ชวนส่อง คุณเป็นนักเขียนสายไหนกันแน่!? []

วิว

 

ชวนส่อง คุณเป็นนักเขียนสายไหนกัน!?

สวัสดีค่ะชาวนักเขียนเด็กดีทุกคน ระหว่างที่พี่กำลังเสิร์จหาข้อมูลเล่นๆ พี่ก็บังเอิญเจอกับ infographic นึงที่น่าสนใจ มันเป็นภาพกราฟฟิกที่เกี่ยวกับบุคลิกภาพนักเขียน แสดงให้เห็นถึงลักษณะการเขียนนิยายของเรา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบทสนทนา การบรรยาย การพรรณนา ความยาวเรื่อง รวมไปถึงแนวนิยายที่เขียน! ซึ่งพี่น้ำผึ้งคิดว่ามันต้องเป็นประโยชน์กับชาวนักเขียนเด็กดีแน่นอน เพราะงั้นกลเม็ดเคล็ดลับฉบับนี้เลยขอนำเสนอเรื่องของ “บุคลิกภาพของนักเขียนทั้ง 16 แบบ” 
 

ชวนส่อง คุณเป็นนักเขียนสายไหนกันแน่!?
 

ภาพกราฟฟิกนี้เหมือนกับแบบทดสอบบุคลิกภาพ MBTI หรือ Myers-Briggs Personality Types ซึ่งแบ่งคนในโลกออกเป็น 16 กลุ่ม หากน้องๆ ไม่คุ้นเคยกับคอนเซปท์นี้ สามารถอ่านรายละเอียดฉบับเต็มๆ ได้ที่นี่ จิ้ม แต่ถ้ามันยาวไปไม่ (อยาก) อ่าน มา พี่น้ำผึ้งจะอธิบายให้ฟังสั้นๆ คือไอ้เจ้า MBTI เนี่ยเอาไว้ วิเคราะห์วิธีที่เราโต้ตอบกับโลกใบนี้ วิธีการรับข้อมูล การตัดสินใจและการวางแผนการใช้ชีวิต ซึ่งมันช่วยให้เรารู้จักตัวเองได้ดีขึ้นเยอะ ไม่เพียงแค่นั้นบางบริษัทยังมีการใช้เเบบทดสอบนี้เพื่อคัดพนักงานด้วย โดยลักษณะที่ว่าอยู่ในตารางข้างล่างนี้แล้ว
 

ลักษณะภายนอก

การรับรู้ข้อมูล

การตัดสินใจ

แนวทางการใช้ชีวิต

Extraversion (E)
ชอบการเข้าสังคม

Sensing (S)
ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการรับข้อมูล

Thinking (T)
ใช้เหตุผลและตรรกะในการตัดสินใจ

Judging (J)
มีชีวิตที่เป็นระเบียบแบบแผน

Introversion (I)
ชอบการอยู่คนเดียว

Intuition (N)
ใช้สัญชาตญาณในการรับข้อมูล

Feeling (F)
ใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจ

Perceiving (P)
มีชีวิตยืดหยุ่น ปรับตัวได้ตลอดเวลา

ทำแบบทดสอบได้ที่ไหน?

แบบทดสอบสำหรับใครคนไหนที่ไม่เคยทำแบบทดสอบ MBTI และไม่รู้ว่าเราเป็นคนประเภทไหนกันแน่ใน 16 แบบนี้ พี่น้ำผึ้งขอส่งต่อลิงค์ให้น้องๆ ไปทำค่ะ โดยน้องๆ สามารถทำแบบทดสอบเวอร์ชั่นภาษาไทยได้ที่นี่ จิ้ม  ส่วนใครที่แม่นภาษาอังกฤษก็สามารถทำเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษได้เลยที่นี่ จิ้ม หรือใครอยากทำทั้งสองเวอร์ชั่นก็ไม่ว่ากันค่ะ :D
 

ชวนส่อง คุณเป็นนักเขียนสายไหนกันแน่!?

 

เมื่อดูจาก infographic ด้านบน เราเห็นหมวดหมู่สี่หมวดหมู่ พร้อมกับหมวดหมู่ย่อยอีกสองหมวดเหมือนกับการทดสอบของ Myers-Briggs สามารถสรุปเป็นตารางได้ดังต่อไปนี้
 

บทสนทนา

การบรรยาย

ความยาวของเรื่อง

การดำเนินเรื่อง

Expressive (E)

Detailed (D)

Hefty (H)

Patient (P)

Stoic (S)

Concise (C)

Breezy (B)

Kinetic (K)

นอกจากจะแสดงลักษณะการเขียนนิยายแล้ว ภาพ infographic เวอร์ชั่นต้นฉบับยังแสดงให้เห็นถึงเเนวนิยายที่เหมาะกับคนที่มีบุคลิกนั้นด้วย อารมณ์ประมาณว่าเขียนนิยายแนวนี้สิ เหมาะกับการสไตล์การเขียนของเรานะ ถ้าเขียนได้รับรองว่าปังแน่นอน

เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ถ้าอย่างนั้นเรามาพูดถึงความหมายของบุคลิกภาพการเขียนของเราก่อนเลยดีกว่า หวังว่าน้องๆ จะได้เรียนรู้บางอย่างเกี่ยวกับตัวเราในฐานะนักเขียนจากกระบวนการนี้นะ พร้อมแล้วเริ่มกันเลย!

 

ชวนส่อง คุณเป็นนักเขียนสายไหนกันแน่!?
(via: pexels.com)
 

บทสนทนา (Dialogue)

สำหรับหัวข้อนี้ เราไม่ได้ดูแค่เฉพาะบทสนทนาที่เราใช้เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบริบทและบทบาทของบทสนทนาในเรื่องด้วย

Expressive (E)  : บทสนทนาลักษณะนี้มีความสำคัญสำหรับเรื่องราวที่มีการขับเคลื่อนด้วยตัวละคร เราเขียนบทสนทนานี้ขึ้นมาไม่ใช่เเค่เพราะให้นิยายมีบทสนทนาเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นตัวตนของตัวละครผ่านคำพูดของพวกเขา บทสนทนาของเราจึงดูอุดมสมบูรณ์และมีพลัง

Stoic (S) : บทสนทนาลักษณะนี้มักพบในเรื่องราวที่ขับเคลื่อนด้วยพล็อตเรื่องและไอเดีย เป็นบทสนทนาที่ตัวละครพูดในสิ่งที่ตั้งใจและมีความหมายเหมือนกับที่พูด เช่น ถ้าพูดว่า “ฉันรักคุณ” หมายความว่าตัวละครรู้สึกรักจริงๆ บทสนทนานี้จึงเหมาะกับคนที่ต้องการนำเสนอพล็อตและไอเดียของเรื่อง มากกว่าจะเน้นไปที่ตัวละคร
 

การบรรยาย (Descriptions)

นี่แทบจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการเขียน แม้บนโลกนี้จะมีลักษณะการพรรณนาที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน แต่สำหรับบุคลิกภาพนักเขียนทั้ง 16 แบบนี้ มีการบรรยายอยู่เพียงแค่สองประเภท นั่นคือ

Detailed (D) : การบรรยายแบบใส่ใจรายละเอียด พรรณนาซะหมด ตั้งแต่สถานที่รอบๆ ลักษณะและความรู้สึกตัวละครทั้งหมด ประมาณว่าถ้ามีมดตัวเล็กๆ เดินผ่านก็อาจเผลอใส่ลงไปในฉากนั้น หรือบอกแม้กระทั่งว่าตัวละครมีปานตรงไหนในร่างกาย (ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง) พูดง่ายๆ ก็คือใส่ใจกับทุกสิ่งทุกอย่าง โดยการบรรยายลักษณะนี้มักพบในนิยายประเภทแฟนตาซี ประวัติศาสตร์หรือนิยายเเนวสร้างโลกใหม่ รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมด้วย ในฐานะที่เป็นนักเขียนที่เชี่ยวชาญเรื่องการบรรยาย พวกเขาสามารถสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และสร้างในสิ่งที่ทำให้นักอ่านลืมความเป็นตัวของตัวเอง (และเข้าไปอยู่ในโลกของนิยาย)

Concise (C) :  สำหรับการบรรยายประเภทนี้ นักเขียนจะบรรยายให้สั้น กระชับ ฉับไว ไม่ยืดเยื้อ พวกเขาเปิดกว้างให้นักอ่านได้ใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ นักเขียนจะบรรยายทุกสิ่งทุกอย่างแค่คร่าวๆ ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของนักอ่านเองว่าจะจินตนาการสถานที่หรือลักษณะตัวละครให้เป็นแบบไหน นักเขียนประเภทนี้จะจะมุ่งเน้นไปที่การบอกเล่าเรื่องราวในมือ มากกว่าจะเน้นไปยังการบรรยาย
 

ความยาวของเรื่อง (Prose)

ตรงส่วนนี้เราขอพูดถึงเรื่องของความยาวเรื่อง ไม่ว่าเราจะเขียนหนังสือแบบไหน เช่น หนังสือสอนทำอาหาร นวนิยายเเนวต่างๆ หรือแม้กระทั่งหนังสือพัฒนาตัวเอง ความยาวของเรื่องเป็นส่วนสำคัญ เราแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

Hefty (H) : เราเรียกมันว่างานประพันธ์แบบหนักๆ กล่าวคือ งานเขียนประเภทนี้มักมีข้อมูลและซับซ้อนมากๆ จึงต้องใช้พื้นที่ในการบรรยายเยอะ นั่นหมายถึงตัวเรื่องมีความยาวมาก คนที่เป็นนักเขียนประเภทนี้จะไม่กลัวงานใหญ่ๆ ชอบเขียนอะไรเยอะๆ เป็นอีปีกแฟนตาซีเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น Game of Thrones, The Lord of the Ring และ Harry Potter นักเขียนประเภทนี้ต้องการต้นฉบับที่สามารถใช้เป็นหมอนได้เมื่อรู้สึกหมดแรงหลังจากเขียนมันจบ

Breezy (B) : มักเป็นงานประพันธ์แบบสบายๆ อ่านแล้วไม่หนักหน่วง ความยาวเรื่องไม่มากไม่น้อยนัก โดยนักเขียนประเภทนี้จะต้องเขียนให้นักอ่านรู้สึกอิ่ม อยากอ่านต่อไปและสามารถอ่านจบได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ไม่ใช่กว่าจะอ่านจบก็ใช้เวลาหลายสัปดาห์ แบบนี้ก็ไม่ใช่นักเขียนสายนี้แล้ว นอกจากนี้ชาว Breezy ยังมีทักษะความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเป็นจำนวนมากและนำเสนอมันออกมาในรูปแบบประโยคหรือคำพูดสั้นๆ
 

การดำเนินเรื่อง (Motion) 

การดำเนินเรื่องในที่นี้หมายถึงการวางพล็อต ความก้าวหน้าของเรื่อง ความตึงเครียด และการเติบโตของตัวละครในเรื่องที่กำหนด

Patient (P) : การดำเนินเรื่องสำหรับนักเขียนประเภท Patient มักจะเป็นเเนวไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน เน้นเรื่องของการเก็บบรรยากาศและความรู้สึกรอบๆ ไปก่อน นักเขียนประเภทนี้มีทักษะการสร้างตัวละครและความสัมพันธ์ที่ทำให้นักอ่านตกหลุมรักได้ง่ายมาก แถมอินไปกับตัวละครด้วย พวกเขามักทำให้นักอ่านอยากใช้เวลาอยู่กับตัวละคร ประมาณว่าแค่ให้ตัวละครเดินไปช็อปปิ้งที่ร้านขายของชำ นักอ่านก็เอนจอยแล้ว! บางทีซีนนั้นไม่จำเป็นสำหรับเนื้อเรื่องเลยสักนิด แต่นักอ่านให้อภัย เพราะเรารักตัวละคร ยะฮู้

Kinetic (K) : สไตล์การดำเนินเรื่องของชาว kinetic จะออกแนวเล่นใหญ่ ในที่นี้หมายถึงมีจุดไคลแม็กซ์อลัง แอ็คชั่นมาเต็ม หรือจุดหักมุมที่ทำให้น้ำตานักอ่านตก ถ้าหากว่าเราเขียนนิยายสไตล์นี้ บอกเลยว่าจะต้องทำให้นักอ่านสงสัยอยู่ตลอดเวลาว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

 

ชวนส่อง คุณเป็นนักเขียนสายไหนกันแน่!?
(via: pexels.com)
 

ทีนี้เมื่อเราเข้าใจความหมายของตัวอักษรแต่ละตัวแล้ว เราก็ลองมาจับผสมปนกันแล้วดูว่าเราเหมาะกับประเภทไหน เช่น พี่น้ำผึ้งเป็นพวกชอบให้นักอ่านรู้จักตัวละครผ่านคำพูดของพวกเขา (E) และยังชอบบรรยายแบบพรรณนาเวิ่นเว้อ (D) แต่ดันชอบเขียนอะไรสั้นๆ (ฺB) และนักอ่านของพี่มักบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าตกหลุมรักตัวละคร ต่อให้สิ่งที่เขียนไม่เกี่ยวกับพล็อตก็จะอ่าน ฉะนั้นพี่จึงเหมาะกับ P มากๆ เมื่อมารวมกันจึงเป็น EDBP จากนั้นมาดูกันว่านักเขียนแต่ละประเภทเหมาะกับงานเขียนแบบไหน

อะ...แต่ขอกระซิบนิดนึงก่อน จริงๆ แล้วบุคลิกการเขียนของเราสามารถเปลี่ยนได้ตามใจฉันด้วยนะ เช่นแต่ก่อนพี่ชอบบรรยายเวิ่นเว้อ แต่พอโตขึ้นลองเปลี่ยนแนวทางการเขียนก็กลายเป็นคนชอบเขียนอะไรสั้นๆ (C) พี่ก็จะกลายเป็นนักเขียนประเภท ECBP ทันทีเลย

เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา
ถ้าพร้อมแล้วไปส่องแนวนิยายที่เหมาะกับเราดีกว่า Let’s go!
 

ECHP: กีฬาและนันทนาการ นิยายแนวทหาร นิยายอิงประวัติศาสตร์ และแนวพีเรียด

EDHP: ชีวประวัติ นิยายแนวทหาร แนวประวัติศาสตร์และแนวพีเรียด

SDHP: อาหาร สุขภาพ ฟิตเนสและวิทยาศาสตร์

SCHP: ธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ การเรียน และหนังสือพัฒนาตัวเอง

ECBP: นิยายแนวไซไฟ ลึกลับ และวรรณกรรมเยาวชนแฟนตาซี

EDBP: นิยายแฟนตาซี ไซไฟ และวรรณกรรมเยาวชน

SDBP: เรื่องขบขำ ทำอาหาร และเรื่องราวสำหรับเด็ก

SCBP: ศาสนา ศิลปะการแสดง และหนังสือพัฒนาตัวเอง

ECBK: นิยายแฟนตาซี ลึกลับ ตื่นเต้นเร้าใจ

EDBK: นิยายลึกลับ เขย่าขวัญ สั่นประสาท สืบสวน และโรแมนติก

SDBK: นิยายโรแมนซ์ อีโรติก และนิยายคลาสสิค

SCBK: เรื่องราวสำหรับเด็ก วรรณกรรมเยาวชน และนิยายคลาสสิค

ECHK: อาชญากรรม นิยายอิงประวัติศาสตร์ และแนวทหาร

EDHK: แอ็คชั่น ผจญภัย นิยายวิทยาศาสตร์และแฟนตาซี

SDHK: นิยายคลาสสิค อาชญกรรม และชีวประวัติ

SCHK: นิยายอิงประวัติศาสตร์ อาชญากรรม และนิยายคลาสสิค
 

อ้าว แล้วถ้าแนวนิยายมันยังไม่ใช่ เราจำเป็นต้องเขียนตามนั้นหรือเปล่า? คำตอบก็คือไม่ค่ะ มันเป็นเพียงแค่แนวโน้มของประเภทงานเขียนหรือนิยายที่เหมาะกับเราเฉยๆ ประมาณว่าเรามีสิทธิ์เเจ้งเกิดและปังมากเมื่อเราเขียนนิยายแนวนี้ แต่ถ้านั่นไม่ใช่สิ่งที่น้องๆ ถนัดก็อย่าฝืนตัวเองเลยค่ะ เขียนในสิ่งที่เรารักและใส่ใจกับมันก็พอแล้ว 

อย่างไรก็ตามก่อนจากกันวันนี้ หลังจากที่อ่านความหมายของตัวอักษรแต่ละตัวจบ น้องๆ เป็นนักเขียนประเภทไหนคะ อย่าลืมคอมเมนต์บอกพี่ด้วยนะ อยากรู้จริงๆ ส่วนวันนี้พี่น้ำผึ้งขอลาไปก่อน สวัสดีจ้ะ ^ ^

พี่น้ำผึ้ง :)

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก 
https://rootedinwriting.com/

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #บุคลิกภาพ #MBTI #Myers-Briggs Personality Types #สไตล์การเขียน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?