/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

7 คำทำนายอนาคตสุดพีคที่จะเกิดขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า! []

วิว

7 คำทำนายอนาคตสุดพีค
ที่จะเกิดขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า!

คำทำนายโลกอนาคตสุดปัง ราวกับว่าหลุดมาจากนิยายไซไฟแฟนตาซี

สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน เคยอ่านนิยายไซไฟแฟนตาซีกันไหมคะ นวัตกรรมแต่ละอย่างล้วนน่าทึ่งทั้งนั้น อย่างเช่นเรือเหาะในนิยายที่กลายมาเป็นเครื่องบินในโลกปัจจุบัน      หรือการออกไปสำรวจนอกโลก      ราวกับว่าหนังสือเหล่านั้นทำนายอนาคตได้จริง ตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา เราเห็นหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป ตั้งแต่การเริ่มต้นใช้สมาร์ทโฟน การอ่านหนังสือออนไลน์แทนหนังสือเป็นเล่ม การเปิดตัวรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง รวมไปถึงภาพถ่ายแรกของหลุมดำ แน่นอนว่าในอีกสิบปีข้างหน้า...การเปลี่ยนแปลงจะยิ่งน่าเหลือเชื่อมากกว่าเดิม!

คำทำนายเหล่านี้ไม่ใช่ข้อความจากทูตสวรรค์ที่ส่งถึงเรา หรือปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้น มันเป็นเพียงการรวมกันของการคาดการณ์ทางวิทยาศาสตร์และเศรษฐกิจจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของโลก รวมถึงโครงการจริงซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการโดยนักประดิษฐ์จริง หลายอย่างอาจฟังดูน่าเหลือเชื่อ ราวกับว่าเคยโผล่ในนิยายไซไฟแฟนตาซี แต่บอกเลยว่าความจริงมนุษย์ซุ่มทำไว้แล้วและกำลังจะเผยโฉมอีกไม่ช้า!  วันนี้พี่น้ำผึ้งเลยขอนำคำทำนายของอีกสิบปีต่อจากนี้มาเปิดเผยให้ทุกคนรู้ค่ะ จะเป็นยังไงบ้าง เหมือนในนิยายไหม     ตามมาดูเลย

 


(via:  dosomework)
 

เครื่องอ่านใจที่เห็นใน X-Men จะเกิดขึ้นจริง

เครื่องจักรที่สามารถอ่านใจเราได้ อาจฟังดูเหมือนอะไรที่มาจากนิยายไซไฟแฟนตาซี หรือถ้าผ่านหูผ่านตาหน่อยก็ภาพยนตร์เรื่อง X-Men บอกเลยว่าถ้านักวิทยาศาสตร์ทำตามตารางเวลาที่วางไว้ เราควรจะเริ่มเห็นเครื่องส่งกระแสจิตเครื่องแรกภายใน 12 เดือนข้างหน้า นั่นคือเดดไลน์ที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นวางไว้ตั้งแต่ปี 2010 เมื่อพวกเขาประกาศแผนการปล่อยเครื่องที่สามารถอ่านความคิดของเราและเปลี่ยนความคิดนั้นให้เป็นข้อความ 

ตั้งแต่นั้นมานักวิทยาศาสตร์ได้สร้างสิ่งประดิษฐ์ที่น่าเหลือเชื่อ ทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นได้พัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถถอดรหัสการทำงานของสมองเพื่อสร้างภาพคร่าวๆ จากความคิดของผู้คน ในขณะเดียวกันนักวิทยาศาสตร์ที่ Carnegie Mellon University ได้สร้างเครื่องจักรที่ดูสัญญาณสมองและใช้มันเพื่ออ่านความคิดในใจของเรา พวกเขาอ้างว่ามันแม่นยำถึง 87%  แม้อาจต้องใช้เวลาหลายปีก่อนที่ผลิตภัณฑ์อ่านใจนี้จะวางขายตามห้างแถวบ้าน แต่ถ้านวัตกรรมอันเลื่องชื่อเกิดขึ้นจริงๆ เมื่อไหร่ละก็ สิ่งนั้นจะนำไปสู่การเปลี่ยนชีวิตของเราเลย

 


(via:  listverse)
 

เมืองที่ไม่มีคนขับรถในปี 2021

รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้บุกตลาดมาแล้ว แต่มันยังไม่แพร่หลายเท่าไหร่ ทุกวันนี้การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่สามารถขับได้เองมักจะเป็นความหรูหราที่สงวนไว้สำหรับคนรวยไม่กี่คน แต่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปในปี 2021 นั่นเป็นปีที่ไป๋ตู้ (Baidu) บริษัทยักษ์ใหญ่จีนวางแผนเปิดตัวยานพาหนะขับเองได้ เพื่อเติมเต็มถนนของปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ 

อันที่จริงรถยนต์ไฟฟ้าในจีนเกือบจะเป็นสิ่งจำเป็นที่หาซื้อได้ในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจีน ใครก็ตามที่ซื้อรถยนต์ที่ใช้แก๊สต้องจ่ายเงินประมาณ 14,000$ หรือประมาณ 458,780 บาทสำหรับทุกๆ ป้ายทะเบียน แต่จีนบังคับให้ประชาชนต้องซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกประมาณ 60% นั้นมาจากประเทศจีน    หากไป๋ตู้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน เราสามารถคาดหวังได้เลยว่า รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองจะเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในจีน ด้วยสิ่งนี้เราจะเริ่มเห็นก้าวแรกสู่เมืองที่ไม่มีคนขับในปี 2021

 


(via:  eviation)
 

เครื่องบินไฟฟ้ามีอยู่จริงในปี 2022

ในปี 2022 Eviation Aircraft บริษัทสตาร์ทอัพจากอิสราเอลวางแผนเปิดตัวสายการบินพาณิชย์ที่ใช้ระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบตัวแรกของโลก ซึ่งนี่คือสิ่งที่ไม่ได้ปรากฏแค่ในนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป แม้ว่าเครื่องบิน Eviation ลำนี้จะไม่ใช่ลำแรกของโลกที่ใช้พลังงานไฟฟ้า     เนื่องจากครั้งหนึ่งนักบินทีมหนึ่งได้ทำการบินรอบโลกด้วยเครื่องบินไฟฟ้ามาแล้ว แต่ในปี 2022 เราจะเริ่มเห็นการปล่อยมลพิษที่เป็นศูนย์จากเครื่องบินไฟฟ้าที่ชาร์จด้วยแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งในอนาคตมันจะกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับทุกเที่ยวบินที่เราเดินทาง

อันที่จริงนอร์เวย์มีความมุ่งมั่นที่จะใช้เครื่องบินขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าในปี 2022 ด้วยเช่นกัน    และวางแผนที่จะสร้างสนามบินแห่งแรกของโลกที่ใช้พลังงานหมุนเวียนให้เสร็จภายในปี 2025 อย่างไรก็ตามเครื่องบินในอนาคตนี้อาจมีราคาถูกลง โดยทาง Eviation Aircraft คาดว่าพวกเขาต้องจ่ายแค่ 8$ หรือประมาณ 262 บาท สำหรับพลังงานที่เครื่องบินไฟฟ้าต่อการเดินทาง 100 ไมล์  เมื่อเทียบกับราคาเชื้อเพลิง 400$ หรือประมาณ 13,100 บาทสำหรับเครื่องบินที่ใช้แก๊สเพื่อการเดินทางครั้งในระยะ 100 ไมล์เท่ากัน   นับว่าเป็นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์และรักษ์โลกมากๆ

 


(via:  busy.org)

 

ส่งคนไปเหยีบดาวอังคารในปี 2024

2024 จะเป็นปีที่เราได้เห็นมนุษย์เหยียบดาวอังคารเป็นครั้งแรก นี่เป็นปีที่ Space X ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) วางแผนส่งจรวดแรกไปยังดาวอังคาร และมีเหตุผลหลายๆ อย่างที่เชื่อว่าถ้าหากเขาไม่ทำโปรเจกต์นี้ ก็ยังมีคนอื่นทำ ถามว่าทำไมต้องเป็น 2024 ตอบเลยว่าเพราะระยะทางล้วนๆ เนื่องจากว่าในปี 2024 วงโคจรของโลกและดาวอังคารจะอยู่ในแนวลักษณะที่ช่วยให้การเดินทางอวกาศเป็นเรื่องง่ายที่สุด ดังนั้นคุณจึงมั่นใจได้ว่าคนที่สนใจเรื่องดาวอังคารจะใช้โอกาสนั้น

แต่คาดว่าจรวดลำแรกบนดาวอังคารจะเป็นของบริษัทเอกชน ภารกิจที่กล้าหาญที่สุดที่องค์การนาซ่าได้ประกาศในปี 2024คือภารกิจส่งคนไปดวงจันทร์ นั่นหมายความว่า บริษัทต่างๆ อาจสามารถเอาชนะรัฐบาลด้วยการบินไปสู่ดาวเคราะห์ดวงที่สามได้ด้วยการยิงระยะไกล รอดูคำทำนายนี้เลย จะพีคเหมือนกับนิยายเรื่อง The Martian เหยียบนรกสุญญากาศ ของแอนดี้ เวียร์ ไหม  ต้องลุ้น

 


(via:   BRAIN Initiative)
 

นักวิทยาศาสตร์สามารถแก้ไขสมองมนุษย์ได้ในปี 2025

ในปี 2013 รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศโครงการ BRAIN Initiative ซึ่งเป็นการทำแผนที่และทำความเข้าใจกิจกรรมภายในสมองของมนุษย์ มีกำหนดเสร็จสิ้นในปี 2025 เมื่อเข้าสู่ปีสุดท้ายของโครงการ นักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องจะทำสิ่งที่นอกเหนือการวิเคราะห์ด้วย      คาดว่าการวิจัยจะช่วยให้เราสามารถสแกนสมองมนุษย์และระบุปัญหาสุขภาพจิตเช่น PTSD และภาวะซึมเศร้า 

ถ้าหากสิ่งต่างๆ เป็นไปได้ด้วยดี แทนที่จะพูดคุยกับนักบำบัดโรคหรือรักษาด้วยยา พวกเขาอาจอนุญาตให้นักประสาทวิทยาแก้ไขมันได้! แล้วช่วยให้ผู้ป่วยมีสภาวะที่ดีขึ้น เรื่องนี้อาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจประสาทวิทยาศาสตร์ (Neuroscience) ที่อยู่เบื้องหลังสุขภาพจิตอย่างถ่องแท้ เพื่อช่วยแก้ไขสมองใหม่และปัญหาโรคซึมเศร้า

นั่นคือการคาดการณ์ในแง่ดี แต่ในความเป็นจริงนักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะสามารถวัดระดับ PTSD และการเสพติดโดยการสแกนสมองมนุษย์ภายในปี 2025 นับว่าการวิจัยนี้สามารถเปิดศักราชใหม่ของเทคโนโลยีได้ ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจถึงอีกหนึ่งระดับของจิตใจมนุษย์

 


(via:   It's Okay To Be Smart Youtube)
 

นักวิทยาศาสตร์เริ่มฟื้นคืนชีพสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ในปี 2028

Jurassic Park จะไม่เป็นนิยายวิทยาศาสตร์ตลอดกาลอีกต่อไป เมื่อภายในปี 2028    นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถฟื้นฟูสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ได้ อันที่จริงเราอาจต้องรอนานกว่าปี 2028 สักหน่อย ก่อนที่เราจะสามารถนำวิลอซิแรปเตอร์ (Velociraptors) และไทแรนโนซอรัส (Tyrannosaurus rexes) กลับมา    แต่ความก้าวหน้าในการโคลนนิ่งและพันธุวิศวกรรมควรช่วยให้เรานำสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เช่นนกโดโด กลับมาได้

นักวิทยาศาสตร์กำลังทำงานในแนวทางที่แตกต่างกันหลายอย่างเพื่อการฟื้นพันธุ์ (De-extinction) บางคนพยายามใช้วัสดุทางพันธุกรรมของสัตว์ที่สูญพันธุ์เพื่อทำการโคลนนิ่ง ในขณะที่คนอื่นทดลองใช้การคัดเลือกพันธุ์หรือดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อพยายามทำซ้ำสัตว์จากญาติที่ใกล้เคียงที่สุดของมัน

ในตอนแรก เราอาจจะเห็นนกโดโดและเสือแทสเมเนีย 2-3 ตัวในสวนสัตว์ แต่ในอนาคตอาจนำไปสู่ความสำเร็จที่น่าเหลือเชื่อยิ่งขึ้น สิ่งนี้จะเปิดประตูสู่การเกิดใหม่ของสิ่งมีชีวิตยุคก่อนประวัติศาสตร์ และอาจรวมไปถึงมนุษย์ยุคกลางและมนุษย์ยุคหินด้วย!

 


(via: daily express)
 

จุดวิกฤติของประชากรทั่วโลกในปี 2029

นอกจากโคโรน่าไวรัสจะสร้างวิกฤตให้ประชากรโลกในปี 2020 แล้ว ปี 2029 ก็โหดร้ายไม่แพ้กัน จากรายงานของสำนักงานกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (UN Department of Economic and Social Affairs) พบว่าปลายปี 2029 ไปจนถึงปี 2030 หรืออีกสิบปีนับจากนี้ คาดว่าประชากรมนุษย์จะมากถึง 8.5 พันล้านคนทั่วโลก

แน่นอนว่าถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง เตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเลย เราจะต้องการอาหารและพลังงานที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% รวมถึงน้ำจืดอีก 30% ซึ่งถ้าทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของเราขาดแคลนมันจะนำมนุษยชาติไปสู่จุดวิกฤติ ทำให้การขาดแคลนอาหารและน้ำจะกลายเป็นปัญหาที่แท้จริง และในปี 2029 มนุษยชาติจะเริ่มตระหนักว่ามันปัญหาใหญ่เพียงใด!!

“จะไม่มีการล่มสลายอย่างสมบูรณ์” จอห์น เบรดตัน ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของสหราชอาณาจักรคาดการณ์ไว้ “แต่สิ่งต่างๆ จะเป็นที่น่ากังวลอย่างแท้จริงถ้าเราไม่จัดการปัญหาเหล่านี้”

หากเราไม่จัดการกับสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่ตอนนี้ ทศวรรษใหม่ต่อไปอาจนำไปสู่ยุคใหม่ของความขัดแย้งระดับโลก ในขณะที่ตอนนี้ประเทศต่างๆ เริ่มเข้าสู่สงครามเหนือพื้นที่เพาะปลูกและแหล่งน้ำ หากเรายังปล่อยไว้แบบนี้ ปี 2030 ถึง 2039 โลกของเราจะเป็นรุ่งอรุณแห่งยุคสงครามเหมือนอย่างนิยายแนวล้างโลกที่เราเคยอ่าน

……

เป็นอย่างไรบ้างคะกับเรื่องราวที่พี่นำมาฝากในวันนี้ แต่ละอย่างอาจเคยผ่านหูผ่านตาจากนิยายไซไฟแฟนตาซีมาแล้วบ้าง ทั้งเครื่องอ่านใจคน ปัญหามนุษย์ล้นโลก หรือไปเหยียบดาวอังคาร นับว่ามนุษย์เรานี่เก่งมากเลยนะ สร้างสรรค์สิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ให้เป็นไปได้ พี่น้ำผึ้งเชื่อว่ายังมีสิ่งต่างๆ อีกมากมายในนิยายไซไฟแฟนตาซีที่สามารถเกิดขึ้นจริง เราแค่รอให้นักวิทยาศาสตร์ประดิษฐ์มันขึ้นมา หรือเรานี่แหละเป็นนักประดิษฐ์เอง! น้องๆ คิดอย่างไรกันบ้างคะ? อย่าลืมแชร์ให้พี่ฟังด้วยนะ  ^ ^

 

พี่น้ำผึ้ง  :)



 

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.sciencealert.com/scientists-have-invented-a-mind-reading-machine-that-can-visualise-your-thoughts-kind-of
https://www.independent.co.uk/news/science/read-your-mind-brain-waves-thoughts-locked-in-syndrome-toyohashi-japan-a7687471.html
https://techcrunch.com/2019/01/08/baidu-announces-apollo-enterprise-its-new-platform-for-mass-produced-autonomous-vehicles/
https://www.businessinsider.com/elon-musk-plans-1-million-people-to-mars-by-2050-2020-1
https://www.wsj.com/articles/meet-the-scientists-bringing-extinct-species-back-from-the-dead-1539093600
https://www.smithsonianmag.com/science-nature/these-are-extinct-animals-we-can-should-resurrect-180954955/
https://www.un.org/development/desa/en/news/population/world-population-prospects-2017.html
https://www.theguardian.com/global-development/datablog/2016/jun/28/over-populated-or-under-developed-real-story-population-growth
http://news.bbc.co.uk/2/hi/uk/7951838.stm
https://www.fromthegrapevine.com/innovation/worlds-first-all-electric-airplane-alice-eviation-aircraft-paris-air-show

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #คำทำนาย #นิยายทำนายอนาคต #ดาวอังคาร #นิยายแนวไซไฟ #ไซไฟ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป