับคืนมาแล้ว รักนะคะ

ฉางเยว่ถึงนักเขียนมือใหม่ : อยากเป็นนักเขียนต้องลงมือเขียน! 

สิ่งที่ยากที่สุดคือการเริ่มต้น ตอนที่อินตัดสินใจอัพนิยายเรื่องแรกลงเด็กดีก็คิดมากเหมือนกันว่าจะมีคนอ่านไหม เขาจะตำหนิเราไหม ให้ทิ้งความคิดพวกนั้นไปแล้วลงมือทำค่ะ เรื่องแรกไม่ได้รับผลตอบรับที่ดีก็ไม่เป็นไร แต่งเรื่องต่อไปเรื่อยๆ พัฒนาข้อบกพร่อง จะต้องมีสักวันที่เป็นวันของพวกคุณแน่นอนค่ะ 

ฉางเยว่ส่งท้ายด้วยผลงานเรื่องใหม่ 

ก็ขอฝากผลงานเรื่องต่อไปด้วยนะคะ ‘คุนมิวส์ของพี่’ เป็นนิยายวายฟีลกู้ดในรั้วมหาวิทยาลัย ที่นายเอกเป็นเด็กต่างจังหวัดเข้ามาเรียนในกรุงเทพ (ชีวิตอินเลย 555) และได้เจอกับพระเอกที่ได้ชื่อว่าสุภาพบุรุษประจำมหาวิทยาลัยค่ะ สุดท้ายนี้ขอบคุณเด็กดีมากเลยนะคะที่ให้โอกาสอินได้มาแชร์ประสบการณ์ ขอบคุณค่ะ

ฉางเยว่ : ถ้ารู้สึกตันให้ "หยุดเขียน" แล้วเติมพลังด้วยสิ่งที่ "ชอบ"

ขอบคุณอินมากๆ เช่นกันค่ะที่มาแชร์เรื่องราวความเป็นมาให้ชาวเด็กดีได้รู้จักกันมากขึ้น พี่เชื่อว่าอินจะเดินอยู่บนเส้นทางนักเขียนได้อีกนานแน่นอน เพราะอินมีความชอบที่เป็นพลังบวกมากๆ สำหรับน้องๆ ที่อยากเป็นนักเขียน น้องๆ ต้อง "เริ่มต้น" เหมือนที่อินบอกนั่นแหละค่ะ พี่แนนนี่เพนคิดว่าสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราอยู่ในเส้นทางนักเขียนได้นานๆ ก็คือ "ใจ" ที่รักและอยากเป็นจริงๆ ค่ะ จากบทสัมภาษณ์เราจะเห็นว่าอินเริ่มต้นการเป็นนักเขียนเพราะอยากเขียนนิยายตามใจตัวเอง และนักเขียนหลายๆ คนก็เริ่มต้นการเป็นนักเขียนเพราะเหตุผลนี้เยอะอยู่เหมือนกัน น้องๆ ที่อยากเป็นนักเขียนก็ลองเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยวิธีนี้ดูได้นะคะ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ ^^
 
พี่แนนนี่เพน
 
ฉางเยว่ : ถ้ารู้สึกตันให้ "หยุดเขียน" แล้วเติมพลังด้วยสิ่งที่ "ชอบ"
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #นางหงส์ #ชินอ๋องลวงรัก #inverno #ฉางเยว่

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?