/>

ถอดบทเรียนชีวิตปังๆ ฉบับผู้หญิง ผ่านคำพูดของ 'สี่ดรุณี (Little Women)' ที่คุณไม่ควรพลาด []

วิว


 

ถอดบทเรียนชีวิตปังๆ ฉบับผู้หญิง
ผ่านคำพูดของ 'สี่ดรุณี (Little Women)' ที่คุณไม่ควรพลาด

สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน เชื่อว่าหลายคนคงเคยผ่านหูผ่านตา "สี่ดรุณี (Little Women)" ผลงานวรรณกรรมอมตะระดับโลก เขียนโดย ลุยซา เมย์ อัลคอตต์ ที่ตีพิมพ์ไปในปี 1868 นับว่าเป็นสามปีต่อมาหลังจากสิ้นสุดสงครามกลางเมือง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ สี่ดรุณีกลายเป็นหนังสือที่ถูกหยิบไปอ่านทั้งในบ้านและห้องเรียนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กว่า 100 ปีนับตั้งแต่มีการตีพิมพ์ เรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อครอบครัวของสี่พี่น้องที่อาศัยในรัฐแมสซาชูเซตต์ สหรัฐอเมริกา กับผู้ชายที่พวกเธอแต่งงานด้วย ยังคงดึงความสนใจและจินตนาการของนักอ่านมาหลายชั่วอายุคน

ด้วยการหยิบสี่ดรุณีมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เรื่องใหม่ล่าสุดของเกรตา เกอร์วิกอย่าง "Little Women" เธออาจควบคุมเรื่องราวที่ได้รับการยกย่อง แต่เธอก็ปรับรายละเอียดมากพอที่จะสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ให้เข้าใจได้ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาไปในวันคริสต์มาส และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ในวันนี้พี่น้ำผึ้งได้ลิสต์บทเรียนชีวิตที่ "สี่ดรุณี (Little Women)" เวอร์ชั่น 2020 กำลังสื่อถึงคนรุ่นใหม่ผ่านคำพูดของตัวละคร มาฝากทุกคนค่ะ จะเป็นอย่างไรนั้น พร้อมแล้วตามมาเลยจ้า

 

Clip

Little Women สี่ดรุณี

"ผู้หญิงมีจิตใจและจิตวิญญาณ เช่นเดียวกับหัวใจ แล้วพวกเธอก็มีความทะเยอทะยาน
มีพรสวรรค์ เช่นเดียวกับความงาม และฉันก็เบื่อมากจากคำพูดคนที่ว่า...ความรักเป็นสิ่งที่เหมาะกับผู้หญิง" 

นี่อาจเป็นสิ่งที่ชัดเจนและเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดของคำคมจากภาพยนตร์ Little Women เวอร์ชั่น 2020 (ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมันโดดเด่นมากในตัวอย่างภาพยนตร์) แต่นั่นก็มีเหตุผล เมื่อโจ มาร์ชทำการอ้างสิทธิ์เหนือมาร์มี แม่ของเธอ จริงอยู่ที่โจอาจจะอยู่ในยุค 1860 แต่เธอก็พูดกับผู้หญิงในยุคนี้ด้วยเช่นกัน 

ในขณะที่โลกยังคงต่อสู้กับความเป็นอิสระและการเป็นตัวแทนในวัฒนธรรมสมัยนิยมของผู้หญิง โจเป็นตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ที่กำลังเรียกร้องแทนผู้หญิงยุค 2563 รวมทั้งพยายามกำหนดสิ่งที่เธอสามารถทำได้ในชีวิตของเธอเอง เห็นได้ชัดว่าไม่ว่าจะเป็นยุคไหน ผู้หญิงเองก็มีสิทธิ์ที่จะทำในสิ่งที่อยากทำ และผู้หญิงก็มีพรสวรรค์ไม่แพ้ผู้ชาย

 


 

"ฉันเชื่อว่าเรามีพลังเหนือใครบางคนที่เรารัก
มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับใครสักคน"

ระหว่างทริปไปเที่ยวยุโรป เอมี่ มาร์ชพูดกับลอรี่ เพื่อนบ้านที่เป็นเพื่อนกับเธอมาเป็นเวลานานด้วยประโยคข้างต้น แล้วเขาก็ตอบว่า "กวีอาจไม่เห็นด้วยกับคุณ" แต่กวีที่เขาพูดถึง ส่วนใหญ่เป็นเพศชายผิวขาว ถึงอย่างนั้นเอมี่รู้ถึงความคิดของเธอและรู้ว่าจะควบคุมอนาคตของตัวเองได้อย่างไร

ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องตกอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนใดหรอก เราอาศัยอยู่ในโลกที่ผู้หญิงบางคนพูดในสิ่งที่พวกเขาอยากจะพูด เปิดเผยในสิ่งที่พวกเขารัก หรือแม้แต่สามารถกำหนดว่าอนาคตของพวกเขาจะเป็นอย่างไร

 


 

"โลกนี้ยากสำหรับผู้หญิงที่มีความทะเยอทะยาน"

เอมี่พูดความจริงอีกครั้ง แน่นอนว่าเธอกำลังพูดถึงยุค 1860 แต่น่าเสียดายที่เวลาไม่ได้มีผล ไม่ได้เปลี่ยนไปสำหรับผู้หญิงที่ "ทะเยอทะยาน" เท่าที่ใครคนหนึ่งอาจจะหวัง ปฏิเสธไม่ได้ว่าจนถึงทุกวันนี้ยังคงมีการเปรียบเทียบผู้หญิงกับผู้ชายอยู่เสมอ อาชีพบางอย่างห้ามผู้หญิงทำ หรือในบางสังคมผู้หญิงไม่ได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกับผู้ชาย ในบางที่ผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นคนธรรมดา หรือพวกเขาจะไม่ได้รับโอกาสครั้งที่สอง 

ความทะเยอทะยานของผู้หญิงเป็นสิ่งที่นำเสนอใน Little Women ขณะเดียวกัน ภาพยนตร์ก็ทำให้เห็นว่าผู้หญิงสามารถลงมือทำงานเพื่อนำพาเขาไปสู่ความสำเร็จและการกล้าตัดสินใจที่มากขึ้น ดังนั้นในฐานะที่เราเป็นผู้หญิง จงมีความทะเยอทะยานและกระตือรือร้นเพื่อความฝันของเราต่อไป แม้ว่าโลกใบนี้จาะยากเย็น แต่ถ้าเรายังไม่ล้มเลิกหรือยอมแพ้ วันหนึ่งจะประสบความสำเร็จแน่นอน

 


 

"ฉันตั้งใจจะสร้างทางของฉันเองในโลกนี้"

โจ มาร์ช เป็นนักเขียนและเธอรักอิสระ เธอบอกกับป้ามาร์ชที่แสนร่ำรวยของเธอว่า "เธอตั้งใจจะสร้างเส้นทางของตัวเอง" ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่่น่าชื่นชมมาก เพราะโลกในยุค 1860 สร้างขึ้นมาเพื่อผู้ชายโดยเฉพาะ มีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่มีสิทธิ์เลือกทางของตัวเอง จึงเป็นเหตุที่ว่าทำไมเราจึงเห็นตัวละครผู้หญิงไม่โดดเด่นในฐานะ "ชีวิตที่มีอิสระ (Free Spirit)" เช่นเดียวกับผู้ชายที่ปรากฎในวรรณกรรมหลายเรื่องที่เกิดในยุคนี้

แม้กระทั่งในปัจจุบัน แนวคิดที่ผู้หญิงไม่เท่าเทียมกับผู้ชายยังคงอยู่ แต่ไม่ว่าเราจะเป็นใคร ผู้ชายหรือผู้หญิง พวกเราทุกคนล้วนมีสิทธิเท่าเทียมกัน และเราสามารถเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองได้ เราสามารถวางแผน ทำตามเป้าหมายเพื่อก้าวไปข้างหน้าได้ ที่สำคัญเรามีสิทธิ์ที่จะฝันและลงมือทำฝันให้สำเร็จ ดังนั้นไม่ต้องกลัวถ้าเราจะมีชีวิตที่เป็นของตัวเอง

 


 

"ฉันควรเป็นสาวทึกทึนที่มีชีวิตอิสระและพายเรือด้วยตัวเอง"

โจเข้าถึงผู้ชมอีกครั้งด้วยความฝันถึงความเป็นอิสระของเธอ แม้ว่าเธอจะเน้นที่ความเป็นพิเศษของการเป็นผู้หญิงด้วยคำว่า "สาวทึกทึน" ก็ตาม คำว่าสาวทึกทึน (Spinster) ในที่นี้หมายถึงผู้หญิงอายุมากที่ไม่แต่งงาน ซึ่งคำว่า spinster ไม่ได้อ้างถึงผู้ชายคนหนึ่ง เพราะผู้ชายที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่มีคนรัก เป็นที่รู้จักในฐานะชายโสด (Bachelor) ไม่ว่าพวกเขาจะอายุมากเท่าใด

ที่นี่ โจโอบกอดความเป็นผู้หญิงและตัวตนของเธอไว้ ในฐานะผู้หญิงที่ดูแลตัวเองได้ ไม่ใช่แค่เป็นคนที่ดูแลตัวเองเท่านั้น ยังเน้นไปถึงความฝันที่เฉพาะเจาะจงในการเป็นนักเขียนและออกเดินทาง และเธอได้ต่อสู้ดิ้นรนกับศักดิ์ศรีของความเป็นผู้หญิง เธอโอบกอดความเป็นผู้หญิงและคำว่า "spinster" ไม่ได้น่ารังเกียจสำหรับเธอ ดังนั้นถ้าผู้หญิงหลายคนที่ยังโสด ไม่ต้องเศร้าใจไปนะ การเป็นผู้หญิงโสดไม่ได้เป็นปัญหาระดับโลก แค่รู้จักกลับมาโอบกอดตัวเองและเดินไปข้างหน้าด้วยตัวของตัวเองได้ แค่นี้ก็จะภูมิใจในตัวเองมากๆ แล้ว 

 


 

"เพียงเพราะความฝันของฉันแตกต่างจากของคุณ
นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกมันไม่สำคัญ"

เม็ก มาร์ช พี่สาวสาวคนโตปรากฏตัวในลิสต์ของเราด้วยคำพูดแถลงการณ์เฟมินิสต์อันทรงพลัง ไม่ต่างจากโจ น้องสาวของเธอเลย เม็ก พี่สาวที่เลือกแต่งงานเพื่อความรักแต่กลับต้องเลี้ยงดูลูก เม็กทำให้เราเห็นว่าไม่ควรดูถูกความฝันใดๆ ที่เป็นของผู้หญิง เพราะไม่ว่าฝันนั้นจะเป็นของชายหรือหญิง มันก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้านั่นเป็นสิ่งที่ผู้หญิงต้องการ เราควรยอมรับพลังของการเป็นผู้หญิง ไม่ใช่ต่อต้าน ห้ามผู้หญิงทำตามความฝันของตัวเองด้วยการให้เป็นแม่บ้าน เลี้ยงดูครอบครัว เราควรเคารพความฝันของคนอื่นเหมือนกับเราเคารพความฝันของตัวเอง

 


 

"การเขียนไม่ได้ให้ความสำคัญ แต่มันสะท้อนถึงความสำคัญต่างหาก"

โจไม่รู้หรอกว่าทันทีที่เธอพูดประโยคนี้ เธอกำลังนิยามยุคสมัยใหม่ของเราเกี่ยวกับความฉับไวของข่าวและความไม่ลงรอยกันในปัจจุบันที่มีอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ สิ่งที่เราเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรสะท้อนถึงสิ่งที่เราเห็นว่าสำคัญ มันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องใส่ใจเมื่อเริ่มพิมพ์หรือเขียนคำสักคำ ประโยคสักประโยคบนหน้ากระดาษ 

นี่เป็นสิ่งที่เราต้องการเห็นว่ามันสำคัญหรือเปล่า? นี่เป็นสิ่งที่เราอยากให้ผู้คนจดจำเราแบบนี้หรือไม่? ถ้าไม่ใช่ อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องละทิ้งมันและเปลี่ยนสิ่งที่เราเห็นว่ามีความสำคัญในโลก ถ้าถามว่าเป็นยังไง พูดง่ายๆ ก็คือ เลิกแบ่งปันในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและองค์รวมทางสังคมได้แล้ว ทั้งการโพสต์สเตตัส แชร์ข้อมูล หรือแม้กระทั่งตรวจสอบดูให้ดีว่านิยายที่เราเขียนจะไม่ทำร้ายสังคม 

 


 

"คุณจะเบื่อเขาในอีกสองปีและเราจะน่าสนใจตลอดไป"

ในภาพยนตร์ Little Women โจพูดประโยคนี้กับเม็กในวันแต่งงานของพี่สาวเธอ ซึ่งนี่เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายของโจที่จะรักษาเม็กให้อยู่กับตัวเอง  มันเป็นประโยคที่ดูเหมือนจะไม่ทรงพลัง แต่กลับทรงพลัง เพราะมันแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์รูปแบบพี่น้องเองก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าความสัมพันธ์โรแมนติก 

ครอบครัวมีความสำคัญเนื่องจากการเติบโตทางใจ ความเป็นอยู่และความมั่นคงของเราทั้งหมดขึ้นอยู่กับครอบครัวของเรา ครอบครัวทำให้สมาชิกทุกคนรู้สึกปลอดภัยและเชื่อมโยงถึงกัน  ไม่เพียงแค่นั้นความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวสอนยังให้เรารู้จักไว้วางใจผู้อื่น ดังนั้นสำคัญมากๆ ที่เราจะต้องใส่ใจคนในครอบครัว อย่าละเลยพวกเขา ไม่ว่ายังไงครอบครัวก็คอยอยู่เคียงข้างพวกเราตลอดไป

 

.................
 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับบทเรียนชีวิตผ่านคำพูดของสี่ดรุณีจากภาพยนตร์ Little Women ที่พี่น้ำผึ้งนำมาฝากในวันนี้ อ่านแล้วทำให้รู้เลยว่าตัวเองต้องกล้าเลือกและสร้างเส้นทางชีวิตในแบบของตัวเอง และต้องไม่ลืมว่าความฝันของเราคืออะไร เช่นเดียวกับโจ มาร์ช ที่มีความฝันในการเป็นนักเขียน หรือเอมี่ที่มีความฝันในการเป็นนักวาด ตราบใดที่เรามีความฝัน มันจะเป็นแรงผลักดันที่นำเราไปสู่ความสำเร็จ ทุกครั้งที่ท้อ ขอให้นึกถึงคำพูดของโจที่ว่า "ฉันตั้งใจจะสร้างทางของฉันเองในโลกนี้" เสมอนะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เดินอยู่บนเส้นทางความฝันของตัวเองค่ะ ^ ^

 

พี่น้ำผึ้ง : )

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจากภาพยนตร์

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #สี่ดรุณี #little women

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป