/>

เกาะเทรนด์ "นามปากกาลับ" เผยเบื้องหลังการปกปิดตัวตนจากนักเขียนชื่อดัง : อิสระ เป็นตัวเอง และไม่กดดัน []

วิว

  • ​นามปากกาลับ คือ ตัวตนใหม่ๆ ที่สามารถแสดงออกได้อย่างอิสระ ได้รับการตัดสินอย่างตรงไปตรงมา และไร้ซึ่งอคติจากตัวตนเดิม 
  • นักเขียน A B และ C เป็นนักเขียนชื่อดังที่มีนามปากกาลับ ไม่เปิดเผยตัวตน และอยู่ในแวดวงวรรณกรรมมานาน
  • นามปากกาลับทำให้นักเขียน A B และ C มีอิสระ เป็นตัวของตัวเอง และไม่รู้สึกกดดันในงานเขียน 


          สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน ช่วงที่ผ่านมามีกระแส "นามปากกาลับ" เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของนักเขียน ที่ต้องมีนามปากกาลับกันอย่างน้อยหนึ่งหรือสองนามปากกากันเลย ซึ่งความจริงแล้วการปกปิดตัวตนนักเขียนด้วยนามปากกาลับไม่ใช่เรื่องใหม่เลยค่ะ สมัยก่อนนักเขียนใช้นามปากกาลับเขียนนิยายเพื่อปกปิดตัวตน และลดการพาดพิงถึงบุคคลที่มีอยู่ในชีวิตจริง รวมถึงใช้นามปากกาลับเพื่อปกปิดเพศที่แท้จริง เช่น เจ.เค. โรว์ลิ่ง (J.K. Rowling) ที่ต้องใช้ชื่อนามปากกาเหมือนชื่อผู้ชาย เหตุเพราะสมัยนั้นนักเขียนผู้หญิงยังไม่เป็นที่ยอมรับในวงการวรรณกรรม 

          นามปากกาลับจึงเป็นเหมือนตัวตนที่สอง ที่ทำให้เรากลายเป็นคนใหม่ มีตัวตนใหม่ๆ ที่สามารถแสดงออกได้อย่างอิสระ ได้รับการตัดสินอย่างตรงไปตรงมา และไร้ซึ่งอคติจากตัวตนเดิม ซึ่งทีมงานนักเขียน Dek-D แอบรู้มาว่ามีนักเขียนหลายคนเลยค่ะ ที่แอบมีนามปากกาลับแล้วไม่ได้บอกใคร เราเลยอยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลังจากนักเขียนเหล่านี้ว่า อะไรคือเหตุผลที่ทำให้นักเขียนตัดสินใจสร้างตัวตนที่สองขึ้นมา ทั้งๆ ที่นามปากกาจริงก็เป็นที่รู้จักในแวดวงวรรณกรรมอยู่แล้ว 

          เรามาทำความรู้จักนักเขียนชื่อดังทั้งสามท่านที่มีนามปากกาลับ พร้อมเจาะลึกเบื้องหลังการสร้างนามปากกาใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก และไม่เปิดเผยตัวตนกันเลยค่ะ 

เกิดอะไรขึ้นถึงได้ปกปิดตัวเองด้วย "นามปากกาลับ" 

นักเขียน  A : อยากหลุดจากกรอบเดิมๆ 

          นามปากกาลับคือ คนไม่รู้จักเรา เราสามารถเขียนอะไรที่หลุดจากกรอบเดิมๆ ได้ ความกดดัน ความคาดหวังทิ้งไปได้เลย มันเหมือนกลับไปเริ่มต้นตอนเขียนนิยายใหม่ๆ มันได้ความสด ผลตอบรับออกมาดีมาก เขียนไปโพสต์ออนไลน์ไป คนอ่านเยอะกว่านามปากกาจริง แบบเทียบกันไม่ได้เลย 

นักเขียน B : อยากกลับมาเขียนนิยายได้อีกครั้ง

          นามปากกาลับเกิดขึ้นจากช่วงชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมากค่ะ ตอนนั้นยุ่งกับเรื่องส่วนตัวจนไม่มีเวลาจับงานเขียนเกือบปี พอทุกอย่างลงตัวก็พบว่าไม่สามารถกลับมาเขียนนิยายได้แล้ว เหมือนสมองโดนแช่แข็ง งงๆ มึนๆ ตอนนั้นกลัวว่าจะเขียนได้ไม่ดีพอ คนอ่านจะไม่ชอบ ทำไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว มันกัดกินเราจนไม่กล้าเขียนอะไรเลย

          กระทั่งมีพี่นักเขียนพูดถึงนามปากกาปิดตัวขึ้นมา ตอนนั้นรู้สึกเหมือนเห็นแสงหิ่งห้อยที่ปลายอุโมงค์เลยค่ะ เลยลองเอาผ้าคลุมหัว ตั้งตัวตนใหม่แบบลับๆ แล้วเดินเข้าไปในเขาวงกตที่ตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเจอทางออกจากปัญหา หรือหลงทางยิ่งกว่าเดิม ตอนนั้นรู้แค่ว่าต้องลองดูค่ะ  

          ผลตอบรับช่วงแรกเรียกได้ว่าลูกผีลูกคนมากค่ะ 55+ แต่ในส่วนของการเขียน เราสามารถเขียนได้ทุกวัน มีไอเดียใหม่ๆ ตลอด เลยคิดว่ามาถูกทางแล้วละ เลยทำต่อมาเรื่อยๆ ค่ะ ตอนนี้ก็เริ่มอยู่ตัวแล้ว 

นักเขียน C : อยากพิสูจน์ตัวเองบนเส้นทางนักเขียน

          เมื่อ 6 ปีที่แล้ว เราเคยแอบทำนามปากกาที่ไม่เปิด และไม่ปิดตัวเพื่อเขียนนิยายเล่มสั้นวางขายใน 7-11 ให้กับสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง แล้วก็หยุดเขียนไป จนกระทั่งตลาดนิยายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง นักเขียนหลายคนเริ่มทำมาหากินฝืดเคือง และด้วยความที่เราเป็นนักเขียนในช่วงรอยต่อ (ลูกผีลูกคน) คือไม่ใช่นักเขียนใหม่ และไม่ใช่นักเขียนเก่าชั้นครู ถ้าเป็นนักอ่านมีอายุหน่อยจะมองว่าเราเป็นนักเขียนเด็ก อาจมองว่าไม่ใช่นิยายแนวที่เขาอยากอ่าน แต่กลับกันถ้านักอ่านอายุน้อยจะมองว่าเราแก่ งานเราต้องแก่ และอ่านยากแน่ๆ ทำให้มองข้ามงานในนามปากกาของเราไป

          กลายเป็นว่ากลุ่มนักเขียนในยุคนี้ (กลุ่มนักเขียนที่เริ่มเขียนนิยายในช่วงปี 2548-2549 หรืออาจเร็วหรือน้อยกว่านี้บวกลบราวๆ 3-4 ปี) ยืนอยู่ในจุดที่กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็คงไม่ถึง ซึ่งเราก็ไม่ได้เหมารวมนะคะ นักเขียนบางท่านที่เขียนในช่วงนั้นก็ผ่านจุดนี้มาได้อย่างชิลๆ แต่เราและเพื่อนอีกหลายๆ คนแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือดเลยค่ะ  

           และเมื่ออีบุ๊คเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อนนักเขียนที่สนิทกันเลยชวนทำนามปากกาลับสำหรับขายงานอีบุ๊คโดยเฉพาะ ลองเขียนงานโดยที่ไม่เปิดเผยตัว นักอ่านเข้าไม่ถึงตัวเรา ไม่เห็นหน้า ไม่รู้อายุ เดาไม่ถูกว่าเราเด็กหรือแก่ ซึ่งมันก็นับเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งค่ะ และผลตอบรับก็ดีกว่าที่เราคิดไว้มากเลยทีเดียว

อะไรคือความแตกต่างระหว่าง "นามปากกาจริง” กับ "นามปากกาลับ"

นักเขียน A :  ความกดดันจากนักอ่าน

          นามปากกาจริงทำให้เราติดกรอบตัวเองจากคำว่ากลัวคนอ่านเก่าๆ เราผิดหวัง ต้องทำให้มันดีขึ้น ดียิ่งๆ ขึ้น ทำให้เราคิดเยอะ ด้วยความที่เป็นนามลับ คนไม่รู้จักเรา เราจะเขียนอะไรก็ได้ ซึ่งนามลับเราเน้นมาเขียนนิยายรัก เราก็พุ่งไปที่ความรักเลย ไม่ต้องคอยมาย้อนถามตัวเองว่า เราให้อะไรกับสังคม ให้อะไรกับคนอ่านไปบ้างรึยัง 

นักเขียน B : กรอบและแนวการเขียนนิยาย

          อาจจะต่างกันตรงที่นามปากกาลับเราจะเขียนอะไรก็ได้ที่อยากจะเขียน ซึ่งระหว่างเขียนเราก็ศึกษาตลาดงานเขียนไปด้วยค่ะ แนวไหนมาเราเขียน แนวไหนปังเราลอง ตั้งแต่เขียนนามปากกาลับมา ก็ได้ลองเขียนงานหลากหลายแนวมากเลยค่ะ แต่นามปากกาจริงซึ่งตอนนี้ใช้อยู่หลักๆ สามนามปากกา แต่ละนามปากกามีแนวงานเขียนของตัวเอง มีกรอบของตัวเอง ก็ยังคงเดินตามกรอบที่ขีดไว้ค่ะ จะไม่สวิงสวายเท่านามปากกาลับที่เราจะเขียนอะไรได้หลากหลายกว่า 

นักเขียน C : การเขียนเพื่อตัวเอง และเขียนเพื่อนักอ่าน 

          นามปากกาจริงเราเขียนในสิ่งที่เราอยากเขียนแม้ว่าสิ่งนั้นมันจะขายไม่ได้ ไม่มีคนอ่าน แต่นามปากกาลับคือปากท้องค่ะ เราเขียนในสิ่งที่นักอ่านอยากอ่าน มันจึงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

เปลี่ยนไปยังไงบ้างหลังใช้นามปากกาลับ

นักเขียน A :  กล้าลองผิดลองถูก

          สิ่งที่ไม่กล้าทำในนามปากกาจริงเราก็สามารถเอามาทำในนามลับได้ เราสามารถลองผิดลองถูก ไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้คนรู้สึกผิดหวัง เพราะถ้าไม่ดีเราก็แค่เริ่มใหม่ มันทำให้เราได้เห็นสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่คิดว่าเราจะทำได้ เราก็ทำได้  

นักเขียน B : กล้าเป็นตัวของตัวเอง 

          เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากนามปากกาลับมากมายเลยค่ะ อย่างแรกเลยเราค้นพบว่าสิบกว่าปีที่เขียนนิยายมา ประสบการณ์ทั้งดีและแย่บนเส้นทางนี้ทำให้เราแบกรับความกดดันของตัวเองมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว เราเกร็งและไม่กล้าที่จะเขียนสิ่งที่อยากเขียน เรากลัวคนอ่านไม่ชอบ กลัวสำนักพิมพ์ไม่รับงาน กลัวนู่นนี่สารพัด แต่นามปากกาลับให้อิสระกับเรา ทำให้เรากล้าคิด กล้าเขียน และกลับมาสนุกกับงานเขียนอีกครั้งค่ะ

นักเขียน C : กล้าเปลี่ยนแปลงตัวเอง

          เราลองนิยายหลากหลายแนวมากค่ะ ลองจนกว่าจะถูกใจ และปักหลักเขียนแนวนั้นๆ ผลจากการที่ลองทำ นามปากกาลับทำให้ได้มุมมองในเรื่องของการตลาด ความต้องการของนักอ่านว่าไปในทิศทางใด ซึ่งพฤติกรรมของนักอ่านเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถ้าเราไม่เปลี่ยนตามเราก็อยู่ไม่ได้ ง่ายๆ เลยก็คือเราต้องมองเห็นทางรอดที่เราจะไม่อดตาย 555

สำหรับเรานามปากกาลับคืออะไร?

นักเขียน A :  นามปากกาที่ทำให้ได้ลองอะไรใหม่ๆ 

          สำหรับเราก็ไม่เชิงว่าเป็นคนใหม่ ยังเป็นคนเดิม แต่เขียนแนวใหม่ที่ไม่เคยคิดว่าจะกล้าเขียนในนามปากกาจริง อย่างบางคนไปเขียนนามรักเพราะอยากเขียนแนว 18+ 25+ แนวที่นามจริงไม่กล้าเขียน ก็สามารถใช้นามลับเขียนได้ แต่สำหรับเราในตอนนี้แค่อยากไปเขียนพล็อตที่ใช้นามจริงเขียนไม่ได้เท่านั้นเอง แต่อนาคตถ้าอยากเขียนอาจจะลองจากนามลับ

นักเขียน C : นามปากกาที่จะเป็นความลับตลอดไป

          นามปากกาลับเป็นอนัตตาค่ะ ไม่มีตัวตน ไม่ใช่เราไม่ใช่ใครเป็นเพียงชื่อที่ใช้วางบนปกนิยายเท่านั้น

คิดภาพความสำเร็จของนามปากกาลับไว้บ้างไหม?

          นักเขียน A : ไม่คิดเลย หวังแค่อยากเขียนอะไรง่ายๆ พล็อตง่ายๆ ไปจากกรอบเดิมๆ ที่เราพยายามทำอยู่ เหมือนจากสิ่งที่เคยเป็นงานหลัก กลายมาเป็นงานอดิเรกของเรา เป็นงานเล่นๆ ของเรา ลองเขียนได้ พล็อตนี้คนนิยม ก็ลองเขียนดูบ้าง ไม่ต้องไปคอยหาพล็อตแหวกแนวอะไร 

          นักเขียน B : ไม่ได้คิดเลยค่ะ 55+ อย่างที่บอกว่าตอนนั้นเหมือนสมองถูกแช่แข็งด้วยความกลัวของตัวเอง แต่เมื่อมาเขียนนามปากกาลับแล้วเขียนได้ รู้สึกสนุกเหมือนตอนเริ่มเขียนนิยายเรื่องแรกอีกครั้ง ก็รู้สึกว่าประสบความสำเร็จมากมายแล้วค่ะ

          นักเขียน C : ไม่ได้คิดค่ะ คิดแค่ว่าจะทำมาหากินเอาชีวิตรอดในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างไร คิดอยู่แค่นั้นเองค่ะ

คิดว่านามปากกาลับจะถูกเปิดเผยก็ต่อเมื่อ!?

          นักเขียน A :  เมื่อรู้สึกว่ามันมั่นคง มีแฟนที่ชอบและเขาอยากรู้จักเรา แล้วที่เซอร์ไพรส์คือคนอ่านนามเก่าก็มาอ่านนามลับเรา โดยที่เขาไม่รู้ว่าก็คือเรา มันทำให้บางทีเราอยากรู้ว่า ถ้าเขารู้ว่าคือคนเดียวกันจะเป็นยังไงนะ 

          นักเขียน B : อาจจะจากการลงงานผิดไอดี ตอบคอมเมนต์นักอ่านในไอดีลับแล้วลืมถอดไอดีหลัก อะไรทำนองนี้ค่ะ ความเบลอเกิดขึ้นได้ 

          นักเขียน C : ไม่คิดว่าจะเปิดเผย หรือถูกเปิดเผยค่ะ ถ้าตั้งใจทำให้มันเป็นความลับมันก็จะลับ เราควรรักษาคำพูดของเราและทำมันให้ได้ค่ะ

วางอนาคตนามปากกาลับและนามปากกาจริงไว้ยังไงบ้าง?

          นักเขียน A :  ถ้านามไหนประสบผลสำเร็จ ขายงานได้ ก็ต้องเขียนต่อไป นามลับกับนามจริง แนวเขียนต่างกัน มันก็เหมือนแค่การเปิดอีกนามปากาใหม่ขึ้นมารองรับแนวใหม่ เราให้เป็นนามลับเพราะเราอยากหาคนอ่านใหม่ๆ ที่เขาไม่ติดภาพนามปากกาเดิมเรา 

          นักเขียน B : คิดว่าจะใช้คู่กับนามปากกาจริงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเขียนไม่ได้แล้วค่ะ 

          นักเขียน C : นามปากกาลับและนามปากกาจริงจะไม่มีวันมาบรรจบกันค่ะ เราสร้างให้นักอ่านมองเราในแบบที่เขาต้องการ ดังนั้นเราจะไม่เข้าไปทำลายตรงนั้น ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของจินตนาการต่อไป

สุดท้าย ทำไมนักเขียนถึงควรมีนามปากกาลับ?

นักเขียน A :  เขียนนิยายได้อย่างอิสระ 

          อิสระมาก ด้วยความที่คิดว่าไม่มีใครรู้จักเรา เราจะทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ ไม่มีความคาดหวัง ไม่ต้องกลัวใครมาว่า ก็แค่ทำ...เหมือนได้มีสนามเล่นใหม่ มันคืออิสระที่ลองแล้วจะติดใจ 

นักเขียน B : มีความสุขกับการเขียนนิยายอีกครั้ง

          ให้อิสระกับเราเหมือนติดปีกเลยค่ะ เรากล้าที่จะเขียน กล้าที่จะหลุดจากกรอบเดิมๆ ของตัวเอง และกลับมามีความสุขกับงานเขียนอีกครั้ง ถ้าใครเขียนนิยายมานานๆ แล้วตัน เขียนไม่ออก เครียด กังวล ลองเขียนนามปากกาลับดูสิคะ แล้วคุณอาจจะค้นพบแนวงานเขียนที่เหมาะกับตัวเอง ที่คุณชอบมากๆ อย่างที่คุณคิดไม่ถึงก็ได้นะ 

นักเขียน C : ไม่ต้องแบกรับความคาดหวัง

          ไม่มีหัวโขน เต็มไปด้วยอิสระ ไม่ต้องแบกรับความคาดหวัง ไม่ต้องยืนอยู่ท่ามกลางสายตาชื่นชมหรือตำหนิติเตียนเพราะนามปากกาลับไม่ใช่เรา และไม่ใช่ใครค่ะ 

          จะเห็นว่า นักเขียน  A B และ C ต่างมีมุมมองในการใช้นามปากกาลับแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่นักเขียนทั้งสามคนต่างให้สัมภาษณ์ไปในทางเดียวกันก็คือ นามปากกาลับทำให้นักเขียนมีอิสระ เป็นตัวของตัวเอง และไม่รู้สึกกดดัน พวกเขาสามารถเขียนนิยายได้อย่างมีความสุข ได้เป็นนักเขียนหน้าใหม่ ได้เขียนนิยายแนวใหม่ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ราวกับได้เริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้งจากการมีตัวตนที่สอง.. 

          ซึ่งในมุมมองของพี่ นามปากกาลับมีพลังที่น่าทึ่งมากๆ ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยเยียวยานักเขียนได้ดีที่สุดในช่วงเวลาหนึ่งเลยล่ะ หากใครที่มีนามปากกาลับอยู่แล้ว อยากลองแชร์มุมมองของตัวเองดูบ้าง สามารถคอมเมนต์แบ่งปันนักเขียนชาวเด็กดีได้เลยค่ะ แต่หากใครยังไม่เคยมีนามปากกาลับ ขอยืมคำพูดจากนักเขียน A มาบอกทิ้งท้ายไว้ว่า "มันคืออิสระที่ลองแล้วจะติดใจ" ค่ะ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ 

พี่แนนนี่เพน

 5 เรื่องต้องรู้! เปิดขาย “แพ็กเกจใหม่” อย่างไรไม่ให้เสียสิทธิ์แคมเปญ “ลดราคา”

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #นามปากกา #นามปากกาลับ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?