/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ย้อนรอยดูสงครามชีวภาพสุดอันตราย และ 'โคโรน่าไวรัส' อาจเป็น 'การโจมตีทางชีวภาพ' ด้วยเช่นกัน! []

วิว

ย้อนรอยดูสงครามชีวภาพสุดอันตราย
และ
'โคโรน่าไวรัส' อาจเป็น 'การโจมตีทางชีวภาพ' ด้วยเช่นกัน!


สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน นาทีนี้ "โคโรน่าไวรัส" หรือ "โควิด-19" ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงจนฉุดไม่อยูู่ด้วยเชื้อที่แพร่กระจายไปไกลถึงอิหร่าน อิตาลี ทั่วยุุโรปและอเมริกาเรียบร้อยแล้ว ทำให้ยอดผู้ป่วยทั่วโลกทะลุแสน!! แม้ไวรัสสายพันธุ์นี้จะมีต้นกำเนิดจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน แต่ยังไม่มีหลักฐานบ่งชัดว่าอะไรคือสาเหตุกันแน่ บ้างก็ว่าเป็นเพราะค้างคาว แต่ก็มีหลายคนไม่น้อยที่คิดว่าเชื้อไวรัสนี้เป็นอาวุธชีวภาพที่หลุดออกมาจากห้องเเล็บ หนักยิ่งไปกว่านั้น บางคนเชื่อว่านี่เป็นการพยายามสร้าง "สงครามชีวภาพ (Biological Warfare)" ของบางประเทศ ฟังดูแล้วเหมือนในหนังหรือนิยายไม่มีผิด 

ถึงอย่างนั้น แนวคิดสงครามชีวภาพนั้นน่าสนใจและมันไม่ใช่เเนวคิดใหม่ ในนิยายหรือภาพยนตร์ก็ปรากฏพล็อตทำนองบ่อย  ที่สำคัญในประวัติศาสตร์เองก็มีเรื่องแบบนี้ด้วย พี่น้ำผึ้งเห็นว่าน่าสนใจ วันนี้จึงขอชวนทุกคนมาย้อนรอยดูสงครามชีวภาพตั้งแต่ยุุคสมััยโบราณกัน ว่ามันเป็นยังไงบ้าง น่ากลัวขนาดไหน จะเหมือนโคโรน่าไวรัสที่เราเผชิญกันอยู่ไหม เอาละ ถ้าพร้อมแล้ว คว้าหน้ากากอนามัยมาสวมแล้วตามมาดูเลย!

 


(via: pixabay.com)

 

อาวุธชีวภาพ สิ่งที่ถููกสร้างมาเพื่อทำลายชีวิตมนุษย์ 

อาวุธชีวภาพคืออะไร? มันคืออาวุุธที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารพิษหรือสารติดเชื้อที่เป็นแหล่งกำเนิดทางชีวภาพ ซึ่งอาจรวมถึงแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา ในการทำลายมนุษย์ สัตว์ หรือพืช แน่นอนว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างสงคราม และถ้ามีคนพยายามทำแบบนี้เมื่อไหร่ เราเรียกมันว่าเป็น "การก่อร้ายทางชีวภาพ (Bioterrorism)" ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ "สงครามชีวภาพ (Biological Warfare)"

สงครามชีวภาพ บางครั้งเราเรียกว่า "สงครามเชื้อโรค" ใช้สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์เพื่อทำลายชีวิตมนุษย์ เนื่องจากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ (ไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อรา เป็นต้น) มีความยืดหยุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ แถมเรายังไม่สามารถคาดเดาพฤติกรรมของมันได้ด้วย ดูอย่างโคโรน่าไวรัสสิ ฉลาดมากเลยนะ ตอนแรกคนที่ติดเชื้อคือคนที่มีอาการไข้ขึ้นสููง แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีอาการอะไรก็ติดได้ แถมล่าสุดมันได้กลายพันธุ์เป็น 2 สายพันธุ์เรียบร้อยแล้ว!! ดังนั้นอาวุธชีวภาพจึงยากต่อการควบคุมและมันอาจทำลายล้างระดับโลกได้เลย น่ากลัวจริงๆ

การก่อร้ายทางชีวภาพอาจมีตั้งแต่การทำให้คนหวาดกลัวไปจนถึงการใช้งานจริงเพื่อพยายามสร้างสงคราม มันอาจถูกใช้เพื่อการลอบสังหารคนๆ เดียวได้ เช่นเดียวกับทำให้คนไร้ความสามารถหรือเสียชีวิตเป็นพัน ยิ่งสภาพแวดล้อมมีการปนเปื้อนแล้วล่ะก็ มันอาจสร้างภัยคุกคามต่อประชากรในระยะยาวแน่นอน การใช้อาวุธชีวภาพไม่ใช่แนวคิดใหม่ เพราะในอดีตมันก็ถูกนำมาใช้เพื่อทำลายล้างมนุษย์ค่ะ

 


ชาวไซเธียน
(via: realmofhistory.com)

 

สงครามชีวภาพเริ่มต้นก่อนคริสตกาล!

ย้อนกลับไปสมัยโบราณ เมื่อ 400 ปีก่อนคริสตศักราช นักธนูชาวไซเธียนติดเชื้อจากลูกธนูของตัวเองโดยการจุ่มลูกธนูลงไปในร่างกายที่เน่าเปื่อยหรือในเลือดผสมกับมูลสัตว์ ต่อมาชาวเปอร์เซีย กรีกและโรมันจาก 300 ปีก่อนคริสตศักราชประสบกับภาวะการปนเปื้อนในบ่อน้ำและแหล่งน้ำอื่นๆ อันเกิดจากสัตว์ที่ตายแล้ว ในการปะทะยูรีเมดอน (Battle of Eurymedon) ในปี 190 ก่อนคริสต์ศักราช ฮานนิบาลชนะกษัตริย์ยูเมเนสที่ 2 แห่งเพอร์กามอน โดยการยิงเรือดินที่เต็มไปด้วยงูพิษลงในเรือศัตรู ในศตวรรษที่ 12 ระหว่างการต่อสู้ของเมืองโทโตน่า ประเทศอิตาลี บาบาร์รอสซ่าได้ใช้ร่างของคนตายที่สลายแล้วมาทำเป็นหลุมพิษ 

 


กาฬโรคในยุโรป
(via: realmofhistory.com)

 

กาฬโรค ภัยมรณะที่คร่าประชากร 1 ใน 3 ของยุโรปคือหนึ่งในสงครามชีวภาพ

หนึ่งในการใช้อาวุธชีวภาพครั้งแรกที่่บันทึกไว้ในปี 1890 เกิดขึ้นเมื่อกองกำลังมองโกลได้รับรายงานว่า มีศพที่ติดโรคระบาดข้ามกำแพงเข้าไปในท่าเรือทะเลดำของคาฟฟ่า (ปัจจุบันคือฟีโอโดซิยาและยูเครน) ซึ่งในเวลานั้นเป็นศูนย์กลางการค้าของเมืองเจนัวในคาบสมุทรไครเมีย นักประวัติศาสตร์บางคนเชื่อว่าเรือที่ล้อมเมืองนี้ได้กลับไปยังอิตาลีพร้อมโรคระบาด เป็นจุดเริ่มต้นการระบาดครั้งยิ่งใหญ่ของกาฬโรคที่แพร่กระจายไปทั่วยุโรปในช่วงสี่ปีต่อมา และฆ่าคนไปถึง 25 ล้านคน (ประมาณหนึ่งในสามของประชากร)

ในปี 1710 กองทัพรัสเซียต่อสู้กับกองกำลังสวีเดนที่มีการปิดกั้นในรีวัล (ปัจจุบันคือทาลลินน์และเอสโตเนีย) ก็ขว้างซากศพที่ตายเพระกาฬโรคระบาดข้ามกำแพงด้วย ในปี 1763 กองทหารอังกฤษเข้าปิดล้อมฟอร์ท พิตต์ (ปัจจุบันคือรัฐพิตต์สเบิร์ก สหรฐอเมริกา) และส่งผ้าห่มที่ติดเชื้อไวรัสไข้ทรพิษไปยังชาวอินเดีย ส่งผลให้เกิดการระบาดอย่างรุนแรงในหมู่พวกเขา

 


โครงการลับของกองทัพเยอรมัน
(via: owlcation.com)

 

กองทัพเยอรมัน ผู้เริ่มต้นอาวุธชีวภาพในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เยอรมนีเริ่มโครงการลับเพื่อพัฒนาโรคระบาด โรคมองคล่อพิษ อหิวาตกโรคและเชื้อราข้าวสาลีเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ มีรายงานว่าปี 1915 เยอรมันพยายามแพร่โรคระบาดในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์เพื่อลดความต้านทานของรัสเซีย นอกจากนี้กองทัพเยอรมันยังส่งคนเข้าไปแทรกซึมในสหรัฐอเมริกาและส่งสัตว์ที่ติดเชื้อโรคมองคล่อพิษข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกภายใต้การสนับสนุนของกองกำลังสัมพันธมิตรด้วย

ความน่าสะพรึงกลัวของสงครามโลกครั้งที่หนึ่งทำให้ประเทศส่วนใหญ่ลงนามในอนุสัญญาเจนีวาปี 1925 ว่าด้วยการห้ามใช้อาวุธชีวภาพและอาวุธเคมีในสงคราม อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ลงนามในอนุสัญญากลับมีส่วนร่วมในโครงการวิจัยการพัฒนาการผลิตและการทดสอบเกี่ยวกับสงครามชีวภาพที่ยิ่งใหญ่ แน่นอนว่ามันละเมิดข้อห้ามของสนธิสัญญานี้ เพราะญี่ปุ่นได้ใช้อาวุธชีวภาพกับกองกำลังพันธมิตรในประเทศจีนระหว่างปี 1937 ถึง 1945

 


หน่วย 731 ของกองทัพญี่ปุ่น
(via: allthatsinteresting.com)

 

ญี่ปุ่นแอบจับมนุษย์มากกว่า 3,000 คนมาทดลองสร้างอาวุธชีวภาพ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองกำลังญี่ปุ่นได้ดำเนินการวิจัย "หน่วยปฏิบัติการลับสงครามชีวภาพ (หน่วย 731)" ในแมนจูเรีย ประเทศจีน ที่จับมนุษย์กับนักโทษมาทดลอง มีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมากกว่า 3,000 คน การทดลองนี้ศึกษาเกี่ยวกับโรคระบาดต่างๆ เช่น ซิฟิลิส, กาฬโรค, โรคไข้รากสาดใหญ่, ไข้ทรพิษ, ไข้เหลือง, ทิวลิมเมีย, ไวรัสตับอักเสบ, อหิวาตกโรค และโรคอื่นๆ ด้วยความพยายามที่จะพัฒนาโรคให้กลายเป็นอาวุธชีวภาพ เหยื่อบางรายถูกประหารชีวิตหรือเสียชีวิตจากการติดเชื้อ มีการชันสูตรศพเพื่อให้เข้าใจถึงผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์มากขึ้นด้วย น่ากลัวจริงๆ

แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานที่เป็นเอกสารเกี่ยวกับการใช้อาวุธชีวภาพในสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ทั้งฝ่ายอเมริกาและสมพันธมิตรมีโครงการวิจัยและพัฒนา (R&D) การค้นคว้าเพื่อสร้างอาวุธชีวภาพของญี่ปุ่นกับจีนนำไปสู่การตัดสินใจของชาวอเมริกันในการทำวิจัยสงครามชีวภาพ เพื่อให้เห็นหนทางป้องกันภัยคุกคามและหาวิธีการตอบโต้เมื่อหากจำเป็น สหราชอาณาจักร เยอรมนีและสหภาพโซเวียตเองก็มีโครงการวิจัยและพัฒนาที่คล้ายคลึงกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่มีเพียงญี่ปุ่นเท่านั้นที่พิสูจน์แล้วว่าได้ใช้อาวุธดังกล่าวในสงคราม

 


 

สงครามชีวภาพยังคงดำเนินต่อไปในช่วงยุค 90

สหรัฐอเมริกายังคงทำการวิจัยเกี่ยวกับอาวุธชีวภาพที่น่ากลัวในช่วงทศวรรษที่ 1950 และ 1960 โดยเฉพาะปี 1951 - 1954 สิ่งมีชีวิตที่ไม่เป็นอันตราย (สารที่อเมริกาทำวิจัย) ถูกปล่อยออกนอกชายฝั่งทั้งสองแห่งของสหรัฐอเมริกาเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางต่อการโจมตีทางชีวภาพ การทดสอบจุดอ่อนนี้เกิดขึ้นอีกครั้งในปี 1966 เมื่อมีการปล่อยสารทดสอบในระบบรถไฟใต้ดินนครนิวยอร์ก น่ากลัวเกินไปเเล้ว!

ในปี 1979 โรคแอนแทร็กซ์ (Anthrax) ถูกปล่อยออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจจากโรงงานอาวุธในเมืองเยคาเตรินบุร์ก (ชื่อเดิม Sverdlovsk) สหภาพโซเวียต ซึ่งมันได้สังหารคนไปถึง 66 คน รัฐบาลรัสเซียอ้างว่าการเสียชีวิตเหล่านี้เกิดจากเนื้อสัตว์ที่ติดเชื้อ จนกระทั่งในเวลาต่อมาประธานาธิบดีรัสเซีย บอริส เยลต์ซิน ยอมรับในอุบัติเหตุครั้งนี้ว่าเกี่ยวข้องกับการทดสอบอาวุธชีวภาพ

 

โซเวียตลักลอบทำโครงการสงครามชีวภาพแม้จะมีการสั่งห้ามในช่วงสงครามเย็น

ในยุคสงครามเย็น ซึ่งเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทั้งสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริการวมถึงพันธมิตรของตนได้ลงมือทำการวิจัยและพัฒนาด้านสงครามชีวภาพขนาดใหญ่ รวมถึงโครงการผลิตอาวุธ อย่างไรก็ตาม โปรแกรมเหล่านั้นถูกบังคับให้หยุดลงและรื้อถอนเมื่อมีการลงนามในอนุสัญญาอาวุธชีวภาพ (BWC) ในปี 1972 และมีผลใช้บังคับของสนธิสัญญาดังกล่าวในปี 1975 

ดูเหมือนสหรัฐอเมริกาจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของสนธิสัญญา แต่สหภาพโซเวียตกลับไม่ใช่ พวกเขาลักลอบดำเนินโครงการสงครามชีวภาพลับ ถึงแม้จะได้ลงนามและให้สัตยาบันแล้วก็ตาม การขาดระบบการตรวจสอบความสอดคล้องของสมาชิก BWC ทำให้โซเวียตยังคงดำเนินโครงการลับราวกับเพื่อเยาะเย้ยสนธิสัญญานี้
 


อาวุธชีวภาพโซเวียต
(via:  nsarchive2.gwu.edu)

 

หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991 และแบ่งออกเป็น 15 รัฐอิสระ ประธานาธิบดีรัสเซีย บอริส เยลต์ซิน ยืนยันว่าสหภาพโซเวียตได้ละเมิด BWC จริงๆ และเขาให้คำมั่นว่าจะยุติสิ่งที่เหลืออยู่ในโครงการอาวุธชีวภาพของโซเวียต (รวมถึงฝนเหลืองด้วย) อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาอีกข้อหนึ่งคือ การถ่ายโอนข้อมูลความช่วยเหลือด้านเทคนิคอุปกรณ์ การผลิตวัสดุและแม้กระทั่งอาวุธชีวภาพที่เสร็จแล้วไปยังรัฐต่างๆ และกลุ่มที่อยู่นอกเขตแดนของอดีตสหภาพโซเวียต 

สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตในอดีตให้คำมั่นว่าจะทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของอาวุธชีวภาพ ด้วยการจัดหาเงินทุนจากโครงการลดภัยคุกคามแบบร่วมมือของสหรัฐอเมริกาและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์และช่างเทคนิคประมาณ 60,000 คนที่ทำงานในโครงการสงครามชีวภาพของโซเวียตมีงานทำ

 


(via : businessinsider.com)

 

ปี 2020 โคโรน่าไวรัสอาจเป็น "การโจมตีทางชีวภาพ" จากอเมริกา

อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ นี่เป็นเพียงแค่สันนิษฐานของแม่ทัพใหญ่แห่งอิหร่านเท่านั้น!    เขาแค่อ้างว่าสหรัฐฯ อาจเป็นตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการระบาดของโรค Covid-19 ที่ส่งผลกระทบต่อจีน อิหร่านและทั่วโลกเป็นอย่างมาก แถมเจ้าตัวยังขู่อีกว่าไวรัสจะโจมตีผู้ที่ปลดปล่อยมันออกมาแน่นอน

อิหร่านกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจาก Covid-19 นอกจากจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (5 มี.ค.) สาธารณรัฐอิสลามได้รายงานว่ามีผู้ป่วยจำนวน 3,513 รายและผู้เสียชีวิต 107 รายจากเชื้อไวรัสนี้ นายซาอีด นามากิ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 15 รายที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโคโรน่าไวรัสในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่อิหร่านระดับสูงหลายคนล้มป่วยจากเชื้อไวรัสโคโรน่า และหนึ่งในสมาชิกสภาที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดของอิหร่านเองก็ได้เสียชีวิตหลังจากป่วยด้วยโรคโควิด-19 กลายเป็นว่าตอนนี้อิหร่านได้ปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั้งหมดจนถึงสิ้นปีเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าด้วยบุุคคลที่ป่วยและเสียชีวิตเพราะโคโรน่าไวรัสเป็นถึงนักการเมืองและบุคคลสำคัญในอิหร่าน ไม่ใช่เรื่องแปลกที่อเมริกาจะตกเป็นผู้ต้องสงสัย
 


ฮอสเซน ซาลามิ
(via : dailymail.co.uk)

 

“เป็นไปได้ว่าไวรัสนี้เป็นผลผลิตที่เกิดจากการโจมตีทางชีวภาพของอเมริกา ซึ่งเริ่มแพร่กระจายไปยังประเทศจีน อิหร่านและส่วนอื่นๆ ของโลก” ฮอสเซน ซาลามิ หัวหน้ากองกำลังปฏิวัติอิหร่านกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (5 มี.ค.) เขาสาบานว่าอิหร่านจะ "ต่อสู้" กับไวรัสนี้และเตือนว่าโรคร้าย "จะกลับ" ไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อให้วอชิงตันรับผิดชอบต่อการระบาดของโรคแน่นอน

ก่อนหน้านี้ ในวันอังคารที่ผ่านมา (3 มี.ค.) พลเอกกอลัม เรเซา จาลาลี หัวหน้าองค์กรป้องกันพลเรือนของอิหร่านเองก็ออกมาพูดเช่นกันว่า "โคโรน่าไวรัสตัวใหม่คือการโจมตีทางชีวภาพที่เกิดขึ้นในจีนและอิหร่าน" แต่เพิ่มเติมว่าความสงสัยของเขานั้นต้องมีการสอบสวนทางห้องปฏิบัติการและการศึกษาจีโนมไวรัสตัวนี้ จาลาลียังบอกอีกว่านี่เป็นวิธีการเพิ่มความหวาดกลัวในหมู่ผู้คน และการโจมตีทางชีวภาพได้เปิดตัวกับจีนและอิหร่านโดยมี "เป้าหมายทางเศรษฐกิจ"

แม้จะมีการพูดถึงทฤษฎีสมคบคิดดังกล่าวมาสักระยะ แต่ก็ยังไม่พบหลักฐานอย่างเป็นทางการว่าคำกล่าวหานี้เป็นเรื่องจริง นักวิทยาศาสตร์ไม่ทราบแน่ชัดถึงต้นกำเนิดที่แน่นอนของโคโรน่าไวรัส ถึงจะสงสัยว่าเริ่มต้นที่ตลาดอาหารทะเลในเมืองอู่ฮั่นของจีนก็ตาม ซึ่งแท้จริงแล้วโคโรน่าไวรัสจะเกิดขึ้นเพราะเชื้อที่ติดจากค้างคาวมาสู่คน หรือเพราะผลงานสุดล้ำที่หลุดออกมาจากห้องทดลองของจีน หรือเพราะมันเป็นอาวุธชีวภาพของบิ๊กเบิ้มอเมริกาที่ส่งมาเพื่อทำลายเศรษฐกิจจีนและอิหร่านตามคำกล่าวของพลเอกกอลัม เรเซา จาลาลี หรือไม่นั้น พวกเราต้องเกาะขอบจอตามดูกันต่อไปค่ะ
 

..................


ขึ้นชื่อว่าสงคราม ยังไงก็น่ากลัว ยิ่งสงครามชีวภาพบอกเลยว่าน่าขนลุก อ่านแล้วก็ได้แต่สงสัยว่าพวกเขาคิดอะไรกันอยู่นะ ถึงต้องคิดสร้างอาวุธชีวภาพเพื่อทำลายล้างมนุษย์กันขนาดนี้ พี่น้ำผึ้งไม่รู้หรอกว่าความจริงแล้วโคโรน่าไวรัสเป็นอาวุธชีวภาพตามทฤษฎีสมคบคิดหรือเปล่า แต่ที่รู้ๆ ก็คือ Covid - 19 อันตรายและฉลาดมาก แม้จะมีการคิดค้นยารักษาได้ (แค่การทดลอง) แต่เราก็ไม่ควรประมาท อย่าลืมดูแลตัวเองให้ดี เลี่ยงพื้นที่ๆ มีคนเยอะๆ ออกไปไหนมาไหนก็สวมหน้ากากอนามัย ใช้เจลล้างมือเสมอ ถ้าเราไม่ปกป้องตัวเองจากไวรัสตัวร้ายนี้ ใครจะมาปกป้องเรา

 

พี่น้ำผึ้ง   :)
 

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.emedicinehealth.com/biological_warfare/article_em.htm#what_is_the_history_of_biological_warfare
https://www.army-technology.com/features/featurethe-worlds-most-dangerous-bioweapons-4546207/
https://www.who.int/health-topics/biological-weapons#tab=tab_1
https://www.medicalnewstoday.com/articles/321030#A-worrying-future?
https://www.emedicinehealth.com/biological_warfare/article_em.htm
https://www.britannica.com/technology/biological-weapon/Biological-terrorism
https://news.stanford.edu/pr/01/bioterror117.html
https://www.rt.com/news/482405-iran-coronavirus-us-biological-weapon/
https://www.dailymail.co.uk/news/article-8078889/Iranian-general-claims-coronavirus-outbreak-biological-attack.html

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #โควิค 19 #โควิค-19 #Covid-19 #โควิค 19 คือ #โควิค 19 ล่าสุด #โคโรน่า #โคโรน่าไวรัส #coronavirus #coronavirus คือ #สงครามชีวภาพ คือ #สงครามชีวภาพ #อาวุธชีวภาพ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผมไม่ตัดประเด็นเชื้อไวรัสหลุดออกมาจากสถาบันไวรัสวิทยาในเมืองอู่ฮั่น แต่ไม่ให้น้ำหนักเรื่องที่ไวรัสเป็นอาวุธชีวภาพ เพราะการตรวจสอบจีโนม (ลำดับเบส ATGC ของสารพันธุกรรมทั้งหมด) โดยละเอียดสามารถเอามาวิเคราะห์ได้ว่าไวรัสนี้อยู่ตามธรรมชาติหรือถูกตัดแต่งพันธุกรรม ถ้าถูกตัดแต่งจริงจะมีร่องรอยและความผิดปกติปรากฏขึ้นอย่างเด่นชัด ซึ่งจนปัจจุบันก็ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์หรือสถาบันวิจัยใด ๆ จุดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมา

      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-10.png

      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป