/>

“ดาริส” จากนักเขียน “รองเท้านารี” สู่บทบาทผู้เขียนบทละครโทรทัศน์ []

วิว

“ดาริส” จากนักเขียน “รองเท้านารี”
สู่บทบาทผู้เขียนบทละครโทรทัศน์ 

          สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน หากใครเคยอ่านนิยาย หรือดูละครเรื่อง “ยุทธการปราบนางมาร” มาก่อน จะต้องรู้จักนักเขียนสาวผู้เขียนนิยายสุดแซ่บมาแล้วไม่มากก็น้อย ล่าสุดนิยายเรื่อง “รองเท้านารี” จากฝีมือนักเขียนคนเดิมก็ได้กลายเป็นละครอีกเรื่องแล้วค่ะ ใครอยากจะรู้ว่าสี่สาวสี่สไตล์จะเลือกคู่ชีวิตของตัวเองยังไง ติดตามกันได้ที่ช่องอมรินทร์ทีวี 34 ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 22.00 น. ได้เลยค่ะ หรือใครอยากอ่านนิยายก่อนล่วงหน้า ในเว็บเด็กดีก็มีให้อ่านจนจบเรื่องเลยนะคะ
          กลับมาที่นักเขียนสาวผู้เขียนนิยายจนกลายเป็นละครกันดีกว่าค่ะ เดเบล่า สีแดง, Ivy pink, และดาริส คือ นามปากกาของ “เทป” ที่ใช้ก้าวเดินบนเส้นทางนักเขียนมาอย่างยาวนาน ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา นิยายของเธอเติบโตขึ้นมาก จากนิยายรักวัยรุ่นใสๆ สู่นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่ ที่มีสไตล์การใช้ชีวิตของตัวละครค่อนข้างโดดเด่น และยังคงกลิ่นอายความเป็นดาริสอยู่เสมอ นั่นคือ คาแรคเตอร์ตัวละครหญิงสาว ที่ดูเป็นสาวทันสมัย และมีเรื่องราวสะท้อนความเป็นผู้หญิงในหลากหลายแง่มุม.. 
          ในบทความนี้ พี่แนนนี่เพนจึงอยากชวนทุกคนมารู้จักตัวตนของ “ดาริส” ผ่านเส้นทางนักเขียน มุมมอง และวิธีคิดของเธอกันค่ะ 
 

01 - เส้นทางนักเขียนของ เดเบล่า สีแดง, Ivy pink, และดาริส

          สวัสดีค่ะชาวเด็กดี ชื่อเทปนะคะ เจ้าของนามปากกา ดาริส ผลงานนิยายภายใต้นามปากกานี้ ก็มีเรื่อง กลวิธีรัก..กับดักเสน่หา, อุบายรักเลือนจันทร์, รองเท้านารี และยุทธการปราบนางมาร ส่วนนามปากกา ivy pink อาทิ แผนรักแผนร้าย พิฆาตใจนายเย็นชา, ซีรีส์ชุด The Secret love of idol, The order ใบสั่งรักนักฆ่าวายร้าย, Yes! I am lady yakuza ใช่! ฉันนี่ล่ะ นางมารร้ายยากูซ่า และอีกหลายเรื่อง ฯลฯ  ค่ะ 

          ทั้งสองนามปากกาใช้ต่างกันยังไงบ้าง?
          Ivy pink  เป็นนามปากกา ที่ใช้สำหรับเขียนนิยายสำหรับกลุ่มผู้อ่านวัยรุ่น แนวการ์ตูนค่ะ ไม่มีความหมายอะไร เป็นชื่อที่นึกขึ้นมาเองแล้วรู้สึกชอบก็เลยใช้ ส่วน ดาริส เป็นนามปากกาที่ใช้เขียนนิยายสำหรับผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย ที่ใช้ชื่อนี้ เพราะอยากให้มีคำหนึ่งตรงกับชื่อ “กัลย์ธิดา” ที่เป็นชื่อจริงของตัวเองค่ะ 
          ส่วนนามปากกาอื่น จริงๆ นิยายเรื่องแรกที่เขียนเทปใช้นามปากกา เดเบล่า สีแดง เขียนเรื่อง ขอโทษที! ก็หัวใจเพิ่งมีรัก และ รักนิดๆ คลิกข้างใจ สนพ.ไฟน์บุ๊ค ซึ่งปัจจุบันปิดตัวไปแล้ว และเร็วๆ นี้ คิดว่าจะกลับมาใช้นามปากกา เดเบล่า สีแดง อีกครั้งกับนิยายที่เป็นแนวโรมานซ์ อีโรติกค่ะ 

          ตอนนั้นนิยายเรื่องแรกเป็นยังไงบ้าง?
          เรื่องแรกคือ ขอโทษที! ก็หัวใจเพิ่งมีรัก ผลตอบรับยังไม่ค่อยปังนะคะ ส่วนสำนวน ยังเป็นแบบติดงานวัยรุ่นอยู่ค่ะ ซึ่งก็ไม่ได้แย่นะคะ อ่านง่ายสนุกสนาน แถมเป็นเรื่องที่เทปนำมาจากประสบการณ์จริงในรั้วมหาวิทยาลัย ตอนเข้าเรียนปีหนึ่ง ที่เราแอบชอบหนุ่มว้ากเกอร์ค่ะ (หัวเราะ) ลองตามไปอ่านได้นะคะ ถ้าชอบจะทยอยลงให้อ่านต่อค่ะ 

          แล้วเรามาเป็นนักเขียนได้ยังไง?
          ที่มาเป็นนักเขียน เพราะชอบดูละคร และอ่านนิยายมาตั้งแต่เด็กๆ เลยค่ะ ตั้งแต่อยู่ชั้นประถมหก ก็เริ่มรู้ตัวแล้วค่ะ ว่าชื่นชอบงานด้านนี้ พอเข้ามัธยมปีที่ 1 เทปก็เริ่มลองเขียนนิยาย แต่ก็เขียนไม่สำเร็จสักที แบบเขียนได้ตอนสองตอน ก็หยุดเขียนเพราะเรายังไม่มีแพสชั่นมากพอค่ะ กระทั่งทางเว็บเด็กดีเปิดโอกาสให้นักเขียนได้โพสต์นิยายของตัวเองเป็นตอนๆ ได้ นั่นเลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยทำให้เราเขียนนิยายจนจบเรื่องค่ะ 
 

02 - จากนักเขียนนิยายสู่ผู้เขียนบทละครโทรทัศน์

          เทปเพิ่งออกจากงานประจำมาเป็นนักเขียนอาชีพเต็มตัวค่ะ เพราะการทำงานประจำค่อนข้างดึงเวลาในการเขียนนิยายไปเยอะเหมือนกัน ทำให้งานของเทปออกมาไม่ต่อเนื่อง เลยคิดว่าถ้าลองออกมาทำเต็มตัวน่าจะผลิตงานเขียนออกมาได้มากขึ้นค่ะ ยังไงฝากส่งกำลังใจให้ด้วยนะคะ จะพยายามมีผลงานต่อเนื่องออกมาให้ได้อ่านกัน ทั้งในนามปากกา ดาริส และ ivy pink ค่ะ  ส่วนอีกงานที่กำลังเริ่มทำอยู่ตอนนี้คือ งานเขียนบทละครโทรทัศน์ ซึ่งเป็นงานในอาชีพนักเขียนอีกด้านที่ท้าทายไม่เบาเลยค่ะ 

          ความแตกต่างของการเขียนนิยายกับบทละครโทรทัศน์?
          สำหรับงานบทละครโทรทัศน์ เรียกว่าเป็นงานใหม่เลยค่ะ เพิ่งเริ่มทำ ฝีมืออาจยังไม่แกร่งกล้านะคะ สำหรับตัวเทป การเขียนนิยาย จะเป็นเหมือนผ้าขาว ที่เราสามารถคิด วาดภาพ หรือลงสีสันอะไรไปก็ได้ แต่สำหรับการเขียนบทละครโทรทัศน์จะมีกรอบมากกว่า เพราะเป็นการทำงานตามโจทย์ที่ได้รับจากทางผู้จัดละคร และผู้กำกับ เพื่อให้ออกมาตรงใจผู้ชมมากที่สุด ซึ่งการเขียนงานสองประเภทก็จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ นิยายจะเน้นการบรรยาย อารัมภบท แต่ละคร เดินเรื่อง ด้วยคำพูด การแสดงออกของตัวละคร จะยืดเยื้อไม่ได้ค่ะ ต้องทำยังไงก็ให้คนดูรู้สึกสนุก ตามดูไปทุกฉาก ทุกตอน อันนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากค่ะ
 

03 - กว่า 10 ปีบนเส้นทางนักเขียน สิ่งสำคัญคือ “ทัศนคติ”

          ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้เรามีแนวคิดในงานเขียนที่โตตามนะคะ แต่ก่อนเทปอาจจะชอบเขียนงานที่เป็นแนวรักใสๆ แต่พอได้ลองเขียนงานแนวดราม่า เรื่องแรก “อุบายรักเลือนจันทร์” ก็ทำให้เทปรู้สึกชอบการเขียนงานแนวนี้มาก เพราะเรื่องแนวนี้ สีสันจะอยู่ที่การสร้างตัวละคร ให้เป็นสีเทา คือมีทั้งด้านดีและด้านร้ายปะปนกัน เหมือนชีวิตของคนจริงๆ ที่ไม่สามารถโลกสวยได้ตลอดเวลา แต่คนทุกคนมีด้านมืดๆ ซ่อนอยู่ด้วย ซึ่งก็จะเป็นเอกลักษณ์ของงานเขียนนิยายในนามปากกา ดาริส ทั้งเรื่องรองเท้านารี หรือยุทธการปราบนางมาร  หรือแม้แต่ “ลวง” นิยายเรื่องใหม่ที่กำลังเขียนอยู่ค่ะ

          สำหรับเทป อาชีพนักเขียน คือ งานศิลปะประเภทหนึ่งนะคะ ที่นำเสนอออกมาในรูปของตัวอักษร เป็นการถ่ายทอด เรื่องราวที่ออกมาจากจินตการ ความคิด หรือมุมมองต่างๆ สิ่งที่สำคัญในการเป็นนักเขียนคือทัศนคติค่ะ เทปมองว่านอกจากจะมอบความสนุกสนานให้กับคนอ่านแล้ว เราควรใส่ความรับผิดชอบต่อสังคมลงไปด้วย โดยการเขียนงานอย่างสร้างสรรค์  ไม่ชักจูงใจ หรือนำพาทัศนคติที่ไม่ดีให้กับผู้อ่านค่ะ    
 

04 - นิยายรักในแบบฉบับของดาริส

          ส่วนตัว เทปแค่อยากสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้หญิงในสังคมปัจจุบันค่ะ ว่าเก่ง มีความสามารถ และมีการใช้ชีวิตที่ไม่ได้ยึดติดอยู่กับกรอบเดิมๆ ที่ว่าผู้หญิงต้องเรียบร้อย เหมือนผ้าพับไว้เสมอไป แต่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ ขอแค่ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีก็พอค่ะ เทปเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีทัศนคติการใช้ชีวิตที่ก่ำกึ้งระหว่างความทันสมัยกับหัวโบราณนะคะ การสร้างตัวละครที่ทันสมัย เหมือนเป็นตัวแทนของเราในการได้ออกไปแสดงพฤติกรรม หรือทำในสิ่งที่ชีวิตจริง เราไม่กล้าทำค่ะ  

          ถ้าคุณจะอ่านงานของดาริส สิ่งแรกที่ต้องทำใจก่อน คือ ตัวละครจะไม่ใช่เจ้าชาย เจ้าหญิงที่แสนดี แต่พระเอก นางเอก หรือแม้แต่ตัวละครที่ล้อมรอบในเรื่อง ทุกคนต่างมีความเป็นมนุษย์จริงๆ มีทั้ง รัก โลภ โกรธ หลง ด้านดี ด้านร้ายปะปนกันค่ะ ซึ่งนั่นคือเสน่ห์ของการสร้างคาแรคเตอร์ให้ตัวละคร ที่ทำให้งานเขียนมีความสนุก เข้มข้น คนเขียนก็สนุกมากด้วยค่ะ เวลาคิดงาน เพราะไม่รู้ว่าตัวละครจะพาเราไปเจอกับเรื่องราวใดบ้าง  
 

05 - จากผลงานนิยายสู่ละครโทรทัศน์

          “ยุทธการปราบนางมาร” กับ “รองเท้านารี” มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไรบ้างคะ?
          ไม่เหมือนกันเลยค่ะ สนุกสนานกันคนละแบบ  ยุทธการปราบนางมาร เป็นเรื่องที่เทปต้องการนางเอกที่มีนิสัยเป็นนางมารร้าย จัดๆ ออกจะเหวี่ยงวีนเกินเรื่อง เหมือนการ์ตูนมากกว่า ต่างจาก รองเท้านารี  สาวๆ ในเรื่องคือ ตัวแทนของผู้หญิงทั่วไปที่เราสามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน

          ก่อนจะเป็น “รองเท้านารี” เคยเป็นความรักของผู้หญิงกับฤดูกาลมาก่อน?
          เทปได้แรงบันดาลใจแรกมาจากความรู้สึกว่า อยากเขียนเรื่องราวความรักของผู้หญิงในหลากหลายแบบค่ะ ตอนแรกมองเป็นการสะท้อนมุมมองความรักที่เกี่ยวกับฤดูกาล เช่น ร้อน หนาว ฝน อบอุ่น  มันเป็นความคิดที่ว่า ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งเป็นคนอารมณ์ร้อน เจ้าอารมณ์ เขาจะมีความรักแบบไหน? หรือถ้าผู้หญิงที่ชอบฟูมฟาย เหมือนฝนตกล่ะ จะเป็นอย่างไร แต่ด้วยปัจจัยเกี่ยวกับการตั้งชื่อเรื่องด้วยค่ะ ทำให้เทปไปต่อกับคอนเซ็ปต์นี้ไม่ได้ แล้วอยู่ๆ ก็นึกถึงชื่อดอกกล้วยไม้ รองเท้านารีขึ้นมา ซึ่งชื่อนี้ค่อนข้างตรงกับคอนเซ็ปต์งานเขียนที่ต้องการ เลยเริ่มแตกพล็อตจากชื่อเรื่องเลยค่ะ รองเท้ามีกี่ประเภทที่คนชอบใส่ แล้วก็ตีความบุคลิกผู้หญิงตามคาแรคเตอร์ของรองเท้า จนมาเป็นนิยาย รองเท้านารีนี่ล่ะค่ะ 
          เพราะผู้หญิงเลือกรองเท้าจากแบบหรือสไตล์ที่ตัวเองชอบค่ะ ซึ่งเทปเองก็เป็นเหมือนกัน เวลาเจอรองเท้าแบบที่ชอบนี่จะพุ่งไปลองก่อนเลยค่ะ แล้วค่อยมาดูเรื่องความสบาย แต่ถ้าแบบชอบใส่แล้ว ไม่สบายเท้าก็ไม่ซื้อนะคะ เราจะเสียเงินเพื่อให้ได้รองเท้าที่ทำให้เราเจ็บตัวไปทำไม สู้ใส่รองเท้าที่สวมแล้วสบาย เดินได้นานดีกว่า  เหมือนกับการเลือกคู่ในชีวิตนั่นล่ะค่ะ ถ้าเจอคนไม่ดี ไม่มียังดีกว่า เลยเกาะคานมาถึงทุกวันนี้ (หัวเราะ)

          ในรองเท้านารี คิดว่าตัวเองเป็นตัวละครคนไหน? 
          ตอบตรงๆ ทิชาก็คือ เทปค่ะ (หัวเราะ) ตั้งใจเขียนให้ตัวเองเลยค่ะ ส่วนตัวแล้วคาดหวังกับทุกตัวละครเลยนะคะ ทั้งทิชา, น้ำหนาว, วริษา, หรืออุษณา คิดว่าพอเป็นละครออกมาแล้วจะต้องสนุกแน่ๆ ค่ะ 

          ฉากนี้ที่รอคอย? 
          ฉากที่สาวๆ เที่ยวในบาร์โฮสค่ะ เพราะเป็นตอนที่ทั้งสี่คนพาวริษาไปปลอบใจที่อกหัก ทำให้เห็นความสัมพันธ์ของเพื่อนที่คอยอยู่เคียงข้างกันน่ารักดีค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะมีฉากนี้ในละครหรือเปล่านะคะ

          คาดหวังกับละครเรื่องนี้อย่างไรบ้าง?
          ก่อนอื่นต้องขอบคุณทางพี่ฉอด พี่ติ๊ก และ บริษัท Change 2561 นะคะ ที่เห็นอะไรบางอย่างในนิยายรองเท้านารี จนทำให้เกิดเป็นละครขึ้นมา ในฐานะผู้ประพันธ์ก็คาดหวังให้คนดูรู้สึกมีความสุขกับการได้ดูละครเรื่องนี้ค่ะ เพราะนอกจากความสนุกแล้ว คุณจะได้แง่คิด และมุมมองในการตามหาความรักที่เหมาะสมกับตัวเอง สเป็กของใครจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ อย่างไรก็ขอให้เลือกคนที่พอดีกับเรานะคะ 
 

06 - จากดาริสถึงนักเขียนชาวเด็กดีทุกคน

          สำหรับคนที่อยากเป็นนักเขียน สั้นๆ เลยนะคะ แค่มีใจ และลงมือทำค่ะ อย่าแคร์ อย่าท้อ ถ้างานเราจะไม่มีคนเข้ามาอ่าน ไปดูงานในเพจพี่ได้ คนอ่านน้อยมาก แต่พี่ก็ยังสามารถพานิยายออกมาเป็นรูปเล่ม และกลายเป็นงานที่ถูกใจผู้จัดละครได้ เพราะงั้น ทุกอย่างอยู่ที่ทัศนคติ แค่เราทำให้เต็มที่ ไม่ต้องคาดหวัง สนุกกับการเขียน สนุกกับการคิด ถ้าคนเขียนมัวแต่ท้อ ไม่สนุกกับการทำงานแล้ว งานจะออกมาดีได้ยังไงคะ  

          อีกเรื่อง คือ การลงมือทำ อย่าดีแต่พูด หรือฝัน แต่ไม่เคยลงมือทำสักที อันนี้ ทำยังไงก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จ ถ้ารู้สึกว่า การเขียนนิยาย คือความชอบของเรา ก็ไม่มีเหตุผลที่เราจะเลิกล้มกับสิ่งที่เราชอบนะคะ อย่างพี่ เคยทำงานประจำ งานหนักและเหนื่อยมาก พอมีวันหยุดก็อยากใช้มันไปทำอย่างอื่นบ้าง แต่สุดท้ายพี่ก็ต้องหาเวลากลับมาทำงานเขียนทุกทีเลยเพราะรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เรารัก ยังไงก็ทิ้งไม่ได้ค่ะ เคล็ดลับง่ายๆ เลย ก้มหน้าเขียนไปค่ะ ได้นิดได้หน่อย ดีกว่าไม่เขียนนะคะ

          ความสนุกของการเขียนนิยายลงเว็บ?
          ฟีดแบ็คของนักอ่านค่ะ การเขียนงานแล้วโพสต์ลงเว็บก่อน เหมือนเราได้ลองตลาด ได้ทดสอบว่าสิ่งที่เราถ่ายทอดลงไปในนิยายนั้น คนอ่าน รู้สึกอย่างไรกับมัน และสนุกหรือเปล่า สำหรับเทป จำนวนคนอ่านไม่สำคัญมากกว่าคอมเมนต์ค่ะ ขอ แค่มีนักอ่านเพียงแค่คนเดียว แสดงความรู้สึกบอกเรา ว่าชอบ ว่าสนุก แค่นี้ก็มีกำลังใจแล้วค่ะ 
 

07 - จากดาริสถึงนักอ่านชาวเด็กดีทุกคน

          ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ชื่นชอบผลงาน ทั้งในนามปากกา ivy pink และ ดาริสนะคะ แรงสนับสนุนของคุณจะเป็นแรงผลักดันให้เทปสร้างสรรค์ผลงานออกมา สัญญาว่าจะเขียนงานอย่างต่อเนื่องไม่หายเงียบไปแน่นอนค่ะ

          เทปฝากนิยายเรื่องรองเท้านารี และติดตามละครที่กำลังออกอากาศทาง ช่องอมรินทร์ทีวี 34 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 22.00 น  ด้วยนะคะ และฝากติดตามผลงานเขียนนิยายเรื่องใหม่ “ลวง” นิยายที่สะท้อนสังคมแห่งการหลอกลวงที่ทุกคนล้วนเข้าหากันเพื่อผลประโยชน์ได้ทางเด็กดีเลยค่ะ ตอนนี้ลงให้อ่านไปสองตอนแล้ว รับรอง สนุก แซ่บ ครบรส ไม่แพ้เรื่องอื่นแน่นอน และฝากติดตามผลงานเรื่องอื่นๆ ในนามปากกา ivy pink และเดเบล่าด้วยค่ะ  เร็วๆ นี้คงได้ทยอยออกมาให้ได้อ่านกัน

          ส่วนใครที่อยากพูดคุย หรืออยากรู้ความเคลื่อนไหวอื่นๆ ทั้งเรื่องละคร ผลงาน หรือชีวิตประจำวันของนักเขียนคนนี้ สามารถเข้าไปกดไลท์ และติดตามได้ที่ เพจ  ดาริส  และที่เพจ ivy pink  ได้เลยค่ะ 
 

…………….

          เป็นยังไงบ้างคะ กับเส้นทางการเป็นนักเขียนของดาริสที่นำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ กว่าจะเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จ มีนิยายได้เป็นละคร หรือแม้แต่มีคนที่รู้จักนามปากกาของเรา ทุกอย่างล้วนต้องใช้เวลาและความพยายามของเราทั้งนั้นค่ะ สิ่งหนึ่งที่พี่อยากให้คนเป็นนักเขียนได้ลองทำตามที่ดาริสบอกเอาไว้ก็คือ “การลงมือเขียน” ค่ะ เขียนไปตามที่ใจเราต้องการเลยค่ะ หากสังเกตกันให้ดี จะเห็นว่าดาริสเริ่มเขียนนิยายจากความชอบของตัวเองก่อน จากนั้นจึงขยับสไตล์การเขียนจากวัยรุ่นใสๆ สู่วัยผู้ใหญ่ที่เริ่มโตขึ้น นี่เป็นการเริ่มต้นเขียนนิยายที่นักเขียนควรลองทำตาม เริ่มจากสิ่งที่ชอบ แล้วความชอบจะพาเราไปสู่สิ่งที่ใช่ค่ะ ส่วนนิยายจะโตตามวัย หรือนักเขียนจะโตตามนิยายเหมือนดาริสไหม ชาวเด็กดีก็ต้องไปลองพิสูจน์กันดูค่ะว่าเป็นเรื่องจริงไหม
          สุดท้ายนี้ ฝากติดตามผลงานของดาริสด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นนิยาย หรือละครที่กำลังออนแอร์อยู่ในขณะนี้ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ ^^

พี่แนนนี่เพน
 

5 เรื่องต้องรู้! เปิดขาย “แพ็กเกจใหม่” อย่างไรไม่ให้เสียสิทธิ์แคมเปญ “ลดราคา”

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #ดาริส #เดเบล่า สีแดง #Ivy pink #ยุทธการปราบนางมาร #รองเท้านารี #นิยายสู่ละคร

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?