/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

“Faddist/ ปอฝอ” นักเขียนผู้สร้าง #ENofLoveรักวุ่นๆของหนุ่มวิศวะ []

วิว


สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน ถ้าพูดถึงนักเขียนนามปากกา “Faddist” หรือ “ปอฝอ” นักอ่านที่ไม่ได้ติดตามนิยายวายอาจมีคนไม่คุ้น หรือยังนึกไม่ออกสักเท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่าเป็นนักเขียนเจ้าของผลงานนิยายวายเป็นซีรีส์ในโปรเจกต์ #ENofLoveรักวุ่นๆของหนุ่มวิศวะ หลายคนจะต้องรอ อ๋อ แน่ๆ เพราะนอกจากจะได้รับความนิยมมากๆ ตั้งแต่เป็นนิยายแล้ว ตัวซีรีส์เองก็ยังทำออกมาได้ดี ปัง จนเรียกความสนใจจากแฟนๆ ได้ตั้งแต่ปล่อยเพียงทีเซอร์ออกมาให้ชมกันเลยจ้า

และพอเห็นแบบนี้แล้วพี่หญิงก็ไม่พลาดที่จะไปดักฉุ(ด)..แค่ก! ล้อเล่นค่ะ ไปเชิญชวนให้ น้องแป้ง นักเขียนเจ้าของ “Faddist” หรือ “ปอฝอ” มาร่วมเผยแชร์เคล็ดลับ แชร์ความสำเร็จกับเรา ซึ่งจะสนุกสนานกันขนาดไหน ไปติดตามกันด้านล่างนี้เลยจ้า  
 


แป้งฝุ่น นามปากกา Faddist/ปอฝอ
ผู้สร้างนิยายวายเป็นซีรีส์ #ENofLoveรักวุ่นๆของหนุ่มวิศวะ 

 


 

สวัสดีค่ะ ชื่อแป้งฝุ่นค่ะ แป้งจบจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะเทคโนโลยี สาขาเทคโนโลยีการอาหารค่ะ ตอนนี้ทำงานประจำแล้ว เป็นนักควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง แถบปราจีนบุรี (หัวเราะ) พอแนะนำตัวแบบนี้แล้วทุกคนก็จะ เอ๊ะ! เรียนฟู้ดแล้วเขียนนิยายเหรอ? เรียนสายวิทย์แล้วเขียนนิยายเหรอ? ใช่ค่ะ แป้งเรียนสายวิทย์มาตลอดเลย แต่แป้งก็เขียนนิยายมาหลายเรื่องแล้ว ที่ทุกคนตามหาอ่านได้ในเด็กดีนี่ก็มีตั้งแต่สมัยแต่งแฟนฟิค มาจนถึงเรื่องล่าสุดที่เพิ่งลงนี่เลย เอาที่อัปเดตจนจบแล้วนี่น่าจะประมาณ 6-7 เรื่องค่ะ แป้งเขียนตั้งแต่...น่าจะมัธยมปีที่ 6 เริ่มเขียนแฟนฟิคคริสเทา แล้วก็หันมาเขียนนิยายวายมาจนถึงตอนนี้ค่ะ
 

Q : เริ่มต้นด้วย “Faddist” ก่อนเปลี่ยนเป็น “ปอฝอ”


เอาที่ Faddist ก่อนนะคะ นามปากกานี้แป้งตั้งเอง เพราะตอนนั้นนี่ชื่อชอบจนถึงขั้นคลั่งไคล้ในการอ่านแฟนฟิคมาก มากจนครบแทบจะทุกคู่แล้วค่อยมาอ่านนิยายวาย ทีนี้มาอ่านวายแบบเอาเป็นเอาตายเลยแหละ จนรู้สึกว่าอยากเขียนเองบ้าง ตอนนั้นทำแบบเงอะงะมากค่ะ พอเอามาลงเด็กดีแล้วมันต้องมีนามปากกาไง แป้งเป็นคนที่ชอบตัว Z กับตัว F ตอนแรกจะใช้ Zenith แต่มีคนใช้แล้วเลยเลือกเป็น Faddist เพราะอยากให้ชื่อมันบ่งบอกถึงความชื่นชอบที่เกินพอดีของตัวแป้งเอง 

ส่วน ปอฝอ นี่คือหลังๆ มาเพื่อนขี้เกียจพิมพ์คำว่า แป้งฝุ่น เพื่อนเลยพิมพ์ ปฝ มาแบบนี้ พอดีกับที่ช่วงนั้นมีคนบอกว่า Faddist มันออกเสียงยาก แป้งเลยลงเป็น ปอฝอ เพิ่มอีกนามปากกา เพราะ ปอฝอ แปลว่าแป้งฝุ่นค่ะ 

 

Q : ก่อนเริ่มเขียนเป็นนักอ่านตัวยงมาก่อน


การเริ่มต้นเขียนนิยายของแป้งเริ่มจากการอ่านค่ะ อย่างที่บอกไปว่าแป้งอ่านนิยายเยอะมาก ทั้งชายหญิงและชายชาย อีกอย่างแป้งตามไอดอลเกาหลีด้วย แอบกระซิบว่าติ่ง EXO มาตั้งแต่เป็นเด็ก ก็เก็บโมเมนต์ต่างๆ มาสะสมในหัว อ่านนิยายแล้วก็ตามติ่งมาเยอะมาก แล้วเริ่มเขียนแฟนฟิค 

ส่วนนิยายวายเรื่องแรกของแป้งนี่คือ TOSSARA วิศวะมีเกียร์น่ะเมียหมอ เรื่องนี้นอกจากการสะสมโมเมนต์ต่างๆ แล้ว สิ่งที่พีคสุดๆ คือได้ไปดูรายการ Show me the money 4  ไปเจอแจวอน แล้วรู้สึกถึงความเคะหล่อสวย มองเห็นภาพเรื่องราววิศวะมาเลย วิศวะหน้าหวานลอยมาเลยค่ะ แต่ตอนนั้น…ใช้คำว่าสมัยนั้นได้ไหม (หัวเราะ) นั่นแหละค่ะเมื่อหลายปีที่แล้ววิศวะไม่ค่อยได้เป็นเคะหรอก แต่ความแจวอนในหัวแป้งคือต้องเคะ แป้งเลยจับมาเขียนเองซะเลย เอาให้มันต่างจากนักเขียนท่านอื่นๆ ตอนนั้นยังไม่มีหมอเป็นเมะมากเท่าไหร่เหมือนกัน ความคิดนั้นมันเลยกลายเป็นวิศวะมีเกียร์น่ะเมียหมอค่ะ

 ทุกคนคะแป้งขอพูดต่ออีกนิดหนึ่ง แป้งอยากบอกว่าเราจะไม่รู้ตัวหรอกว่าเราทำได้ จนกว่าเราจะเริ่มทำ ความคิดที่อยู่ในหัวเรา เราไม่รู้หรอกว่ามันจะเป็นรูปเป็นร่างมากแค่ไหน แป้งแค่จินตนาการ แป้งแค่คิดเรื่องราวในหัวแล้วค่อยๆ เขียนมันออกมา หลายคนถามว่าควรเริ่มเขียนนิยายยังไงดี คำถามนี้แป้งไม่สามารถตอบได้ เพราะแป้งลงมือเขียนทุกตัวอักษรจากจินตนาการของแป้งเองค่ะ มันอาจจะมีประสบการณ์หรือเรื่องราวที่ได้พบในแต่ละช่วงของชีวิตปะปนอยู่ด้วย ทั้งเรื่องราวของตัวเอง หรือของคนอื่น แป้งก็หยิบเอามาสร้างเป็นเรื่องให้มันน่าอ่านมากขึ้น ดังนั้นถ้าอยากเขียนก็ลองเขียนเลยนะคะ ไม่ต้องสนใจว่าคนอื่นเริ่มแบบไหน เราแค่เริ่มลงมือทำแค่นั้นก็พอค่ะ มันจะออกมาดีหรือไม่ดี เขียนจบหรือไม่จบก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่แป้งเชื่อว่าถ้าเริ่มสร้างเรื่องแล้วเราก็ต้องอยากติดตามไปจนจบนั่นแหละค่ะ


 

Q : ความจริงแล้ว เริ่มชื่นชอบการอ่าน เพราะหลงรักงานของ “Hideko_Sunshine” จริงไหม?


อย่าพูดเยอะไปมันเขิน โอ๊ยบ้าไปแล้ว! ต้องตอบจริงๆ เหรอ ตอนอ่านคำถามนี้นี่คือเขินบิด เขินแค่เห็นชื่อ “Hideko_Sunshine” 

เรื่องแรกที่อ่านคือของพี่เขาจริงๆ ค่ะ นิยายเรื่องแรกได้อ่านเพราะน้องสาวที่รู้จักกันเอามาให้อ่าน แป้งยังจำชื่อเรื่องได้เลย อันนี้เอาจริงนะแบบไม่ได้แอบเปิดหาด้วย So Hot Gossip ใส่สีตีไข่กระชากใจนายแบดบอย เฮ้ย! จำได้จริงๆ เฉยเลย โดนตกหนักมากกก หนักถึงขั้นที่อ่านหลายรอบแล้วเก็บเงินไปซื้อ เล่มละไม่แพงนะคะ แต่ตอนนั้นน่าจะอยู่ประถมหรือไม่ก็มัธยมต้น การจะเก็บเงินให้ได้สักร้อยสองร้อยนี่ก็ยากอยู่ตอนนั้น แต่ก็อยากได้สะสมมาก ถึงจะอ่านจนจำได้แล้วก็ยังไปซื้อเล่มมาเก็บ แล้วหลังจากนั้นก็อ่านของพี่เขาเยอะมาก ตามอ่านมาเรื่อยๆ เลยค่ะ เปิดโลกแป้งมากเลยนะ เพราะว่าได้อ่านนิยายเรื่องแรกแล้วมันประทับใจ มันทำให้อยากอ่านอีก อยากอ่านเรื่อยๆ ทำให้ได้รู้ว่าโลกของการอ่าน การจินตนาการมันดีแค่ไหน ขอบบคุณ “Hideko_Sunshine” 

แป้งขออนุญาตเรียกพี่โอ๋นะคะ แป้งไม่ได้รู้จักกับพี่เขาเป็นการส่วนตัว ไม่สนิทแล้วก็ไม่คิดจะตีสนิทด้วย แต่แป้งอยากบอกจริงๆ อยากขอบคุณมากพี่โอ๋มากๆ ที่เปิดโลกใบใหม่ให้กับแป้ง โลกที่ทำให้แป้งมีทุกวันนี้ ขอบคุณมากๆ ค่ะ แป้งห่างจากการอ่านงานเขียนของพี่ไปนานมากเพราะหันมาสนใจนิยายวาย จนล่าสุด Dark Blue Kiss ตอนแรกอ่านแบบไม่ดูนามปากกาเพราะว่าชอบนักแสดงเลยไปซื้อมาอ่าน แต่อ่านไปแล้วมันคุ้นมาก มันแบบ…อื้มมม มันอธิบายไม่ถูก พอมาดูนามปากกาแล้วน้ำตาจะไหล โอ้! นามปากกาของพี่มันอยู่ในตัวอักษรที่พี่เขียนแล้วสินะคะ แป้งรักจริงๆ รักการเขียนของพี่โอ๋ “Hideko_Sunshine” มากๆ ค่ะ 
 

Q : สิ่งสำคัญที่สุดในการเขียนนิยาย คือ “อารมณ์”


สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเขียนของแป้งคือ “อารมณ์” ถ้าไม่มีอารมณ์เขียนยังไงก็ไม่สนุก เขียนยังไงก็เขียนไม่ออก แป้งพักเลยนะคะ ถ้าไม่มีแป้งเขียนไม่ได้จริงๆ หลังๆ นี่แป้งเลยต้องพยายามสร้างมันขึ้นมา แป้งชอบไปเขียนที่คาเฟ่ แป้งชอบกลิ่นกาแฟ ชอบเพลงสบายๆ แล้วก็คนที่เดินเข้าเดินออกร้าน นั่นคือบรรยากาศที่สามารถสร้างอารมณ์ในการเขียนของแป้งได้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าทุกร้านจะมีบรรยากาศแบบนั้น ดังนั้นช่วงไหนที่แป้งมีอารมณ์อยากเขียน แป้งจะวางทุกอย่างแล้วเขียนมันออกมา แม้ว่าจะเขียนได้แค่ไม่กี่หน้าก็ตามค่ะ


 

Q : คิดว่า “นิยายดี” เป็นแบบไหน?


มันนิยามยากอะ เพราะคำว่าดีของแต่ละคนไม่เท่ากัน สำหรับแป้ง มันไม่ต้องมีสาระ ไม่ต้องมีอะไรสอนใจมาก แค่เป็นนิยายที่ทำให้นักอ่านรู้สึกไปกับมัน รู้สึกไปกับสิ่งที่ตัวละครเป็น ประมาณนี้ก็ดีพอแล้วแหละค่ะ 

 

Q : เห็นอย่างนี้แต่ความจริงเคยรู้สึกท้อกับการเขียนนิยายเหมือนกัน จริงไหม?


2019 ที่ผ่านมาหนักมากจริงๆ สำหรับแป้ง แป้งรู้สึกเหมือนว่าไม่ได้ทำอะไรกับงานเขียนเลย แต่ว่าก็เขียนงานอยู่นะ มันเลยรู้สึกว่าเขียนยากหน่อย อาจจะเพราะเป็นช่วงที่กำลังจะเรียนจบ โปรเจกต์ทางการเรียนแป้งก็เยอะ พอจบแล้วเริ่มทำงานมันก็ต้องเรียนรู้งาน เวลาก็ไม่ค่อยจะมี อยากเขียนนิยายมากๆ แต่เขียนยังไงก็ไม่ได้สักที เลยรู้สึกท้อนิดหน่อยค่ะ อีกอย่างโปเรเจค ENofLove รักวุ่นๆ ของหนุ่มวิศวะก็อยู่ในช่วงกำลังจัดทำ ก็ยอมรับว่ามันกดดันอยู่มาก แล้วก็กลัวจะทำให้คนที่รอผิดหวัง แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่าความคาดหวังของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน พอคิดแบบนี้ก็เลยทำแค่รอผลที่จะออกมา เพราะทุกอย่างแป้งก็ทำเต็มที่แล้ว

 สิ่งที่ทำให้แป้งมีกำลังใจคือ นักอ่าน แป้งไม่ได้พูดเอาใจนะคะ แต่แป้งรักนักอ่านมาก หลายอย่างที่ผ่านมาในช่วง 2019 มันทำให้แป้งอยากทิ้งเลย แบบว่า เออ ช่างมันเถอะ แต่พอเข้าทวิตเตอร์ เข้าเฟซบุ๊ก เข้าไปอ่านคอมเมนต์มันทำให้แป้งรู้ว่านักอ่านเขารักนิยายของแป้งนะ นักอ่านเขามีความสุขและยังรออ่านนะ เขายังอยากให้เขียนภาคต่อนะ เขารักตัวละครของแป้งนะ แล้วแป้งที่เป็นคนสร้างมันขึ้นมาจะเลิกหรือทิ้งได้ไง นักอ่านทำให้แป้งรู้สึกรักนิยายของแป้งมากขึ้น และคอมเมนต์ของพวกเขามันทำให้แป้งมีกำลังใจมากขึ้น แป้งรักพวกเขาเพราะพวกเขารักนิยายของแป้ง แป้งได้กำลังใจจากพวกเขาเพราะพวกเขาสนุกกับงานเขียนของแป้ง ขอบคุณมากๆ เลยนะคะนักอ่านที่รักของแป้ง 
 

Q : ทำไมต้องนิยายวาย


สำหรับแป้งแล้วนิยายทุกเรื่องมันมีเสน่ห์ในตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแนวไหนก็ตาม แต่ถ้าถามเรื่องวาย คือแป้งขอพูดเฉพาะชายชายนะคะ แป้งคิดว่ามันมีเสน่ห์ตรงความเป็นผู้ชาย มันมีความคล้ายคลึงกัน ทั้งเรื่องสรีระ ความต้องการ คือมันเป็นผู้ชายกับผู้ชายอะ มันง่ายที่จะเข้าหากัน ง่ายที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ แล้วบางทีก็เข้าใจกันมากกว่าผู้ชายกับผู้หญิง อีกอย่างมันก็มีหลายเหตุการณ์ หลายเหตุผล หลายแบบ หลายเรื่องราวที่จะทำให้นักเขียนสามารถถ่ายทอดออกมาได้ แล้วก็มีหลายอย่างที่ทำให้ตัวละครไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ นั่นจึงเป็นเหมือนสิ่งที่สร้างเรื่องราวให้น่าติดตามและมีเสน่ห์มากขึ้นสำหรับแป้งค่ะ 

 

Q : เม้าถึงนิยายในโปรเจกต์ ENofLoveรักวุ่นๆของหนุ่มวิศวะ


โอ้โห…เรื่องนี้เป็นโปรเจกต์เกี่ยวกับความรักของหนุ่มวิศวะตามชื่อโปรเจกต์เลย คือแต่ละคู่เนี่ยจะมีหนึ่งคนเรียนวิศวะ แล้วทั้งสามเรื่องที่แป้งเขียนพ่อหนุ่มวิศวะจะเป็นเพื่อนกัน เริ่มจากทศราก่อน เรื่องนี้คือคู่ของ “พี่บาร์” วิศวะปีสาม กับ “น้องกัณฐ์” แพทยศาสตร์ปีหนึ่ง กัณฐ์ชอบพี่บาร์มาตั้งนานแล้วแหละ ตั้งแต่มัธยมเลย ตำนานชอบหกปี จีบไม่กี่เดือนก็คือคู่เขาแหละค่ะ เรื่องมันเริ่มที่กัณฐ์ไปเก็บเกียร์พี่บาร์ได้เลยไปขอจีบ พอจีบไปจีบมาก็สารภาพรักและคบกัน แต่ความรักของพวกเขามันดันทำให้ “มาร์ค” วิศวะปีหนึ่ง รุ่นน้องของพี่บาร์อกหักจากพี่บาร์ แล้วรู้สึกแค้น จะเอาคืนที่พี่บาร์ปฏิเสธมาร์คไปคบกับกัณฐ์ แต่ยังไม่ได้เอาคืนดันไปโดน “พี่วี” วิศวะปีสามเพื่อนของพี่บาร์ปราบซะก่อน 

เรื่องราวของสองคนนี้จะดราม่าหน่อยๆ แป้งคิดว่าหน่อยแต่นักอ่านของแป้งบอกว่าหนักหน่วงอะ แต่มันดราม่าแล้วเขากับรักกันนะ สุดท้ายแล้วเขาก็รักกัน แต่ความรักของพวกเขาก็ทำให้คนอื่นเจ็บปวดอีก คนนั้นก็คือ “พี่เหนือ” คนที่รู้สึกดีกับพระรามและเป็นเพื่อนสนิทพี่วีกับพี่บาร์ สุดท้ายพี่เหนือยอมหลีกทางแบบพระเอกมากๆ คนสงสารทั้งบ้านทั้งเมือง ร้องห่มร้องไห้อยากเปลี่ยนพระเอกกลรักรุ่นพี่เป็นพี่เหนือ แต่พอหลังจากนั้นไม่นานพี่เหนือก็โดนรอยยิ้มของ “พระราม” น้องชายของกัณฐ์ตกไปเต็มๆ ตกหลุมรักไปเลย ลืมมาร์ค ลืมทุกคน หันมาจีบพระรามแล้วหยอดน้องแบบหวานและอบอุ่นมากๆ ไม่หวั่นแม้กัณฐ์จะหวงน้อง จนในที่สุดพี่เหนือกับพระรามก็รักกัน พี่เหนือก็กลายเป็นหนุ่มวิศวะอีกคนที่แฮปปี้ในความรักค่ะ


 

Q : แรงบันดาลใจในการเขียนนิยายสามเรื่องนี้มาจากไหน


อย่างที่เล่าไปตอนแรกว่าจุดเริ่มต้นคือ แจวอน ผู้ทำให้อยากเขียนทศรา แล้วเรื่องต่อๆ มาก็จะเป็นความต้องการที่จะต่อยอดเรื่องราวให้หลากหลายมากขึ้น แรงบันดาลใจทั้งหมดมาจากไหนนี่ตอนนี้ยังคิดคำตอบให้ไม่ได้ค่ะ เพราะนึกไม่ออกจริงๆ ว่านอกจากที่เล่ามาแล้วแป้งจะมีแรงบันดาลใจจากที่ไหนอีก สำหรับแป้งแรงบันดาลใจมันเป็นแค่ประกายเล็กๆ ในหัว อยู่ดีๆ แป้งอาจจะนึกคำสักคำขึ้นมาได้แล้วเขียนมันเป็นเรื่องออกมา แป้งเลยไม่สามารถตอบได้ในตอนนี้ว่าแรงบันดาลใจของแป้งมันมาจากไหนบ้าง แต่ถ้าถามว่าแรงผลักดันและกำลังใจได้มากจากใคร แป้งตอบได้ทันทีเลยว่ามาจากกนักอ่าน แป้งบอกนักอ่านที่รักของแป้งไปหลายรอบแล้ว ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเชื่อมากน้อยแค่ไหน แต่กำลังใจสำคัญของแป้งคือนักอ่านจริงๆ กลรักรุ่นพี่อะ เกือบเขียนไม่จบแล้วนะ เป็นเพราะว่าทุกคนปากำลังใจมาเยอะมากเลยเขียนต่อได้ จนได้เรื่องต่อๆ ไปออกมานี่แหละค่ะ

 

Q : เป็นนิยายเซตเดียวกัน แล้วอะไรคือจุดร่วมกันของทั้งสามเรื่องล่ะ


จุดร่วมของทั้งสามเรื่องนี้คือความเป็นวิศวะ และความเป็นเพื่อนค่ะ ส่วนความต่างจะเป็นเรื่องราวของแต่ละคู่มากกว่า อย่างทศรานี่ก็จะหวานจนน้ำผึ้งก็อายนะบอกเลย มีกลิ่นอายความสุภาพแบบกวนๆ ของหมอมาจีบพี่วิศวะด้วย ส่วนกลรักรุ่นพี่จะดราม่าหน่อยค่อยมาหวานเวอร์ๆ แล้วเหนือพระรามจะออกแนวอบอุ่น สดใส ปีสามมหา’ลัยจีบเด็กมัธยมอะไรประมาณนี้ค่ะ
 

Q : ทำไหม “เกียร์” ถึงเป็นสัญลักษณ์แทนความรู้สึกตัวละคร?


ไอ้ประโยคที่บอกไว้ว่า เกียร์ไม่ใช่หัวใจแต่คนที่ได้ไปมันคือคนสำคัญ ประโยคนี้คือใช่มากค่ะ เอาเป็นคำตอบของคำถามนี้ได้เลย แป้งไม่ได้เรียนวิศวะนะ แต่แป้งได้ยินมาจากหลายๆ คนว่าเกียร์ของวิศวะคือสิ่งสำคัญ แล้วเขาจะมอบให้คนที่สำคัญจริงๆ เท่านั้น แป้งอาจจะได้ยินมาแค่เรื่องเล่า แล้วเขาก็อาจจะเล่าตามความเชื่อมาอีกที แต่แป้งอินกับเรื่องเกียร์ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์แทนใจจริงๆ เลยเอามาเป็นสิ่งสำคัญในเรื่อง เป็นเหมือนหัวใจของพี่เหนือ เหมือนความรักของพี่บาร์ และเหมือนสิ่งสำคัญของพี่วีค่ะ

 

​Q : เคล็ดลับเขียนประโยคฟินกินใจ


ความจริงแล้วแป้งเป็นคนตลกและโรแมนติกมากเลยนะ แป้งเป็นคนโรแมนติกมากจริงๆ นะคะ ประโยคพวกนั้นมันอยู่ในหัวแป้งอะ อันนี้ไม่รู้ว่าจะแชร์เคล็ดลับยังไงจริงๆ เพราะเวลาเขียนแป้งก็พยายามคิดให้มันออกมาดี อีกอย่างเท่าที่แป้งสังเกตมันจะเป็นคล้ายๆ คำคล้องจองด้วย อันนี้น่าจะทำให้คนอ่านชอบมั้งคะ แล้วการที่แป้งคิดคำคล้องจองได้อันนี้น่าจะเพราะแป้งเคยเขียนกลอนมาก่อน เขียนมาตั้งนานแล้วแหละ มันเลยทำให้รู้จักจังหวะที่จะใช้สัมผัสแล้วก็รู้จักคำเยอะ น่าจะประมาณนี้ค่ะ ไม่รู้ว่าจะเป็นเคล็ดลับได้ไหมแต่อันนี้ไม่เคยบอกใครเลยนะคะ แป้งคิดว่าอ่านเยอะๆ รู้จักคำเยอะๆ แล้วเอามาใช้ให้ถูกจังหวะ แบบนั้นก็จะประโยคเด็ดๆ ออกมาแล้วแหละค่ะ
 

Q : ฉากหรือประโยคไหนในเรื่องที่แป้งประทับใจเป็นพิเศษ


ในเรื่อง…แป้งประทับใจแทบจะทุกฉากเลยนะคะ ของทุกๆ เรื่องด้วย ถ้าจะเอาเป็นพิเศษก็…ยากแฮะ เอาทศราก่อน เรื่องนี้แป้งชอบฉากขอจีบ อันนี้ชอบมากเพราะเป็นฉากที่ตัวละครได้มาเจอกันจริงๆ จังๆ แล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นของความหวานอย่างจริงจัง จังหวะที่น้องกัณฐ์พูดออกมาว่าจะขอจีบนี่มันชวนเขินมาก แค่คิดว่าตัวเองเป็นพี่บาร์ก็แทบจะล้มแล้ว หรือกลับกันมาคิดว่าตัวเองเป็นน้องกัณฐ์ก็คงสั่นมากๆ เลยตอนพูดออกไป ฉากนี้ถือว่าเป็นฉากที่สร้างความกล้าให้คนแอบรักแล้วกันค่ะ แป้งชอบมาก 

ส่วนกลรักรุ่นพี่แป้งชอบตอนที่ “อยู่กับผมอย่าคิดถึงเขานะ” มันบีบมาก บีบทั้งใจบีบทั้งมือ เป็นความละมุนหน่อยๆ แต่ก็คือหน่วง น้องมาร์คจะเอาก็ไม่รู้ว่าจะได้ไหม พี่วีก็ไม่รู้จะเลิกกับแฟนไหม แต่ตอนนั้นน้องมาร์คก็คือสำคัญสุด งงมากเรื่องนี้ งงมาก 

ส่วนเหนือพระรามแป้งชอบฉากขิงของพี่เหนือ ฉากอวดคอและขอคบน้อง ฉากนี้ประทับใจมากเพราะพี่เหนือเป็นคนประกาศตัวเองว่ามีเจ้าของแล้วอย่างจริงจัง ซึ่งเพื่อนๆ ก็เข้าไปแซวให้พี่เหนือเสียหาย แต่แล้วน้องพระรามก็มาปกป้องพี่เหนือเอง เล่ามาในฉากที่ประทับใจของทั้งสามเรื่องแล้ว

ใครประทับใจแบบแป้งหรือชอบฉากไหนส่งข่าวแป้งได้นะคะ ส่วนใครที่ตามไม่ทันรอซีรีส์ไม่ไหวไปอ่านที่เด็กดีกันก่อนก็ได้ หรือไม่ก็ซื้อเล่มไปเลย

แป้งขายของ? ใช่ค่ะขายของ ไปซื้อกันเยอะๆ นะคะ จะได้เก็บความประทับใจของแต่ละฉากไว้กันเยอะๆ
 

Q : “ENofLove รักวุ่นๆ ของหนุ่มวิศวะ” เป็นซีรีส์แบบไหน


“ENofLove รักวุ่นๆ ของหนุ่มวิศวะ” เป็นโรแมนติก 2 ดราม่า 1 ฮ่าๆ เห็นมีคนว่ามาแบบนี้เลยขอว่าตาม เอาตรงๆ โปรเจกต์นี้เป็นโปรเจกต์เกี่ยวกับวิศวะค่ะ เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มวิศวะ ประกอบด้วย TOSSARA วิศวะมีเกียร์น่ะเมียหมอ Love Mechanics กลรักรุ่นพี่ This is love story เหนือพระราม แป้งว่าโปรเจกต์นี้เป็นโปรเจกต์ขายความวิศวะ แล้วก็คิดว่าจะขายความแฮปปี้ให้กับหลายๆ คนได้ค่ะ ลองดูกันเยอะๆ นะคะ ลองดูก่อน ถ้าไม่ชอบจริงๆ ค่อยว่ากันค่ะ บางทีคุณอาจจะโดนใครสักคนในโปรเจกต์ตกอย่างไม่รู้ตัวก็ได้นะคะ


 

Q : แชร์ความรู้สึกตอนรู้ว่านิยายได้ทำเป็นซีรีส์


อันนี้ขอตอบตรงๆ แล้วกันนะคะ ตอนแรกไม่ได้คิดอะไร แต่พอพี่แนน NanaNaRiS YBooks มาติดต่อไปทำเล่ม แป้งก็เริ่มคิดเรื่องการทำซีรีส์ค่ะ สำหรับทศราแป้งคิดว่ามันดีพอที่คงจะมีใครสักคนมาติดต่อไปทำ แล้วมันก็มีจริงๆ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของแป้ง จากตอนแรกที่คิดว่าจะมีคนมา แล้วมีคนติดต่อมาจริงๆ เนี่ยมันทำให้รู้สึก Success ในความคิดของตัวเอง เพราะนอกจากเขียนนิยายแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่แป้งเคยฝันไว้คือการเขียนบทค่ะ แป้งเลยรู้สึกดีมากๆ ที่มีทางผู้จัดติดต่อมา แล้วมันก็เกินคาดหน่อยตรงที่ได้ทำกลรักรุ่นพี่กับเหนือพระราม เพราะไม่คาดคิดและไม่ได้คิดไว้ว่าจะทำสองเรื่องนี้ ด้วยที่ว่าเรื่องหนึ่งมันดราม่า ส่วนอีกเรื่องมันก็ใสไปเลยคิดว่าคงยากที่จะทำ แต่ทุกคนก็เก่งมากๆ ค่ะ ที่ช่วยกันสร้างตัวหนังสือออกมาให้เป็นภาพเคลื่อนไหวอย่างสวยงามแบบที่เราได้เห็นกัน และแป้งยังมีส่วนร่วมในการเขียนบท และคัดเลือกนักแสดงด้วยค่ะ 
 

Q : นักแสดงที่แป้งคิดว่าเหมือนเดินออกมาจากในนิยาย


ถ้าตอบว่าน้องหยิ่น น้องคนอื่นๆ จะเสียใจไหมอะ คือทุกคนดีหมดนะคะสำหรับแป้ง เพราะว่าแป้งก็เลือกมาแล้วอะเนอะ แป้งก็คิดว่าดีแล้ว แต่น้องหยิ่นนี่เหนือความคาดหมายหน่อย ตรงที่คาแรกเตอร์เขามันเหมือนพี่วีมาก ตอนแรกคิดว่าเขาแค่คีพลุคพี่วี แต่พอได้เจอ ได้ติดตามก็คิดว่า เออ คิดถูกมากๆ เลยที่บทนี้เป็นหยิ่น ลองติดตามเขาดูนะคะ ลักษณะ ท่าทาง คำพูด และที่สำคัญสายตา มันสื่อมากๆ ว่าเขาคือพี่วี ถ้าเขาคีพลุคพี่วีอยู่ก็คือคีพได้ดีมากๆ 


ส่วนอีกคน คือ น้องออมสินที่แสดงเป็นยี่หวา อันนี้คือเป๊ะ เป๊ะมาก สายตา หน้าตา คำพูด แม้แต่เสียงก็เป๊ะแบบที่คิดไว้เลยค่ะ ส่วนคนอื่นๆ ก็ตรงเหมือนกันแต่มันหลายบทมากๆ แป้งคงชี้ทีละคนไม่ได้ แต่สรุปว่าแป้งคิดว่าทุกตัวมีความตรงกับบทที่ได้รับ มีความเหมาะสมและคิดว่านักแสดงทุกคนจะทำออกมาได้ดีในบทที่ได้รับไปค่ะ ไม่ใช่แค่คนดูที่คาดหวังแป้งเองก็คาดหวังกับการแสดงของนักแสดงทุกคนค่ะ
 



 

Q : ซีรีส์กับนิยายเหมือนกัน 100% ไหม


ไม่เหมือน 100% ก็คือเปลี่ยนหมดเลย ล้อเล่นค่ะ ก็ไม่ได้เหมือนมากขนาดนั้น อย่างที่หลายคนทราบมาว่าเป็นโปรเจกต์เล็กๆ ที่มีแค่เรื่องละ 4 ตอน ดังนั้นมันอาจจะเก็บทุกฉากทุกคำพูดในนิยายมาไม่ได้ค่ะ แต่เปลี่ยนอะไรแบบไหนแป้งขออุบไว้ก่อนนะคะ รอติดตามค่ะ
 



 

Q : ฉากไหนในซีรีส์ที่รอคอย

ฉากที่รอคอย คือ ฉากที่พี่วีโดนพี่ยี่หวาตบหน้าค่ะ แป้งคิดว่าคนอ่านคงรอฉากนี้กันหลายคนเหมือนกัน เอาแบบฟาดๆ ไปเลยนะแม่ยี่หวา หลายคนรอคอยแน่ๆ แป้งคิดอย่างนั้น แต่รอเพราะอะไรนี่แป้งขอให้เข้าไปอ่านนะคะ อ่านที่เด็กดีเลยก็ได้ แป้งไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายในการอ่านผ่านเว็บค่ะ

 

Q : อยากบอกอะไร ถึงแฟนๆ ที่คอยติดตามผลงานของเรา


“ขอบคุณ” คำแรกเลยที่ขึ้นมาในหัว อย่างที่บอกว่านักอ่านคือกำลังใจที่สำคัญที่สุดของแป้ง ขอบคุณมากๆ ค่ะ ขอบคุณคอมเมนต์แรก แป้งยังจำความรู้สึกนั้นได้ว่ามันตื่นเต้นแค่ไหนที่มีคนมาคอมเมนต์ให้ ขอบคุณทุกๆ คอมเมนต์ที่เขียนกันเข้ามา แป้งอ่านทั้งหมดจริงๆ นะคะ ทุกวันนี้ตอนที่กำลังใจหดหายก็ยังกลับไปอ่านคอมเมนต์เก่าๆ อยู่ ขอบคุณทุกยอดวิว ขอบคุณทุกๆ คนที่สละเวลามาอ่าน แป้งหวังว่างานเขียนของแป้งทุกๆ เรื่องจะสร้างความสุขให้หลายๆ คนได้ หวังว่ามันจะฮีลคนที่เหนื่อยล้าได้บ้าง และหวังว่ามันจะทำให้หลายๆ คนมีชีวิตที่ดีขึ้นเพราะมัน อย่างเช่น น้องๆ ที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะเรียนอะไรต่อ ได้มาอ่านแล้วก็พยายามสอบเข้าหมอ พยายามสอบเข้าวิศวะ หรือทำให้บางคนมีความกล้ามากขึ้น กล้าที่จะเขียนนิยายเหมือนแป้ง การทำในสิ่งที่เรารักมันไม่ยากเลยค่ะ แล้วมันรู้สึกดีมากๆ ที่มันคนชอบในสิ่งที่เราทำ ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ชอบงานเขียนของแป้ง ขอบคุณที่ให้กำลังใจแป้งมาเสมอ รักพวกคุณค่ะ แป้งรักพวกคุณมากๆ ค่ะ
 

Q : ฝากถึงชาวเด็กดีที่อยากเป็นนักเขียนหน่อย


แป้งหวังว่าคนที่อยากเขียนจะมีความกล้ามากพอที่จะเขียนมันออกมา อย่าคิดว่าจะเขียนไม่ได้ค่ะ เขียนก่อน ลองเขียนก่อน เรื่องราวมันจะจบหรือไม่จบเราก็จะได้รู้ แต่คุณอย่าคิดอย่างเดียว คุณต้องรวบรวมทุกสิ่งที่อย่าง ทุกแรงบันดาลใจ ทุกกำลังใจ ทุกความคิด รวบรวมมันมาสร้างความกล้าให้คุณแล้วเขียนเรื่องราวที่คุณอยากเขียนออกมา วันหนึ่งคุณจะภูมิใจและมีความสุขกับงานเขียนของคุณแบบที่แป้งกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ค่ะ

สุดท้ายนี้ลาก่อน…

ฮ่าๆ ไม่รู้จะบอกลายังไง เพราะเป็นคนไม่ชอบการจากลา แป้งเชื่อว่าถ้าเรามีเวลาเราจะสามารถเจอและพูดคุยกันได้ ดังนั้นตอนนี้ไม่ขอลา แต่จะขอให้ติดตามแป้งนะคะ แจกวาร์ปนักเขียนหน่อย 

twitter : @pflhzt 

Facebook : faddist 

ฝากนิยายทุกเรื่องค่ะ อ่านที่เด็กดีได้ทุกเรื่อง แล้วไปซื้อเล่มนิยายทั้งหมดของแป้งซื้อได้ที่สำนักพิมพ์ NanaNaRiS YBooks 

twiter : @NanaYBooks 

Facebook : Nananaris Ybooks 

ฝากโปรเจกต์ ENofLove รักวุ่นๆ ของหนุ่มวิศวะ ด้วยนะคะ มีนามาแล้วค่ะ สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกๆ คนอีกครั้งที่ชื่นชอบผลงานของแป้ง ขอบคุณพี่โอ๋ที่สร้างความประทับใจแรกในการอ่านนิยายของแป้ง ขอบคุณพี่แนนที่ติดต่อมาหาแป้งวันนั้น ทำให้แป้งมีงานเขียนแล้วก็เล่มสวยๆ ออกมาแบบนี้ แป้งทำอะไรหลายอย่างให้พี่แนนเหนื่อย แต่ไม่เคยบอกอะไรพี่แนนเลยนอกจากขอบคุณ ขอใช้พื้นที่ตรงนี้บอกรักพี่แนนสักหน่อยนะคะ หนูรักพี่แนนมากๆ นะ รักมากจริงๆ ขอบคุณทางเด็กดีที่ส่งบทสัมภาษณ์ดีๆ แบบนี้มาให้ และขอบคุณคุณคนที่กำลังอ่านมากๆ เลยนะคะที่สละเวลาอ่านมาจนจบค่ะ

แป้งฝุ่น, FADDIST

…………………..
 

และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวจาก น้องแป้ง นักเขียนนามปากกา “ปอฝอ” หรือ "Faddist” ที่เรานำมาฝากทุกคนในวันนี้ค่ะ อ่านแล้วพี่หญิงไม่แปลกใจเลย ทำไมนักอ่านหลายๆ คน อ่านนิยายจบแล้วถึงมีความสุข และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะแค่ได้พูดคุยกันแป็บเดียว พี่หญิงก็สัมผัสได้ถึงความรัก ความสุขในการเขียนนิยายของน้องแป้งได้อย่างเต็มทีเลยค่ะ

หากน้องๆ ชาวเด็กดีคนไหนที่กำลังท้ออยู่ ผ่านมาอ่านบทสัมภาษณ์นี้ หวังว่าจะได้กำลังใจดีๆ ไปเขียนนิยายต่อไม่มากก็น้อยกันนะคะ

ส่วนใครที่เป็นแฟนนิยายของน้องแป้ง และกำลังติดตามเรื่องราวของ TOSSARA วิศวะมีเกียร์น่ะเมียหมอ,This is love story เหนือพระราม และ Love Mechanics กลรักรุ่นพี่ ใน ENofLoveรักวุ่นๆ ของหนุ่มวิศวะ อยู่ก็แวะมาเม้า มาแชร์ความรู้สึก ความฟินกันในบทสัมภาษณ์นี้ได้น้า 

สุดท้ายนี้ พี่หญิงขอลาไปก่อน เจอกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีค่ะ

พี่หญิง

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=ying

พี่หญิง - ผู้เขียน

มนุษย์บ้านิยายที่สิงอยู่แถวๆ คลังนิยายเด็กดีเป็นประจำ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #ENofLoveรักวุ่นๆของหนุ่ม #Faddist #ปอฝอ #ENofLove #รักวุ่นๆของหนุ่ม #นิยายวายเป็นซีรีส์ #นิยายวาย #ซีรีส์วาย #TOSSARA วิศวะมีเกียร์น่ะเมียหมอ #TOSSARA #กลรักรุ่นพี่ #เหนือพระราม #วิศวะมีเกียร์น่ะเมียหมอ #กลรักวีมาร์ค

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?