/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

"แรมกาล" นักเขียนผู้มอง "นิยายออนไลน์" เป็นเวทีที่เปิดกว้างให้กับทุกคน []

วิว

ก้าวแรกมักเริ่มยากเสมอ แต่ถ้าไม่ยอมก้าว ก็คงไม่ได้เดินจนถึงฝันสักที

แรมกาล 


สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน หากใครชอบอ่านนิยายรักแฟนตาซี และเข้าไปหานิยายในหมวดนี้มาอ่านกันคิดว่าจะต้องคุ้นเคยกับนักเขียนนาม “แรมกาล” คนนี้ไม่มากก็น้อย เพราะแรมกาลมักจะวนเวียนเขียนนิยายอยู่ในหมวดนี้เป็นประจำ ทั้งนิยายของเธอยังมีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ว่าจะเป็นพล็อตที่มีเค้าโครงของตำนานที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ เช่น  เฮอร์คิวลีส สปาร์ตาคัส ตำนานกษัตริย์อาเธอร์ เป็นต้น ซึ่งหลังจากได้พูดคุย พี่หญิงก็ได้พบว่านอกจาก “แรมกาล” จะเป็นนักเขียนที่อยู่คู่กับเด็กดีมานานแล้ว เธอยังเป็นทั้งนักเขียนและนักแปลที่มีผลงานออกมาให้เราได้ชื่นชมอยู่เรื่อยๆ ไม่ขาดตอนอีกด้วย และวันนี้เราจะมาทำความรู้จักนักเขียนคนนี้กันค่ะ 
 


“แรมกาล”นักแปลภาษาและนักเขียนนิยาย

สวัสดีค่ะ ทุกคน แรมกาล ชื่อหทัยชนก พยัตตานนท์ ชื่อเล่นว่า เบส    นะคะ ^^

ตอนนี้เบสทำงานเป็นนักแปลภาษาและนักเขียนนิยาย ผลงานในนามปากกาแรมกาล ตอนนี้มีทั้งหมด 8 เรื่องแล้วค่ะ ได้แก่ หวานใจจอมราชัน, หวานใจโจรสลัด, ตะลุยรักแดนคาวบอย 1-2, มิติรักอัศวินโต๊ะกลม, ข้ามภพมาป่วนเฮอร์คิวลีส, Hades Slave พันธะฮาเดส, Lady Moon โจรสาวทะลุมิติ และเรื่องล่าสุดที่กำลังเขียนคือ ข้ามเวลามาเป็น…กลาดิเอเตอร์

นามปากกา แรมกาล ผุดขึ้นด้วยความตั้งใจที่อยากจะเขียนนิยายแนวข้ามเวลาโดยเฉพาะ คำว่า ‘แรม’ หมายถึงการแวะพัก ค้างคืน และ ‘กาล’ หมายถึงเวลา นามปากกาแรมกาลนี้จึงมีจุดประสงค์ที่ต้องการจะพานักอ่านไปแวะพักค้างคืนในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต

จุดเริ่มต้นการเขียนนิยาย ใช้เวลานึกนานนิดหนึ่งค่ะ เพราะมันนานเหลือเกิน ฮ่า

จุดเริ่มต้นการเขียนนิยายจริงๆ เริ่มมาตั้งแต่สมัยม.ต้นเลยค่ะ ช่วงนั้นค่อนข้างหมองหม่น คือมีปัญหากับกลุ่มเพื่อนในห้อง และโดนแอนตี้ วัยเด็กสำหรับเบสเป็นอะไรที่ทรมานมาก  การไปโรงเรียนไม่มีความสุขเลย เหมือนอยู่ตัวคนเดียว ทำให้เบสหันไปอ่านนิยายจนติดงอมแงม เพราะรู้สึกว่ามันเป็นทางเดียวที่ช่วยเยียวยาเราในช่วงที่ต้องอยู่ในโรงเรียน เบสรู้สึกว่าโลกในนิยายสวยงามกว่าโลกแห่งความจริง

หลังจากอ่านไปสักพัก ก็เริ่มจินตนาการต่อเอง แต่งเรื่องของตัวเองในแบบที่นางเอกมีความกล้าหาญ เบสเขียนใน Microsoft Word แล้วเก็บไว้อ่านเพียงลำพัง (สมัยนั้นไม่มีเว็บไซต์ให้ลงนิยายอย่างทุกวันนี้ /// ตอกย้ำอายุอีกแล้ว) ช่วงเวลาที่เขียน เบสมีความสุขมาก มันเหมือนกับเบสได้ปลดปล่อยความเศร้า ได้เยียวยาแผลใจ ทุกวันมีกำลังใจอยากจะรีบกลับจากโรงเรียน เพื่อเข้าไปในโลกนิยายของตัวเอง

แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่น่าจดจำนัก แต่ก็ต้องขอขอบคุณประสบการณ์ต่างๆ และขอขอบคุณตัวเองในวันนั้น ที่เลือกเยียวยาหัวใจตัวเองผ่านการเขียนนิยาย ทำให้กลายเป็นนักเขียนอย่างทุกวันนี้
 

นักเขียน VS นักแปล

เบสคิดว่านักแปลและนักเขียนมีข้อแตกต่างอยู่บ้าง สำหรับนักแปล เราแปลงานตามต้นฉบับที่มีให้มาอยู่แล้ว ความยากคือเราต้องเลือกใช้คำที่เหมาะกับบริบทและผู้อ่าน เราแทบไม่สามารถเพิ่มจินตนาการส่วนตัวลงไปได้ ในขณะที่การเป็นนักเขียน เราสร้างเนื้อเรื่องเอง ใส่จินตนาการเองได้เองตามความชอบ แต่ทั้งสองอาชีพก็มีความเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือต้องถ่ายถอดประโยคออกมาให้ได้ใจความที่เหมาะสมกับคนอ่านค่ะ

งานแปลคือพื้นที่หาไอเดียใหม่ๆ

สำหรับเบส งานแปลส่วนใหญ่ที่เบสได้รับจะเกี่ยวกับแนวธุรกิจ การตลาด พัฒนาตัวเอง คู่มือไอทีทั่วไป แทบไม่เกี่ยวกับนิยายเลย แต่เบสคิดว่าการได้แปลงาน ก็ช่วยทำให้เบสรอบคอบขึ้น ได้ฝึกใช้ภาษา ฝึกเรียบเรียงประโยค ฝึกค้นหาข้อมูล และได้ความรู้เพิ่มขึ้น ฉะนั้นเบสคิดว่าอาชีพนักแปลก็ช่วยส่งเสริมการเป็นนักเขียนอยู่บ้างค่ะ

ถ้าเทียบงานแปลกับงานเขียนชอบงานไหนมากกว่ากัน ตอบว่าชอบทั้งสองงานได้ไหมคะ ? 555 แต่ถ้าเลือกได้เพียงงานหนึ่ง ก็คงตอบว่าชอบงานเขียนมากกว่านี้ เพราะรู้สึกว่างานเขียนสนุกกว่า เราได้สร้างเรื่องราวของเราเอง ได้เติมแต่งจินตนาการลงไป มันผ่อนคลายและยืดหยุ่นมากกว่างานแปลค่ะ แต่งานแปลก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะคะ เพราะบางครั้งงานแปลก็ทำให้เกิดงานเขียนด้วย อย่างเรื่องข้ามภพมาป่วนเฮอร์คิวลีส พล็อตเรื่องนี้ก็ได้มาจากตอนที่แปลบทความแนวพัฒนาตัวเอง ในต้นฉบับมีประโยคประมาณว่า คุณเองก็แข็งแกร่งเหมือนเฮอร์คิวลีสได้ ขอแค่คุณเชื่อมั่นในตัวเอง ตอนนั้นก็งงว่าทำไมต้องเปรียบเป็นเฮอร์คิวลีส แค่เพราะกล้ามใหญ่ทรงพลังเหรอ ? ก็เลยไปหาข้อมูลต่อ ทำให้ได้รู้จักกันมากขึ้น และได้รู้จัก 12 ภารกิจสุดอันตรายของเฮอร์คิวลีส จึงเป็นที่มาของนิยายเรื่องข้ามภพมาป่วนเฮอร์คิวลีส


คอมเมนต์จากนักอ่านทำให้ได้ตีพิมพ์นิยายเรื่องแรก

เบสเริ่มโพสต์นิยายลง Dek-D อย่างจริงจังครั้งแรกตอนม.6 ตอนนั้นเขียนเพราะความชอบล้วนๆ ชอบแนวผู้หญิงแกร่ง (เรื่องแรกของเบส นางเอกเป็นนักฆ่า ฮ่าๆ) หลังจากนั้นก็มีคอมเมนท์หนึ่งที่ชื่อว่า Habee แนะนำให้เบสส่งสำนักพิมพ์ คำพูดนั้นจุดประกายขึ้นมา ทำให้เบสมุ่งมั่นเขียนจนจบและส่งสำนักพิมพ์ จนได้ตีพิพม์ เรื่องแรกในชีวิตคือ ‘เผด็จสวาทมาเฟีย’ นามปากกา Paparazzzi

นอกจากนี้ยังมีนามปากกาอื่นๆ อีกมากมาย เพราะบางสำนักพิมพ์ต้องการให้เราเปลี่ยนนามปากกา บางครั้งเบสเปลี่ยนแนวเขียน ก็ต้องเปลี่ยนนามปากกาเช่นกัน

เบสวนเวียนอยู่ในแวดวงนักเขียนนิยายมาตั้งแต่ช่วงที่หนังสือนิยายแนวสวาท-ทาสรัก-ซาตาน-ฮิตมาก ช่วงที่งานหนังสือเป็นเรื่องแสนสนุกสุดตื่นเต้น นักเขียนนักอ่านพบปะกัน จนถึงช่วงขาลงของวงการหนังสือ สำนักพิมพ์หลายแห่งทยอยปิดตัว ในตอนนั้นเบสเน้นซุ่มเขียนแล้วส่งต้นฉบับทีเดียว พอไม่มีสำนักพิมพ์รับงาน ก็ทำให้หยุดเขียนไป เพราะในตอนนั้นยังไม่มีระบบเปิดขายนิยายออนไลน์ประจวบเหมาะกับตอนนั้นเรียนจบพอดี จึงหันไปทำงานประจำ

ตลอดเวลาที่ทำงานประจำ ก็ยังคงคิดถึงการเขียนนิยายแต่การจะกลับมาเริ่มใหม่ ไม่ง่ายเลยค่ะ เพราะเหมือนว่าอะไรๆ ก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว โลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นแม้เบสจะเคยตีพิมพ์มาหลายเรื่อง แต่เนื่องจากในอดีต เบสไม่เคยสร้างตัวตนในโลกออนไลน์เลย ไม่ได้อัพนิยาย ทำให้ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีความผูกพันระหว่างนักเขียน-นักอ่านตัวเราเองก็ไม่ผูกพันกับสิ่งที่เขียนไป

การกลับมาครั้งนี้ เบสต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ต้องปรับทัศนคติ ต้องพาตัวเองเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้นต้องจริงจังมากขึ้น และต้องมีแนวทางที่ชัดเจนว่าจะเขียนสไตล์ไหนกันแน่ (และใช้นามปากกาเดียว ฮ่าๆ)

สำหรับนามปากกาแรมกาล มีทั้งหมด 7 เรื่องที่ตีพิมพ์แล้วค่ะ เรื่องแรกคือ หวานใจจอมราชัน (ตีพิมพ์สำนักพิมพ์ Sugarbeat) ปี 2558 จำได้ว่าตอนนั้นนั่งดูสารคดีเกี่ยวกับอาณาจักรมายันเป็นอาณาจักรโบราณในอเมริกากลางที่เคยรุ่งโรจน์ช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาลถึงประมาณค.ศ. 1500 เบสรู้สึกตื่นเต้นกับความลึกลับซับซ้อน รู้สึกว้าวกับสิ่งก่อสร้างเวอร์วังอลังการอย่างมหาวิหารสูงเฉียดฟ้าทั้งที่ไม่มีเครื่องมือทันสมัย คิดต่อยอดไปว่าถ้าได้ย้อนไปในยุคนั้นคงจะสนุกไม่น้อย ถ้ามีเจ้าชายมะรุมมะตุ้มก็คงจะฟินสุดๆ ก็เลยปิ๊งไอเดียขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มหาข้อมูล ร่างไอเดียออกมา จนออกมาสำเร็จในที่สุด



 

นิยายก็คืองานศิลปะ

นิยายที่ดีคือนิยายที่เราคิดว่าดีค่ะ (เปล่ากวนนะ!) คือเบสคิดว่านิยายก็คืองานศิลปะชิ้นหนึ่ง ไม่มีสูตรตายตัว ขอแค่เป็นนิยายที่ผู้เขียนรู้สึกรัก รู้สึกเชื่อมั่น เห็นทีไรก็ยิ้มและอยากหยิบมาอ่านเสมอไม่สำคัญว่านิยายเรื่องนั้นจะเป็นแนวไหน เกี่ยวกับอะไร ขอแค่ถ่ายทอดออกมาให้ดีที่สุดในแบบที่เราเชื่อมั่น เบสเชื่อว่าคนอ่านจะสัมผัสและอินไปกับเรา นั่นแหละคือนิยายที่ดีสำหรับเบส

นิยายของแรมกาลเป็นเรื่องเกี่ยวกับการข้ามเวลา ฉะนั้นอุปสรรคใหญ่ๆ คือการหาข้อมูลรายละเอียดอย่างเช่นพวกเสื้อผ้า หน้าผม อาหารการกิน ข้าวของเครื่องใช้ ลักษณะเมือง การบรรยายก็ยากไม่แพ้กัน ถ้าบรรยายเยอะเกินไป ก็อาจทำให้คนอ่านหลับได้เนื่องจากสไตล์นิยายของเบสจะเป็นแนววัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่หัวใจฟรุ้งฟริ้ง แต่ถ้าบรรยายน้อยเกินไป คนอ่านก็อาจจะไม่เห็นภาพ

การแก้ปัญหาก็คือ อ่านข้อมูลให้เยอะ แล้วเลือกหยิบอันที่เหมาะสมมาใช้ให้เข้ากับนิยาย

สําหรับเบสการเขียนนิยายยากตรงการเอาชนะใจตัวเองค่ะ เอาชนะใจในที่นี้หมายถึงทุกๆ เรื่อง ทั้งความท้อ ความขี้เกียจ ความสับสน ฯลฯ แต่ทุกปัญหามีทางแก้เสมอค่ะ ถ้าขี้เกียจเขียน ก็ยอมให้ตัวเองพักบ้าง เปลี่ยนไปอ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ดูหนัง ฟังเพลง แต่ถ้าวันต่อๆ ไปยังขี้เกียจอีก เอ่..อันนี้คงต้องมานั่งจับเข่าคุยกันแล้วค่ะ ว่ามันยังไง

ป้องกันการออกทะเลด้วยการวางแผน 

เบสคิดว่าการเขียนนิยายก็เหมือนกับการเดินทางแบบวางแผน ก่อนอื่น เราต้องรู้คร่าว ๆ ว่าเราจะไปไหน ไปยังไง แวะที่ไหนบ้าง จะได้ไม่หลงค่ะ ^^

วิธีที่เบสใช้เพื่อไม่ให้ออกทะเลคือ เบสจะคิดเรื่องย่อมาก่อนค่ะ เช่น เรื่องตะลุยรักแดนคาวบอย ตอนนั้นมีไอเดียแค่ว่าอยากไปในยุคคาวบอย จากนั้นก็เริ่มหาข้อมูลว่ายุคคาวบอยมีอะไรบ้าง...มีคาวบอย มีนักล่าค่าหัว มีอินเดียนแดง มีการต่อสู้... แล้วก็เริ่มเรียบเรียงออกมา ร่างพล็อตคร่าว ๆ  เริ่ม >กลาง >จบ แล้วค่อยเพิ่มรายละเอียดไปในแต่ละช่วง เช่น ตอนที่ 1 แข่งขี่ม้า > ขี่ไล่คู่แข่งที่ฆ่าพ่อตัวเอง >เข้าไปในช่องเขา >โผล่มาในยุคอดีต>จากนั้นเบสก็ค่อยเริ่มเขียนใส่ word ซึ่งเบสว่าวิธีนี้จะช่วยให้เราไม่หลงทางไปไกลมากนัก

นอกจากนี้ เบสยังมีอีกวิธี คือหาเพลงประจำนิยายค่ะ นิยายทุกเรื่องที่เบสเขียน จะมีเพลงประกอบนิยาย เวลาอาบน้ำ ออกกำลังกาย ก่อนนอน หรือหัวตื้อ เบสก็เปิดเพลงนั้นฟังวนไป ฟังแล้วจินตนาการถึงเรื่องราวในนิยายตั้งแต่ฉากเริ่มจนจบ คิดซ้ำๆ ภาพเดิมๆ ก็พอจะทำให้เห็นฉากต่างๆ ของนิยาย ถ้าวันไหนเหนื่อยหรือท้อ ก็จะฟังเพลงนั้น แล้วก็จะรู้สึกอยากแต่งให้จบเหมือนกับเพลงนั้นค่ะ


“หวานใจโจรสลัด”
จุดเริ่มต้นที่ทำให้นักอ่านรู้จักแรมกาล

นับตั้งแต่เขียนมา เบสชอบเรื่อง “หวานใจโจรสลัด” ที่สุด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองของแรมกาลและเป็นเรื่องที่ทำให้นักอ่านเริ่มรู้จักแรมกาลมากขึ้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ‘มิรา’ เด็กสาววัยสิบแปดปีที่หลุดเข้าในศตวรรษที่ 17 สู่ยุคทองของโจรสลัด และได้ไปพัวพันกับสามโจรสลัดเลื่องชื่ออย่าง ไกเซอร์ แบล็ค (#โจรสลัดสุดโหด ฟันคอก่อนถาม), ฟรานซิส เลอวู้ด (#โจรสลัดสุดถ่อย ต่อยก่อนเจรจา), เฮนรี่ ทิว (#โจรสลัดสุดหื่น ลากขึ้นเตียงก่อนคุย) และเรือโทคริสเตอร์ เลอแกน (#ทหารเอกแห่งอังกฤษ นักล่าโจรสลัดเลื่องชื่อ)

สาเหตุที่เบสชอบเรื่องนี้ เพราะรู้สึกว่าทุกอย่างกลมกล่อมกำลังดี เนื้อหากระชับ ไม่มีดราม่า มีภารกิจให้ลุ้น มีฉากวายป่วงชวนฮาพาฟิน ในส่วนคาแรกเตอร์ของมิราก็ไม่เด็กและไม่โตเกินไป มีซีนเท่ ๆ ให้ชวนกรี๊ด และมีซีนซึน ๆ ให้ชวนฟิน หนุ่ม ๆ ในเรื่องก็งานดีทุกคน (อวยลูกตัวเองอีกแล้ว ><)

ส่วนเรื่องล่าสุดที่กำลังเขียนคือ ข้ามเวลามาเป็น...กลาดิเอเตอร์ เป็นเรื่องราวของเรนะ...ทายาทสาวจากตระกูลซามูไรเบอร์หนึ่งของญี่ปุ่นที่จับพลัดจับพลูย้อนเวลาไปในยุคโรมันเมื่อสองพันปีก่อน พร้อมภารกิจตามหากลาดิเอเตอร์ชื่อโรมิลุสหรือชายที่ในตำนานจริงเรียกว่าสปาร์ตาคัส เขาคือผู้ที่พลิกตัวเองจากทาสชาวเธรซผู้ต้อยต่ำ สู่ยอดกลาดิเอเตอร์แห่งโรม และกลายเป็นขุนศึกผู้นำกองทัพทาสต่อต้านโรมันอย่างดุเดือด ตำนานกล่าวไว้ว่าโรมิลุสจะตายในตอนจบ งานนี้เรนะจึงต้องหาทางช่วยขณะเดียวกันก็ต้องเอาตัวรอดท่ามกลางกลาดิเอเตอร์กล้ามแน่นแซบทรวงรับประกันความเท่ของนางเอกและความฟินของหนุ่ม ๆ ค่ะ ><


 เขียนอิงตำนาน
ยากตรงต้องหาวิธีเขียนออกมาให้น่าสนใจ

เบสชอบเขียนแนวข้ามเวลา เพราะรู้สึกว่าน่าสนุก+อยากแบ่งปันให้คนอื่นได้สนุกด้วย   มันเหมือนกับเราได้หลบหนีจากโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แวะไปพักผ่อนในห้วงอดีตที่น่าตื่นตาตื่นใจ เบสว่าเรื่องราวในอดีตเต็มไปด้วยเสน่ห์ แฟนตาซี ลึกลับน่าค้นหาการได้อ่านและเขียนเรื่องในอดีต บางทีก็กลายเป็นความรู้ล้ำค่า 

อย่างวันก่อน เบสดูรายการทีวีรายการหนึ่ง มีคำถามเกี่ยวกับความสูงของหอคอย หนึ่งในนั้นมีหอบิ๊กเบน ซึ่งพอเห็นปุ๊บ เราก็ยิ้มและตอบได้ว่า หอบิ๊กเบนสูง 96.3 เมตร เพราะในเรื่อง LadyMoon โจรสาวทะลุมิติ มีฉากอธิบายคร่าวๆ เกี่ยวกับหอนาฬิกาบิ๊กเบน

หลัง ๆ มานี้ เบสเขียนนิยายอิงตามตำนาน (อย่างเรื่องมิติรักอัศวินโต๊ะกลม จะอิงตามตำนานกษัตริย์อาเธอร์/ ข้ามภพมาป่วน เฮอร์คิวลีส-อิงตามภารกิจ 12 ประการของเฮอร์คิวลีส / ข้ามเวลามาเป็น...กลาดิเอเตอร์ ก็อิงตามเรื่องราวของสปาร์ตาคัส) เพราะเบสรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ คนเข้าถึงง่าย และเขียนได้ง่าย เพราะเบสรู้แล้วว่าเรื่องเริ่มยังไง พีคยังไง และจะจบยังไง แต่ความยากก็มีเช่นกัน คือต้องหาวิธีเขียนออกมาให้น่าสนใจและเป็นในแบบฉบับของเราเอง

และต้องทำการบ้านเยอะมากค่ะ! บางเรื่องกว่าจะเริ่มเขียนได้ ก็หลายอาทิตย์ บางทีเขียนไปแล้ว ก็ยังต้องคอยแก้เรื่อยๆ บางฉากที่แม้จะเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่ต้องใช้เวลาค้นหาเป็นชั่วโมง อย่างเรื่องหวานใจโจรสลัด มีฉากที่มิราต้องเขียนหนังสือบนกระดาษ เพื่อสอนภาษาให้โจรสลัดฟรานซิส ฉากนั้นก็หาข้อมูลเกี่ยวกับปากกาอยู่นานค่ะจนรู้ว่าในสมัยที่มิราย้อนไป (ศตวรรษที่ 17) ยังไม่มีปากกาแบบที่มีหมึกในแท่ง สมัยนั้นมีแค่ปากกาขนนกกับปากกาหัวโลหะแบบจุ่มหมึก

เสน่ห์ของงานเขียน เบสคิดว่าเสน่ห์อยู่ที่สไตล์เรื่องที่ชัดเจน เป็นแนวข้ามเวลาแบบสบายๆ เดินเรื่องกระชับ ตื่นเต้น มีแทรกความรู้เล็กๆ น้อยๆ อ่านง่าย และที่สำคัญ...เน้นความฟินค่ะ><

 แรงสนับสนุนคือกำลังใจในการสร้างผลงาน

เนื่องจากการเขียนนิยายเป็นอีกหนึ่งอาชีพสำคัญของเบส เบสจึงตัดสินใจลองเปิดขาย เบสรู้สึกว่าระบบขายนิยายของเด็กดีทุกวันนี้ใช้งานง่าย มีการแสดงข้อมูลรายได้และจำนวนยอดขายที่เห็นได้ชัดเจนดีค่ะ

ช่วงที่เปิดขายตอนแรก มีกังวลบ้างว่ายอดวิวจะน้อยลง คนอ่านจะหนีหายเบสใช้วิธีแจ้งให้คนอ่านทราบล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่นๆ ค่ะ ว่าจะเปิดขายตอนไหน หรือเปิดให้อ่านฟรีถึงเมื่อไหร่ ซึ่งที่ผ่านมา นักอ่านก็เข้าใจกันค่ะมีบ้างที่เลิกอ่านค่ะ แต่เบสไม่เคยโกรธเลย ยังคงขอบคุณที่แวะมาอ่านจนถึงตอนปัจจุบันและพยายามหาทางทำให้นิยายสนุกมากขึ้นเพื่อดึงดูดให้เขากลับมาอีก แต่บางคนก็ยังสนับสนุนเราต่อไป ให้กำลังใจเราทั้งในรูปแบบแสดงความเห็น กดให้กำลังใจ และสนับสนุนด้วยการซื้อผลงานของเรา ก็ขอขอบคุณจริงๆ ค่ะ
 

นิยายออนไลน์คือโอกาสสำหรับนักเขียนทุกคน

เบสคิดว่าการขายนิยายออนไลน์สมัยนี้มีข้อดีเยอะมากค่ะ ทั้งทำให้นักเขียนมีโอกาสเกิดใหม่ได้ง่ายขึ้น เป็นที่รู้จักได้มากขึ้น และเป็นช่องทางให้นักเขียนสร้างรายได้ได้ง่ายและด้วยประตูที่เปิดกว้างนี้ ทำให้ปัจจุบันมีนักเขียนมากมาย เราเองก็ต้องหมั่นพัฒนาตัวเองด้วยเช่นกัน เบสชอบนิยายออนไลน์ในยุคนี้นะคะ เพราะไม่เหงาดี เขียนไป อัปนิยายไป นักอ่านเข้าถึงเราได้ง่ายขึ้น พูดคุยกับเราบ่อยขึ้น ทำให้เรามีกำลังใจจะเขียนต่อไป ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากสมัยก่อนที่ส่วนใหญ่จะเน้นซุ่มเขียนให้จบ แล้วส่งสำนักพิมพ์ตู้มเดียว 

กำลังใจส่วนใหญ่ของเบสตอนนี้มาจากคอมเมนท์ กดให้กำลังใจ และอุดหนุนผลงาน ทำให้คอมเมนต์มีผลต่อการสร้างผลงานของเบสอย่างมากเลยค่ะ บางครั้ง ถ้าเรื่องไหนอัพไปแล้ว กระแสตอบรับไม่ค่อยดี ไม่ค่อยมีคนอ่านหรือคอมเมนท์ ก็ทำให้รู้สึกท้อและเผลอคิดไปว่าจะหยุดเขียนเรื่องนี้ดีไหม เปลี่ยนแนวดีไหม แต่พอเห็นกำลังใจจากคนอ่าน เห็นว่ายังมีคนคอยติดตาม ยังมีคนชอบ รอสนับสนุน ก็เป็นเหมือนเชื้อเพลิง เติมไฟให้กับเรา ทำให้เรายิ่งอยากเขียนต่อให้จบเร็วๆ ค่ะ

ในฐานะนักเขียน เบสรู้สึกว่าระบบในปัจจุบัน ใช้งานง่ายและดูทันสมัยขึ้น สามารถเห็นอัปเดตทั้งเรื่องจำนวนผู้ซื้อ รายชื่อผู้ซื้อ หรือยอดขาย ได้อย่างรวดเร็ว ทุกอย่างดูโปร่งใส สบายใจ การแก้เนื้อหาทำได้อย่างรวดเร็ว แถมตอนนี้ยังมีฟังก์ชันใหม่อย่าง “ขายแบบตอนอ่านล่วงหน้า” เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้นักเขียนมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยทางเลือกนี้นักอ่านสามารถเลือกได้ว่าจะสนับสนุนนักเขียนเลย หรือรออ่านฟรีในภายหลังก็ได้ จึงเป็นทางเลือกที่แฮปปี้ทั้งสองฝ่ายค่ะ ^^

ในมุมมองของนักอ่าน หลายคนอาจมีงอแงบ้างค่ะ เพราะนิยายส่วนใหญ่สมัยนี้ติดเหรียญกันหมด น้อยเรื่องนักที่จะเปิดให้อ่านฟรีจนจบเนื่องจากนักเขียนก็ต้องการค่าขนมนิดหนึ่ง >< แต่อีกมุมหนึ่ง เบสคิดว่าการที่นิยายส่วนใหญ่หันมาติดเหรียญ ก็ทำให้นักอ่านได้อ่านนิยายดี ๆ ที่เขียนจนจบมากขึ้น เพราะการที่นักเขียนตัดสินใจเปิดขายนิยาย ย่อมต้องผ่านการตรวจทานอย่างละเอียด และมั่นใจแล้วว่าเรื่องนี้จะไม่ถูกดองอย่างแน่นอน ฮ่าๆ

เบสคิดว่าปัจจุบันนี้นักอ่านส่วนใหญ่ยอมรับการซื้ออ่านแบบออนไลน์ได้นะคะ เพราะดูจากนิยายติดอันดับ ส่วนใหญ่มีการติดเหรียญ/สงวนเนื้อหาบางส่วนไว้อ่านต่อในแบบรูปเล่มหรือแบบอีบุ๊ค แต่ก็ยังได้รับความนิยมจากนักอ่านอย่างดี อีกอย่าง การซื้ออ่านแบบออนไลน์ ราคาสบายกระเป๋ามากกว่าซื้อเป็นเล่ม นักอ่านไม่ต้องไปถึงร้านหนังสือ ไม่ต้องวุ่นวายกับการหาที่เก็บหนังสือ และสามารถอ่านผ่านมือถือได้ทุกที่

เป้าหมายต่อไปทำในสิ่งที่ชอบ

ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเขียนแนวข้ามเวลาต่อไปค่ะ เพราะเป็นสิ่งที่เราชอบ แต่จะเพิ่มความหลากหลายให้มากขึ้น เช่น ข้ามไปในอนาคต วาบไปกลับอดีต-ปัจจุบัน-อนาคตได้ เปลี่ยนการบรรยายจากที่เคยบรรยายผ่านนางเอก อาจเปลี่ยนเป็นผู้ชาย หรือขยับมาเป็นแนวผู้ใหญ่ดูบ้าง รอติดตามกันนะคะ 

เปลี่ยนแรงท้อมาเป็นแรงผลักดัน

เนื่องจากอาชีพนักเขียนก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางอาชีพหลัก ฉะนั้นนิยายเรื่องไหนที่ยอดขายไม่ปังเท่าที่ควร ก็มีท้อบ้าง แต่ก็ไม่เคยคิดจะหยุดเขียนเลย กลับคิดว่าจะต้องหาทางทำให้ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังให้ได้ เบสเปลี่ยนแรงท้อมาเป็นแรงผลักดัน พิจารณาดูว่าสาเหตุคืออะไร แล้วก็นำไปปรับใช้กับนิยายเรื่องใหม่ค่ะ
 

 “แรมกาล” ถึงชาวเด็กดี 

ก้าวแรกมักเริ่มยากเสมอ แต่ถ้าไม่ยอมก้าว ก็คงไม่ได้เดินจนถึงฝันสักที จริงไหมคะ ^^

เบสเชื่อว่าทุกคนสามารถเขียนได้ค่ะอาจลองเริ่มจากคิดเรื่องย่อ ร่างโครงเรื่องคร่าวๆ หาเพลงฟัง หลับตาแล้วจินตนาการฉากต่างๆ ตราบใดที่เรามีใจรัก เราจะหาหนทางทำให้สำเร็จได้เสมอ อย่าเพิ่งท้อนะคะ สู้ๆ !

ส่วนนักอ่านที่คอยติดตามผลงานอยากจะกระโดดกอดและพูดว่าขอขอบคุณจริงๆ ขอบคุณที่ติดตามผลงานของแรมกาลมาตลอด อยากให้อยู่กันแบบนี้ไปนานๆ ตลอดเลย ว่าแล้วก็ขอกระโดดกอดขอบคุณอีกสักที ใครอยากอ่านแนวไหน หรือมีความคิดเห็นยังไง มาบอกได้เลยนะคะ ^^

สุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกคนที่แวะมาอ่านจนถึงตรงนี้นะคะ ขอให้ชาวเด็กดีสุขภาพแข็งแรง สุขสมหวัง ใครกำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก ก็ขอให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ลองมองหาสิ่งที่ช่วยเยียวยาความรู้สึกเราได้ อาจจะเล่นเกม อ่านหนังสือ วาดภาพ ปลูกต้นไม้ ฯลฯ หรืออย่างเช่นเบสที่ผ่านช่วงเวลาวัยเด็กด้วยการระบายออกมาเป็นตัวอักษร

ใครกำลังเขียนนิยาย ก็ขอให้สำเร็จ! ส่วนใครกำลังเหงาๆ อยากแวะไปเที่ยวเล่นยุคอดีต แวะมาอ่านนิยายของแรมกาลได้เลยนะคะ มีหลายยุคให้เลือกเที่ยวได้ตามใจชอบเลยค่ะ ^^ 

จากเด็กน้อยที่ต้องการหลบหนีโลกแห่งความเป็นจริง ใครเลยจะคิดว่าเธอจะสามารถก้าวเดินในเส้นทางนักเขียนได้อย่างมั่นคง กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางหารายได้ในปัจจุบัน 

ซึ่งหลังจากที่ได้พูดคุยกัน พี่หญิงพบว่าสิ่งที่ทำให้เธอก้าวมายืนในจุดนี้ได้ก็คือความพยายาม ไม่ยอมแพ้ที่จะทำในสิ่งที่รัก ไม่หยุดพัฒนาตัวเองตลอดเวลา และที่สําคัญเธอยังเป็นนักฉวยโอกาสที่ดี ไม่ปล่อยโอกาสที่มองเห็นให้ผ่านไปโดยไม่ทำอะไร ดูได้จากการตีพิมพ์นิยายเรื่องแรกที่เธอได้ไอเดียจากคอมเมนต์นักอ่านเลยค่ะ เมื่อมองเห็นโอกาสเธอก็พร้อมที่จะลองทำดู จนในที่สุดก็ได้ตีพิมพ์นิยาย ทั้งยังรวมไปถึงการเปิดขายนิยายออนไลน์ที่เธอมองว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางการขายที่ดี ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ของเธอในที่สุด!
 

พี่หญิง

 

5 เรื่องต้องรู้! เปิดขาย “แพ็กเกจใหม่” อย่างไรไม่ให้เสียสิทธิ์แคมเปญ “ลดราคา”

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=ying

พี่หญิง - ผู้เขียน

มนุษย์บ้านิยายที่สิงอยู่แถวๆ คลังนิยายเด็กดีเป็นประจำ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #แรมกาล #Hades Slave พันธะฮาเดส #หวานใจจอมราชัน #หวานใจโจรสลัด #ตะลุยรักแดนคาวบอย #มิติรักอัศวินโต๊ะกลม #ข้ามเวลามาเป็น…กลาดิเอเตอร์ #Lady Moon #โจรสาวทะลุมิติ #ทะลุมิติ #เฮอร์คิวลีส #พันธะฮาเดส #ข้ามเวลา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?