/>

ตำรับรักจอมนาง : อาหารไม่เพียงแต่ทำให้อิ่มท้อง แต่ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจซ่อนอยู่! []

วิว


ตำรับรักจอมนาง

อาหารไม่เพียงแต่ทำให้อิ่มท้อง แต่ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจซ่อนอยู่!


สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน สำหรับนิยายที่พี่หญิงหยิบมาแนะนำให้ทุกคนมาทำความรู้จักในวันนี้เป็นนิยายจีนโบราณที่มีพล็อตเกี่ยวกับการทำอาหารค่ะ โดยเนื้อหาเล่าถึงเรื่องราวของ อูเลี่ยงหลิน หรือ ลิเลียน วู เชฟสาวมากความสามารถ ผู้เป็นถึงมิชลินสตาร์ชื่อดังก้องโลกที่ประสบอุบัติเหตุไม่คาดฝันจนทำให้เธอฟื้นขึ้นมาในร่างของ “จางเลี่ยงหลิน” อนุภรรยาตวนอ๋องที่กำลังถูกหย่าและโดนขับไล่ออกจากจวนพร้อมลูกที่อยู่ในท้อง! 

อ่านมาถึงตรงนี้ ก็ต้องเผลออุทานในใจยาวๆ เลยค่ะ ว่านางเอกของเราช่างเป็นหญิงสาวที่มีชะตาชีวิตซวยซ้ำซวยซ้อนอย่างแท้จริง นอกจากเธอจะต้องหลุดมาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักแล้ว ยังต้องมารับบทเป็นม่ายสาวที่กำลังท้องอ่อนๆ ทั้งๆ ที่ในชีวิตจริงก่อนตาย เธอยังไม่มีคนรักด้วยซ้ำ! แต่ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป ในเมื่อได้โอกาสกลับมามีชีวิตครั้ง เลี่ยงหลินก็ตั้งใจใช้ชีวิตที่ได้รับมานี้อย่างดี ตั้งใจดูแลเด็กในท้อง และเดินทางกลับอำเภอฉางเฉินตามหาบิดา เพื่อตอบแทนจางเลี่ยงหลินเจ้าของร่างที่ทำให้นางเอกของเราได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

 ตำรับรักจอมนาง

โดย กุลิสรา
 

คำโปรย

ชีวิต ความรัก อาหาร ล้วนสะท้อนวิญญูชน
------------------
อูเลี่ยงหลิน เชฟสาวชื่อดังก้องโลก เจ้าของร้านอาหารที่ได้รับมิชลินสตาร์ระดับ 3 ดาว 
เกิดอุบัติเหตุจับพลัดจับผลูมาอยู่ในร่าง เจียงเลี่ยงหลิน อนุภรรยาของ ตวนอ๋อง 
ข้ามมิติทั้งที ไฉนกลายเป็นเมียน้อยซะได้! 
เมื่อตระหนักรู้ว่าวิญญาณตนเองข้ามภพมา 
เจียงเลี่ยงหลิน ก็ตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่เสียแล้ว 
แต่คนอย่างนางหรือจะยอมจมปลักกับความทุกข์ 
วันคืนต่อจากนั้น จึงมีเพียงการก้าวเดินไปเบื้องหน้าอย่างมั่นใจ 
ทักษะการทำอาหารที่ติดตัวมาจากชาติก่อนยังคงอยู่พร้อมเต็มเปี่ยม 
ในเมื่อชีวิตได้รับโอกาสครั้งที่สอง ปณิธานแต่หนหลังที่ยังคั่งค้าง 
จึงได้รับการต่อยอดอีกครั้ง อาหารที่ถูกรังสรรค์จากสมองและสองมือ 
ชักนำนางสู่มิตรภาพที่มิแบ่งแยกชนชั้น การเดินทางของนางที่แสนจะทุลักทุเล 
ได้นำพานางสู่บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เกินกว่าผู้ใดจะคาดเดา...


 

สงครามทำให้ความหวาดกลัวเกาะกินใจผู้คน!

แต่การเดินทางกลับฉางเฉินครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากเลี่ยงหลินจะต้องเผชิญหน้ากับภาวะเงินทุนร่อยหรอที่หมดไปกับค่าใช้จ่ายระหว่างการเดินทางแล้ว เธอยังต้องรับมือกับสถานการณ์บ้านเมืองไม่สงบ อันเป็นผลกระทบจากการแพ้สงครามของเมืองชายขอบที่ถูกชนเผ่านอกด่านตียึดเมืองได้สำเร็จ ส่งผลให้ชาวบ้านเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย แล้วตัดสินใจอพยพเข้าสู่เมืองใหญ่ที่ใกล้ที่สุด เนื้อหาของ “ตำรับรักจอมนาง” ในเล่ม 1 ที่พี่หญิงได้หยิบยกมาพูดคุยในวันนี้ จึงมุ่งเน้นไปที่เรื่องราวการเดินทางอันยากลำบากของจางเลี่ยงหลิน และความสามารถด้านการทำอาหารของเธอนั่นเองจ้า
 



 

ทีเด็ดของเรื่องอยู่ที่การทำอาหาร!

และทีเด็ดของเรื่องนี้ก็อยู่ตรงความสามารถด้านการทำอาหารของจางเลี่ยงหลินนี่ล่ะ ที่ชวนให้อ่านแล้วน้ำลายสอฉับพลันจนอยากหาอะไรมาทานไปพร้อมๆ กับการอ่านนิยายจริงๆ เนื้อหานักเขียนบรรยายเนื้อหาให้เห็นภาพลักษณ์ รสชาติ และวิธีทำอาหารได้เห็นชัดเจน จนอยากหายตัวเข้าไปลองชิมอาหารที่เธอทำเลยค่ะ  
 

“เมื่อฝาถ้วยน้ำแกงถูกเปิดออก กลิ่นหอมสงบของต้นไผ่อบอวล กลุ่มไหมขาวคลี่ผลิบานอยู่กลางถ้วย”

ตัวอย่างเนื้อหาบรรยายถึงการทำอาหาร ณ อารามไป๋หยุน
 

อาหารแต่ละจานล้วนมีเรื่องราวของตัวเอง!

นอกจากจุดเด่นด้านในหัวข้อด้านบนที่ทำให้เรารู้สึกหิวโหยทุกครั้งที่อ่าน อีกจุดหนึ่งที่ชอบมากๆ ในเรื่องนี้เลยก็คือการถ่ายทอดมุมมองต่างๆ ของตัวละครผ่านอาหารแต่ละชนิดที่เธอทำค่ะ มันชวนให้พี่หญิงนึกถึงคำพูดของ อาจารย์คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง* หรือ เชฟหมี ที่ใครๆ หลายคนรู้จัก อาจารย์ได้เคยเขียนบทความให้ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาอาหารไว้ว่า...อาหารมิได้กลายเป็นเรื่องที่อยู่บนโต๊ะอาหารแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องไปถึงความคิดของมนุษย์ในด้าน วัฒนธรรม การเมือง ความเชื่อ และในหลายๆ ด้านอีกด้วย ซึ่งตรงกับแนวคิดริเริ่มในการแต่งนิยายของนักเขียนที่ได้ตั้งโจทย์ไว้ว่า… อาหารหนึ่งอย่างบอกเล่าอะไรได้บ้าง? 

หากพิจารณาจากข้อความนี้ที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้ในคำนำนักเขียนแล้ว จะเห็นได้เลยว่านักเขียนไม่ได้มองอาหารเป็นเพียงแค่ สิ่งของบางอย่างที่กินเพื่อมีชีวิตเท่านั้น แต่ยังยกระดับอาหารให้เป็นสิ่งจรรโลงจิตใจมนุษย์ที่สามารถสะท้อนถึงแนวคิด วัฒนธรรม วิถีชีวิตของพื้นที่ต้นกำเนิดอาหารแต่ละชนิดอีกด้วย 


 

อาหารที่ถูกสร้างสรรค์ในเนื้อหาของนิยายเรื่องนี้จึงไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ความอร่อยเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยสารบางสิ่งบางอย่างที่ “จางเลี่ยงหลิน” ต้องการสื่อสารไปถึงจิตใจของผู้ทานอาหารอีกด้วย เช่น ฉากการทำอาหารในอารามไป๋หยุน จางเลี่ยงหลินคิดรายการอาหารโดยมีจุดมุ่งหมายให้ผู้รับสัมผัสได้ถึงความสงบ เรียบง่าย และปลอดภัยของเมืองไท่หยาง เธอจึงสร้างสรรค์เมนูต่างๆ จากวัตถุดิบพื้นเมืองที่หาได้ง่ายทั่วไป ดังเช่นตัวอย่างด้านล่างนี้
 

“อาหารที่พ่อครัวแม่ครัวส่วนใหญ่ปรุงมักเอาใจผู้รับประทาน หากเขาคิดว่าจะต้องทำอาหารให้แก่ท่านที่มาจากเหิงกังก็ย่อมตระเตรียมทำอาหารที่ได้กลิ่นอายตะวันตกแบบเหิงกัง ทำให้ท่านรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน แต่สำหรับข้านั้นหาใช่ อาหารที่ทุกท่านได้ลิ้มรสวันนี้ล้วนสื่อถึงเมืองไท่ฉาง จึงเกิดเป็นความเรียบง่ายแต่กระนั้นก็ยังคงไม่เข้าใจ นั่นเพราะท่านนักพรตมิใช่คนในท้องถิ่น”
 

นอกจากแนวคิดเรียบง่ายถึงต้นกำเนิดของอาหารด้านบนแล้ว จางเลี่ยงหลิน ยังใช้อาหารเป็นเครื่องมือทางการเมืองสื่อถึงความไม่เท่าเทียมของคนในสังคม สื่อความนัยฉุดให้คิดถึงประชาชนที่ต้องทุกข์ทรมานจากภัยสงคราม ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากทั้งการ ต้องล้มตายจากการอดอาหารไปทีละนิดๆ ต่างจากคนที่เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความสุข ทั้งๆ ที่คนสองกลุ่มนี้ต่างก็เป็นประชาชนในแผ่นดินเดียวกัน! ล้วนเป็นครอบครัวเดียวกันทั้งหมด การปล่อยให้กลุ่มผู้ลี้ภัยต้องตายไปโดยที่ไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ เป็นเรื่องที่ถูกต้องจริงหรือ? และทั้งหมดนี้จางเลี่ยงหลินถ่ายทอดแนวคิดทั้งหมดนี้ผ่าน ข้าวผัดเพียงจานหนึ่งเท่านั้น



 

******************

ตำรับรักจอมนาง จึงไม่เพียงแต่เป็นนิยายจีนโบราณเล่าถึงชีวิตรักของจางเลี่ยงหลินเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เราเห็นถึงอิทธิพลของ “อาหาร” ต่อจิตใจมนุษย์อีกด้วย หากนักอ่านท่านไหนอยากลองสัมผัส “ปรัชญาอาหาร” ดูสักครั้งว่าเป็นอย่างไร ลองแวะเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ดู แล้วทุกคนจะมองอาหารที่เรากินอยู่ทุกวันนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!

แต่! เห็นอย่างนี้แล้ว อย่างเพิ่งคิดว่าเนื้อหานิยายเรื่องนี้จะมีบรรยากาศเคร่งเครียด น่าปวดหัว เต็มไปด้วยหลักปรัชญาที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกมึนๆ งงๆ นะคะ หลักการที่ว่านี้เป็นเพียงส่วนประกอบที่เข้ามาเสริมให้เรื่องราวน่าสนใจเท่านั้นเอง (ไม่ได้เยอะอย่างที่คิด) รับรองว่าอ่านแล้วไม่มีเบื่อ ทั้งยังรู้สึกหิว (มากกกก) จนต้องลุกขึ้นมาต้มมาม่ากินแน่นอน ไม่เชื่อก็ลองแวะเข้าไปทดลองอ่านในเด็กดีกันดูกันสิ คลิกเลย


 

สุดท้ายนี้ขอลากันไปก่อน เจอกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีค่ะ

พี่หญิง   


 

อาจารย์คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง : อาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญา
คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ และพิธีกรรายการครัวกากๆ
ขอบคุณรูภาพและข้อมูลเพิ่มเติมจาก : 
https://www.the101.world/i-eat-therefore-i-am/
https://www.pexels.com/search/chinese%20food/

 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=ying

พี่หญิง - ผู้เขียน

มนุษย์บ้านิยายที่สิงอยู่แถวๆ คลังนิยายเด็กดีเป็นประจำ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #ตำรับรักจอมนาง #กุลิสรา #นิยายจีนโบราณ #นิยายจีนเกี่ยวกับอาหาร #นิยายทำอาหาร #อ๋องน้ำแข็งฃ #สงคราม #การเมือง #ทำอาหาร #นางเอกเป็นเชฟ #เลี้ยงลูก #หลัวเย็นชา #นิยายจีน เด็กดี

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?