ใครเอาเนยแข็งของฉันไป : ผลงานทรงพลังที่สอนให้เรากล้ารับมือกับการเปลี่ยนแปลง []

วิว


 

ใครเอาเนยแข็งของฉันไป :
นิทานทรงพลังที่สอนให้เรากล้ารับมือกับการเปลี่ยนแปลง

สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน   วิจารณ์หนังสือฉบับนี้ พี่น้ำผึ้งขอชวนทุกคนคว้ารองเท้าวิ่งแล้วจ็อกกิ้งเข้าไปในเขาวงกตลึกลับเพื่อตามหาเนยแข็งสุดวิเศษของตัวเองเหมือนกับตัวละครในเรื่อง “ใครเอาเนยแข็งของฉันไป” ผลงานทรงพลังของนายแพทย์สเปนเซอร์ จอห์นสัน หนังสือขายดีอันดับต้นๆ ระดับโลกตลอดระยะเวลาเกือบสองทศวรรษ บอกเลยว่าหนังสือเล่มนี้ได้รับการการันตีแล้วว่า สามารถช่วยให้หลายคนพบความจริงในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ประสบความสำเร็จ และห่างไกลจากความเครียดแบบง่ายๆ

พี่เชื่อว่าน้องๆ หลายคนคงเคยได้ยินเรื่อง “ใครเอาเนยแข็งของฉันไป” แม้ว่าจะไม่เคยอ่านมันมาก่อน แหงล่ะ หนังสือเล่มนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังสือพัฒนาตัวเองที่คู่ควรแก่การอ่าน ปัญหาชีวิตที่ซับซ้อนสามารถจบลงได้เพียงแค่ตั้งใจอ่านมัน แถมเรื่องราวยังย่อยง่าย น่ารัก เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดี เหมาะกับทุกเพศทุกวัย
 

ใครเอาเนยแข็งของฉันไป : ผลงานทรงพลังที่สอนให้เรากล้ารับมือกับการเปลี่ยนแปลง

 

หากใครไม่เคยอ่าน “ใครเอาเนยแข็งของฉันไป” พี่ขอเล่าสั้นๆ ว่ามันเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับ “การเปลี่ยนแปลง” ในหนังสือเล่มบางที่มีเนื้อหาน้อยกว่า 60 หน้าเล่มนี้ จอห์นสันบอกเล่าเรื่องราวของ “ตัวละครสี่ตัวที่วิ่งอยู่ในเขาวงกตเพื่อตามหาเนยแข็งที่ทำให้พวกเขามีความสุข” ทุกๆ วัน  พวกเขาจะพบกับเนยแข็งยอดเยี่ยมในทางเดินที่เรียกว่า “สถานีเนยแข็ง น.” แต่แล้วเช้าวันหนึ่งเมื่อทั้งหมดมายังสถานีเนยแข็ง น. เช่นเดิม กลับพบว่าไม่มีเนยแข็งอยู่ตรงนั้นแล้ว!! ทันทีที่เป็นเช่นนั้น หนูสองตัวอย่าง สนิฟฟ์ และ สเคอร์รี่ มุ่งหน้าออกไปตามหาเนยแข็งชิ้นอื่นๆ แต่คนสองคนอย่าง เฮม และ ฮอว์ กลับเสียใจเป็นบ้าเป็นหลังราวกับคนถูกทิ้ง 

“ใครเอาเนยแข็งของฉันไป!?” เฮมตะโกน
 

ใครเอาเนยแข็งของฉันไป : ผลงานทรงพลังที่สอนให้เรากล้ารับมือกับการเปลี่ยนแปลง
สนิฟฟ์และสเคอร์รี่ 
(via: topsimages.com)

 

การดิ้นรนของเหล่าตัวละครคือแก่นแท้คุณธรรมที่จอห์นสันพยายามบอกเรา เฮมร้องคร่ำครวญที่เนยแข็งของเขาหายไป ขณะที่ฮอว์ มนุษย์ผู้เพิ่งตระหนักรู้ว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลง หากเขาหวังที่จะมีชีวิตรอดต่อไป เขาต้องปล่อยวางอดีตและค้นหาเนยแข็งชิ้นใหม่

ในตอนท้ายของหนังสือ หลังจากนิทานเรื่องนี้จบ เราพบเรื่องราวสุดวิเศษที่เกี่ยวกับเพื่อนเก่าสมัยมัธยมปลายหลายคนที่มาชิคาโกเพื่อรียูเนี่ยน พวกเขารวมตัวกันในเลานจ์ของโรงแรมและพูดคุยเกี่ยวกับความหมายที่แท้จริงของเรื่อง “เนยแข็งที่หายไป” 

“บางทีนี่อาจจะเป็นประเด็นของเรื่องทั้งหมดก็ได้” เพื่อนคนหนึ่งบอก “การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับเราทุกคน”
 

ใครเอาเนยแข็งของฉันไป : ผลงานทรงพลังที่สอนให้เรากล้ารับมือกับการเปลี่ยนแปลง
เฮมและฮอว์
(via: Challenge Future)

 

“เนยแข็ง” ในเรื่องเปรียบเสมือนสิ่งที่เราต้องการในชีวิต มันสามารถเป็นได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เงินทอง ความรัก ความสัมพันธ์ สุขภาพ อิสรภาพ จุดยืนในสังคม หรือแม้กระทั่งความสงบสุขทางจิตวิญญาณ แล้วเราก็ไล่ล่าเนยแข็งของเราเพราะคิดว่ามันจะทำให้เรามีความสุขและปลอดภัย ส่วน “เขาวงกต” เปรียบเหมือนกับสถานที่ที่เรามองหาเนยแข็ง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ทำงาน ชุมชน หรือความสัมพันธ์ที่เรามี

ตัวละครในเรื่องสะท้อนถึงลักษณะของคนที่สามารถพบได้ในชีวิตจริง เพราะแต่ละคนแสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง สนิฟฟ์ หนูที่มีความสามารถในการรับรู้การเปลี่ยนแปลง ในขณะที่สเคอร์รี่นั้นรวดเร็วและเฉียบแหลม หนูสองตัวเป็นตัวแทนของเราที่เรียบง่าย ในทางกลับกัน มนุษย์ตัวจิ๋วเป็นตัวแทนของเราที่มีความซับซ้อน เฮมและฮอว์ลังเลที่จะเปลี่ยนแปลง แต่ในที่สุดฮอว์ก็ตะหนักได้ว่าเขาจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อการเปลี่ยนแปลงนี้ 
 

ใครเอาเนยแข็งของฉันไป : ผลงานทรงพลังที่สอนให้เรากล้ารับมือกับการเปลี่ยนแปลง
(via: amazon uk)
 

เมื่อค้นพบ “เนยแข็งชิ้นใหม่” เขาได้ทิ้งร่องรอยให้เฮมผ่าน “ลายมือบนกำแพง” ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เขาได้เรียนรู้และค้นพบระหว่างการออกตามหาเนยแข็งใหม่จนมาเจอสถานีเนยแข็ง ม. คติเตือนใจที่เขียนตัวใหญ่ๆ ซึ่งสอนให้ผู้อ่าน (อย่างพี่) ได้รู้ อันได้แก่
 

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้: มีคนคอยเอาเนยแข็งไปเสมอ

จอห์น แม็กซ์เวลล์ นักเขียนชื่อดังเคยกล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่แน่นอน หลีกเลี่ยงไม่ได้ และการเติบโตเป็นเพียงแค่ตัวเลือก” เราจำเป็นต้องยอมรับความจริงที่ว่า มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับสิ่งที่เราต้องการในชีวิตเสมอ การยอมรับคือสเต็ปแรกในการก้าวต่อไปข้างหน้า เพราะงั้นทำตัวให้เคยชินเข้าไว้ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ทุกนาที
 

คาดหมายความเปลี่ยนแปลง: เตรียมตัวให้พร้อมเมื่อเนยแข็งหายไป

สนิฟฟ์และสเคอร์รี่ไม่แปลกใจเมื่อพวกเขาพบว่าเนยแข็งสถานี น. หายไปหมด เพราะพวกเขาคาดเดาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าเนยแข็งจะต้องหมดเร็วๆ นี้แน่นอน ตรงข้ามกับมนุษย์ตัวจิ๋วสองคนที่ประมาท ไม่เตรียมพร้อม สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากหนูน้อยสองตัวคือ เราไม่ควรหยุดอยู่กับที่ ไม่ควรยอมจำนนต่อความพึงพอใจของเราแม้ว่านั่นจะเป็นสิ่งที่เราทำดีที่สุดแล้ว เราควรมีแพลน B ไว้สำรองอยู่เสมอ เตรียมพร้อมไว้ย่อมดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลัง แล้วก็นั่นแหละ มองหาความเปลี่ยนแปลงเถอะ อย่าได้ปฏิเสธมันเลย
 

เฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลง: จงดมเนยแข็งอยู่เสมอ จะได้รู้เมื่อมันเริ่มเก่า

เราควรเปิดกว้างต่อสภาพแวดล้อมของเรา เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงรอบตัวเรา สนิฟฟ์สังเกตเห็นแล้วว่าปริมาณเนยแข็งในสถานีเนยแข็ง น. ลดลง เขาและสเคอร์รี่จึงรีบมองหาเนยแข็งชิ้นใหม่ในเขาวงกตทันที นี่จึงสามารถเป็นข้อคิดเตือนใจเราได้ว่า อย่ายึดติดกับสิ่งที่มีอยู่ แต่จงพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญอย่าลืมเปิดรับการพัฒนาใหม่ๆ อยู่เสมอนะจ๊ะ 
 

ปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงให้รวดเร็ว: ละทิ้งเนยแข็งเก่าเร็วเท่าใด ก็จะพบเนยแข็งใหม่เร็วเท่านั้น

ทันทีที่สนิฟฟ์และสเคอร์รี่สังเกตได้ว่าไม่มีเนยแข็งเหลืออยู่ในสถานีเนยแข็ง น. เลย พวกเขาไม่เสียเวลาบ่นหรือตั้งคำถามว่าเนยแข็งหายไปไหน ตรงกันข้าม พวกเขารีบมุ่งหน้าออกตามหาเนยแข็งชิ้นใหม่ทันที ไม่เหมือนกับมนุษย์ตัวจิ๋วสองคนที่มีแนวโน้มจะวิเคราะห์สิ่งต่างๆ มากเกินไป

แล้วเราจะทำอย่างไรเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น?   คำตอบง่ายๆ ก็คือเเค่ไหลไปกับมันเท่านั้น บ่นหรือต่อต้านก็ไม่มีประโยชน์อะไร มันไม่ช่วยให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้น เช่นเดียวกับที่ในหนังสือบอกนั่นแหละว่า “ออกไปค้นหาในเขาวงกตย่อมดีกว่าอยู่ในสถานีเนยแข็ง น." ดังนั้นยอมรับและโอบกอดการเปลี่ยนแปลงซะ อย่าต่อสู้กับมันเลย
 

จงเปลี่ยนแปลง: ออกตามหาเนยแข็ง

เฮมลังเลที่จะออกจากสถานีเนยแข็ง น. สถานที่แสนปลอดภัยของตัวเอง เพราะเขาเพียงแค่กลัวที่จะออกจากคอมฟอร์ทของตัวเอง ว่าแต่อะไรล่ะที่หยุดยั้งเฮมไว้? ถ้าไม่ใช่ “ความกลัว” เขากลัวสิ่งที่ไม่รู้จักซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาปฏิเสธที่จะเดินหน้าต่อไป ขณะที่ฮอว์ตระหนักว่าเขาต้องเอาชนะความกลัวนี้เพื่อหาเนยแข็งชิ้นใหม่ บางครั้งเราก็ต้อง “กล้า” ที่จะเปลี่ยนแปลง
 

มีความสุขไปกับการเปลี่ยนแปลง! : ดื่มด่ำกับการผจญภัยและมีความสุขกับรสชาติของเนยแข็งใหม่!

ตอนนี้เรายอมรับการเปลี่ยนแปลงแล้วเพลิดเพลินไปกับเนยแข็งชิ้นใหม่แล้ว! ในเรื่อง ฮอว์ชื่นชมกับการเปลี่ยนแปลงของตัวเองที่ออกตามหาเนยแข็งอย่างรวดเร็ว และสนุกไปกับความตื่นเต้นของการตามล่า ตอนนี้เขาพร้อมที่จะเริ่มการเดินทางครั้งใหม่ในชีวิตของเขา และเขากระตือรือร้นที่จะให้ เฮม  เพื่อนของเขาติดตามเส้นทางของเขาได้ ชีวิตน่ะ ก็เหมือนกับการผจญภัยอย่างหนึ่งนั่นแหละ
 

พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและสนุกกับการเปลี่ยนแปลงครั้งแล้วครั้งเล่า: มีคนคอยเอาเนยแข็งไปเสมอ

ฟังนะ มันมีโอกาสเกิดขึ้นอีกครั้ง พี่จะบอกให้ฟังว่าในขณะที่เรากำลังเพลิดเพลินไปกับเนยแข็งชิ้นใหม่ โปรดระวังสิ่งแวดล้อมของเรา เพราะโอกาสที่มันจะหมดเหมือนเดิมสูงมาก เราสามารถประสบความสำเร็จและล้มเหลวไปพร้อมกันได้ แต่การเรียนรู้และประสบการณ์จะเป็นสิ่งที่คุ้มค่า

 

ใครเอาเนยแข็งของฉันไป : ผลงานทรงพลังที่สอนให้เรากล้ารับมือกับการเปลี่ยนแปลง
(via: Youtube)
 

เช่นเดียวกับตัวละครในเรื่อง เราได้เรียนรู้ว่าบทเรียนเหล่านี้สามารถนำไปปรับใช้กับสถานการณ์ที่เราเผชิญได้หมด ทั้งในชีวิตส่วนตัวและในอาชีพของเรา มันจะเปลี่ยนความคิดและทัศนคติของเราที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นเหมือนอย่างสนิฟฟ์และสเคอร์รี่ที่พร้อมปรับตัวได้เสมอ แต่ก็ไม่สายเกินไปที่จะเป็นเหมือนฮอว์ที่เรียนรู้การโอบกอดการเปลี่ยนแปลง

ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนเราอาจต้องเจอการเปลี่ยนแปลงของเนยแข็ง แต่มันเป็นสิ่งสำคัญถ้าเราเลือกที่จะเชื่อในความสามารถมากมายของตัวเอง แล้วสวมรองเท้าวิ่งออกไปตามหารเนยแข็งชิ้นใหม่ หรือสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่ตัวเอง เราจะไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง แม้ว่ามันจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ตาม

ความกลัวต่อการเปลี่ยนแปลงไม่มีประโยชน์อะไรเลย นอกจากจะเป็นการบั่นทอนความสามารถที่มีอยู่ของเรา และเป็นการตัดโอกาสตัวเองไม่ให้เจอในสิ่งที่ดีกว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นน่ากลัว ก็ใช่ แต่ความกลัวต่างหากที่น่ากลัวกว่า เพราะมันเป็นตัวฉุดรั้งที่ทำให้เราจมดิ่ง ไม่พัฒนาไปไหน แถมยังทำให้เสียเวลาชีวิตด้วย ดังนั้นจงเรียนรู้การปรับตัว มันคือความท้าทายอย่างหนึ่งที่จะช่วยยกระดับชีวิตของเราให้เติบโตขึ้นไปอีกขั้น
 

“ชีวิตควรดำเนินต่อไปและเราควรทำเช่นนั้น”
ดร. สเปนเซอร์ จอห์นสัน


วันนี้น้องๆ ออกตามหาเนยแข็งชิ้นใหม่แล้วหรือยัง?

พี่น้ำผึ้ง :)

 

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #ใครเอาเนยแข็งของฉันไป #who moved my cheese #หนังสือ #ใครเอาเนยแข็งของฉันไป pdf #ใครเอาเนยแข็งของฉันไป ฉบับวัยรุ่น #ทำไม who moved my cheese จึง เป็น หนังสือ ขาย ดี #ใครเอาเนยแข็งของฉันไป รีวิว

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?