ร่วมตบมุกไปกับ ราชานกฮูก และ Silver Glasses ผู้อยู่เบื้องความสำเร็จของสำนักพิมพ์โมเวล []

วิว

ร่วมตบมุกไปกับ ราชานกฮูก และ Silver Glasses
ผู้อยู่เบื้องความสำเร็จของสำนักพิมพ์โมเวล 
 

  • สำนักพิมพ์โมเวล (MoVel Publishing) มีแนวคิดมาจากคำว่า Movie กับ Novel และมีแนวทางของนิยายคือ เขียน 'บทภาพยนตร์' ให้สามารถนำมาเล่าในรูปแบบของ 'นิยาย' ได้ 
  • ผลงานของโมเวลมีทั้งนิยายรัก และนิยายแฟนตาซี ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็น  Normal (ชายหญิง), Yaoi (ชายชาย) หรือ Yuri (หญิงหญิง) 
  • โมเวลแบ่งออกเป็น Movel Original และ Movel Partner โดยฝั่ง Original จะเป็นผลงานที่ผลิตจากทีมเขียน ส่วนฝั่ง Partner จะเป็นการสนับสนุนการขายให้นักเขียนที่มีผลงานโดดเด่น 
  • ทีมเขียนของโมเวล ได้แก่ Hungry Bird , Chic Dolphin , Foxy Fox และ Sick Bear 
  • เคล็ดลับจากโมเวลที่ต้องทำก่อนเขียนนิยาย ได้แก่ การเขียนโครงสร้างสามองก์ (ต้น กลาง จบ), การสร้างคาแรคเตอร์ตัวละครจาก Goal, Need และ Background และการเขียนคำโปรยจาก 5 องค์ประกอบ 
     

สวัสดีน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคนค่ะ เชื่อว่านักอ่านและนักเขียนหลายคนน่าจะรู้จักคุ้นเคยกับสำนักพิมพ์โมเวล (MoVel Publishing) กันมาบ้างพอสมควร เพราะนิยายในสำนักพิมพ์โมเวลมีแนวนิยายที่หลากหลาย และติดอันดับในเด็กดีแทบทุกเรื่อง อาทิ พี่ครับนั่นร่มผม , Save the Cat ผมหิว...ขอปลาทูหน่อย และคุณหมอครับ ผมมารับวิญญาณคนไข้ ซึ่งนิยายเหล่านี้เขียนโดยนักเขียนและ "ทีมเขียนจากโมเวล" แทบทั้งสิ้น ในบทความนี้พี่แนนนี่เพนจึงอยากพาน้องๆ ทุกคนมารู้จักกับสำนักพิมพ์โมเวล ผ่านนักเขียนมากประสบการณ์ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโมเวล ที่หลายคนน่าจะรู้จักนามปากกากันเป็นอย่างดี ซึ่งก็คือ ราชานกฮูก และ Silver Glasses นั่นเอง มาตามดูกันว่าโมเวลคือสำนักพิมพ์อะไร ผลิตผลงานแบบไหน ทำไมต้องมีทีมเขียนด้วย มาค้นหาคำตอบและเรียนรู้เคล็ดลับการเขียนนิยายจากโมเวลกันเล้ย 

ร่วมตบมุกไปกับ ราชานกฮูก และ Silver Glasses ผู้อยู่เบื้องความสำเร็จของสำนักพิมพ์โมเวล

โมเวล คือ สำนักพิมพ์ที่มีคอนเซ็ปต์ 'คิดนิยายแบบหนัง' 

ราชานกฮูก : โมเวลคืออะไร? โมเวลคือสำนักพิมพ์ จบ (หัวเราะ)

Silver Glasses : ไม่ใช่สิ โมเวลเป็นสำนักพิมพ์ที่มีที่มาจากคำว่า Movie กับ Novel คือเราตั้งใจทำ Movie กับ Novel ขึ้นมาเพราะว่าเราเห็นปัญหา 'ความเชื่อมต่อระหว่างนิยายกับบทในการทำซีรีส์' เราก็เลยคิดว่าเมื่อมีปัญหานี้เกิดขึ้น เราจะทำยังไงดี เราก็เลยลองคิดนิยายที่เริ่มต้นมาจากบทบ้าง ทำบทขึ้นมาก่อนแล้วค่อยมาทำนิยาย พอนิยายแปลงกลับไปเป็นบทอีกที มันก็จะง่ายขึ้น ก็เลยกลายเป็นที่มาของการเอาหนังกับเอานิยายมารวมกัน คอนซ็ปต์คือคิดนิยายแบบหนัง 

'คิดนิยายแบบหนัง' คือ การนำโครงสร้างของหนังมาใช้ในการคิดนิยาย 

ราชานกฮูก : ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า ทั้งหนัง ทั้งซีรีส์ หรืออะไรก็ตาม มันไม่ได้ต่างกันหรอก มันต่างกันที่วิธีการเล่าเท่านั้นเอง เหมือนหนังก็เล่าด้วยภาพ นิยายก็เล่าด้วยตัวอักษร เราพยายามจะเล่านิยายให้มีความเป็นหนังมากยิ่งขึ้น 

Silver Glasses : การคิดนิยายแบบหนังเนี่ย มันคือการที่เราลองจับโครงสร้างของหนังเข้ามาคุมโทนในการคิดนิยายตั้งแต่แรก เราเอาโครงสร้างของหนังเข้ามาแต่แรก พอนิยายมันออกไปเป็นหนังอีกรอบหนึ่งก็ไม่ต้องมาคิดเพิ่มแล้ว เพราะโครงสร้างมันเต็มแล้วตั้งแต่เป็นนิยาย 

ร่วมตบมุกไปกับ ราชานกฮูก และ Silver Glasses ผู้อยู่เบื้องความสำเร็จของสำนักพิมพ์โมเวล
Silver Glasses และ ราชานกฮูก

ไม่ว่าจะหนังหรือนิยายต่างก็เล่าเรื่องด้วย 'โครงสร้างสามองก์'

Silver Glasses : โครงสร้างของหนังที่แตกต่างจากโครงสร้างนิยาย.. จริงๆ มันเป็นโครงสร้างที่เหมือนกันทั้งโลก มันมาตั้งแต่ยุคสมัยของอริสโตเติล มันเป็น..

ราชานกฮูก : ..ตำนานนิยายกรีกอะไรแบบนี้

Silver Glasses : ใช่ครับ โครงสร้างพวกนี้มันมีมานานแล้ว ถึงแม้ปัจจุบันจะได้รับการพัฒนา ต่อยอดมาเป็นร้อยๆ ปี แต่สุดท้ายโครงสร้างที่เราใช้มันก็ย้อนกลับมาเป็นโครงสร้างสามองก์ 

ราชานกฮูก : โครงสร้างสามองก์มันเป็นโครงสร้างเดิมที่มีมานานแล้ว เดี๋ยวจะมาเจาะลึกให้ฟัง แต่จะบอกก่อนว่าคนที่เขียนนิยายแล้วบอกว่าฉันจะไม่ใช้โครงสร้างเนี่ย สุดท้ายแล้วมันก็ต้องใช้โครงสร้างอยู่ดี ใช้โดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะว่าอะไร เพราะว่าเรามีประสบการณ์ผ่านหนัง ผ่านละคร ผ่านการ์ตูนที่เราดูมาแล้ว เราเลยมีโครงสร้างแบบที่เราไม่รู้ตัว แต่เคยชินอยู่

Silver Glasses : ทีนี้พอเรากระจ่างเรื่องโครงสร้าง เราเอาโครงสร้างขึ้นมาตั้งโครงก่อน จากนั้นเราก็ค่อยหยิบวัตถุดิบยัดเข้าไปในโครงสร้าง แล้วลองมาปรับโทนให้สนุก เล่าเรื่องตามแบบนิยาย มันก็คือการคิดหนังขึ้นมาก่อนนิยาย แต่มันมีมากกว่านั้นตรงที่ว่าเราต้องคิดด้วยว่าพอมันออกมาเป็นหนังแล้ว มันสนุกไหม?

ราชานกฮูก : เพราะบางครั้งการเล่าแบบหนัง พอเอามาลงในนิยายมันก็ไม่สนุกเท่าไหร่ เพราะงั้นเราต้องคิดแบบหนังแล้วเล่าในแบบนิยาย ถ้าถามว่าโครงสร้างต่างกันไหม ก็ไม่นะ 

Silver Glasses : นิยายบางเรื่องก็มีโครงสร้างไม่เต็มนะ คือเขาไม่สนใจโครงสร้าง คือนักเขียนมีสองประเภท คือด้นสดไปเลย กับสายโครงสร้าง ที่โมเวลเราเน้นสายโครงสร้างประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ อีก 20 เปอร์เซ็นต์เราจะด้นสด แต่ว่าเราก็จะพยายามเลี่ยงการด้นสดให้มากที่สุด

ร่วมตบมุกไปกับ ราชานกฮูก และ Silver Glasses ผู้อยู่เบื้องความสำเร็จของสำนักพิมพ์โมเวล
นิยายของสำนักพิมพ์โมเวล

Movel Original เป็นผลงานที่ผลิตจากทีมเขียน ส่วน Movel Partner เป็นการสนับสนุนการขาย

ราชานกฮูก : คุยกันก่อนว่าโมเวลเรามีสองหัว คือหนึ่ง Movel Original เป็นสิ่งที่โมเวลเราผลิตขึ้นมาเอง สองคือ Movel Partner เป็นสิ่งที่เราไปเฟ้นหาให้ตรงกับแนวทางของโมเวล แล้วเรามาเป็นพาร์ทเนอร์กัน 

Silver Glasses : ซึ่งปัจจุบัน Movel Partner มีสติถิส่งขายเพื่อทำเป็นซีรีส์ร้อยเปอร์เซ็นต์นะ พูดเว่อร์ๆ ไว้ จากทั้งหมด 3 เรื่อง (หัวเราะ) แล้วทั้งสามเรื่องนี้ถูกเลือกไปเป็นซีรีส์แล้วด้วย จะออนแอร์หรืออะไรเมื่อไหร่ ก็ติดตามกันได้ มีสองเรื่องในไทย และอีกหนึ่งเรื่องที่ประเทศเกาหลีใต้ครับ

ราชานกฮูก : ต่อกันที่ Movel Partner ฝั่งนี้คือ โปรเจกต์ที่เราจะเลือกต้นฉบับจากนักเขียนที่เราเห็นว่ามีผลงานโดดเด่น และตรงกับแนวทางของสำนักพิมพ์ เราจะเลือกมาออกผลงานร่วมกับโมเวลในฐานะพาร์ทเนอร์ โดยเราจะรับผิดชอบเรื่องการลงทุนและการตลาดให้ จากนั้นเราจะทำการแบ่งกำไรจาการขายกัน ไม่เหมือนกับการจ่ายตามยอดพิมพ์แบบทั่วๆ ไปครับผม 

Silver Glasses : กลับมาที่ Movel Original ฝั่งนี้คือโปรเจกต์ของโมเวลที่สร้างทีมเขียนขึ้นมาเอง เพื่อออกงานของโมเวลเอง ตอนนี้ที่นักอ่านรู้จักกันอยู่แล้วก็มี 3 ทีม คือ Hungry Bird , Chic Dolphin , Foxy Fox แล้วที่กำลังจะมาก็คือ Sick Bear ปีนี้มาแน่นอน

ราชานกฮูก : แต่ละทีมเป็นยังไง? Hungry Bird เป็นแนววาย Chic Dolphin เป็นชายหญิงในหมวดรักหวานแหวว ส่วน Foxy Fox เป็นหญิงหญิงแนวยูริ ส่วน  Sick Bear เป็นแฟนตาซีครับ

ทีมเขียนโมเวลมาจากคนที่มีแนวทางเดียวกัน

ราชานกฮูก : ทีมเขียนเราเสิร์ชกูเกิลหามาครับ (หัวเราะ)

Silver Glasses : บ้า ไม่ใช่ ทีมเขียนเราได้จากการคัดเลือกเข้ามาครับ คือเราก็จะเปิดรับสมัคร แล้วก็มานั่งคัด จากแปดร้อยกว่าคน จนตอนนี้เหลืออยู่จริงๆ ประมาณแปดคน (หัวเราะ)

ราชานกฮูก : ไม่ใช่นักเขียนทุกคนที่ตรงกับความต้องการ

Silver Glasses : ต้องบอกว่าไม่ตรงกับแนวทางของเรา..

ราชานกฮูก : คือไม่ได้บอกว่าไม่เก่งนะ แต่เรามีแนวที่เราอยากได้อยู่ เราก็เลยเลือกเฉพาะคนที่เหมาะสมกับเราเท่านั้น แต่ในอนาคตเราจะเริ่มมีโครงการเล็กๆ หาแนวทางร่วมกัน ใครที่รับแนวทางเดียวกันได้ ก็ร่วมงานกันได้ง่ายขึ้น

ร่วมตบมุกไปกับ ราชานกฮูก และ Silver Glasses ผู้อยู่เบื้องความสำเร็จของสำนักพิมพ์โมเวล

โมเวลเชื่อว่า 'ทีมเขียนที่สมบูรณ์เกิดขึ้นได้จากการรวมคนที่ไม่สมบูรณ์เข้าด้วยกัน'

ราชานกฮูก : ในคำศัพท์ของเรา นักเขียนของเราจะเป็น Co-Writer นักเขียนร่วมกับ Head-Writer ซึ่งเป็นคนคุมการเขียน แล้วก็จะมี Producer ควบคุมการผลิตอีกทีหนึ่ง 

Silver-Glasses : สามตำแหน่งนี้คือทีมพื้นฐาน แต่ก็จะมีทีมที่ใหญ่กว่านี้ด้วย ส่วนทำไมต้องทำเป็นทีม เพราะว่า.. การทำเป็นทีมเนี่ย เรารู้สึกว่าทุกคนมีความถนัดในแต่ละด้าน ถ้าอยู่วงการนักเขียนมานานจะเห็นว่า มีคนที่คิดเรื่องเก่งมาก แต่เขียนออกมาไม่สนุก กับบางคนภาษาดีมาก แต่พอมาเล่าเรียบเรียงแล้วงง อ่านแล้วเหนื่อย หรือบางคนบอกว่าเราไม่ชอบแนวนี้ แต่เราชอบแก้ไขงานให้คนอื่นนะ ก็มีนะคนที่เขียนงานเองแล้วไม่ชอบ แต่พอได้แก้งานคนอื่นแล้วแก้ดีกว่าเจ้าของอีก คนเรามันมีความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง ก็เลยมีแนวคิดว่าถ้ารวมคนไม่สมบูรณ์มาอยู่ด้วยกัน น่าจะกลายเป็นทีมที่สมบูรณ์ขึ้นได้ 

ราชานกฮูก : ที่พูดยาวๆ เนี่ย เรื่องใหญ่ๆ มันทำคนเดียวไม่ได้ (หัวเราะ)

'การทำงานเป็นทีมคืออุปสรรค' และ ทีมเขียนโมเวลทุกคนต้องทำการบ้าน!

Avery pie : สวัสดีค่ะ เอล Avery Pie นะคะ มาในนามของทีม Chic Dolphin ค่ะ อย่างแรกเลยอุปสรรคเราคือ เราต้องทำงานเป็นทีม อย่างการเป็นนักเขียนเนี่ย เราทำงานคนเดียว เราต้องคิดทุกอย่างเอง แต่พอเรามาทำงานเป็นทีม เราต้องร่วมงานกับทุกคน หน้าที่ของเราคือการเขียน เราได้รับหน้าที่ ได้รับภารกิจมา เราต้องตีความให้ตรงกับที่ Head-Writer ให้งานเรามา 

ราชานกฮูก : แล้วเวลางานถูกตีกลับ เรารู้สึกยังไง (เปลี่ยนมาสัมภาษณ์กันเอง)

Avery pie : เราเป็นนักเขียนมาก่อน เราคงไม่ชอบที่มีคนมาติว่างานเราเป็นยังไง แต่ว่าในการทำงานเป็นทีม เราต้องคิดว่าอะไรคือตรงกลาง เมื่อเราต้องแก้งาน เราก็ต้องดูว่างานที่เราแก้ดีขึ้น หรือแย่ลง เราต้องดูก่อนว่าถ้าแก้แล้วเนื้อเรื่องที่เราเขียนมามันเข้ากันไหม คือต่อให้เขาจะเป็นคิดมา แต่เมื่อเราเป็นคนเขียน เราอยู่กับงานมากกว่า เราก็ต้องหาจุดร่วมให้ได้ 

ราชานกฮูก : แล้วการที่เอลได้มาเป็น Co-Writer ของทีม Chic Dolphin เนี่ย เราได้อะไรบ้าง 

Avery pie : อย่างแรกเลยคือได้ความคิดค่ะ โชคดีมากที่เราได้พีดีกับเฮดที่มีความสามารถเยอะ ทำให้เรามีมุมมองมากขึ้น เอลได้การบ้านคือการไปดูซีรีส์มา ดูเพื่อให้เราเข้าใจมุมมองการเล่าเรื่องมากขึ้น ทำให้เราเห็นภาพ เห็นว่ามีอะไรที่ขาดหายไป แล้วช่วยกันเติมให้ดีขึ้นได้ พอเรากลับมาเขียนงานตัวเอง เราเห็นพัฒนาการ เห็นมุมมองที่มันกว้างขึ้นจริงๆ สิ่งที่โมเวลสอนให้กับเอล เรื่องการวางเรื่อง โครงสร้างต่างๆ มันอาจจะนำไปใช้ไม่ได้ทันที เพราะเอลเคยด้นสดมาก่อน แต่ตอนนี้ก็ได้เรียนรู้มากขึ้น และกำลังพยายามนำมาใช้ให้มากขึ้นค่ะ 

ราชานกฮูก : เป็นการทำงานไปด้วย เรียนรู้ไปด้วยนั่นเอง 

ร่วมตบมุกไปกับ ราชานกฮูก และ Silver Glasses ผู้อยู่เบื้องความสำเร็จของสำนักพิมพ์โมเวล
เอล Avery Pie หนึ่งในทีมเขียนโมเวล

โครงสร้างสามองก์ คือ การเล่าเรื่องแบบต้น กลาง จบ

Silver Glasses : กลับมาที่โครงสร้างสามองก์ อย่างแรกสุดเราจะพูดถึงตัวโครงสร้างครับ เราต้องเช็คก่อนว่าองค์ประกอบเรามีครบไหม ซึ่งเราจะอ้างไปถึงทฤษฎีเก่าแก่อันหนึ่งที่ชื่อว่าทฤษฎีการเล่าเรื่องแบบสามองก์

ราชานกฮูก : สามองก์เนี่ย พูดสั้นๆ ง่าย มันคือการเล่าแบบต้น กลาง จบ ฟังเหมือนง่าย แต่มีเยอะกว่านั้นครับ 
 

ร่วมตบมุกไปกับ ราชานกฮูก และ Silver Glasses ผู้อยู่เบื้องความสำเร็จของสำนักพิมพ์โมเวล

องค์หนึ่ง : ปูพื้นฐานของเรื่องและตัวละคร จนกว่าจะเจอเป้าหมายบางอย่าง

Silver Glasses : เริ่มกันเลยนะครับ ส่วนต้นก็คือ 'องก์หนึ่ง' เป็นการปูเรื่องปูที่มาของตัวละครให้นักอ่านได้รู้จักก่อน ได้รู้ว่าตัวละครตัวนี้เป็นใคร มีที่มาจากไหน มีชีวิตบนโลกใบนี้ยังไงบ้าง องก์หนึ่งจะจบเมื่อตัวละครมีเป้าหมายให้ทำ ยกตัวอย่างเช่น ซินเดอเรลล่า ช่วงองก์หนึ่งก็คือช่วงที่ให้เห็นความลำบากของซินเดอเรลล่าจนกระทั่งมีข่าวเรื่องงานเลี้ยงฉลองเกิดขึ้นนั่นล่ะ องค์หนึ่งจบตรงนี้เลย คืออยู่ๆ มีเรื่องๆ หนึ่งเข้ามากระทบหูซินเดอเรลล่า แล้วซินเดอเรลล่าก็มีเป้าหมายขึ้นมาคือการไปร่วมงานเต้นรำ ทำให้เรื่องเข้าสู่องก์สอง

ร่วมตบมุกไปกับ ราชานกฮูก และ Silver Glasses ผู้อยู่เบื้องความสำเร็จของสำนักพิมพ์โมเวล

องค์สอง : ให้ตัวละครทำตามเป้าหมาย ผ่านอุปสรรคที่มีทั้งความสำเร็จ และความล้มเหลว 

Silver Glasses : ช่วงองก์สองจะแบ่งเป็นช่วงขาขึ้นกับช่วงขาลงเสมอ ขาขึ้นจะเริ่มจากตัวละครเริ่มทำภารกิจที่ตัวเองอยากจะทำ เช่น ตัวละครซินเดอเรลล่าตั้งเป้าหมายว่าเราจะต้องไปร่วมงานเลี้ยงนี้ให้ได้ ซินเดอเรลล่าก็ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อไปงาน จนเจอนางฟ้าแม่ทูนหัว ทำให้เข้าไปในงานได้ เป็นขาขึ้นที่มีความกระเสือกกระสน จนสุดท้ายตัวละครบรรลุเป้าหมาย เข้าไปถึงงานอย่างที่อยากไปแล้ว ถึงจุดสูงสุดแล้ว ก็เป็นการจบองค์สองช่วงแรก

Silver Glasses : พอเรื่องของเรามันถึงจุดสูงสุดปุ๊ป เราก็ตบมันลงมาครับ (หัวเราะ) เพื่อเข้าสู่องก์สองช่วงขาลง พอเวลาเที่ยงคืนมาถึง เกิดอะไรขึ้นครับ ซินเดอเรลล่าต้องรีบออกจากงานเลี้ยง วิ่งหนีจากเจ้าชาย และต้องกลับมาใช้ชีวิตเยี่ยงทาสเหมือนเดิม แต่คราวนี้มันแย่กว่าเดิมอีก ถูกขังอีกต่างหากกลายเป็นช่วงขาลงแบบขาลงสุดๆ ทุกอย่างจะแย่ลงกว่าช่วงแรก เป็นจุดตกต่ำที่สุดของตัวละคร และเป็นการจบองค์สองไปเลย

ร่วมตบมุกไปกับ ราชานกฮูก และ Silver Glasses ผู้อยู่เบื้องความสำเร็จของสำนักพิมพ์โมเวล

องค์สาม : ให้ตัวละครประสบความสำเร็จสูงสุดในเป้าหมายที่วางไว้ และเคลียร์ปมให้หมด

Silver Glasses : จนกระทั่งมีแสงสว่างขึ้นมา เจ้าชายออกตามหาซินเดอเรลล่า และตอนนี้แหละครับที่เราจะเข้าสู่องก์สาม ช่วงคลายปมและไคล์แม็กซ์ของเรื่อง เป็นช่วงจบของเรื่อง เจ้าชายหาแล้วหาเล่าก็ยังไม่เจอ จนกระทั่งมาเจอบ้านหลังนี้ที่ซินเดอเรลล่าถูกขังไว้ สุดท้ายด้วยความดื้อของเจ้าชาย ก็ทำให้ความจริงถูกเปิดเผย ซินเดอเรลล่าถูกขังอยู่ได้ทดลองใส่รองเท้า และได้แต่งงานกับเจ้าชายในที่สุด ถือเป็นการจบองค์สามแล้ว

ราชานกฮูก : สรุปโครงสร้างแบบสามองก์ง่ายๆ ก็คือ ต้น กลาง จบนั่นแหละครับ และนี่เป็นสามสิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มเขียนนิยายครับ 

สร้างคาแรคเตอร์ที่มีชีวิต ด้วย Goal, Need และ Background 

Silver Glasses : เราต้องสร้างคาแรคเตอร์ตัวละครที่ดูน่าเชื่อถือ และดูมีชีวิต ตัวละครเราต้องประกอบด้วย 3 อย่าง อย่างแรกคือ Goal เป้าหมาย อย่างที่สองคือ Need ความต้องการ และอย่างสุดท้ายคือ Background พื้นเพเดิมของตัวละคร 

ราชานกฮูก : อธิบายให้มากกว่านี้คือ..

Silver Glasses : เริ่มจากตัวละครต้องการอะไร (Goal) ต้องทำอะไรเพื่อสนองความต้องการ (Need) ตัวละครโตมาแบบไหน ถูกเลี้ยงมายังไง ตัวพื้นเพนี้จะสะท้อนถึงตัวตนปัจจุบันของเขา (Background) ยกตัวอย่างเช่น ตัวละคร 'ปราการ' จากเรื่อง 'คุณหมอครับผมมารับวิญญาณคนไข้' ปราการต้องการเป็นคุณหมอที่เก่งที่สุด เป้าหมาย (Goal) ที่ปราการต้องทำคือ การช่วยเหลือคนไข้ให้มากๆ และเอาชนะความตายให้ได้ ส่วนเบื้องหลังว่าทำไมปราการถึงมี Goal และ Need แบบนี้ นั่นก็เพราะเขาถูกปลูกฝังมาจากครอบครัวที่เป็นหมอ แม้แต่ชื่อของเขาก็ถูกพ่อตั้งว่าเป็นปราการด่านสุดท้ายของชีวิต ของคนไข้ เพื่อป้องกันไม่ไห้คนไข้ไปสู่โลกของความตาย นี่จึงเป็นการเซต Goal, Need และ Background ของตัวละครขึ้นมาหนึ่งตัว เพื่อให้ตัวละครมีชีวิต มีเป้าหมายที่สอดคล้องกับการเจริญเติบโต 

ร่วมตบมุกไปกับ ราชานกฮูก และ Silver Glasses ผู้อยู่เบื้องความสำเร็จของสำนักพิมพ์โมเวล

ราชานกฮูก : สามสิ่งนี้เราต้องเรียงกันไหม?

Silver Glasses : ไม่จำเป็นครับ สลับกันไปมาได้เลย

ราชานกฮูก : จริงๆ แล้วเรื่องคาแรคเตอร์นี่สำคัญมากเลยนะครับ คาแรคเตอร์ที่ดีคือการที่เราอ่านแค่คำพูดแล้วเรารู้ว่าใครกำลังพูดอยู่ ซึ่งสิ่งนี้มันจะมาจาก Goal, Need, Background 

Silver Glasses : สมมตินะ เราเซ็ตว่าตัวละครโตขึ้นในสังคมป่าเถื่อน มันก็จะชัดเจนว่าตัวละครตัวนี้คำพูดจะต้องมีความดิบ มีความป่าเถื่อนในตัวเอง ขณะที่ตัวละครที่โตมาแบบคุณชาย แน่นอนว่าต้องเป็นคำพูดที่มีความเป็นคุณชาย เห็นเลยว่าโตมาแบบไหน โอเค เราเพิ่มความซับซ้อนหน่อย เช่น ตัวละครนี้โตมาจากสังคมป่าเถื่อน แต่เขาต้องการอยู่ในสังคมชั้นสูง เป้าหมายก็คือ ต้องเป็นคุณชายให้ได้ พอเซตแบบนี้ ตัวละครนี้ต้องพูดแบบไหนเหรอ ลองคิดกันดูครับ

ราชานกฮูก : เฉลย.. ก็จะเป็นตัวละครที่พยายามพูดแบบคุณชาย แข็งๆ หน่อย มีคาแรคเตอร์ชัดเจนผ่านคำพูดได้เลย  

เขียนคำโปรยให้น่าสนใจ จากโครงเรื่องและคำนึงถึง 5 องค์ประกอบ (ฉาก, คาแรคเตอร์, ภารกิจ, การกระทำ และอุปสรรค)

ราชานกฮูก : ต้องบอกก่อนว่าการเขียนคำโปรยเนี่ยมีสองแบบด้วยกัน คือหนึ่งแบบที่ไม่ได้เล่าเนื้อเรื่องอะไรมาก เช่น ระวังฉลามกัด ส่วนอีกแบบคือแบบโครงสร้าง เราต้องคำนึงถึง 5 อย่างต่อไปนี้ คือ หนึ่ง เซตติ้งว่าโลกของเราเป็นแบบไหน สองคาแรคเตอร์ของตัวละคร สามมิชชั่น (Mission) ภารกิจของเรื่องของตัวละคร สี่แอคชั่น (Action) เขาต้องทำอะไรบ้าง และห้าอุปสรรคที่ต้องเจอ เราจะพิจารณาจากทั้งหมดนี้ เพื่อสร้างคำโปรยที่น่าสนใจที่สุด ตัวอย่างนะ เชตติ้ง คือ ณ ท้องทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาล คาแรคเตอร์ นายดีแล้วเป็นมนุษย์ที่สามารถแปลงร่างเป็นปูเสฉวนได้ มิชชั่น เขาต้องการปกป้องแนวปะการังจาก.. อุปสรรค คือ นายซอย นักวิจัยปะการังผู้ชั่วร้าย 

Silver Glasses : เราได้เนื้อเรื่องมาแล้ว คือ ณ ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ มีนายดีแล้วมนุษย์ปูเสฉวน ผู้ที่ต้องการจะปกป้องแนวปะการังจากนายซอย นักวิจัยปะการังผู้ชั่วร้าย.. แล้วเราก็มาตัดให้สั้นลง 

ราชานกฮูก : ครับ เมื่อเราได้วัตถุดิบเป็นเรื่องย่อแบบสั้นๆ มาแล้ว จากนั้นเรานำมันมาตัดทอนให้สั้นที่สุด น่าสนใจที่สุด เช่น ดีแล้วมนุษย์ปูเสฉวนต้องการปกป้องแนวปะการังจากซอยนักวิจัยผู้ชั่วร้าย แต่จะทำไงได้เขาเป็นแค่มนุษย์ปูเสฉวน เอาก้ามหนีบได้แค่หัวนม จะชนะหรือไม่?.. ประมาณนี้ มันก็จะออกแนวคอเมดี้หน่อยๆ ครับ 

ร่วมตบมุกไปกับ ราชานกฮูก และ Silver Glasses ผู้อยู่เบื้องความสำเร็จของสำนักพิมพ์โมเวล

จากโมเวลถึงนักอ่านที่รักยิ่งและนักเขียนผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่ 

Silver Glasses : สำหรับนักอ่าน เราก็ขอบคุณทุกๆ ท่านเลยที่มาร่วมเป็นกำลังใจให้กับโมเวล ทำให้โมเวลมีทุกวันนี้ 

ราชานกฮูก : โมเวลขอขอบคุณนักอ่านทุกคนนะครับที่ช่วยสนับสนุน ทำให้เรามาถึงทุกวันนี้ได้ เราเริ่มต้นมาจากทีมเล็กๆ แค่ไม่กี่คน จนตอนนี้เรามีทั้งหมดสี่ทีม และทีมย่อยๆ อีกเยอะแยะมากมาย นักอ่านทุกคนเป็นทั้งแรงผลักดัน และเป็นกำลังใจให้โมเวลเสมอมา ขอบคุณมากครับ 

Silver Glasses : สำหรับนักเขียนที่อยากจะร่วมงานกับโมเวล ร่วมเป็นหนึ่งในทีมโมเวลไรเตอร์ทีมนะครับ สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่เพจ MoVel Publishing เข้ามาคอยติดตามข่าวสารกันได้นะครับ 

ร่วมตบมุกไปกับ ราชานกฮูก และ Silver Glasses ผู้อยู่เบื้องความสำเร็จของสำนักพิมพ์โมเวล

โห เป็นสำนักพิมพ์ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ นอกจากจะมีแนวทางที่ชัดเจนแล้ว ยังมีเคล็ดลับและกลวิธีที่นักเขียนชาวเด็กดีสามารถนำไปต่อยอด และนำไปใช้ในการเขียนได้อีกด้วย ส่วนเซอร์ไพรส์ในบทความนี้เรามีเอล Avery Pie มาร่วมให้สัมภาษณ์ในฐานะหนึ่งในทีมเขียนของโมเวล ซึ่งเราคงเห็นกันแล้วว่าการทำงานเป็นทีมมีลักษณะยังไง และช่วยพัฒนาตัวนักเขียนให้ดีขึ้นได้อย่างไร พี่แนนนี่เพนหวังว่าบทความนี้จะช่วยต่อยอดความฝันและเปิดโลกการเขียนนิยายของทุกคนให้กว้างขึ้นได้ เป็นกำลังใจให้สำนักพิมพ์และนักเขียนที่มีความฝันทุกคน ผลิตผลงานที่ดีออกมาในอนาคตนะคะ 
 

พี่แนนนี่เพน 
 

หน่วยกล้าวาย นักเขียนที่กล้าเริ่มต้นจากศูนย์อีกครั้ง! เพราะอยากให้คนรู้จัก 'เกม'

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #MoVel Publishing #โมเวล #พี่ครับนั่นร่มผม #Save the Cat ผมหิว...ขอปลาทูหน่อย #คุณหมอครับ ผมมารับวิญญาณคนไข้ #ราชานกฮูก #Silver Glasses

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    โหย เก่งอ่ะ เราชื่นชมราชานกฮูกตั้งแต่นิยายเรื่องWorld Battle Online แล้ว ที่จริงตอนที่อ่านเหมือนอ่านเอามันส์มากเลย พอนักเขียน เขียนเรื่องอื่นเยอะขึ้นเรื่อย เราก็ชอบอ่ะ คือ ไอเดียน่าอ่าน แถมสนุกมาก พอเห็นเขาจัดตั้งเป็นบริษัทแบบนี้ ยิ่งชื่นชมค่ะ อนาคตอยากให้ทำการ์ตูนซีรี่ย์มากเลย เพราะเอาจริงๆ ไทยเรามีนิยายแฟนตาซีที่น่าไปทำการ์ตูนเยอะ แต่ไม่มีโอกาส เพราะส่วนใหญ่เอาไปทำซีรี่ย์ละครแทน ถ้าบริษัททำรายได้ได้เยอะๆ อยากให้ลองพิจารณา ทำซีรี่ย์เป็นของตัวเองค่ะ การทำเป็นการ์ตูนมันดีอย่างหนึ่ง คือสามารถใส่จินตนาการได้เยอะ ยิ่งแนวคิดแบบทำเป็นหนัง เราว่ามันต้องน่าสนใจมากๆ สู้ๆนะคะ จะติดตามนิยายเรื่องต่อไป

    ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      โหย เก่งอ่ะ เราชื่นชมราชานกฮูกตั้งแต่นิยายเรื่องWorld Battle Online แล้ว ที่จริงตอนที่อ่านเหมือนอ่านเอามันส์มากเลย พอนักเขียน เขียนเรื่องอื่นเยอะขึ้นเรื่อย เราก็ชอบอ่ะ คือ ไอเดียน่าอ่าน แถมสนุกมาก พอเห็นเขาจัดตั้งเป็นบริษัทแบบนี้ ยิ่งชื่นชมค่ะ อนาคตอยากให้ทำการ์ตูนซีรี่ย์มากเลย เพราะเอาจริงๆ ไทยเรามีนิยายแฟนตาซีที่น่าไปทำการ์ตูนเยอะ แต่ไม่มีโอกาส เพราะส่วนใหญ่เอาไปทำซีรี่ย์ละครแทน ถ้าบริษัททำรายได้ได้เยอะๆ อยากให้ลองพิจารณา ทำซีรี่ย์เป็นของตัวเองค่ะ การทำเป็นการ์ตูนมันดีอย่างหนึ่ง คือสามารถใส่จินตนาการได้เยอะ ยิ่งแนวคิดแบบทำเป็นหนัง เราว่ามันต้องน่าสนใจมากๆ สู้ๆนะคะ จะติดตามนิยายเรื่องต่อไป

      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?