แชร์ 13 เป้าหมายปังๆ ที่นักเขียนเด็กดีควรทำในปี 2019 []

วิว


 

แชร์ 13 เป้าหมายปังๆ ที่นักเขียนเด็กดีควรทำในปี 2019

สวัสดีปีใหม่ค่ะนักเขียนชาวเด็กดีทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่ปี 2019 กับชีวิตอีก 12 เดือนที่ต้องดำเนินต่อไปค่ะ ในฐานะที่เป็นนักเขียน สิ่งสำคัญที่ทำให้เราสามารถพาตัวละครดำเนินไปจนถึงตอนจบได้คือการมีวินัยในตัวเอง หากลองสังเกตดูดีๆ จะพบว่าเคล็ดลับความสำเร็จของนักเขียนชื่อดังส่วนใหญ่คือ “วินัย” นี่แหละ 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พี่ได้เรียนรู้ว่าถ้าเราไม่เขียนนิยายต่อเนื่องสม่ำเสมอ เราจะไม่มีวันเขียนนิยายจบเลย เพราะงั้นพี่เชื่อว่าหนึ่งในเป้าหมาย หรือ New Year’s Resolutions ของพวกเราชาวนักเขียนส่วนใหญ่สำหรับปีนี้ (และทุกๆ ปี) คือการเขียนนิยายให้จบสักเรื่อง! ถึงอย่างนั้นก็เถอะ นอกจากจะมีเป้าหมายใหญ่บิ๊กเบิ้มแล้ว ลองเพิ่มสิ่งเหล่านี้ลงไปในลิสต์ของน้องๆ ดูสิ มันอาจจะช่วยให้เป้าหมายใหญ่ของเราสำเร็จก็ได้นะ

 

แชร์ 13 เป้าหมายปังๆ ที่นักเขียนเด็กดีควรทำในปี 2019
(via: pexels)
 

เขียนโดยไม่ต้องกังวลฟีดแบ็ค

จริงอยู่ที่ฟีดแบ็คเป็นสิ่งสำคัญ แต่การเขียนในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ในฐานะที่เป็นนักเขียน งานของเราคือการเเบ่งปันเรื่องราวและความสนุกสนานให้แก่ผู้อ่าน เราไม่ควรวิตกกังวลกับผลงานว่าจะออกมาเป็นยังไง คนอ่านจะชอบมั้ย ฟีดแบ็คจะดีหรือเปล่า เพราะเป้าหมายแรกของนักเขียนที่ควรทำคือการนั่งลงแล้วปลดปล่อยความคิดของเราทั้งหมดด้วยการเขียนมันออกมา เขียนไปเรื่อยๆ เขียนจนกว่าเราจะไม่รู้ว่าเราควรเขียนอะไรต่อไป หน้าที่ของเราคือเขียนวนไปแม้ว่ามันจะน่ากลัวหรือหนักแค่ไหนก็ตาม เมื่อเราทำเช่นนี้ ถือว่าเราได้สร้างสิ่งยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นแล้ว แถมยังดีกว่าการมานั่งกังวลว่า “ผู้คนจะคิดอย่างไร” อีกด้วย เพราะงั้นเขียนในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขและทิ้งความกังวลทั้งหมดที่เกี่ยวกับฟีดแบ็คไว้ข้างหลังเถอะ

 

เขียนในสิ่งที่ดีต่อสังคม

ไม่ว่ายังไงก็ตาม การสร้างสังคมให้น่าอยู่เป็นสิ่งที่ควรทำ ในที่นี้พี่ไม่ได้หมายถึงให้เราไปกู้โลกแต่อย่างใด เพราะนักเขียนอย่างเราคงไม่สามารถไปสู้รบปรบมือกับใครได้ อาวุธที่เรามีก็แค่ปากกากับกระดาษเท่านั้น ด้วยข้อจำกัดของอาวุธที่เรามีนี่แหละเลยทำให้เรา “สร้างสังคมให้น่าอยู่” ได้ด้วยการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ผ่านตัวอักษรไงล่ะ

ทุกครั้งที่เราเริ่มถ่ายทอดเรื่องราวบางอย่าง อย่าลืมว่าเมื่อนิยายถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะแล้ว ใครๆ ต่างก็สามารถอ่านได้ เราจึงควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาทีหลัง เช่น ข้อคิดของนิยายเรื่องนี้คืออะไร หรือนักอ่านได้อะไรบ้างหลังจากอ่านงานเขียนของเราจบ  ดังนั้นเราจึงควรนำเสนอสิ่งที่สร้างสรรค์ ถ่ายทอดสิ่งดีๆ สิ่งที่จรรโลงใจและจรรโลงโลก อย่าลืมว่ายิ่งเราแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้แก่โลกมากแค่ไหน เราก็จะยิ่งได้รับสิ่งดีๆ กลับคืนมามากขึ้นเท่านั้น แล้วสิ่งดีๆ เหล่านี้แหละที่ช่วยทำให้สังคมของเราน่าอยู่ขึ้นค่ะ

 

เขียนในสิ่งที่เรากลัว

โอเค ข้อนี้อาจฟังดูแปลก แต่ถ้าปีที่ผ่านมาเราเขียนแค่เฉพาะสิ่งที่เราชอบเท่านั้น เราอาจไม่ได้พัฒนาทักษะบางอย่างที่ขาดหายไป ดังนั้นลองหันมาเขียนในสิ่งที่เรากลัว ไม่ชอบหรือไม่ถนัดดูบ้างสิ มีบางอย่างที่ทรงพลังเกี่ยวกับการพึ่งพาความกลัวและทำในสิ่งที่ทำให้เราตะลึงงันจนกลายเป็นหินได้ วิธีการง่ายๆ คือ ค้นหาแนวนิยายที่เราไม่ชอบสุดๆ แล้วเปิดใจลองเขียนมันดู แน่นอนว่าเมื่อเราได้ลองทำมันแล้ว เราอาจจะได้พบสกิลบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง ไม่แน่นะ สิ่งที่เราไม่ชอบหรือกลัวมากๆ อาจเป็นประโยชน์ต่อเราสุดๆ แล้วก็ไม่แน่อีกเช่นกัน อาจกลายเป็นว่าเราถนัดแนวนั้นเลยก็ได้ ใครจะรู้ เช่น จากที่เราเป็นนักเขียนนิยายรักอยู่ดีๆ อาจกลายเป็นนักเขียนสายลึกลับทันที (ที่เป็นนักเขียนสายลึกลับเพราะไม่เคยอัปนิยายสักที นักอ่านสงสัยว่านักเขียนหายไปไหน - ล้อเล่นจ้ะ)

 

แชร์ 13 เป้าหมายปังๆ ที่นักเขียนเด็กดีควรทำในปี 2019
เขียนในสิ่งที่ต่างจากตัวเรา
(via: Par4Success)

 

เขียนในสิ่งแปลกใหม่

แอดวานซ์กว่าเขียนในสิ่งที่เราไม่ชอบหรือกลัวก็คือการเขียนในแนวที่เราไม่เคยเขียนนี่แหละ! นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแนวนิยายเฉยๆ แต่ยังรวมไปถึงการลองเขียนอะไรใหม่ๆ เช่น บล็อก หรือรีวิว เป็นต้น นอกจากนี้การลองเปลี่ยนวิธีการพรรณนาหรือบทบรรยายก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย ลองทำอะไรแปลกใหม่ มันจะช่วยให้เรากล้าก้าวกระโดดข้ามจินตนาการเก่าๆ ของตัวเอง เพิ่มการทำงานของความคิดสร้างสรรค์สักหน่อย ผลักดันตัวเองเข้าไว้แล้วดูว่าเราเติบโตได้ไกลขนาดไหน 

 

เขียนแม้ว่าเราจะไม่อยากเขียน

อยากให้เราจำไว้เสมอเลยว่า นักเขียนมืออาชีพไม่นั่งรอแรงบันดาลใจ พวกเขาไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ พวกเขาไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง สิ่งที่พวกเขาทำคือลงมือเขียนเลย เขียนๆๆ ต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น น้องๆ ก็ต้องเป็นเหมือนกัน เขียนทุกวันเท่าที่เราสามารถทำได้แม้ว่าเราไม่อยากเขียนก็ตาม นี่คือวิธีที่จะทำให้วินัยของเราพัฒนาจากเลเวลมือสมัครเล่นกลายเป็นระดับมืออาชีพ ถ้าเราทำแบบนี้ได้ พี่น้ำผึ้งมั่นใจมากๆ ว่าเราจะกลายเป็นคนที่สามารถเปลี่ยนแพชชั่นให้กลายเป็นนิสัย แล้วในวันหนึ่งเราจะมีนิยายที่เป็นของตัวเอง 

 

รีไรท์จนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง

นักเขียนกับการรีไรท์ถือว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน เอาจริงนะ ไม่มีใครเขียนร่างแรกดีหรอก เขียนนิยายรอบแรกก็อาจจะห่วยบ้างอะไรบ้าง พอรีไรท์รอบสองก็อาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถ้านักเขียนคนไหนเจอเรื่องนี้อยู่ ไม่เป็นไรหรอก มันเป็นเรื่องปกตินั่นแหละ รีไรท์เรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง คำแนะนำสำหรับการรีไรท์นิยายให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดก็คือ “อย่ารีไรท์หลังเขียนจบทันที!” ให้เว้นช่วงหน่อย อาจจะ 1-2 ชั่วโมง หรือ 24 - 48 ชั่วโมงก็ได้ ในช่วงที่พักก็ออกไปวิ่งเล่น ช็อปปิ้ง หรือทำในสิ่งที่เรามีความสุข เมื่อเราแฮปปี้ดี๊ด๊าแล้วก็ค่อยกลับมารีไรท์งานตัวเองใหม่ ทีนี้แหละ เราจะเห็นจุดผิดพลาดหรือจุดที่เราอยากแก้ไขได้ง่าย การรีไรท์ก็จะช่วยให้งานของเราออกมาดีขึ้น ส่วนใครอยากรีไรท์ใหม่ก็ทำแบบนี้วนไปจนกว่าเราจะพอใจ จำไว้เลย การเขียนที่ดีคือการเขียนใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาเป็นเพียงอารัมภบทเท่านั้น

 

หยุดพูด

สูดลมหายใจลึกๆ แล้วรูดซิปปากของตัวเองสักหน่อย ใช้เวลาสักครู่เพื่อฟังในสิ่งที่ผู้คนกำลังพูด สนใจในสิ่งที่เรากำลังอ่านและโฟกัสในสิ่งที่เรากำลังเขียน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกำลังให้บทเรียนและสอนบางสิ่งบางอย่างให้แก่เรา ดังนั้นลองใส่ใจกับมัน ยกมือปิดปากตัวเองแล้วเงี่ยหูฟังสิ่งต่างๆ รอบกาย เรียนรู้จากสิ่งรอบตัว จากนั้นใช้ทุกอย่างเพื่อทำให้งานเขียนของเราดีขึ้น 

 

อ่านกว้างๆ 

เสริมสร้างงานของเราให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยการเรียนรู้จากนักเขียนมืออาชีพ ลองหยิบหนังสือสักเล่มที่ไม่ใช่หนังสือเล่มโปรดของเราขึ้นมา อาจจะเป็นแนวคลาสสิค หรือแนวที่มันไม่ตรงกับที่เราเขียน จากนั้นเรียนรู้การถ่ายทอดของเขา ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำ การสร้างประโยค หรือการบรรยายและพรรณาของเรื่อง เราสามารถเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างได้ การเขียนนิยายเปรียบเหมือนการอยู่กับคำ ภาษา ตัวอักษรนั่นแหละ สิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำได้คือซึมซับพวกมันให้ได้มากที่สุดจากแหล่งที่มาที่แตกต่างกันมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ 

 

แชร์ 13 เป้าหมายปังๆ ที่นักเขียนเด็กดีควรทำในปี 2019
(via: pexels)
 

เพลาๆ เรื่องโซเชี่ยลมีเดียบ้าง 

ลองห่างจาก Twitter, Instagram หรือ Facebook ดูหน่อย แล้วนำเวลาที่เคยใช้ตรงนั้นไปกับการเขียนนิยายแทน แน่นอนว่าแพลตฟอร์มของเราอาจไม่ได้เติบโตเหมือนเคย หรือผู้ติดตามบนโลกออนไลน์ของเราอาจไม่เพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่เราได้คือ “การเขียน” ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญต่อเรามากๆ ไม่มีใครจะขอบคุณเราสำหรับสิ่งนี้นอกจากตัวเราเอง ซึ่งมันเป็นเหตุผลที่สำคัญ เมื่อได้เขียน เราจะรู้สึกดีมากขึ้นและงานของเราก็จะพัฒนามากขึ้น (จริงๆ นะ เชื่อสิ) ดังนั้นลองห่างจากโซเชี่ยลมีเดียอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ห่างจากเสียงรบกวนต่างๆ ที่ปั่นป่วนสมองของเรา แล้วโฟกัสอยู่ที่การเขียนนิยายของเราเท่านั้น

 

แหกกฎตัวเอง

ลองแหกกฎตัวเองดูสักหน่อยก็ไม่เสียหาย เขียนในสิ่งที่ไม่ลอง เขียนในสิ่งที่แตกต่าง เขียนด้วยสำนวนแบบใหม่ ถ้าเคยบรรยายเวิ่นเว้อ ลองลดมาเป็นแบบเรียบๆ เอาคำขยายหรือคำวิเศษณ์ออกให้หมด เขียนในสิ่งที่ทำให้เราไม่สบายใจหรืออึดอัดใจ (แหงล่ะ เพราะมันเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเรา การรู้สึกไม่ปลอดภัยจึงไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ) แต่ไม่ต้องกังวลนะ ไม่ใช่เรื่องอันตราย มันไม่ใช่สไตล์การเขียนใหม่ของเรา มันเป็นแค่การทดลองที่น่าสนใจเท่านั้น ภายใต้ความอึดอัดใจนั้น เราเติบโตขึ้น เพราะงั้นทำลายสภาพที่เคยชินของเราซะแล้วดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา มันอาจจะดีดีจริงๆ หรืออาจจะไม่ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นยังไง เราได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างแน่นอน

 

พบปะเมคเฟรนด์กับเพื่อนนักเขียนคนอื่นๆ

ตามธรรมชาติแล้ว มนุษย์เป็นสัตว์สังคม พวกเรามีกลุ่ม มีพรรคพวก มีเพื่อนที่เข้าใจเราและเราเข้าใจพวกเขา เป็นเรื่องจริงที่ว่าเราไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว พวกเราต่างต้องการใครสักคนมาซัพพอร์ทความฝันของเรา เดินคนเดียวมันเหงานะ ถ้ามีเพื่อนร่วมเดินทางบนถนนความฝันด้วยกันคงเป็นอะไรที่ดีไม่น้อย คงเป็นอะไรที่สนุกมาก

ในฐานะที่เป็นนักเขียน นอกจากนักอ่านจะเป็นกำลังใจชั้นเยี่ยมสำหรับเราแล้ว เพื่อนนักเขียนเองก็เป็นตัวซัพพอร์ทชั้นเลิศเช่นกัน เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมดไฟ อีกฝ่ายก็คอยกระตุ้นผลักดัน เมื่อฝ่ายหนึ่งท้อ อีกฝ่ายก็ให้กำลังใจ ลองคิดดูสิ ไม่มีใครจะเข้าใจชีวิตนักเขียนอย่างเราได้ดีเท่ากับนักเขียนอีกแล้ว! เพราะงั้นออกไปดื่มกาแฟ (หรือโกโก้ก็ได้ ถ้าชอบ) กับเพื่อนนักเขียนคนอื่นๆ อย่างน้อยเดือนละครั้ง แชร์เป้าหมาย แพชชั่น สร้างแรงบันดาลใจ ถ้าเเถวบ้านเราไม่มีนักเขียนเลยสักคน เข้าบอร์ดเว็บ Dek-D.com สิคะ เพียบ! อย่าพยายามเดินตามความฝันคนเดียวเลย มันเหนื่อย เส้นทางการเดินทางของนักเขียนมันยาวไกลและเงียบเหงานะ ถ้าเราไม่มีใครสักคนมาแบ่งปัน

 

หยุดแล้วลงมือเขียนนิยายซะ

มาถึงข้อสำคัญที่สุดที่จะทำให้นักเขียนเด็กดีทุกคนทำตามเป้าหมายของตัวเองได้ นั่นคือ “หยุด” หนึ่งในสิ่งที่คู่ควรกับ New Year’s Resolutions ปี 2019 ของเรา ในปีนี้เราต้องหยุดหาข้ออ้างให้กับตัวเอง หยุดสร้างเงื่อนไขให้กับสิ่งต่างๆ หยุดท่องโลกอินเตอร์เน็ต หยุดทำสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อการเขียนนิยาย หยุดการใช้โทรศัพท์มากเกินจำเป็น เปิดโหมดเงียบแล้วถอดปลั๊กตัวเองจากโลกแห่งความเป็นจริงสักชั่วโมง สองชั่วโมง  แล้วหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการของเราด้วยการ “เขียน” และเขียนเท่านั้น มันเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุด ยากที่สุดและน่ากลัวที่สุดสำหรับนักเขียน ไม่ต้องคิดว่าจะเขียนดีมั้ย หรือพูดว่าจะเขียน แต่ลงมือเขียนเลยจริงๆ

 

เผยแพร่ สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

ข้อนี้ก็จัดว่าสำคัญไม่แพ้กับข้อด้านบน อันนี้พูดจริงๆ ไม่ได้พูดเล่นๆ การตั้งเป้าให้ตัวเองเขียนนิยายจบสักเรื่องเป็นอะไรที่ดี แต่มันจะดีกว่าไหมถ้าเราเปลี่ยนมันให้เป็นค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ หรือเป็นรายได้ก้อนโต มีกินมีใช้โดยไม่รบกวนพ่อแม่ ทีนี้การเขียนนิยายของเราก็จะไม่ใช่แค่งานอดิเรกอีกต่อไป 

หลังจากที่เราตั้งเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว ทันทีที่เราเขียนนิยายจบ มีทางเลือกอยู่หลายทางที่สามารถทำให้เรามีรายได้แบบ passive income (รายได้ที่เกิดจากการทำงานของสินทรัพย์ พูดง่ายๆ ก็คือการให้สินทรัพย์หรือเงินทำงานแทนเรา - สำหรับบางคนทำดีๆ ก็มีเงินใช้ไม่ขาดโดยไม่ต้องทำงานเลย) เช่น
 

  • ส่งสำนักพิมพ์ ถ้าหากผลงานเราผ่านพิจารณาและได้ตีพิมพ์ เราจะได้ค่าลิขสิทธิ์จากสำนักพิมพ์ (ประมาณ 5 - 10% ขึ้นอยู่กับสำนักพิมพ์)
  • ทำมือ พิมพ์เล่มเอง แบบนี้ลิขสิทธิ์เป็นของเรา รายได้ก็เข้ากระเป๋าเต็มๆ 100% ฟินไปอีก
  • เปิดแพ็คเกจขายนิยายกับทางเว็บไซต์ Dek-D.com แบบนี้ก็มีรายได้งามๆ เข้ามาทุกเดือนโดยไม่ยุ่งยาก ยิ่งถ้าเรามีแฟนคลับเยอะๆ ยิ่งไม่ควรพลาด มีนักเขียนหลายคนที่ทำควบคู่ไปกับการทำมือได้ กระซิบนิดนึงว่ารายได้คูณสองจ้า ได้เงินสองต่อ ดีต่อใจสบายกระเป๋าไปอีก สำหรับน้องๆ ที่สนใจขายนิยายกับทาง Dek-D สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เขียนนิยายจบแล้ว มาเริ่มต้นขายนิยายกันเถอะ

     

เห็นไหม สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นได้เมื่อเราตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ยิ่งใหญ่ และมีวินัยในตัวเอง เมื่อไรก็ตามที่เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำตามเป้าหมายให้สำเร็จ เมื่อนั้นเราจะมีแรงกาย แรงใจและทำมันได้อย่างไม่ย่อท้อ พี่น้ำผึ้งก็หวังว่าลิสต์เป้าหมายของนักเขียนเด็กดีประจำปี 2019 ที่พี่นำมาแบ่งปังในวันนี้จะเป็นแรงบันดาลใจหรือเป็นไอเดียให้กับนักเขียนหลายๆ คน และพี่เชื่อเหลือเกินว่าในปีนี้นักเขียนชาวเด็กดีทุกคนต้องประสบความสำเร็จบนเส้นทางนักเขียนแน่นอน สู้ๆ นะคะ ไว้เจอกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^ ^

 

พี่น้ำผึ้ง :)

 

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #New Year’s Resolutions #กลเม็ดเคล็ดลับ #เป้าหมาย #เขียนนิยายได้เงิน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?