/>

ไขข้อข้องใจ เหตุใดโทนี่ สตาร์คถึงเป็นตัวละครเอกที่ยอดเยี่ยม! []

วิว

ไขข้อข้องใจ เหตุใดโทนี่ สตาร์ค
ถึงเป็นตัวละครเอกที่ยอดเยี่ยม!

สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน สิบเอ็ดปีมาแล้วนับตั้งแต่ที่ “ไอรอนแมน (Iron Man)” ตัวละครฮีโร่จากมาร์เวลออกมาโลดแล่นสู่สายตามหาชนทั้งในคอมิกและภาพยนตร์ จนนำมาสู่ภาพยนตร์อีก 21 เรื่องและก่อให้เกิดจักรวาลมาร์เวลแสนคุ้นเคย  สิบเอ็ดปีมาแล้วเช่นกันที่พวกเราเติบโตและผูกพันกับไอรอนแมน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “โทนี่ สตาร์ค” หรือที่รู้จักกันดีในฐานะ “Iron Man” อัจฉริยะที่ประกาศตัวเองว่าเป็นมหาเศรษฐีเพลย์บอยผู้ใจบุญ คือ ตัวละครที่สำคัญในจักรวาลมาร์เวล แถมหลายคนยังยกมงตัวชูโรงที่ยอดเยี่ยมด้วย หากไม่เชื่อ ขอชวนทุกคนมาดู 8 เหตุผลต่อไปนี้ค่ะ แล้วจะรู้เลยว่าทำไมคนถึงตกหลุมรักโทนี่ สตาร์ค 

คำเตือน สปอยล์หนักมาก
 

Clip

ไอรอนแมนกับยา PTSD

โทนี่ซื่อสัตย์และจริงใจ
 

“ซื่อสัตย์ จริงใจ ไม่โกง” คือหนึ่งในวิถีของการเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ลองสังเกตจากนิยายหรือภาพยนตร์แนวนี้ดูสิ เห็นชัดเลยว่าฮีโร่ส่วนใหญ่มักซื่อสัตย์กับผู้อื่น ตั้งแต่สไปเดอร์แมน แบทแมน ซูเปอร์แมนหรือซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆ ที่เรารู้จัก   อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ไอรอนแมนแตกต่างจากฮีโร่เหล่านั้นคือ โทนี่ สตาร์คประกาศต่อสาธารณชนในงานแถลงข่าวเลยว่าเขาเป็นไอรอนแมน แทนที่จะพยายามปกปิดเหมือนอย่างที่ฮีโร่ส่วนใหญ่ทำกัน 

“ฉันคือไอรอนแมน” เป็นช่วงเวลาที่ชัดเจนสำหรับโทนี่ มันสะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่ว่า เขาเชื่อในความซื่อสัตย์และสาธารณชนควรรับรู้ความจริง ถึงอย่างนั้นความซื่อสัตย์ของโทนี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตรงนี้ค่ะ เพราะเขายังแสดงออกมาในทุกๆ ภาพยนตร์ที่มีไอรอนแมนปรากฎตัว โดยเฉพาะช่วงเวลาที่โทนี่ได้ทำผิดพลาดไว้มากมาย ซึ่งการที่เขา “ซื่อสัตย์ต่อความผิดพลาดของตัวเอง” คือสิ่งที่ทำให้คนดูเคารพในตัวโทนี่ สตาร์ค 

ยกตัวอย่างเช่น โทนี่ยอมรับว่าเขาพลาดเองที่ไม่ยอมกินยา PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder หรือ ภาวะผิดปกติทางจิตใจจากเหตุการณ์รุนแรง) ใน Iron Man 3 และเขาพยายามแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงใน Avengers: Age of Ultron 

ความซื่อสัตย์ต่อความผิดพลาดของตัวเองไม่เพียงแต่ทำให้โทนี่ สตาร์คเป็นตัวเอกที่น่าสนใจ   น่าเคารพ หรือทำให้คนมองเขาในฐานะตัวอย่างที่ดี แต่มันยังเน้นย้ำให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์และทำให้โทนี่ สตาร์คดูเป็นตัวละครที่น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

 

Clip

ไอรอนแมนกับโมเมนต์เสียดสี

โทนี่ฉลาดเป็นกรด
 

ตึก Stark Tower สูงตระหง่านกลางนิวยอร์ก, J.A.R.V.I.S คอมพิวเตอร์อัจฉริยะ, ชุดเกราะล้ำสมัย ที่พูดมาทั้งหมดนี้คือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากมันสมองของโทนี่ สตาร์คล้วนๆ บอกเลยว่าตัวละครตัวนี้อัจฉริยะมาก พูดจาฉลาดหลักแหลม (และเสียดสีเก่งเป็นบ้า) ถามว่าสมองดีเบอร์ไหนไหน...เอาเป็นว่า โทนี่เข้าใจฟิสิกส์ควอนตัมและสามารถสร้างไทม์แมชชีนได้ในคืนเดียว พี่ว่าแค่นี้ก็ถือเป็นการพิสูจน์ระดับมันสมองของเขาได้แล้ว 

แม้ว่าสติปัญญาของโทนี่ไม่ได้ช่วยเพิ่มความเป็นฮีโร่ให้เขาสักเท่าไหร่ แต่มันก็มีส่วนที่ทำให้เขาเป็นตัวเอกที่เป็นที่ผู้คนชื่นชอบ อาจเป็นเพราะเรารู้สึกผ่อนคลายและขำไปกับคำพูดเสียดสีชวนอึ้งของเขา โดยเฉพาะตอนโทนี่พูดหน้านิ่งนะ   บอกเลยว่าเผลออมยิ้มตลอด

 


 

โทนี่มีความเป็นพ่อ
 

แม้โทนี่ สตาร์คจะมีความหยิ่งทะนงบ้างในบางครั้ง แถมเวลาครุ่นคิดยังดูหน้าเครียดหน้าตึงจนคนรอบข้างกลัว แต่เขาก็มีด้านนุ่มนวลเช่นกันนะ โดยเฉพาะตอนที่เขารับบทเป็นคุณพ่อจำเป็นสำหรับตัวละครอื่นๆ ในจักรวาลมาร์เวล 

ใน Iron Man 3 โทนี่เป็นเพื่อนกับฮาร์เลย์ เคียเนอร์ เด็กชายวัย 10 ขวบที่ช่วยเขาขณะซ่อนตัว แม้โทนี่มักเสียดสีฮาร์เลย์ (ซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเขา) แต่เขาก็ยังแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อเด็กคนนี้ทันทีที่เขารู้ว่าฮาร์เลย์ตกเป็นเหยื่อของการข่มขู่และการบูลลี่ หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ผูกพันราวกับพ่อ - ลูก โดยเฉพาะฮาร์เลย์ที่มองโทนี่เปรียบเสมือนพ่อแท้ๆ คนหนึ่ง แถมความสัมพันธ์พ่อ-ลูกไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้เท่านั้น มันยังเกิดขึ้นกับปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ด้วย

ใน Captain America: Civil War และ Spider-Man: Homecoming โทนี่และปีเตอร์พัฒนาสายสัมพันธ์อันใกล้ชิดนี้จนกลายเป็นความรักและความเคารพอย่างจริงใจ จนกระทั่งมันเห็นได้ชัดเลยว่าปีเตอร์มองโทนี่เหมือนเป็นพ่อของเขาภาคใน Avengers: Infinity War จากตอนที่ปีเตอร์ค่อยๆ สลายตัวไป แล้วโทนี่ก็พยายามปลอบใจเขาในช่วงเวลาสุดท้าย 

บอกเลยว่าโมเมนต์นี้สะเทือนหัวใจผู้ชมหลายคน เนื่องจากพวกเขามองว่าโทนี่รักปีเตอร์เหมือนคนในครอบครัวไปซะแล้ว  ความรักที่มีต่อวัยรุ่นคนนี้กลายเป็นรักแท้ดั่งพ่อลูกทำให้โทนี่ตัดสินใจเข้าร่วมทีมอเวนเจอร์สอีกครั้งใน Avengers: Endgame และทำให้แฟนๆ มาร์เวลตระหนักรู้ว่าโทนี่มีหัวใจที่อบอุ่นซ่อนอยู่

 

Clip

ไอรอนแมนยอมตายเพื่อปกป้องโลก

โทนี่ยินดีเสียสละตัวเองเพื่อคนอื่น
 

“เสียสละ” เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อย   โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนิยายและภาพยนตร์ฮอลลิวู้ด ตัวเอกมักจะยอมเสียสละตัวเองอย่างกล้าหาญเพื่อช่วยผู้อื่น และโทนี่ สตาร์คก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ถึงอย่างนั้น นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้โทนี่ สตาร์คเป็นตัวเอกที่คนชื่นชอบ เพราะคงไม่มีใครอยากดูหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ซูเปอร์ฮีโร่จะปล่อยให้คนตาย แต่พวกเขามีชีวิตรอดหรอก ถูกมั้ย?

ความเสียสละของเขาแสดงให้เห็นในภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง อย่างเช่น ใน Avengers โทนี่เต็มใจที่จะตายนอกอวกาศ ถ้านั่นช่วยให้คนทั้งนิวยอร์กรอดชีวิตจากขีปนาวุธและกองทัพโลกิ! มันคือช่วงเวลาที่โทนี่แสดงให้เห็นถึงความเต็มใจอย่างแท้จริงที่จะเสียสละตนเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น 

นอกจากนี้โทนี่ สตาร์คยังเต็มใจตายใน Avengers: Age of Ultron ด้วยเช่นกัน ถ้านั่นหมายความว่าทีมอเวนเจอร์สสามารถปกป้องโลกใบนี้ได้ หรือแม้กระทั่งใน Avengers: Infinity War โทนี่ก็พร้อมถูกทานอสฆ่า ถ้ามันทำให้วายร้ายตัวนี้ไม่ได้อัญมณีแห่งเวลาไป 

ที่สำคัญที่สุดและต้องพูดถึงให้ได้ นั่นคือการเสียสละของโทนี่ สตาร์คในภาพยนตร์ Avengers: Endgame เขายอมเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อทำลายทานอสและกองทัพของเขา มันเป็นช่วงเวลายากลำบากสำหรับผู้ชมและแฟนๆ ไอรอนแมน แต่ชัยชนะในครั้งนี้เป็นบทสรุปที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเรื่องราวของโทนี่แล้ว ความเต็มใจของโทนี่ที่จะตายเพื่อช่วยผู้อื่นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่เขากลายเป็นตัวเอกที่คนดูชื่นชม และไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนถึงเสียใจและเสียน้ำตาให้กับตัวละครตัวนี้ คุณวิเศษมาก โทนี่!

 

Clip

ฉากปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ใน Captain American

โทนี่มองเห็นศักยภาพของส่วนรวม
 

ตอนที่ทีมอเวนเจอร์สกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง โทนี่ปะทะกับสตีฟ โรเจอร์ (กัปตันอเมริกา) ผู้ที่มองว่าโทนี่เป็นคนหยิ่งทะนง แน่นอน โทนี่ก็หยิ่งแหละ แล้วมันก็ไม่ยากที่จะเห็นว่าทำไมความคิดยอดเยี่ยมของเขาจึงเข้าคู่กับบรูซ แบนเนอร์ได้คนเดียว อย่างไรก็ตาม ตอนที่สงครามกลางเมืองนิวยอร์กเกิดขึ้น กลายเป็นว่าโทนี่รู้หมดว่าใครมีศักยภาพด้านไหน เขาให้ให้สตีฟเป็นหัวหน้าทีมเพราะรู้ว่ากัปตันอเมริกามีความเป็นผู้นำและมีประสบการณ์การรบมาก่อน แล้วหลังจากนั้นเขาก็ปล่อยให้สตีฟดูแลทีมอเวนเจอร์สตามสบาย ขณะที่เขาพร้อมเป็นฝ่ายซัพพอร์ทอย่างเต็มที่ เห็นหยิ่งๆ แบบนี้แล้ว โทนี่เองก็มองเห็นศักยภาพที่ดีในตัวของคนนั้นได้นะ

หลักฐานพิสูจน์ความจริงที่ว่า “โทนี่มองเห็นศักยภาพในตัวคนอื่น” ไม่ได้มีแค่นี้เท่านั้น แต่ใน Avengers: Age of Ultron เขาเชื่อใจฝาแฝดแม็กซิมออฟเพราะมั่นใจว่าพลังของทั้งสองจะต่อสู้กับอัลตรอนได้ หรือแม้แต่ใน Captain America: Civil War ตลอดจนถึง Spider-Man: Homecoming เขารู้ว่าปีเตอร์เป็นคนมีศักยภาพ จึงช่วยส่งเสริมให้เขากลายเป็นสไปเดอร์แมนที่สมบูรณ์แบบ พูดง่ายๆ ก็คือ แม้ว่าโทนี่จะหยิ่งยโส แต่โทนี่ก็สามารถทำงานเป็นทีมได้ อีกทั้งยังเคารพฮีโร่คนอื่นๆ ด้วย เพราะเขารับรู้ถึงศักยภาพ ทักษะและความสามารถของคนอื่น รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้คนอื่นได้แสดงความสามารถนั้นออกมา

 


 

โทนี่รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ในอดีต
 

ข้อนี้แหละที่ตอกย้ำให้เรารู้ว่าจริงๆ แล้วโทนี่เป็นตัวละครที่มีความเป็นมนุษย์สูงมาก เขาพยายามต่อสู้อย่างยากลำบากเพื่อเอาชนะอดีตอันน่าเจ็บปวดของตัวเอง โดยเฉพาะบางอย่างที่เขาได้ทำพลาดไป ซึ่งที่เห็นได้ชัดมากที่สุดอยู่ในภาพยนตร์ Captain America: Civil War 

ตอนเด็กๆ โทนี่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีกับพ่อของเขาเท่าไหร่นัก แต่ลึกลงไปพวกเขารักกัน และความเสียใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโทนี่ก็คือ...เขาไม่เคยกล่าวคำลากับพ่อแม่ของเขา ก่อนที่ทั้งคู่จะจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับคืนตอนที่โทนี่อายุ 21 ปี 

25 ปีต่อมา ความเสียใจนี้ยังคงส่งผลต่อโทนี่มาก แต่ในปี 2023 (32 ปีหลังจากพ่อแม่ของเขาตาย) เขาย้อนเวลากลับไปในปี 1970 ในช่วงกลางเรื่องของภาพยนตร์ Avengers: Endgame และได้พูดคุยกับพ่อของเขา นับว่าเป็นซีนที่อบอุ่นหัวใจมาก 

ความเสียใจของโทนี่ทำให้เราสัมผัสถึง “ความเป็นมนุษย์” ในตัวเขา มันทำให้ตัวละครนี้ดูน่าเชื่อถือ และทำให้คนเข้าอกเข้าใจเขามากยิ่งขึ้น อย่าลืมสิ พวกเราทุกคนล้วนแต่มีเรื่องเสียใจในอดีตกันทั้งนั้น โทนี่เองก็ด้วยนะ

 


 

โทนี่เป็นคนมีเหตุมีผล
 

ขณะที่อเวนเจอร์สคนอื่นๆ เช่นธอร์ มีความหัวร้อนและทำอะไรไม่รู้จักคิด โทนี่ สตาร์คกลับเป็นคนมีเหตุผลที่สุด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ทุกๆ การกระทำและการตัดสินใจของเขามักมีเหตุผลชัดเจนซ่อนอยู่เสมอ พูดง่ายๆ ก็คือ โทนี่เป็นประเภทที่ว่าเขามักวางแผนรอบคอบก่อนทำอะไร ไม่อย่างนั้นแล้วเขาคงไม่สามารถเป็นเมนเทอร์ให้กับปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ใน Spider-Man: Homecoming ได้หรอก

หรือแม้แต่ใน Captain America: Civil War ก่อนที่โทนี่จะตกลงลงนามในสนธิสัญญาโซโกเวีย เขาคิดล่วงหน้าแล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น โทนี่รู้ว่าอเวนเจอร์สจะต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ในอนาคตที่อาจเกิดกับประชาชน รวมทั้งชีวิตที่กำลังจะเปลี่ยนไปของทุกคน 

ส่วนใหญ่แล้วการเรียนรู้จากข้อผิดพลาดคือส่วนหนึ่งที่ทำให้โทนี่กลายเป็นคนมีเหตุมีผล โทนี่เป็นตัวละครที่ทำให้เรามองเห็นถึงความสำคัญของ “การวางแผนให้รอบคอบ” ทำให้เรารู้ว่าทุกการกระทำมีผลตามมาและการตัดสินใจนั้นไม่ควรรีบเร่ง โดยเฉพาะหากว่าการตัดสินใจนั้นสามารถส่งผลกระทบต่อผู้อื่นได้

 


 

โทนี่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์และครอบครัว
 

ครอบครัวและมิตรภาพคือธีมหลักของจักรวาลมาร์เวล มันเป็นเบื้องหลังแรงจูงใจและการตัดสินใจของฮีโร่นับไม่ถ้วน และโทนี่ก็เช่นกัน สำหรับโทนี่ สตาร์ค ทีมอเวนเจอร์สก็เปรียบเสมือนครอบครัว เห็นได้ชัดเจนจากในภาพยนตร์ Avengers: Endgame แม้ว่าตัวเองจะมีลูกสาวตัวเล็กๆ วัย 4 ขวบที่ต้องดูแล แต่เขาก็ยังอุตส่าห์ให้ความช่วยเหลือทีมอเวนเจอร์สเสมอ นอกจากนี้โทนี่ยังเป็นคนที่รักครอบครัวมากๆ โดยเฉพาะมอร์แกน ลูกสาวของเขา อาจเป็นเพราะว่าในอดีตเขาเคยมีปมไม่ดีกับพ่อมาก่อน พอได้เป็นพ่อคน เขาจึง “รักลูก 3000 ครั้ง” เลยทีเดียว!

“ครอบครัวและมิตรภาพมาก่อนเสมอ” จึงเป็นเหตุผลข้อสุดท้ายที่ทำให้โทนี่ สตาร์คกลายเป็นตัวละครเอกที่ยอดเยี่ยม เขาล้อเล่นกับสตีฟ โรเจอร์และธอร์ เขาเปิดใจให้กับบรูซ แบนเนอร์ เขาตั้งเป้าที่จะช่วยเหลือโรห์ดี้และแวนด้า แม็กซิมออฟด้วยทุกวิถีทางที่เขาสามารถทำได้ เขาต้องการให้คลินต์ บาร์ตันมีชีวิตเกษียณที่ดี สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นมิตรภาพที่แท้จริง และเหนือสิ่งอื่นใด ไม่มีอะไรวิเศษไปมากกว่าการที่โทนี่ให้อภัยเพื่อนๆ ของเขา

หลังจากเหตุการณ์ Avengers: Infinity War โทนี่ขอโทษสตีฟ โรเจอร์และนาตาชา โรมานอฟสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาค Civil War พร้อมทั้งสร้างความผูกพันให้กลับมาแน่นแฟ้นเหมือนครอบครัวอีกครั้ง นี่คือความจริงใจอย่างแท้จริงที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของครอบครัวและมิตรภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง   การยินดีให้อภัยผู้คนในชีวิตของตัวเอง ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้โทนี่ สตาร์คกลายเป็นตัวเอกอย่างแท้จริง

 


(via: MovieWeb)
 

จากเหตุผลทั้ง 8 ข้อที่กล่าวมา ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโทนี่   สตาร์คถึงกลายเป็นตัวละครเอกที่คนยกมงยอดเยี่ยมให้ เขาซื่อสัตย์   เสียสละและเต็มใจช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเต็มความสามารถ   แม้ว่านั่นจะหมายถึงการแลกมาด้วยลมหายใจของตัวเอง   นี่ยังไม่นับถึงความเป็นอัจฉริยะนะ   ครบถ้วนสมกับเป็นฮีโร่จริงๆ

พี่น้ำผึ้งเองก็เป็นหนึ่งคนที่ชื่นชอบโทนี่ สตาร์คค่ะ ประทับใจตั้งแต่นาทีแรกที่เขาปรากฎตัวในภาพยนตร์ไตรภาค Iron Man ยิ่งพอได้สัมผัสโทนี่จาก Avengers ทั้ง 4 ภาค ไปจนถึง Captain America: Civil War และ Spider-Man: Homecoming ยิ่งตกหลุมรักความไม่ธรรมดาของตัวละครตัวนี้ แม้ว่าสุดท้ายจุดจบของไอรอนแมนจะทำให้แฟนคลับอย่างพี่เสียใจ   แต่พี่ก็คิดว่านั่นแสดงให้เห็นถึงความเป็นไอรอนแมนมากที่สุดแล้ว ในฐานะที่เป็นแฟนคลับของเขา พี่เชื่อว่าพวกเราคงอยากบอกโทนี่ สตาร์คเช่นเดียวกับพี่ว่า “เรารักคุณ 3000 ครั้งนะโทนี่!” 

พี่น้ำผึ้ง :)
 

ขอบคุณรูปภาพจากภาพยนตร์
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://bgr.com/2019/04/28/avengers-endgame-review-tony-starks-arc-makes-perfect-sense/
http://renegadecinema.com/6419/tony-stark-hero
https://www.buzzfeed.com/allieg90/20-reasons-tony-stark-is-actually-a-wonderful-role-asro

 

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #ไอรอนแมน #โทนี่ สตาร์ค #iron man #tony stark #มาร์เวล #mcu #marvel #superhero #ironman

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป