/>

Doctor Sleep ภาคต่อ The Shining กับเรื่องราวปัญหาสังคมที่สตีเฟ่น คิง ไม่ได้บอกตรงๆ แต่เราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง []

วิว

Doctor Sleep ภาคต่อ The Shining กับเรื่องราวปัญหาสังคม
ที่
สตีเฟ่น คิง ไม่ได้บอกตรงๆ แต่เราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง 


สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน ปีนี้ถือเป็นปีที่ผลงานของสตีเฟ่น คิง โลดแล่นอยู่บนจอภาพยนตร์ในปีเดียวกันมากถึง 4 เรื่องเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่ Pet Semetary, It Chapter Two, In The Tall Grass และล่าสุดเรื่อง Doctor Sleep ที่มีชื่อไทยว่า ลางนรก ก็เพิ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อไม่นานมานี้นี่เอง พี่แนนนี่เพนติดตามกระแสของหนังเรื่องนี้มานานพอสมควร แม้ส่วนตัวจะไม่ค่อยดูหนังแนวระทึกสยองขวัญสักเท่าไหร่ แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นผลงานการเขียนของสตีเฟ่น คิง ยังไงก็ต้องไปดูให้เห็นกับตา แต่ว่าวันนี้พี่ไม่ได้จะมารีวิวหนังเรื่องนี้นะคะ เพียงแต่หลังดูจบดันเกิดติดใจสงสัยอะไรนิดหน่อยจนต้องไปตามหาบทความเกี่ยวกับ Doctor Sleep มาอ่านเพิ่ม แล้วก็ได้ข้อสังเกตที่น่าสนใจจนอยากจะนำมาเล่าสู่กันฟัง เพราะเชื่อว่าชาวเด็กดีหลายๆ คน ที่ชื่นชอบผลงานของสตีเฟ่น คิง ก็น่าจะสนใจเรื่องราวเหล่านี้เหมือนกันแน่ๆ 
 

Doctor Sleep ภาคต่อที่ห่างจาก The Shining นานถึง 36 ปี!

ก่อนอื่น สำหรับใครที่เป็นแฟนหนังสือของสตีเฟ่น คิง อยู่แล้วน่าจะทราบกันดีว่าหลังจาก The Shining ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นหนังสยองขวัญระดับตำนาน เขาใช้เวลานานถึง 36 ปี กว่าจะตัดสินใจเขียน Doctor Sleep (2013) ให้เป็นภาคต่อของ The Shining (1977) โดยได้แรงสนับสนุนจากแฟนๆ หลังจากเปิดให้ทุกคนโหวตว่า อยากเห็นภาคต่อของหนังสือเรื่องไหนมากที่สุด และเรื่องราวของ Doctor Sleep ก็ถือกำเนิดขึ้น โดยนำเรื่องราวของ “ครอบครัวทอร์แรนซ์” ที่หลายๆ คนน่าจะสงสัยว่าหลังจากเหตุการณ์สยองขวัญที่โรงแรมโอเวอร์ลุค “แดนนี่ ทอร์แรนซ์” และแม่ของเขาที่รอดตายมาได้ มีชีวิตหลังจากนั้นต่อไปอย่างไร
 


The Shining (1977)

ใน The Shining  สตีเฟ่น คิง พาเราไปรู้จักครอบครัวทอร์แรนซ์ที่ประกอบไปด้วยแจ็ค เวนดี้ และแดนนี่ สามคนพ่อแม่ลูกที่ได้เข้าไปอยู่ในโรงแรมโอเวอร์ลุคในฐานะผู้ดูแลโรงแรมที่กำลังปิดตัวอยู่ชั่วคราวเนื่องจากสภาพอากาศบนเขา สตีเฟ่น คิง ทำให้เรารู้จักตัวละครทั้งสามผ่านเหตุการณ์ต่างๆ จนทำให้เรารู้ความลับของเด็กชายแดนนี่เข้าว่าเขาคือ ไชน์นิ่ง หรือพวกส่องแสง ที่มีลางสังหรณ์ และญาณหยั่งรู้ สามารถอ่านความคิด มองเห็นวิญญาณ หรือมองเห็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ เมื่อแดนนี่ได้เข้ามาอยู่ในโรงแรมแห่งนี้ เด็กชายพบเหตุการณ์ประหลาดๆ ต่างๆ มากมาย และเวนดี้เองก็รู้สึกว่าแจ็คสามีของเธอมีอาการแปลกๆ และเปลี่ยนไปมาก จนกระทั่งสถานการณ์ในโรงแรมเริ่มเลวร้ายมากขึ้น ความสยองขวัญและโศกนาฏกรรมที่ไม่คาดคิดก็ทำให้ชีวิตของคนในครอบครัวทอร์แรนซ์เปลี่ยนไปตลอดกาล
 


Doctor Sleep (2013)

Doctor Sleep จึงเป็นภาคต่อหลังเหตุการณ์สยองขวัญที่โรงแรมโอเวอร์ลุคในอีก 40 ปีต่อมา โดยเล่าถึง “แดน ทอร์แรนซ์” เด็กชายผู้รอดชีวิตที่พยายามเก็บความสามารถพิเศษของตัวเองไว้ ไม่เปิดเผยว่าตนคือพวกส่องแสง และใช้ชีวิตร่อนเร่ไปทั่วอเมริกา จนกระทั่งถึงช่วงชีวิตหนึ่ง เขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการเป็นบุรุษพยาบาลคอยดูแลคนชรา พร้อมกับเลี้ยงดูแมวตัวหนึ่งที่มีความสามารถเหนือธรรมชาติ คือ การได้กลิ่นความตาย ทำให้แดนรู้ได้ว่าใครกำลังจะตาย เขาจึงใช้พลังที่เขามีเยียวยาคนเหล่านี้ให้ตายอย่างสงบ จนได้ฉายาว่าเป็น Doctor Sleep นั่นเอง จากนั้นเหตุการณ์ก็เริ่มเข้าสู่เส้นเรื่องหลัก คนที่มีพลังพิเศษมักเป็นที่ต้องการของผู้อื่นเสมอ เขาได้พบกับ “แอบรา สโตน” เด็กหญิงที่เป็นพวกส่องแสงเหมือนกัน และกำลังถูกตามล่าโดย โรส เดอะ แฮท ผู้เหี้ยมโหด และเดอะ ทรู น็อต กลุ่มลัทธิที่พยายามตามหาเด็กส่องแสงเพื่อดูดกินพลังให้มีชีวิตเป็นอมตะ แดนจึงพาแอบราหลบหนีการไล่ล่าไปยังโรงแรมโอเวอร์ลุคอีกครั้ง พร้อมเผชิญหน้ากับความสยองขวัญที่แดนไม่อาจหลีกหนีได้อีกแล้ว  

มากกว่าความระทึกขวัญ คือ ปัญหาการเสพติดแอลกอฮอล์ และยาเสพติด 

จากเรื่องระทึกขวัญสยองขวัญโยงมาเกี่ยวกับเรื่องปัญหาการเสพติดได้อย่างไร หากใครเคยอ่าน The Shining หรือ Doctor Sleep มาแล้ว จะเห็นว่าแจ็ค ทอร์แรนซ์ พ่อของแดนอยู่ในภาวะแอลกอฮอล์ลิซึ่มมาก่อน เขาเคยทำร้ายแดนนี่ตอนที่เด็กชายยังเด็ก แม้จะพยายามเลิกดื่มของมึนเมา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตของแจ็คหนักหนาเกินกว่าที่เขาจะแบกรับไหว เมื่อได้มาดูแลโรงแรมโอเวอร์ลุคในสภาพปิดกิจการชั่วคราว และถูกวิญญาณในโรงแรมหลอกล่อ ทำให้เขาตัดสินใจหันไปพึ่งแอลกอฮอล์อีกครั้ง จนกลายเป็นการเสพติด และนำไปสู่การใช้ความรุนแรง ทำให้ครอบครัวทอร์แรนซ์ไม่สามารถกลับมาเป็นครอบครัวเหมือนเดิมได้อีก อาการเสพติดแอลกอฮอล์ของแจ็ค จึงกลายเป็นปมฝังใจของแดนมาตลอด จนเด็กชายคิดว่าเขาจะไม่มีทางเป็นแบบพ่อแน่นอน กระทั่งในอนาคตต่อมา แดนกลับเสพติดแอลกอฮอล์เหมือนพ่อ เนื่องจากความกดดันที่ต้องปกปิดตัวเองว่าเป็นพวกส่องแสง 

จะเห็นได้ว่า การเล่าเรื่องของสตีเฟ่น คิง นั้น แม้ไม่ได้กล่าวตามตรงว่าโทษของการเสพติดแอลกอฮอล์เป็นอย่างไร แต่เขาสามารถเล่าให้เห็นภาพของผลกระทบได้ชัดเจนว่า ความรุนแรงในครอบครัว และพฤติกรรมเลวร้ายต่างๆ สามารถส่งต่อ และสร้างปมให้กับคนอื่นๆ ได้อีกด้วย เพราะนอกจากตัวเราเองจะกลายเป็นปีศาจแล้ว เรายังสร้างปีศาจขึ้นมาอีกด้วย
 

นอกจากนี้ การที่โรส เดอะ แฮท และลัทธิเดอะ ทรู น็อต พยายามตามล่าพวกส่องแสงเพื่อดูดกินพลังให้ตัวเองมีชีวิตอมตะ ยังสื่อให้เห็นว่าพวกเขาเหล่านี้ มีการกระทำคล้ายคนติดยาเสพติดอีกด้วย เนื่องจากพฤติกรรมของพวกเขา คือ การดูดกลืนพลังจากพวกส่องแสง และใช้พวกส่องแสงสร้างความสุขให้ตัวเอง จนเกิดการไล่ล่าหาพวกส่องแสงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสร้างความอมตะ และสีสันให้ชีวิต คล้ายดังคนติดยาเสพติด ที่หากไม่ได้รับพลังจากพวกส่องแสง อาจจะลงแดงตายไปเลยก็ได้ 
 

Doctor Sleep ไม่ใช่แค่การทำให้คนตายอย่างสงบ แต่เป็นการดูแลผู้ป่วยใกล้ตายจนวินาทีสุดท้าย 

แดน ทอร์แรนซ์ ได้ใช้ชีวิตในวัยกลางคนเป็นบุรุษพยาบาลดูแลคนชรา พร้อมกับแมวหนึ่งตัวที่สามารถดมกลิ่นคนตายได้ เมื่อความสามารถพิเศษของแมวรวมกับพลังของพวกส่องแสง ทำให้แดนตัดสินใจใช้พลังเหล่านี้เยียวยาคนป่วยที่กำลังใกล้ตาย ให้พวกเขามีวิญญาณที่จากไปอย่างสงบสุข จนกลายเป็น Doctor Sleep นั่นเอง คำถามคือ ทำไมแดนต้องไปดูแลคนใกล้ตายด้วย ในเมื่อเขาสามารถไปทำงานอย่างอื่นที่ดีกว่านี้ได้ คำตอบของคำถามอาจจะต้องไปถามสตีเฟ่น คิง ถึงแรงบันดาลใจเหล่านี้ แต่ที่น่าสนใจคือ การดูแลผู้ป่วยใกล้ตาย หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคระยะสุดท้ายนั้น สำคัญอย่างไร เราเรียนรู้อะไรจากสิ่งเหล่าได้บ้าง

เมื่อลองไปอ่านความเห็นจากผู้ป่วยใกล้ตายที่โพสต์ให้อ่านกันโซเชียล เราค้นพบว่าความตายนั้นไม่ได้น่ากลัวเลยค่ะ “ความโดดเดี่ยว” ในช่วงชีวิตสุดท้ายต่างหากที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตายเสียอีก คนที่มีภาวะใกล้ตายแม้จะรู้สึกง่วงและอยากหลับตลอดเวลา แต่จิตใจของพวกเขานั้นยากที่จะรับรู้ได้ว่าความปรารถนาสุดท้ายที่พวกเขาต้องการก่อนตายคืออะไร คนที่ตายไปอย่างหมดห่วง กับคนที่ไปโดยที่ยังมีห่วงอยู่ จะมีโลกหลังความตายที่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร อาจจะต้องเกี่ยวโยงกับความเชื่อของแต่ละคนด้วยเหมือนกัน 

ใน Doctor Sleep มีบทสนทนาหนึ่งเล่าว่า ส่วนใหญ่เรามักจะเห็นผีวนเวียนอยู่ใกล้ๆ จุดที่ตัวเองข้ามภพ จนกว่าจะคุ้นเคยกับการตาย และเดินหน้าต่อ บทสนทนานี้เปิดเผยให้เห็นถึงโลกหลังความตายที่พวกส่องแสงพบเจอ และเราอาจคาดเดาได้ว่า การที่แดนพยายามทำให้คนใกล้ตายสงบก่อนวิญญาณออกจากร่างนั้น ก็เพื่อไม่ให้เกิดผีร้ายขึ้นมาสร้างความสยองขวัญให้แก่ผู้อื่นอีก ...ก็อาจจะเป็นไปได้เหมือนกันนะ ถือเป็นการใช้พลังไปในทางที่ถูกที่ควร สร้างประโยชน์ให้คนใกล้ตายได้อีกด้วย 

………………...

นอกเหนือจากนี้ ยังมีปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ที่เราสามารถหามองเห็นได้ทั้งใน The Shining และ Doctor Sleep ที่แม้จะเป็นเรื่องราวระทึกขวัญสยองขวัญ ที่แฝงทั้งความแฟนตาซี ความเหนือธรรมชาติ และที่สำคัญเหนือความเป็นมนุษย์ไปมาก จนเกือบคิดว่าลัทธิที่ตามล่าพวกเด็กส่องแสงเป็นแวมไพร์ไปแล้วนะเนี่ย แต่ถึงอย่างนั้น การเล่าเรื่องของสตีเฟ่น คิง ก็ยังคงกลิ่นอายความเป็นเจ้าพ่อนิยายสยองขวัญ ที่ชวนเราให้เราตื่นเต้น ลุ้นระทึกไปกับทุกตัวอักษร จนไม่สามารถหยุดอ่านได้จนกว่าจะอ่านจบเรื่อง แถมยังแฝงแง่คิดและมุมมองต่างๆ เอาไว้มากมาย จนไม่กล้าคิดเลยว่า Doctor Sleep ที่เป็นเรื่องราวของเด็กพลังพิเศษ จะมีมุมอ่อนโยนอย่างการทำให้คนตายอย่างสงบเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หากใครมีมุมมองอื่นๆ ที่น่าสนใจ คอมเมนต์เล่าให้ฟังได้นะ จะมาตามอ่านแน่นอนค่ะ 

พี่แนนนี่เพน

ขอบคุณข้อมูลละภาพจาก

https://www.imdb.com/title/tt5606664/mediaindex?ref_=tt_pv_mi_sm

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #สตีเฟ่น คิง #Doctor Sleep #The Shining

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป