/>

3 ข้อแตกต่างของ 'นางชฎา' จากนิยายสยองขวัญสุดหลอน สู่บทละครโทรทัศน์ []

วิว

 

สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน หลายคนคงเคยเห็นละครโทรทัศน์ที่นำเอาเค้าโครงเรื่องจากนวนิยายมาสร้างเป็นละครให้ได้ชมกันบ้างใช่มั้ยคะ จากที่พี่เคยดูมาก็มีละครหลายเรื่องเลยค่ะ แต่ก็มีอยู่หนึ่งเรื่องที่พี่ชอบมากๆ คือเรื่อง “นางชฎา” จากบทประพันธ์ของ ภาคินัย นั่นเองค่ะ เห็นชื่อ ภาคินัย แล้วหลายคนคงจะ อ๋อ! กันเลยใช่มั้ยคะ ก็แหม่ ภาคินัย เขามีผลงานเขียนนิยายหลายเรื่องมากๆ อย่างเช่น 7 วันจองเวร, ร่ม-เย็น-เป็น-ศพ,  ศพกระซิบ, บ่วงสไบ ฯลฯ ซึ่งแต่ละเรื่องก็สนุกเข้มข้น หักมุม สยองขวัญ เรียกได้ว่าครบรส ครบอารมณ์เลยทีเดียวค่ะ และนิยายของภาคินัยก็ยังได้รับการนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ในอีกหลายเรื่องเลยค่ะ
 

หากพูดถึงนิยายสยองขวัญที่ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ แล้วได้รับความนิยมที่มีเรตติ้งสูงคงไม่พ้นละครเรื่อง “นางชฎา” ที่ได้เรตติ้งถึง 14.4 ซึ่งเค้าโครงเรื่องมาจากนวนิยายของ ภาคินัย กสิรักษ์ เจ้าของนามปากกา ภาคินัย ซึ่งทางช่อง 7 ก็ได้นำมาสร้างเป็นละครให้ได้ชมกัน ตอนแรกพี่ยังไม่เคยอ่าน นางชฎา มารู้จักตอนได้ดูช่อง 7 นำมาสร้างเป็นละคร ตอนนั้นติดมากค่ะ ตามดูทุกสัปดาห์ ลุ้นไปกับตัวละครตลอด ดูจบเรื่องแล้วก็มารู้ว่าเขามีนิยายด้วย ก็เลยอยากหามาลองอ่านว่าจะสนุกเหมือนในละครไหม เนื้อเรื่องจะเหมือนกันหรือเปล่า ปรากฏว่าในนิยายกับในละครมีข้อแตกต่างกันจริงๆ เดี๋ยวเรามาดูว่ามีอะไรบ้างที่แตกต่างกัน
 

     ข้อแตกต่าง 1 : พระเอกในนิยายไม่ไช่คนดีอย่างในละคร

ในละครเราจะเห็นว่าพระเอกเป็นคนดีรักริลณีมากใช่มั้ยคะ แต่ในนิยายนั้นพระเอกทำริลณีท้องแล้วไม่รับผิดชอบแถมยังให้ไปทำแท้งอีก ใจร้ายมากๆ มันก็จะต่างจากในละครที่พระเอกรักเป็นห่วงและแคร์ริลณีจากใจจริงๆ พอรู้ว่าริลณีเป็นผีก็ยังหวังดีไม่อยากให้ริลณีสร้างเวรกรรมอีก เพราะรูปแบบของนิยายกับละครมันต่างกัน ทางผู้จัดจึงจำเป็นที่จะต้องปรับบทให้มันเข้ากับรูปแบบของบทละครโทรทัศน์ พระเอกในละครถึงต้องเป็นคนดีไงล่ะ
 


 

     ข้อแตกต่าง 2 :  ในนิยายไม่มีผีนางรำรุ่นพี่เหมือนในละคร

หากใครได้อ่านนิยายแล้วก็จะรู้ว่าดูละครก็จะเห็นว่าจริงๆ แล้วในนิยายนั้นไม่มีผีนางรำรุ่นพี่เลย แต่ในละครนั้นเพิ่มผีรุ่นพี่เข้ามาให้คอยตามริลณีอยู่ในช่วงแรกๆ ด้วยเพราะริลณีดันไปเปลี่ยนอุบะที่ชฎา ผีรุ่นพี่ก็เลยโกรธจึงคอยตาม ซึ่งคิดว่าละครต้องการปูเรื่องให้พี่รุ่นพี่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้ริลณีเจอเรื่องร้ายๆ แทนที่จะเน้นไปที่ความเลวของตัวละครกลุ่มเพื่อนที่ร่วมกันฆ่าริลณีเพียงอย่างเดียวเหมือนในนิยาย และเพื่อเป็นการขยายบทให้ยาวขึ้นตามรูปแบบของบทละครโทรทัศน์นั่นเอง
 


 

     ข้อแตกต่าง 3 :  ฉากจบในนิยายโหด สะใจ กว่าในละคร

สำหรับฉากจบในละครนั้น พระเอกก็ตกหน้าผาตายไปพร้อมกับชมพู สุดท้ายริลณีก็ไม่ได้มีความสุขกับคนที่เธอรัก และก็ไม่เหลือใครต้องเป็นวิญญาณที่ติดอยู่กับบ้านร้างหลังนั้นเพียงลำพังเพื่อชดใช้เวรกรรมที่ได้ก่อไว้ แต่ฉากจบในนิยายไม่ใช่แบบนั้นเลยค่ะ ถ้าใครที่ได้อ่านนิยายก่อนที่จะมาดูแบบละครก็อาจจะรู้สึกขัดใจนิดๆ เพราะในนิยายนั้นพระเอกไม่ได้ตายแต่เป็นอัมพาตทำอะไรไม่ได้ และต้องทนอยู่กับผีริลณีที่สิงในร่างชมพูและศพลูกที่เน่าเฟะ ซึ่งพระเอกก็เหมือนตายทั้งเป็นเลยทีเดียว เรียกได้ว่า สะใจคนอ่านมากๆ แต่ก็ไม่ได้จบเพียงแค่นั้นนะคะ ในนิยายได้มีการเพิ่มภาคพิเศษขึ้นมาอีก (ไม่เล่าดีกว่าเดี๋ยวจะว่าสปอยล์ ลองไปหาอ่านดูค่ะ)  แต่ถ้าจะให้ในละครจบแบบในนิยายคิดว่าก็ดูจะโหดร้ายเกินไป เราก็เลยได้ชมฉากจบในละครแบบนั้นแหละค่ะ
 


 

ถึงแม้ว่าในละครจะไม่เหมือนกับในนิยายเป๊ะ เพราะเป็นแค่การนำเค้าโครงมาจากนวนิยาย และปรับเปลี่ยนบทให้เหมาะสมกับรูปแบบของบทละครโทรทัศน์ แต่ก็ยังมีกลิ่นอายความเป็น ‘นางชฎา’ อยู่ก็ถือว่าไม่ผิดหวังค่ะ เพราะแบบนิยายกับแบบละครก็จะมีเสน่ห์และความสนุกที่แตกต่างกัน

สำหรับพี่ชอบทั้ง 2 อย่างเลยค่ะ ทั้งในนิยายแล้วก็ในละคร คือความสนุกมันจะคนละแบบ ในนิยายก็จะโหดๆ สะใจหน่อย ส่วนในละครก็มีหลายอารมณ์ค่ะ เน้นดราม่าความรักหน่อย อาจจะไม่ได้หลอนน่ากลัวเท่านิยายแต่ก็สนุกเข้มข้นไม่แพ้กัน ใครที่ยังไม่เคยอ่านแบบนิยายก็ลองไปหาอ่านดูนะคะ แล้วมาแชร์ความคิดเห็นกันต่อนะคะ บ๊ายยบายย
 

พี่น้ำ ^^

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nam_

พี่น้ำ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #Dek-D #ภาคินัย #นางชฎา #นิยายสยองขวัญ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?