/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน นโยบายคุกกี้ ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม

มาขายกัน!!! รวมเทคนิคสร้างรายได้จากการ “ขายนิยาย” พร้อมมัดใจนักอ่าน []

วิว
รวมเทคนิคสร้างรายได้จากการ
“ขายนิยาย”
พร้อมมัดใจนักอ่าน
     
                    สวัสดีค่ะนักเขียนเด็กดีทุกท่าน วันนี้ทีมไรเตอร์มี สารพัดเทคนิคสร้างรายได้จากการขายนิยายมาฝาก หลายท่านอาจยังไม่รู้ว่าการขายนิยายกับ Dek-D สร้างรายได้ให้มากกว่าที่คิด อย่างสถิติของปี 2019 ที่ผ่านมา นักเขียนที่สร้างรายได้สูงสุดของ Dek-D ได้รับเงินจากการขายนิยายไปมากกว่า 800,000 บาท! อ่านสถิติปี 2019 ย้อนหลังได้ที่นี่    แต่ไม่แน่ว่านักเขียนท่านที่กำลังอ่านบทความอยู่ขณะนี้ อาจเป็นคนต่อไปก็ได้
                    และเชื่อว่าหลายท่านยังมีความกังวลว่าถ้าเปิดขายนิยายแล้ว คนอ่านจะหนีมั้ย จะทำให้คนไม่อยากอ่านนิยายที่เราอุตส่าห์ตั้งใจเขียนแทบแย่หรือเปล่า ทีมงานก็เลยจะแถมเทคนิคมัดใจนักอ่านให้ด้วยค่ะ แต่จะมีอะไรบ้างตามมาดูกันเลย
 

1. ขายแบบแพ็กเกจ VS ขายแบบตอนอ่านล่วงหน้า

                   สำหรับนักเขียนที่อยากจะเปิดขายนิยายบนเว็บไซต์ Dek-D หลายคนอาจเกิดความลังเลใจว่า จะเปิดขายนิยายแบบไหนดีนะ ระหว่างตั้งขายแบบแพ็กเกจ หรือขายแบบตอนอ่านล่วงหน้า จริงๆ แล้วคำถามนี้ ไม่มีคำตอบตายตัวค่ะ เพราะการขายทั้ง 2 แบบต่างก็มีข้อดีที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนักเขียนเลยค่ะ ว่าการขายแบบไหนถึงจะเหมาะกับนิยายของเรา

                   แต่ไม่ว่าจะขายแบบแพ็กเกจ หรือตอนอ่านล่วงหน้า ต่างก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันนะคะ ดังนั้นทีมไรเตอร์จะขอพาไปทำความรู้จักการขายแต่ละแบบและเทคนิคการตั้งราคา เพื่อประกอบการตัดสินใจกันค่ะ
 
เริ่มจาก “ตอนอ่านล่วงหน้า”
                   หากนิยายเรื่องไหนเพิ่งลงให้อ่านแบบจำนวนตอนยังไม่เยอะมาก เนื้อเรื่องยังไปไม่ไกล แต่ถึงจุดที่(คิดว่า)สนุกแล้ว ก็อาจเริ่มลองขายนิยายแบบตอนอ่านล่วงหน้า เพื่อโอกาสในการสร้างรายได้ และเพิ่มทางเลือกให้กับนักอ่านดูก่อนค่ะ นักอ่านคนไหนสะดวกให้กำลังใจก็สามารถเปย์ได้ทันที ส่วนคนไหนยังไม่สะดวก ก็สามารถรออ่านฟรีได้ตามปกติตามจำนวนวันที่เราตั้งไว้ เรียกว่า win win ทั้งสองฝ่าย
                   ที่สำคัญเมื่อมีคนติดตามนิยายเราเยอะแล้ว หรือเรื่องเริ่มเข้าสู่ไคลแมกซ์ก็ส่งนิยายเข้ามาขายแบบแพ็กเกจได้อีกต่างหาก เพราะการเปิดขายตอนอ่านล่วงหน้า อาจมีโอกาสที่นักอ่านจะเทนิยายเราทิ้งกลางทาง แล้วหันไปซบเรื่องอื่นได้เหมือนกัน(ช้ำใจ) ทีมไรเตอร์จึงขอแนะเคล็ดลับเล็กๆ ให้ว่าหลังจากเปิดขายแบบตอนอ่านล่วงหน้าไปแล้วสักระยะแล้วนั้น ลองเปิดขายแบบแพ็กเกจดูด้วยก็ได้นะคะ
      
การตั้งราคาตอนอ่านล่วงหน้า
                   แน่นอนว่าการตั้งราคาตอนอ่านล่วงหน้านั้น จะต้องตั้งให้ถูกกว่าแบบแพ็กเกจ ซึ่งราคาต่อตอนที่ขายดี อ้างอิงจากข้อมูลเชิงสถิติพบว่าอยู่ที่ไม่เกิน 8 coinต่อตอน ซึ่งเป็นราคาที่นักอ่านรู้สึกว่าจ่ายได้ง่ายๆ ดังนั้นแล้วใครอยากตั้งตามนี้ก็จัดไป หรือจะตั้งตามสะดวกของตัวเองก็ได้ค่ะ
      
   
                  
ต่อกันที่ “แพ็กเกจ”
                   นิยายเรื่องไหนที่เปิดให้อ่านฟรีไปเยอะแล้ว หรือเปิดขายแบบตอนอ่านล่วงหน้ามาสักระยะ จนเนื้อเรื่องมาไกลพอสมควร ก็สามารถส่งนิยายเข้ามาขายแบบแพ็กเกจได้ เพราะนักอ่านส่วนใหญ่จะเกิดมั่นใจว่านิยายของเราคือเรื่องที่ใช่(ไม่อย่างนั้นคงไม่ตามอ่านมาตั้งนาน) และอยากซื้อเพื่อได้อ่านทีเดียวจบแบบไม่ค้างคา
                   เปรียบเสมือนหนังสือสักเล่มหนึ่งในงานสัปดาห์หนังสือ ที่เมื่อผู้อ่านซื้อแล้วจะอ่านหรือไม่อ่านก็เท่ากับว่าเราได้ขายตามราคาที่ต้องการไปเรียบร้อยนั่นเอง การขายแบบนี้จึงดีมากๆ ตรงที่นักเขียนได้รับรายได้มากกว่าแบบตอนอ่านล่วงหน้า
         
การตั้งราคาแพ็กเกจ
                   สำหรับการตั้งราคาแบบแพ็กเกจ แน่นอนว่าสามารถตั้งราคาให้สูงกว่าขายตอนอ่านล่วงหน้าพอสมควร แต่หากราคาสูงเกินไปนักอ่านมาเห็นอาจจะตกใจแล้วถอยกลับไปตั้งหลัก(โดยไม่กลับมาอีกเลย)ก็ได้ ทีมไรเตอร์เลยอยากระซิบบอกเบาๆ ว่าราคาเฉลี่ยของแพ็กเกจขายดีจะอยู่ที่ไม่เกิน 200 Coins หรือนักอ่านจ่ายประมาณไม่เกิน 100 บาทต่อ 1 แพ็กเกจนั้นเองค่ะ
                   นอกจากนี้ยังมีทริคเล็กๆ น้อยๆ มาฝากเพิ่มเติม นั่นคือการกระจายแพ็กเกจขาย ยกตัวอย่างเช่น นักเขียนอยากขายในราคา 400 coin ก็อาจแบ่งขายออกเป็น 2 แพ็ก แพ็กละ 200 coin เพื่อให้นักอ่านรู้สึกว่าเป็นราคาที่เอื้อมถึง โอกาสที่จะขายก็เพิ่มขึ้นตามแล้วค่ะ
                  เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ทีมไรเตอร์จึงขอยกตัวอย่างข้อดี-ข้อเสีย ของทั้งการขายแบบแพ็กเกจเดียว และกระจายเป็นหลายแพ็กเกจ ช่วยประกอบการตัดสินใจกันนะคะ
     
ตั้งขายแพ็กเดียว (ยกตัวอย่าง 400 coin)
                  ข้อดี คือ   นักอ่านซื้อทีเดียวจบ ไม่ต้องลุ้นว่าแพ็กเกจต่อไปจะขายได้มั้ย แต่ข้อเสียคือนักอ่านอาจรู้สึกว่าแพง ทำให้ตัดสินใจซื้อยาก บางคนอาจจากไปโดยไม่แม้กระทั่งลองอ่านก่อน  
      
      
      
ตั้งราคาเฉลี่ยเป็นหลายแพ็ก  (ยกตัวอย่าง 2แพ็ก แพ็กละ 200 coin) 
                  ข้อดีคือ  นักอ่านตัดสินใจซื้อง่ายกว่าเพราะรู้สึกราคาเอื้อมถึง   แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกัน เพราะมีโอกาสที่นักอ่านอาจซื้อแค่แพ็กแรก
      
      
      
       
2. รักษาระยะห่างของแพ็กเกจ ไม่ตั้งขายแพ็กถี่เกินไป!
                   กรณีนักเขียนคนไหนขายหลายแพ็กเกจ เพราะนิยายมีหลายภาค หรือใช้เทคนิคกระจายแพ็ก ทีมไรเตอร์ขอแนะนำสักนิด ว่าให้มีระยะห่างระหว่างแต่ละแพ็กเกจ ด้วยการเว้นตอนไว้ให้ทดลองอ่านฟรี ไม่อย่างนั้นลองนึกภาพตาม นักอ่านเปิดนิยายเข้ามาเจอแพ็กเกจตั้งติดกันเป็นพรืด คงตกใจมากแน่ๆ บางคนอาจจะไม่แม้แต่ทดลองอ่านนิยายของเราด้วยซ้ำ(เสียใจ) เพราะงั้นเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัยสักนิดนึงดีกว่านะคะ
 
     
      
 
3. เทคนิคลงท้ายด้วยเลข 9
                   อันนี้ไม่ใช่หลักโหราศาสตร์ หรือเลขมงคลนำโชคอะไรแบบนั้น แต่มันเป็นหลักจิตวิทยา ที่การตั้งราคาลงท้ายด้วยเลข 9 จะทำให้นักอ่านรู้สึกว่าได้ซื้อในราคาไม่แพง เช่น แพ็กเกจราคา 99 coin กับ 100 coin นักอ่านจะรู้สึกว่า 99 coin นั้นถูกกว่า 100 coin มาก ทั้งที่จริงต่างกันแค่ 1 coin เท่านั้น!
                   หลายคนอาจคิดว่าเพราะลดจากหลักร้อยมาหลักหน่วยก็เลยรู้สึกว่าถูกมากน่ะสิ ที่จริงก็มีส่วนค่ะแต่ไม่ใช่ทั้งหมด งั้นมาดูกันอีกสักตัวอย่าง ระหว่างราคา 199 coin กับ 200 coin ต่างกันแค่ coin เดียวเหมือนกัน แต่ในความรู้สึก 199 coin จะเหมือนถูกและช่วยให้ตัดสินใจซื้อง่ายกว่าอยู่ดีใช่มั้ยคะ
                   แน่นอนว่านักเขียนสามารถนำเทคนิคนี้ไปใช้ได้กับทุกการตั้งราคาเลยนะคะ เช่นลองตั้งราคา 149 coin แทนที่จะตั้ง 150 coin ก็ยังให้ความรู้สึกว่าถูกลงกว่ามากอยู่ดีค่ะ!
 
        
     
      
4. เพิ่มมูลค่าแพ็กเกจด้วยการใส่ใจในรายละเอียด
                   อันนี้ไม่เชิงเป็นวิธีตั้งราคาซะทีเดียว แต่เป็นวิธีเพิ่มมูลค่าแพ็กเกจ เพื่อให้นักอ่านรู้สึกยังรับได้ แม้ว่าจะขายในราคาที่สูงขึ้นอีกสักนิด ส่วนนักเขียนจะทำอะไรเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าได้บ้าง ทีมไรเตอร์ขอแบ่งออกมาเป็นข้อๆ ให้ดูกันค่ะ
        
- อนุญาตให้ดาวน์โหลดได้ทั้งเรื่อง
                   การอนุญาตให้นักอ่านสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งเรื่อง คือการเปิดให้นักอ่านสามารถดาวน์โหลดเนื้อหานิยายทั้งในแพ็กเกจ และตอนฟรีเอาไว้อ่านแบบออฟไลน์ ซึ่งก็นับว่าเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าแก่แพ็กเกจ เพราะทำให้นักอ่านสามารถอ่านนิยายได้ แม้จะไม่มีอินเตอร์เน็ตนั่นเองค่ะ
       
 
- ตรวจทานคำผิด
                   อันนี้จะเป็นการเพิ่มมูลค่าในเชิงอรรถรสการอ่านค่ะ หากนักเขียนมีการตรวจทานเนื้อหานิยาย ไม่มีคำผิดที่อาจทำให้การอ่านสะดุดแล้วละก็นักอ่านจะรู้สึกคุ้มค่ามากขึ้น และกล้าซื้อในราคาที่สูงขึ้นตามด้วยค่ะ
      
- หน้าปกสวยๆ ช่วยได้
                   เหมือนเวลาที่เราจะซื้อหนังสือสักเล่ม หากหนังสือเล่มไหนรูปปกสวยถูกใจ ย่อมเรียกความสนใจจากเราได้ แม้ว่าจะแพงขึ้นอีกสักหน่อยเราก็ยอมจ่าย แพ็กเกจนิยายก็เช่นกัน นักเขียนคนไหนพอมีความทักษะก็สามารถทำปกขึ้นมาเองได้เลยค่ะ ส่วนคนไหนไม่ถนัด ก็อาจไปหาจ้างคนมาทำปกสวยๆ ให้ก็ได้ แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคนเลยค่ะ
      
- แต่งให้จบเรื่อง
                   เพราะนิยายบางเรื่องอาจมีหลายภาค แน่นอนว่าสามารถส่งมาขายแบบแพ็กเกจทีละภาคได้ แต่เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักอ่านที่ติดตามนิยายของเรา หากนักเขียนแต่งนิยายจนจบบริบูรณ์ นักอ่านจะกล้าซื้อโดยไม่ห่วงว่าจะค้างคา แถมยังสร้างความเชื่อมั่นเมื่อนักเขียนมีผลงานเรื่องใหม่ได้ด้วยนะคะ
      
      
     
5. ตั้งราคาให้เหมาะสมกับปริมาณเนื้อหา
                   และสำหรับข้อสุดท้ายนี้ หากนักเขียนคนไหนยังไม่แน่ใจว่า นิยายของเราควรจะตั้งราคาเท่าไหร่ดี เว็บไซต์ Dek-D มีระบบแนะนำราคา ที่จะช่วยแนะนำราคาขายที่เหมาะสมกับปริมาณเนื้อหาให้ นักเขียนสามารถลองตั้งราคาตามที่ระบบแนะนำได้นะคะ หรืออาจจะลองปรับให้แพงขึ้นหรือถูกลงตามความพึงพอใจของนักเขียนได้เลยค่ะ
 
 
       
                   เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ “เทคนิคสร้างรายได้จากการ “ขายนิยาย” พร้อมมัดใจนักอ่าน” ที่ทีมไรเตอร์นำมาฝาก แน่นอนว่านี่เป็นเพียงข้อแนะนำเท่านั้น นักเขียนไม่จำเป็นต้องทำตามเป๊ะๆ หมดทุกอย่าง และสามารถปรับใช้ได้ตามที่คิดว่าสะดวกเลยค่ะ
                   แต่หากทำตามครบทุกข้อที่ทีมไรเตอร์แนะนำรับรองว่ารายได้จากการขายนิยายของทุกท่านต้องเพิ่มขึ้น และมัดใจนักอ่านเอาไว้ได้มากกว่าเดิมแน่ๆ เผลอๆ คุณอาจเป็นนักเขียนคนต่อไปที่ทำรายได้สูงสุดประจำปีนี้ก็ได้นะคะ!
      
พี่โบตัน
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=bow_

พี่โบตัน - ผู้เขียน

Programmer เว็บไซต์ Dek-D.com

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ตั้งราคา #แพ็กเกจ #package #ตอนอ่านล่วงหน้า #เทคนิค #นักอ่าน #นักเขียน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?