/>

5 หนังสือเล่าเรื่อง “โรคระบาด” หรือวันสิ้นโลกจะมาจากเงื้อมมือของมนุษย์!? []

วิว

5 หนังสือเล่าเรื่อง “โรคระบาด”
หรือวันสิ้นโลกจะมาจากเงื้อมมือของมนุษย์!? 

สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วพี่แนนนี่เพนเคยสงสัยว่าทำไมนักเขียนหลายคนถึงได้เขียนให้โลกในอนาคตมีแต่ความมืดมน และผู้คนเต็มไปด้วยความสิ้นหวังกันนะ งานเขียนหลายเรื่องพูดถึงโลกที่มนุษย์กำลังเผชิญกับความเลวร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวันสิ้นโลก ภัยพิบัติในอนาคต หรือแม้แต่รัฐบาลที่กดขี่ข่มเหงประชาชนก็ตาม อนาคตของมนุษย์ถูกจินตนาการและนำมาเขียนเป็นงานวรรณกรรมมาแล้วหลายสิบปี ราวกับเป็นสัญญาณเตือนจากนักเขียนที่ล่วงรู้อนาคตว่าจะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมา ทั้งที่ความจริงแล้วการเขียนนิยายแนว Dystopian, Apocalyptic และ Post-Apocalyptic นั้น เป็นการเขียนเพื่อสะท้อนสังคมในปัจจุบัน  และทำให้มนุษย์ตระหนักถึงความเลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นจริงในวันใดวันหนึ่งมากกว่า

แล้วความเลวร้ายที่มนุษย์ทุกคนควรตระหนักถึงก็ได้คืบคลานมาถึงเราแล้วค่ะ แม้ว่าเหตุการณ์จะยังไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นคนกลายเป็นซอมบี้เหมือนในนิยาย แต่เชื้อไวรัสโควิด 19 (Covid-19) ที่สามารถแพร่กระจายและส่งต่อจากคนสู่คนจนถึงแก่ความตายได้นั้น ก็ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส นอกจากจะเกิดจากการที่มนุษย์ไม่ป้องกันตัวเองแล้ว ยังเกิดจากความเห็นแก่ตัวของคนกลุ่มหนึ่งที่มีความเสี่ยงว่าจะติดเชื้อไวรัส แต่กลับปกปิดและใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่คำนึงถึงคนส่วนรวมที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกัน จนก่อให้เกิดการแพร่ระบาดขึ้นอย่างรวดเร็ว 

คำถามที่พี่เคยสงสัยว่าทำไมนักเขียนหลายคนถึงได้เขียนให้โลกในอนาคตมีแต่ความมืดมน และเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ก็เริ่มจะเห็นคำตอบที่ชัดเจนมากขึ้นแล้วว่า ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับความโหดร้าย โรคร้ายไม่ได้คร่าเพียงแค่ชีวิตคนเท่านั้นแต่กำลังคร่าบางสิ่งบางอย่างในจิตใจของมนุษย์ไปด้วย และแม้ว่าสถานการณ์ที่เรากำลังเจอตอนนี้จะไม่ได้เลวร้ายจนต้องเข่นฆ่ากันเหมือนในนิยายก็ตาม แต่พี่เชื่อว่าหนังสือทั้ง 5 เรื่องต่อไปนี้จะบอกเราเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การแพร่ระบาดของโรค และเตือนเราว่าโลกในตอนนี้กำลังต่อสู้กับภัยพิบัติที่ร้ายแรงอีกครั้ง
 

1. And the Band Played On โดย Randy Shilts

หนังสือเรื่องนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ เลยค่ะที่เราจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคระบาดที่สามารถติดต่อกันได้ เพราะ  And the Band Played On คือหนังสือว่าด้วยการเมือง ผู้คน และการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ ที่เขียนโดยนักข่าวชื่อ Randy Shilts ที่อยากเผยแพร่เรื่องการระบาดของโรคเอดส์สู่สังคมให้กว้างขึ้น โดยในอารัมภบทของหนังสือเล่มนี้เขาเขียนไว้ว่า “เรื่องราวของโรคเอดส์ 5 ปีแรกในอเมริกาเป็นเหมือนละครแห่งชาติที่ล้มเหลว  เพราะเล่นกับฉากหลังของความตายที่ไม่จำเป็น” เขาเรียกร้องให้รัฐบาลท้องถิ่น และรัฐบาลกลาง, นักวิทยาศาสตร์, สื่อข่าว, นักการเมืองและผู้นำในชุมชนเกย์เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น และหนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนังสือที่สำคัญที่สุดของปี เพราะมันเป็นกระบอกเสียงที่เมื่อเล่าออกไปแล้ว มันจะไม่เกิดขึ้นกับทุกคนอีกต่อไปนั่นเอง
 

2. The Ghost Map โดย Steven Johnson

The Ghost Map เป็นเรื่องราวการแพร่ระบาดของโรคระบาดที่น่ากลัวที่สุดในลอนดอน ที่เขียนโดย สตีเวน จอห์นสัน ซึ่งเล่าเรื่องราวการเกิดอหิวาตกโรคขึ้นในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1854 ในเมืองลอนดอน โดยเหตุการณ์เริ่มจากชาวลอนดอนที่มีฐานะยากจนจำนวนมากมี “อาการป่วยหนัก และตายแบบฉับพลัน อาการของพวกเขาที่แสดงออกมา คือ ปวดท้อง, อาเจียน, ท้องเสีย และกระหายน้ำ ซึ่งอาการของโรคที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม อาการของโรคเกิดขึ้นเร็วมากจนคร่าชีวิตผู้คนไปได้อย่างรวดเร็ว (ซึ่งบางรายพบว่าใช้เวลาเพียง 12 ชั่วโมงเท่านั้น) และแพร่กระจายไปยังผู้ป่วยรายใหม่ได้อย่างรวดเร็ว” ซึ่งจากการตรวจสอบของ David Quammen เขาได้เขียนการตรวจไว้ได้น่าสนใจ และมีรายละเอียดการระบาดของโรคอหิวาต์ที่เลวร้ายที่สุดของเมืองไว้ว่า “มีผู้เสียชีวิตเจ็ดสิบคนในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ส่วนใหญ่อยู่ภายในห้าตารางบล็อก และอีกหลายร้อยคนตกอยู่ในอันตราย”
 

3. The Hot Zone โดย Richard Preston

เรื่องจริงที่น่ากลัวของต้นกำเนิดไวรัสอีโบลาที่ Richard Preston เขียนไว้ใน The Hot Zone ได้รับการวิจารณ์จาก Michiko Kakutani ว่า “ส่วนที่น่ากลัวคือฉากเหล่านี้ไม่ใช่การประดิษฐ์ของนักเขียนบท หรือนักเขียนนวนิยาย เรื่องราวที่เกิดขึ้น Richard Preston ได้รับการอุปถัมภ์จากนิวยอร์กเกอร์ ผู้ออกเดินทางเพื่อเล่าเรื่องราวของไวรัสตัวใหม่ที่มีอาการถึงตาย ซึ่งดูเหมือนว่าจะโผล่ออกมาจากป่าฝนในแอฟริกา และชายหญิงที่พยายามกักกันพวกเขา ก่อนที่พวกเขาจะแพร่กระจายโรคระบาดเหมือนการแพร่เอดส์ไปสู่มนุษยชาติ”
 

4. Flu โดย Gina Kolata

Gina Kolata เขียนเรื่องราวการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ในปี 1918 และการค้นหาไวรัสเป็นสาเหตุของโรค โดยเล่าเรื่องในฤดูใบไม้ร่วงปี 1918 เมื่อสงครามในยุโรปใกล้จะจบลง ภัยพิบัติที่น่ากลัวก็เกิดขึ้นบนโลก ผู้คนเรียกความน่ากลัวนี้ว่า ไข้หวัดใหญ่สเปน แต่ชื่อที่ไม่มีพิษภัยของมันก็ไม่ได้หยุดที่จะฆ่าผู้คน    โดย David Papineau เขียนบทวิจารณ์หนังสือเล่มนี้ว่า “ในสหรัฐอเมริกาเพียงที่เดียว มีประชากรกว่าครึ่งล้านเสียชีวิตลงในฤดูหนาวครั้งนั้น การหายใจหอบเพราะการติดเชื้อทำให้ปอดของพวกเขาอ่อนแอลง” โรคไข้หวัดใหญ่ที่อาจถึงแก่ชีวิตสามารถกลับมาได้อีกครั้งหรือไม่ “ไข้หวัดใหญ่” เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์ที่กังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ และมันอาจเกิดขึ้นได้อีกครั้ง 
 

5. Ensaio sobre a Cegueira โดย José Saramago

ขณะที่ชายคนหนึ่งขับรถติดไฟแดง จู่ๆ ดวงตาของเขากลับเห็นแต่สีขาว เขากลายเป็นคนตาบอด และแล้วอาการตาบอดของคนที่หนึ่ง ก็ลุกลามแพร่ระบาดไปถึงอีกคน อีกคน และอีกคน จนกระทั่งคนทั้งเมืองสูญเสียการมองเห็น รัฐบาลพยายามกักกันผู้ติดโรคเพื่อยับยั้งอาการประหลาดด้วยมาตรฐานการเยียวยาที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ไม่มีวิธีรักษา ไม่มีช่องทางสื่อสาร ก่อนจะเกิดความโกลาหลอลหม่าน เกิดสภาวการณ์ที่ไม่สามารถชี้วัดสาเหตุอย่างแท้จริง...

จากเรื่องย่อฉบับแปลไทยของนวนิยายเรื่อง บอด (Ensaio Sobre a Cegueira) ผลงานของ ฌูเซ่ ซารามากู (José Saramago) นักเขียนชาวโปรตุเกส เจ้าของรางวัลโนเบลปี 1998 ที่เล่าถึงการแพร่ระบาดของโรคตาบอดที่ไม่มีใครล่วงรู้ หรือเตรียมตัวมาก่อน จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ยากจะควบคุมที่แม้แต่ผู้ปกครองอย่างรัฐบาลก็ไม่สามารถหาหนทางแก้ไขปัญหานี้ได้ การต่อสู้ดิ้นรนของมนุษย์ด้วยกันเองจึงเริ่มต้นขึ้น โดยสิ่งที่มนุษย์ใช้เป็นอาวุธเพื่อความอยู่รอด ก็คือ สัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด หนังสือเรื่องนี้นอกจากจะบอกให้เราเฝ้าระวังเกี่ยวกับโรคระบาดแล้ว ยังมีเรื่องการเมือง และศีลธรรมของมนุษย์สอดแทรกอยู่อีกด้วย 
 

……………..

หนังสือเหล่านี้บอกเล่าเรื่องราวการเกิดโรคระบาดได้อย่างชัดเจน และลึกซึ้ง ทั้งการใช้ชีวิตของผู้คนเมื่อเกิดโรคระบาด การจัดการของภาครัฐ และความเป็นไปได้ของโรคระบาดอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคตของเรา มนุษย์หลายคนที่นักเขียนสร้างขึ้นในโลกหนังสืออันเลวร้ายเหล่านั้น ก็คือ ตัวแทนของพวกเราคนใดคนหนึ่ง ที่มีทั้งคนเห็นแก่ตัว คนที่สิ้นหวังต่อโลกใบนี้ คนที่ลุกขึ้นสู้ และคนที่ยอมพ่ายแพ้ ซึ่งท้ายที่สุดไม่ว่าเราจะเป็นใครก็ตาม สิ่งที่จะทำให้เราต่อสู้กับโรคระบาดนี้ได้ ก็คือความเข้าใจ ที่เราต้องยอมรับ ป้องกัน และปกป้องตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้โดยไม่เบียดเบียนผู้อื่นค่ะ 

พี่แนนนี่เพน
 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/And_the_Band_Played_On
https://en.wikipedia.org/wiki/The_Ghost_Map 
https://en.wikipedia.org/wiki/The_Hot_Zone 
https://en.wikipedia.org/wiki/Blindness_(novel) 

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #โรคระบาด #เชื้อไวรัส #นิยายแฟนตาซี #วันสิ้นโลก

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป