นักเดินทางแห่งมิดการ์ด : ไดอารี่ของคนปลูกผักที่เขียนขึ้นมาเพราะอยากเล่าให้เพื่อนฟัง []

วิว

นักเขียนทุกคนเริ่มมาจากศูนย์เหมือนกัน ไม่มีคนอ่านเหมือนกัน
ถ้าเราเขียนนิยายที่เราอ่านแล้วสนุก มันต้องมีสักคนสองคน
ที่ชอบอ่านแนวเดียวกับเรา อยากสนุกไปกับเรา

นักเดินทางแห่งมิดการ์ด

สวัสดีน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคนค่ะ เมื่อนึกถึงนิยายแนวสโลว์ไลฟ์ ปลูกผัก ทำฟาร์ม หลายๆ คนมักคิดถึงเกมปลูกผัก หรือไม่ก็พล็อตที่ดำเนินเรื่องแบบช้าๆ อ่านแล้วน่าเบื่อ และคงไม่ค่อยมีใครชอบอ่านนิยายแนวนี้เท่าไหร่ แต่นิยายแนวสโลว์ไลฟ์ในหมวดแฟนตาซีเรื่อง Agricola ไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ของ นักเดินทางแห่งมิดการ์ด กลับได้รับความสนใจจากนักอ่านอย่างล้นหลาม เป็นนิยายแนวฟิวชั่น ยอดวิวหลักล้าน ที่มีพล็อตต่างโลกกับมนุษย์และหมาหนึ่งตัวเป็นคำโปรยหลัก.. ที่น่าสนใจคือนักเขียนเจ้าของนามปากกานักเดินทางแห่งมิดการ์ด เขียนนิยายเรื่องนี้ในเด็กดีเพียงเรื่องเดียว และลงเนื้อหาให้อ่านที่นี่เดียวเท่านั้น! พี่แนนนี่เพนเลยอยากพานักเขียนแนวสโลว์ไลฟ์คนนี้มาทำความรู้จักกับน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน มาค้นหาที่มาที่ไปและแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายของเขากันค่ะ รับรองได้เลยว่าใครที่มีใจอยากเป็นนักเขียนอยู่แล้ว เมื่ออ่านสัมภาษณ์ของเขา จะต้องอยากลงมือเขียนนิยายมากขึ้นแน่นอน! 

นักเดินทางแห่งมิดการ์ด : ไดอารี่ของคนปลูกผักที่เขียนขึ้นมาเพราะอยากเล่าให้เพื่อนฟัง

นักเดินทางแห่งมิดการ์ด คือ วัยรุ่นตอนปลายคนหนึ่ง 

สวัสดีครับ ผมจ้อยครับ นามปากกานักเดินทางแห่งมิดการ์ดครับ อายุก็ 35 แล้ว เป็นวัยรุ่นตอนปลายครับ (หัวเราะ) คำว่า 'นักเดินทาง' มาจากชีวิตส่วนตัวครับ เพราะผมเดินทางค่อนข้างเยอะพอสมควรเลย ส่วน 'มิดการ์ด' ก็มาจาก รูน-มิดการ์ด เมืองในเกมแร็คนาร็อค (Ragnarok) ครับ นอกจากอาชีพนักเขียนแล้ว ผมก็เป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์แบบฟรีแลนซ์ครับ

ไปทำฟาร์มที่ต่างโลก คือนิยายเรื่องที่ 5 ส่วนเรื่องก่อนหน้านั้นพังพินาศหมดแล้ว 

ผมมาเริ่มเขียนนิยายในเว็บเด็กดีนานแล้วครับ สมัยก่อนตอนนั้นจะมีอยู่สองเว็บที่ให้ลงนิยายได้ ผมลองมาหมดแล้ว ผมเลยเลือกมาลงที่เด็กดีเพราะมีฟังก์ชันที่ตอบสนองมากกว่า เริ่มเขียนตั้งแต่เกมแร็คนาร็อคยังบูมๆ เลยครับ นิยายเรื่องไปทำฟาร์มที่ต่างโลกไม่ใช่เรื่องแรกที่ผมเขียนแน่นอน น่าจะเป็น.. (ถึงกับต้องยกนิ้วมานับเลยค่ะ) เรื่องนี้เรื่องที่ห้าแล้วครับ ก่อนหน้านั้นก็พังพินาศหมดครับ (หัวเราะ) (เมื่อถามว่าพังพินาศคือยังไง) มันคือช่วงวิกฤติแล้วครับ เมื่อเราเขียนแล้วรู้สึกไม่สนุก ฝืนที่จะเขียน ไม่มีความรู้สึกเหมือนตอนแรกๆ ที่เราจัดเต็ม จัดหนัก ใส่นั่นใส่นี่เต็มที่ เราไม่ได้ลืมนะว่าทำไมเราถึงเขียนนิยายเรื่องนี้ แต่เราไม่สนุกแล้ว มันก็เลยไปต่อไม่ได้ สุดท้ายก็เลยต้องกลับมาพิจารณาตัวเองว่าทำไมเราถึงเหนื่อยกับการเขียนนิยายนิยายเรื่องนี้ เขียนแล้วเราไม่สนุกเราจะเขียนไปทำไม ก็ลองพยายามมาเรื่อยๆ สุดท้ายก็มาลงตัวที่นิยายเรื่องนี้ พร้อมนามปากกานี้ครับ 

อีกเหตุผลหนึ่งคือ ตอนนั้นมันไม่มีนิยายที่อยากจะอ่านแล้วจริงๆ บางเรื่องเหมือนจะตอบสนองเราได้นะ แต่พออ่านไปสักพักหนึ่ง มันไม่ใช่สำหรับเราอยู่ดี ด้วยความที่เราก็อ่านนิยายมาเยอะ ก็เลยอยากเขียนนิยายดูบ้าง เพราะภาษาเราก็ไม่แย่นะ พอเล่าเรื่องได้ เลยอยากลองสื่อสารในมุมมองของเราดูบ้างครับ
 

เพราะอยากกลั่นแกล้งคนที่ไปทำฟาร์มอย่างสงบ จึงเกิดนิยาย Agricola ไปทำฟาร์มที่ต่างโลก 

นิยายเรื่องนี้ได้ไอเดียมาจากเกมปลูกผักครับ (หัวเราะ) ตอนนั้นติดเกมปลูกผักมาก เรื่องราวในเกมปลูกผักมันเป็นเรื่องของคนในเมืองๆ หนึ่ง ที่ต้องทำภารกิจต่างๆ พอเล่นไปนานๆ ผมว่ามันดูค่อนข้างจะแอบจืดชืดไปนิดหนึ่งนะ ด้วยความที่เราเสพงานแฟนตาซีมาโดยตลอด เป็นคนที่เล่นเกมแนวอาร์พีจี (RPG : Role-playing game : เกมสวมบทบาท) มาก็ไม่น้อย เลยคิดว่า.. ถ้าเราไปต่างโลก ไปทำฟาร์มเหมือนในเกมเนี่ย แล้วดันเกิดเรื่องราววุ่นวายกับคนที่ตั้งใจจะมาทำฟาร์มแบบสงบๆ จริงๆ สุดท้ายเขาจะได้ทำฟาร์มไหม เขาจะใช้ชีวิตท่ามกลางความวุ่นวายนี้ยังไง ก็เลยอยากลองเขียนแนวนี้ออกมาครับ

นักเดินทางแห่งมิดการ์ด : ไดอารี่ของคนปลูกผักที่เขียนขึ้นมาเพราะอยากเล่าให้เพื่อนฟัง

ไดอารี่ของคนปลูกผัก : นิยายที่เป็นดังเรื่องเล่าของเพื่อน

พล็อตเรื่องหลักๆ คือการไปต่างโลกนี่แหละครับ ดูว่าโลกที่เขาไปเนี่ย จะได้ปลูกผักตามที่ตั้งใจไว้ไหม มันมีเรื่องราวมากมายให้ตัวเอกได้เผชิญ ได้เจอผู้คน ได้เจอมิตรสหายต่างๆ มากมาย ในเรื่องผมไม่ได้เล่าให้ตัวเอกอย่างลิเบรี่เป็นพระเอกอย่างเดียวนะ ผมเน้นเล่าให้ตัวลิเบรี่เป็นเพื่อนของคนอ่านมากกว่า อยากให้คนอ่านเห็นว่าเพื่อนของคุณไปเจอเรื่องราวอะไรมา เจอเพื่อนที่เป็นคนดี เพื่อนที่เป็นคนชั่ว เพื่อนที่สร้างแต่เรื่องวุ่นวายขึ้นมา และในความวุ่นวายทั้งหมดที่ว่ามาดันกลายเป็นเรื่องสนุกของตัวเอกขึ้นมาซะงั้น จริงๆ จะมองว่านิยายเรื่องนี้เป็นไดอารี่หรือเรื่องเล่าก็ได้ครับ (หัวเราะ) ผมเขียนเรื่องราวออกมาแบบนี้ เพราะผมอยากอ่านเรื่องราวแบบนี้จริงๆ
 

ภาคแรกเป็นภาคทำความรู้จัก ส่วนภาคสองเป็นภาคของการผจญภัย

ภาคหนึ่งกับภาคสองค่อนข้างจะแตกต่างกันเยอะครับ เพราะว่าเรื่องราวของภาคแรกผมเขียนเป็นเส้นตรงเลยครับ จากจุดเริ่มต้นจนถึงจุดสุดท้ายที่ถูกกำหนดไว้ ผมเล่าตามกรอบเส้นตรงเลยครับ เหมือนภาคแรกเป็นภาคของการทำความรู้จัก ผมเขียนให้คนอ่านคุ้นเคย สนิทสนมกับตัวละครเหล่านี้ก่อน ส่วนภาคสองเกิดขึ้นมาเพราะผมรู้สึกว่าตัวละครในภาคแรกถูกกำหนดให้อยู่ในกรอบเส้นตรงที่ผมวางไว้จนไม่สามารถวอกแวกได้ ผมไม่สามารถเขียนตามใจตัวเองได้ ต้องเขียนเป็นเส้นตรงตามที่กำหนดเอาไว้ และผมยังอยากเขียนตัวละครเหล่านี้ในอีกหลายๆ เรื่อง ภาคสองเลยเกิดขึ้นเพื่อเล่าตัวละครเหล่านี้ในอีกหลายๆ แง่มุม ที่ผมไม่สามารถเขียนในภาคแรกได้ 

ในภาคสอง เรายังดำเนินเรื่องด้วยตัวละครชุดเดิม ความวินาศสันตะโรก็ยังจะเกิดขึ้นแน่นอน เมื่อมีเรื่องราวเกิดขึ้นก็อยากจะให้คนอ่านติดตามต่อไปว่าตัวเอกจะแก้ไขเรื่องราวได้ยังไง ส่วนภาคสามยังไม่ได้คิดเลยครับ ไม่ได้อยู่ในความคิดตอนนี้เลย ภาคสองผมเริ่มมาจากการขยายกรอบของเรื่องที่อยากเขียนจริงๆ ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องจบเมื่อไหร่ ก็รอติดตามดูครับว่าจะเป็นยังไง 

ความผูกพันของคนอ่านกับการเขียนภาคต่อ

โดยพื้นฐานเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับเพื่อนครับ ถ้าคนอ่านชอบอ่านนิยายแนวนี้อยู่แล้ว หรืออ่านภาคหนึ่งจบแล้ว รู้สึกผูกพันกับตัวละคร ผมคิดว่าไม่ว่าจะเปลี่ยนโลกไปยังไง คนอ่านก็น่าจะยังตามอ่านอยู่นะครับ แต่ถ้าคนอ่านรู้สึกว่าอ่านแล้วมันไม่ใช่ในสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ อยากจะเทนิยายเรื่องนี้ทิ้ง ผมก็เข้าใจ เพราะตัวผมเองก็ไม่สามารถเขียนทุกอย่างให้ตอบสนองคนทุกคนได้ ผมเขียนนิยายเพื่อให้ตัวผมสนุก และคนอ่านที่ชอบแนวเดียวกันสนุก แค่นี้ผมก็พอใจแล้วครับ 

นักเดินทางแห่งมิดการ์ด : ไดอารี่ของคนปลูกผักที่เขียนขึ้นมาเพราะอยากเล่าให้เพื่อนฟัง

เคล็ดลับที่ 1 : เขียนนิยายให้คนอ่านเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน 

ผมยึดจากตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกครับ เมื่อผมเขียนเสร็จ ผมจะอ่านในมุมมองคนอ่านก่อน ไม่ได้อ่านในมุมมองคนเขียน ต้องค่อยๆ เล่า ค่อยๆ อธิบาย ไม่ใช่การยัดเยียดหรือสรุป เราต้องอธิบายว่าตัวเอกไปเจอบางสิ่งได้ยังไง แล้วเขาค่อยๆ เรียนรู้ไปยังไงบ้าง ให้คนอ่านค่อยๆ เรียนรู้ไปกับตัวเอก ถ้าเราใส่ข้อมูลเยอะไป ใส่ข้อความไปยาวๆ มันอ่านแล้วย่อยข้อมูลต่างๆ ไม่ค่อยทัน ทำให้เราไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ข้อมูลอธิบาย ต่างจากการให้คนอ่านค่อยๆ เผชิญกับความจริงว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไร มันคืออะไร ค่อยๆ ค้นพบไปกับตัวเอก ผมชอบแนวนี้มากกว่า

เคล็ดลับที่ 2 : เขียนนิยายให้บาลานซ์ทั้งพล็อตและตัวละคร

ถ้าเราเน้นไปที่พล็อตมากเกินไป ตัวละครเราจะจาง เมื่อพล็อตไปถึงจุดๆ หนึ่งที่มันอาจจะน่าเบื่อ หรือเป็นจุดที่เราดำเนินเรื่องผิดพลาดไป ตัวละครที่ไม่สามารถทำให้คนอ่านรักได้ก็จะไม่มีความหมาย ไม่ทำให้คนอ่านอยากอยู่รอ่านตอนต่อไป ขณะเดียวกันถ้าเราเน้นตัวละครในการดำเนินเรื่อง มันก็ออกนอกพล็อตได้ง่าย พล็อตอาจจะไม่ไปไหนเลย เมื่ออ่านไปหลายสิบตอนก็รู้สึกเบื่อได้เหมือนกัน มีแต่ความรู้สึกตัวละคร เห็นเรื่องราวในด้านเดียวมากเกินไป เราต้องพยายามบาลานซ์ทั้งสองอย่างไว้ ถ้าเรามีพล็อตเราจะมีแก่นเรื่อง ถ้าเรามีตัวละคร เราก็ต้องพยายามให้คนอ่านสนิทกับตัวละครเข้าไว้ ผมคิดว่าถ้าคนอ่านรักตัวละคร ไม่ว่าตัวละครจะไปทางไหน เขาจะติดตามตัวละครไปเรื่อยๆ เรื่องพล็อตก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เรื่องราวไม่น่าเบื่อจนเกินไป

เคล็ดลับที่ 3 : เขียนตามใจตัวเอง เขียนให้ตัวเองสนุก

ตอนเริ่มเขียนผมชอบเขียนแนวเส้นตรงมากกว่า คือเขียนไปเรื่อยๆ ให้ตัวละครแก้ไขอุปสรรคไปเรื่อยๆ ตามที่เรากำหนดไว้ จนถึงจุดสุดท้าย พอเขียนไปสักพักหนึ่ง เราพบว่าพล็อตแบบเส้นตรงมันไร้อิสระ ไม่สามารถเล่าเรื่องในหลายๆ มุมได้ เลยเกิดพล็อตภาคสองขึ้นมา ภาคสองเป็นภาคที่ผมอยากเขียนตามใจ เขียนในสิ่งที่ภาคแรกผมอยากเขียนแต่ไม่ได้เขียน เหมือนเรามีไอเดียเยอะไปหมด แต่เราถูกกรอบของเส้นตรงกำหนดไว้ว่าห้ามวอกแวกนะ ห้ามนอกลู่นอกทาง ไม่อย่างนั้นนิยายจะไม่จบ แล้วถ้าเขียนๆ อยู่แล้วเจอเรื่องวิกฤติจริงๆ ผมก็ต้องดูว่าเรื่องที่เขียนมันเดินไปทางไหน สร้างความคาดหวังกับคนอ่านมากน้อยแค่ไหน ต้องหาจุดลงให้ได้ จะเขียนต่อไหม หรือจะตัดจบไปเลย มันให้อารมณ์เหมือนเราเขียนตัวร้ายให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ จนมันเก่งเกินไป ไม่รู้จะฆ่ามันยังไงดี ตัวเอกก็เพิ่งมีพลังนิดเดียว มีแค่ความอดทน กับเป็นคนดี สุดท้ายก็ต้องตัดจบ เพราะเราไปต่อไม่ได้นี่แหละ ซึ่งถ้าไปต่อไม่ไหวจริงๆ เนี่ย ผมแนะนำว่าต้องอย่าฝืน ถ้าเราเขียนไม่สนุก คนอ่านก็ไม่สนุกตามเราเหมือนกัน 

นักเดินทางแห่งมิดการ์ด : ไดอารี่ของคนปลูกผักที่เขียนขึ้นมาเพราะอยากเล่าให้เพื่อนฟัง

เปิดขายนิยายกับระบบเด็กดี เพราะอยากได้รับการสนับสนุนจากคนอ่าน

อย่างแรกคือผมมีต้นฉบับอยู่ในเด็กดีอยู่แล้ว สองคือระบบขายของเด็กดีก็ไม่ได้ทำความเข้าใจยากขนาดนั้น มันเข้าใจได้ง่าย แล้วนักอ่านผมก็เริ่มต้นมาจากเด็กดี ผมเคารพคนอ่านส่วนหนึ่ง เลยลงขายที่เว็บเด็กดีที่เดียว ผมไม่ได้ขายเพื่อเป็นรายได้หลัก แต่อยากได้การสนับสนุนจากคนอ่านมากกว่า 

เป็นนิยายที่อยากชวนแวะเข้ามาอ่านเมื่ออยากได้ความสบายใจ

นิยายเรื่องนี้ไม่ใช่นิยายที่ต้องอ่านเป็นจริงเป็นจัง เป็นนิยายรอง ที่ไม่ได้คาดหวังให้คนเข้ามาอ่านมาก แต่ถ้าใครรู้สึกเบื่อๆ เหนื่อยๆ ให้แวะมาอ่านบ้างก็ได้ไม่มีปัญหา ผมไม่เคยขอคอมเมนต์ ไม่เคยขอให้ต้องกดติดตาม แต่ถ้าอ่านแล้วรู้สนุกอยากจะเข้ามาช่วยกันตบมุขในคอมเมนต์ก็ยินดีครับ มีความสุขมาก (ยิ้ม)

ถึงนักเขียนทุกคน : เขียนนิยายให้ตัวเองสนุกไว้ก่อน!

การเขียนนิยายมันสะท้อนตัวนักเขียนอยู่แล้วครับ เขียนให้มีความสุขเป็นเป้าหมายหลัก อย่าเพิ่งเขียนเพื่อเป้าหมายว่าต้องมียอดวิว ต้องมีคอมเมนต์ นักเขียนทุกคนเริ่มมาจากศูนย์เหมือนกัน ไม่มีคนอ่านเหมือนกัน ถ้าเราเขียนนิยายที่เราอ่านแล้วสนุก มันต้องมีสักคนสองคนที่ชอบอ่านแนวเดียวกับเรา อยากสนุกไปกับเรา อย่าเพิ่งซีเรียสอะไรเลยครับ เขียนให้ตัวเราสนุกไว้ก่อน 

นักเดินทางแห่งมิดการ์ด : ไดอารี่ของคนปลูกผักที่เขียนขึ้นมาเพราะอยากเล่าให้เพื่อนฟัง

เขียนให้สนุกไว้ก่อน! เป็นคำพูดของนักเดินทางแห่งมิดการ์ดที่มักจะตบท้ายด้วยคำนี้เสมอ เมื่อต้องเล่าถึงความเป็นมาก่อนจะก้าวเข้าสู่การเป็นนักเขียน เชื่อว่าใครที่อ่านบทความนี้จนจบน่าจะได้แรงบันดาลใจในการเขียนนิยาย และรู้สึกเหมือนๆ กันว่าเพียงเราเริ่มต้นทุกอย่างด้วยความชอบ ความสำเร็จก็น่าจะอยู่ไม่ไกล เหมือนนิยายเรื่อง Agricola ไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่อาจจะเป็นนิยายแนวสโลว์ไลฟ์ ดูเป็นนิยายสายรอง ไม่น่ามีคนอ่าน แต่เมื่อผสมไอเดีย และความแฟนตาซีของนักเขียนเข้าไป นิยายเรื่องนี้ก็มียอดคนอ่านกว่าหนึ่งล้านวิวมาเป็นเครื่องการันตีความสนุก และความนิยมจากนักอ่าน ดังนั้น หากใครมีแนวนิยายที่อยากลองเขียน แม้จะรู้สึกว่าไม่แมส หรือคนอ่านน่าจะน้อย ก็อยากให้ลองเขียนดูก่อน ใครจะรู้ อาจจะมีคนที่ชอบอ่านแนวเดียวกับเราอีกเป็นล้านๆ คนก็ได้ ไม่ลองไม่รู้นะคะ ^^

พี่แนนนี่เพน
 

หน่วยกล้าวาย นักเขียนที่กล้าเริ่มต้นจากศูนย์อีกครั้ง! เพราะอยากให้คนรู้จัก 'เกม'
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #นักเดินทางแห่งมิดการ์ด #Agricola ไปทำฟาร์มที่ต่างโลก #ปลูกผัก #เกมปลูกผัก #ทำฟาร์ม #นิยายแฟนตาซี

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?