/>

ไม่อ่านไม่ได้ 10 บทสุดปังจากแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักนิยายเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น! []

วิว

ไม่อ่านไม่ได้ 10 บทสุดปังจากแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักนิยายเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น!

สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แฮร์รี่ พอตเตอร์ ผลงานจากปลายปากกาของเจ.เค.โรว์ลิ่งยังคงจับใจผู้คนทั่วโลก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่อยู่เสมอ  ตลอดเกือบสองร้อยบท นักอ่านได้หลุดเข้าไปในพล็อตที่น่าตื่นเต้น ตัวละครที่น่าสนใจซึ่งได้รับการพัฒนาตลอดซีรี่ส์ รวมไปถึงโลกเวทมนตร์สุดมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดยิบย่อยชวนน่าค้นหา 

ในขณะที่ทั้งเรื่องนั้นเข้มข้นสุดๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนท้ายของหนังสือแต่ละเล่ม)   นิยายของโรว์ลิ่งเรื่องนี้ยังอัดแน่นอารมณ์ บทสนทนาที่ทรงพลังและการพัฒนาของตัวละครแบบคาดไม่ถึง   วันนี้พี่น้ำผึ้งจึงอดไม่ได้ ขอหยิบบทปังๆ จากแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่พี่เห็นว่ามันโดดเด่นมาฝากทุกคนค่ะ จะมีบทอะไรบ้างนั้น ใช่บทในใจของน้องๆ หรือเปล่า ตามมาดูกันเลย!

 


 

The Yule Ball (งานเลี้ยงเต้นรำ) : ภาคถ้วยอัคนี

ซีนเด่นที่ใช้เปิดตัวผู้เข้าแข่งขันการประลองเวทไตรภาคีทั้งสี่ แม้บทนี้จะไม่ใช่ไฮไลต์ในแง่ของพล็อต แต่ก็ยังสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มต้นจากปฏิกิริยาของรอนต่อชุดเสื้อคลุมของเขาและความสัมพันธ์ของเฮอร์ไมโอนี่กับวิกเตอร์ ครัมที่ทำให้บทนี้ดูตลกดี นอกจากนี้ยังสนุกกับการดูสเนปบ่นเด็กๆ ที่แอบมาทำตัวลับๆ ล่อๆ นอกห้องโถงทางเข้าด้วย

อย่างไรก็ตามเห็นตลกแบบนี้แล้ว ใครว่าบทนี้ไม่สำคัญ จริงๆ นี่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้เราเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวละคร (Charater Arc) อย่าง "เฮอร์ไมโอนี่" เชียวนะ! แสดงให้เห็นถึงด้านหนึ่งของเฮอร์ไมโอนี่ที่ผู้อ่านไม่เคยสัมผัสมาก่อน ในขณะที่เธอก็ยังคงเป็นตัวของเธอเองอยู่ ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าจะเห็นสาวเฮอร์เวอร์ชั่นเหวี่ยง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเธอเองก็มีมุมงอแงเป็นเหมือนกัน 

ดังนั้น Yule Ball จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของตัวละครและการสร้างโลกของเจ.เค.โรว์ลิ่ง แถมยังเป็นบทที่ช่วยให้เรามองเห็นถึงพัฒนาการความสัมพันธ์ของรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ด้วย ประมาณว่าทั้งคู่เริ่มรู้ใจว่าชอบอีกฝ่ายมากกว่าเพื่อนก็ตอนนี้แหละ

 


 

Snape's Worst Memory (ความทรงจำแย่ๆ ของสเนป) : ภาคเครื่องรางยมทูต

แฮร์รี่ไปยังเพนซิฟ (Pensieve) อ่างเก็บและเรียกดูความทรงจำ ก่อนใส่ความทรงจำสุดท้ายที่สเนปฝากให้ลงไป ทันใดนั้นภาพเหล่าตัวกวนกำลังกลั่นแกล้งสเนปก็ปรากฎขึ้น

ตัวกวนประจำฮอกวอตส์ปรากฎขึ้นครั้งแรกในภาคนักโทษแห่งอัซคาบัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแฟนๆ ต่างก็จดจ่ออยู่กับชีวิตของจันทร์เจ้า, เขาแหลม, เท้าปุยและหางหนอน แม้ว่าเราจะไม่ได้สัมผัสตัวตนของพวกเขาอย่างใกล้ชิด แต่โรว์ลิ่งก็ให้ข้อมูลของพวกเขาตอนอยู่ในฮอกวอตส์ผ่านเพนซิฟ

การได้สัมผัสกับเจมส์, ซีเรียส, รีมัสและลูปินตอนวัยรุ่นนั้นน่าทึ่ง พฤติกรรมของพวกเขาทำให้นักอ่านกุมขมับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจมส์และซีเรียสที่ชอบแกล้งสเนปราวกับว่านี่เป็นของเล่นของพวกเขา นั่นทำให้ผู้อ่านรู้สึกเห็นใจสเนปมากกว่าเหล่าตัวกวน

นอกจากนี้อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้บทนี้เป็นหนึ่งในบทที่ดีที่สุดคือ เจ.เค.โรว์ลิ่งล่อลวงให้คนเข้าใจผิดอย่างชาญฉลาด! การให้สเนปแสดงความโกรธต่อลิลี่จนถึงขั้นเรียกเธอว่าเป็น "เลือดสีโคลน" ในตอนที่เธอพยายามช่วยเหลือเขา นำมาสู่ความเข้าใจผิดที่ว่า "สเนปไม่เคยแคร์เธอเลย" จึงเป็นเหตุให้ลิลี่ตีตัวออกห่างและนำมาสู่ความรักที่ไม่สมหวังในอนาคต จัดว่าเป็นบทที่อ่านแล้วน้ำตาซึม

 


 

The Third Task (ภารกิจที่ 3) : ภาคถ้วยอัคนี

แฮร์รี่เข้าไปในเขาวงกตที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่เป็นอันตรายและเวทมนตร์สำหรับภารกิจสุดท้ายของการประลองเวทไตรภาคี แน่นอนว่าภารกิจที่สามของการแข่งขันนี้เป็นหนึ่งในแนวคิดที่ดีที่สุดของแฮร์รี่ พอตเตอร์ เธอสร้างบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมและตึงเครียดด้วยการวางแฮร์รี่ไว้ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางที่มีเวทมนตร์

เช่นเดียวกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ แฮร์รี่พบกับบ็อกการ์ต สกรู๊ตปะทุไฟ แมงมุมยักษ์และคาถาที่บังคับให้กลับหัว   แต่จุดเด่นของช่วงเวลาที่แฮร์รี่อยู่ในเขาวงกตคือ เขาต้องเผชิญหน้ากับสฟิงซ์ที่ยื่นข้อเสนอให้ผ่านไปได้โดยปราศจากอันตราย ขอเพียงแค่ไขปริศนานี้ให้ได้ ซึ่งแน่นอน...นี่เป็นบางสิ่งที่ช่วยให้นักอ่านได้ลองขบคิดไปพร้อมกับแฮร์รี่

น่าเสียดายที่ไม่มีฉากแก้ปริศนาของสฟิงซ์เมื่อนำบทนี้ไปปรับเป็นภาพยนตร์ แม้ว่าภาพยนตร์จะจับบรรยากาศอึมครึมและตึงเครียดของหนังสือเล่มนี้ได้ แต่เขาวงกตเองก็เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้แฮร์รี่กังวลนะ

 


 

Hermione's Secret (ความลับของเฮอร์ไมโอนี่) : ภาคนักโทษแห่งอัซคาบัน

ไม่พูดถึงคงไม่ได้ นี่จัดว่าเป็นบทที่น่าประทับใจมาก นอกจากจะมีฉากปะทะอันน่าตื่นตาตื่นใจ ในบทนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความมีเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลกด้วย เมื่อแฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ใช้นาฬิกาย้อนเวลาเพื่อช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์ทั้งสองอย่าง "บัคบีก" และ "ซีเรียส" 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานาฬิกาย้อนเวลาได้รับคำวิจารณ์มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันปรากฎในเหตุการณ์ของเด็กต้องคำสาป อย่างไรก็ตามการเดินทางข้ามเวลาทำได้ค่อนข้างดีในภาคนักโทษแห่งอัซคาบัน โรว์ลิ่งทำให้ทุกอย่างเรียบง่ายเพียงแค่ย้อนเวลากลับไปไม่กี่ชั่วโมง

จริงๆ แล้วมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมากมายในบทนี้ เช่น แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ขี่บัคบีกไปทั่วบริเวณและเหนือปราสาท แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือตอนที่แฮร์รี่ใช้คาถาผู้พิทักษ์ในการโจมตีผู้คุมวิญญาณ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของแฮร์รี่ในการใช้พลัง แน่นอนว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของหนังสือทั้งเล่มเลยแหละ

 


 

The Only One He Ever Feared (หนึ่งเดียวที่เขากลัว) : ภาคภาคีนกฟินิกซ์

ยังจำฉากนี้กันได้มั้ย ดัมเบิลดอร์และโวลเดอมอร์ต่อสู้กันเองในห้องโถงของกระทรวงเวทมนตร์ แฟนๆ ต่างก็คาดหวังกับฉากดวลกันระหว่างดัมเบิลดอร์กับมาตั้งแต่เล่มแรกแล้ว โชคดีที่จุดจบของนวนิยายเล่มที่ห้าเป็นอะไรที่ทำให้พึงพอใจมากกว่าที่คิด

เมื่อเปรียบเทียบกับคาถาทั่วไปของนักเรียนฮอกวอตส์ เวทมนตร์ที่ดัมเบิลดอร์และโวลเดอร์มอร์ใช้ไม่มีอะไรที่น่าดึงดูดเลยสักนิด แต่คาถาและท่วงท่าการร่ายกลับดูน่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ   อย่างไรก็ตามโวลเดอมอร์เองก็สูสีพอๆ กับดัมเบิลดอร์นะ   

อันที่จริงหากไม่ใช่เพราะฟ็อกซ์ นกฟีนิกซ์ของดัมเบิลดอร์แล้วล่ะก็ ไม่แน่นะว่าโวลเดอมอร์อาจกลายเป็นผู้ชนะก็ได้   แหม...ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเชี่ยวชาญในศาสตร์มืดของโวลเดอมอร์นั้นโดดเด่น เมื่อเทียบกีบทักษะของดัมเบิลดอร์ 

จริงๆ แล้วมีการดวลเกิดขึ้นหลายครั้งในแฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่ฉากนี้โดดเด่นที่สุดเนื่องจากโรว์ลิ่งสามารถแสดงทักษะที่หลากหลายของพ่อมดแต่ละคนพร้อมกันได้

 


(via: https://harrypotter.fandom.com)
 

Diagon Alley (ตรอกไดแอกอน) : ภาคศิลาอาถรรพ์

แฮร์รี่สัมผัสกับโลกแห่งเวทมนตร์เป็นครั้งแรกตอนที่เขาซื้ออุปกรณ์การเรียน มันมหัศจรรย์และน่าตื่นตาตื่นใจ ตรงข้ามกับเนื้อเรื่องในเล่มถัดๆ ไป   ซึ่งเล่มแรกมุ่งเป้าไปที่เด็กๆ อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่ได้หยุดโรว์ลิ่งในการอัดรายละเอียดต่างๆ ลงไปในเล่มศิลาอาถรรพ์

การไปเยือนตรอกไดแอกอนครั้งแรกของแฮร์รี่ พอตเตอร์ทำให้ผู้อ่านได้ลิ้มรสโลกที่เจ.เค.โรว์ลิ่งสร้างขึ้น แฮร์รี่ไปยังร้านค้าเวทมนตร์ที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น ร้านเสื้อคลุมสำหรับทุกโอกาสของมาดามมัลกิ้น, ร้านตัวบรรจงและหยดหมึก, ร้านขายยาแผนโบราณ และร้านไม้กายสิทธิ์โอลิแวนเดอร์   อย่างไรก็ตาม กลับเป็นธนาคารกริงกอตส์ที่น่าสนใจมากที่สุด ภายใต้สายตาที่จับจ้องของพวกก๊อบลิน ธนาคารสุดวิเศษแห่งนี้เก็บของมีค่าของพ่อมดแม่มดไว้ในห้องใต้ดินที่เข้าถึงยาก

แม้ว่าฉากที่แฮร์รี่เข้าไปในฮอกวอตส์ครั้งแรกเองก็เป็นไฮไลต์ของภาคศิลาอาถรรพ์เช่นกัน แต่ช่วงเวลาที่เขาเข้าไปในตรอกไดแอกอนนั้นดีต่อใจของนักอ่านมากกว่า ในแง่ที่ว่า   นี่คือประสบการณ์ครั้งแรกของแฮร์รี่ พอตเตอร์ในโลกเวทมนตร์ หรือน้องๆ คิดว่ายังไงล่ะ?

 


 

The Lightning Struck Tower (หอคอยถูกฟ้าผ่า) : ภาคเจ้าชายเลือดผสม

ภายใต้เสื้อคลุมล่องหนตัวโปรด แฮร์รี่เห็นสเนปฆ่าดัมเบิลดอร์ต่อหน้าต่อตาอย่างเลือดเย็น   การตายของดัมเบิลดอร์ถือว่าเป็นความตายที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในซีรี่ส์นี้แล้ว แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกินขอบเขตของความเป็นไปได้เลย ยังไงก็ต้องมีตัวละครตายอยู่ดี   แต่การสูญเสียตัวละครที่สำคัญเช่นนี้นับเป็นเรื่องน่าตกใจอย่างยิ่ง ซึ่งทำให้เกิดบาดแผลลึกลงไปในหัวใจของแฮรี่และผู้อ่านทั่วโลก

ตั้งแต่นวนิยายเล่มแรก การปรากฏตัวของดัมเบิลดอร์เปรียบเสมือนความสะดวกสบายและความปลอดภัยเสมอ อันที่จริงก่อนหน้านี้ในภาคภาคีนกฟีนิกซ์และตั้งแต่คำทำนายถูกเปิดเผย ดูเหมือนว่าดัมเบิลดอร์จะเป็นคนที่เอาชนะลอร์ด โวลเดอมอร์ได้เช่นเดียวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ ในแง่นี้ การสูญเสียดัมเบิลดอร์จึงเป็นวิธีที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการจบภาค เพราะมันทำให้แฮร์รี่เผชิญหน้ากับชะตากรรมของเขาในภาคเครื่องรางยมทูต

แต่การให้สเนปเป็นคนฆ่าดัมเบิลดอร์แบบนี้ เท่ากับว่าโรว์ลิ่งทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่นักอ่าน   มันกลายเป็นคำถามที่วนในหัวว่า "ความตายของดัมเบิลดอร์ถูกกำหนดไว้อยู่แล้ว หรือว่าสเนปเป็นผู้เสพความตายจริงๆ" แค่คำถามนี้ก็มากเกินพอที่จะทำให้แฟนๆ แฮร์รี่ร้องขอเล่มถัดไปด่วนๆ   แล้วจ้ะ

 


 

The Mirror Of Erised (กระจกเงาแห่งแอริเซด) : ภาคศิลาอาถรรพ์ 

หลังจากที่ได้ผ้าคลุมล่องหนเป็นของขวัญวันคริสต์มาส แฮร์รี่รีบใช้ของขวัญชิ้นใหม่เพื่อแอบเข้าไปยังห้องสมุด ที่นั่นเขาได้พบกับกระจกเงาแห่งแอริเซดโดยบังเอิญ เมื่อพิจารณาว่าภาคศิลาอาถรรพ์มีจุดประสงค์เพื่อเด็กๆ บทนี้จึงดูหมองหม่นเมื่อเทียบกับบทอื่นๆ ในเล่ม 

ท่ามกลางความสนุกและการผจญภัยของปีแรกของแฮร์รี่ กระจกอันน่าทึ่งนี้เตือนผู้อ่านว่าแฮร์รี่ยังคงปรารถนาให้พ่อแม่ของเขายังมีชีวิตอยู่ แม้น้ำหนักทางอารมณ์ของบทนี้จะง่ายพอที่เด็กๆ สามารถเข้าใจได้ แต่ก็ใกล้เคียงกับวรรณคดีผู้ใหญ่ เพราะเนื้อหานั้นเกี่ยวข้องกับแก่นของความตายและความเศร้าโศก

นอกจากนี้โรว์ลิ่งยังนำเสนอบุคลิกภาพของรอนในเชิงลึก ตรงกันข้ามกับเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา เมื่อรอนมองเข้าไปในกระจก เขาเห็นว่าตัวเองดีที่สุดในบรรดาพี่น้องทุกคน แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันอย่างต่อเนื่องเมื่อต้องดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้ชื่อเสียงของครอบครัว

เมื่อพิจารณาจากความรู้สึกทางอารมณ์ของบทนี้ ค่อนข้างเข้าใจได้เลยว่าทำไมในตอนแรกโรว์ลิ่งถูกปฏิเสธจากสำนักพิมพ์หลายแห่ง นั่นเป็นเพราะวรรณกรรมของเด็กไม่ค่อยมีการแสดงธีมเรื่องอันมืดมิดอย่างเปิดเผย แต่บทนี้...บอกเลยว่าเปิดเผยจริง!

 


 

The Prince's Tale (เรื่องเล่าของเจ้าชาย) : ภาคเครื่องรางยมทูต

แฮร์รี่กลับเข้าไปในเพนซิฟอีกครั้งและคราวนี้เข้าได้รู้ความจริงเกี่ยวกับสเนป ไม่มีแฟนคลับแฮร์รี่ พอตเตอร์คนไหนลืมอ่านบทนี้หรอก แม้ว่านี่จะเป็นหนึ่งในบทที่ยาวที่สุดในซีรี่ส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ก็ตาม! แต่เชื่อเถอะ ผู้อ่านยังคงติดอยู่กับทุกคำพูดในอดีตของสเนป...โดยเฉพาะ "ตลอดไป (Always)"

แน่นอนว่านี่เป็นบทที่มีการเปิดเผยเรื่องราวและความลับต่างๆ มากที่สุดเช่นกัน เมื่อย้อนกลับไปยังวัยเด็กของสเนป โรว์ลิ่งเฉลยให้เรารู้ว่าเขารักลิลี่ อีเวนส์ (แม่ของแฮร์รี่) มาโดยตลอด แม้ว่าลิลี่จะไปแต่งงานใหม่หรือเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม นี่จึงกลายเป็นรากฐานของคำสัญญาที่ทำให้เขาต้องปกป้องแฮร์รี่

นอกจากนี้โรว์ลิ่งยังเปิดเผยอีกว่า การตายของดัมเบิลดอร์ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว การที่สเนปฆ่าดัมเบิลดอร์ (ใครจะตายเร็วๆ นี้เพราะมือที่ถูกสาปล่ะ) เป็นการพิสูจน์ให้โวลเดอมอร์เห็นว่าเขาเป็นคนรับใช้ที่ซื่อสัตย์ สิ่งนี้นำไปสู่การวางสเนปในตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ ซึ่งทำให้เขาสามารถสื่อสารกับภาพเหมือนของดัมเบิลดอร์ได้

ที่สำคัญบทนี้ยังเผยให้เห็นอีกว่าแฮร์รี่เป็นฮอร์ครักซ์และเขาจะต้องตายเพื่อทำลายชิ้นส่วนของวิญญาณโวลเดอมอร์ที่อาศัยอยู่ในตัวเขา พูดง่ายๆ ก็คือ ไม่มีบทไหนในซีรี่ส์แฮร์รี่ พอตเตอร์อีกแล้วที่เปิดเผยกุญแจสำคัญนี้ไว้มากมาย ด้วยเหตุนี้การอ่าน "เรื่องเล่าของเจ้าชาย" จึงให้ทั้งความน่าสนใจและความรู้สึกเหนื่อยในเวลาเดียวกัน หรือน้องๆ คิดว่ายังไงล่ะ?

 

อ่านจบแล้วเป็นยังไงบ้างคะ มีบทไหนโดนใจเป็นพิเศษบ้างมั้ยเอ่ย ส่วนพี่ชื่นชอบบท “เรื่องเล่าของเจ้าชาย” มากที่สุดแล้ว จำได้ว่าตอนอ่านบทนี้ครั้งแรก น้ำตาไหลเป็นโอ่งเลย เพราะมันทั้งซึ้ง ทั้งหนักหน่วงสุดๆ ยิ่งตอนเฉลยปิดท้ายว่าสเนปรักแม่ของแฮร์รี่เสมอมาเนี่ยนะ บอกเลยว่าทิชชู่ทั้งกล่องยังเอาไม่อยู่ รู้สึกปลาบปลื้มและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ไม่คิดว่าจะมีคนที่สามารถรักใครได้ยืนยาวอยู่บนโลกนี้ด้วย! พูดแล้วอยากกลับไปอ่านเลย ^ ^ แล้วน้องๆ ล่ะมีบทไหนที่ประทับใจ เม้าท์ให้พี่ฟังได้นะ รออยู่จ้ะ :D

 

พี่น้ำผึ้ง :)

 

ขอบคุณรูปภาพจากภาพยนตร์

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #เจ.เค.โรว์ลิ่ง #แฮร์รี่ พอตเตอร์ #แฮร์รี่ #harry potter #สเนป #ดัมเบิลดอร์ #โวลเดอมอร์ #เฮอร์ไมโอนี่

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป