/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

กุลิสรา นักเขียนผู้มีความฝันอยากจะเขียนไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต []

วิว


กุลิสรา นักเขียนผู้มีความฝัน
อยากจะเขียนไปตลอดชีวิต
 

สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน สำหรับนักเขียนที่พี่หญิงพามาให้ทุกคนรู้จักกันวันนี้ เธอเริ่มต้นเส้นทางนักเขียนจากการเขียนแฟนฟิคแฮร์รี่ พอตเตอร์ แล้วก็ค่อยๆ พัฒนาตัวเองสู่การเป็นนักเขียนนิยายรัก ก่อนจะได้มีโอกาสท้าทายตัวเองด้วยการเขียนนิยายแนวจีนโบราณที่มีพล็อตเกี่ยวกับ “อาหาร” เป็นจุดเด่นของเรื่อง ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากนักอ่านชาวเด็กดีเป็นอย่างดี จนมียอดวิวรวมของเรื่องสูงเกินหนึ่งล้านวิว และยังได้ตีพิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ดีต่อใจในเวลาต่อมา 

เห็นประสบความสำเร็จมากมายแบบนี้ แต่เบื้องหลังไม่ได้ง่ายดายเช่นกันค่ะ “ปาย” หรือ “กุลิสรา” ต้องทุ่มเทแรงใจให้งานเขียนกันไปไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลประกอบนิยายที่ทำให้งานของเธอดูมิติ ลึกซึ้งน่าสนใจมากขึ้น หรือการแบ่งเวลาหลังเสร็จงานประจำมาเขียนนิยาย ซึ่งถึงแม้มันจะทำให้นิยายต้องจบล่าช้าไปบ้าง แต่งานที่ได้ออกมาก็คุ้มค่าต่อการรอคอยมากๆ อย่างว่าล่ะ ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม

นอกจากนี้หลังได้พูดคุยกันพี่หญิงยังพบว่าเธอได้มีโอกาสเป็น “Ghost writer ” อีกด้วย ได้ยินแล้วก็รู้สึกว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ วันนี้เราจึงชวนให้เธอมาร่วมแชร์ประสบการณ์ในวงการนักเขียนกัน เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ไปติดตามกันเลยจ้า
 


ปาย  นักเขียนนามปากกา   กุลิสรา เจ้าของผลงาน ตำรับรักจอมนาง
 

สวัสดีค่ะ ชื่อปาย อายุ 32 ปี ทำงานด้านครีเอทีฟ-ดิจิตัลมาร์เก็ตติ้งค่ะ นอกจากนั้นยังเป็น Ghost writer และเคยเป็นบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นค่ะ ชอบคิด ชอบเล่าเรื่อง เวลาว่างส่วนใหญ่จะไม่ค่อยว่างเพราะหาอะไรให้ตัวเองทำตลอด ค่อนข้างไฮเปอร์ ถ้าไม่ทำงาน ฟังเพลง อ่านการ์ตูน ก็เล่นกับแมว หรือเขียนนิยายค่ะ

ที่มาของนามปากกา “กุลิสรา” บอกแล้วจะรู้สึกว่ามักง่ายไปมั้ยเนี่ย 555 เกิดจากเรื่อง ตำรับรักจอมนางได้ตีพิมพ์ค่ะ แล้วนามปากกาเดิมมันดูเด็กกว่าอายุจริงมากเกินไป (ขอพูดถึงเฉพาะนามปากกากุลิสรานะคะ) เราอยากแยกนามปากกาด้วยเพราะงานเขียนคนละแนว ก็เลยบอกทางสำนักพิมพ์ว่าขอเปลี่ยนนามปากกานะคะ ให้สมวัยหน่อย สักพักเลยไปนั่งหาในเว็บชื่อมงคลก็เลือกมาจากหมวด ก.ไก่ ความหมายก็ดีด้วย ประมาณว่ายิ่งใหญ่ เน้นเฮงค่ะ เลยเลือกชื่อนี้

จุดเริ่มต้นการเขียน… เริ่มต้นจริงๆ เลยมาจากที่เป็นแฟนคลับเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ค่ะ ตอนนั้นรู้สึกอยากแต่งฟิคแฮร์รี่มาก เราเป็นเด็กที่ชอบอ่านหนังสืออยู่แล้วด้วยเป็นทุนเดิม ชอบเล่านิทาน อ่านการ์ตูนแล้วก็มาเล่าให้เพื่อนฟัง บวกกับเว็บเด็กดีกำลังเริ่มดังเลยได้รู้ว่าที่นี่สามารถลงนิยายได้ อยู่มาตั้งแต่ยุคบุกเบิกตอนที่ยังลงนิยายในรูปแบบคล้ายๆ เว็บบอร์ด แต่จำนามปากกาตัวเองตอนนั้นไม่ได้แล้วนะคะ มันนานมากแล้ว ไอดีนั้นก็ไม่ได้ใช้นานแล้วตอนนั้นเขียนไม่จบค่ะ หาเรื่องไม่เจอแล้ว

แรงบันดาลใจในการเขียนนิยายทุกๆ เรื่องของเรา มักจะเกิดจากแนวคิด หรือปรัชญาอะไรบางอย่างสักประโยค ซึ่งทำให้รู้สึกว่าอยากต่อยอดขึ้นมาค่ะ รู้สึกเหมือนเป็นการสร้างโลกขึ้นมาอีกโลกหนึ่งที่ตัวละครแต่ละตัวได้มีชีวิตอยู่ในนั้น เรารู้สึกเหมือนมีเพื่อนมากขึ้นค่ะ มีอีกชีวิตที่ได้เดินทางไปกับพวกเขา นี่คือเหตุผลในการเขียนเลยก็ว่าได้ค่ะ

พักจากงานเขียนหันไปจับงาน Ghost writer

จริงๆ ปายเขียนนิยายมาตลอด ตั้งแต่เริ่มเขียนฟิคแฮรี่ พอตเตอร์ มีหยุดเขียนไปช่วงหนึ่ง จากนั้นก็จำไอดีเดิมไม่ได้แล้ว ก็สมัครใหม่ แล้วก็เขียนมาตลอดค่ะ แต่เขียนช้า เรื่องนึงก็เขียนไม่จบสักที 4-5 ปี จนมาเขียนตำรับรักก็สมัครไอดีใหม่ เพื่อเขียนเรื่องนี้

ตอนที่หยุดเขียนไปเป็นช่วงเรียนมหาลัยค่ะ ตอนนั้นก็ติดเรื่องสอบ ปรับตัว อะไรหลายๆ อย่าง เลยไม่ได้เขียนต่อ พอช่วงปีสามปีสี่ที่เริ่มมีเวลาว่างเยอะเลยได้กลับมาเขียนนิยายอีกครั้ง แล้วก็เขียนมาตลอดตอนช่วงทำงาน แต่พอตอนทำงานก็พักนิยายส่วนตัวนะคะ ไปเขียนงานให้คนอื่นแทนเป็น Ghost writer แล้วก็มีรับฟรีแลนซ์คอนเทนท์

Ghost writer งานเขียนที่เต็มไปด้วยกรอบ

ตอนเป็น Ghost writer เราต้องทำงานโดยคิดถึงคอนเซ็ปต์ของหนังสือมาเป็นอันดับหนึ่งเลยค่ะ ซึ่งบางสำนักพิมพ์จะมีแนวทางยิบย่อยจนถึงขั้นการวางสำนวนด้วย ปายเคยเขียนงานในมุมมองของผู้ชายที่เป็นนักลงทุนด้วยค่ะ พอโจทย์มาแบบนี้ก็ต้องทำการบ้านหนักมาก เพราะมันไม่ใช่ตัวเรา แต่เป็นงานที่เรารับมา และทางผู้ว่าจ้างมีความเชื่อใจว่าเราจะสามารถทำได้ ดังนั้นเราก็ต้องพยายามหาอ่านต้นฉบับหลายๆ อย่าง ดูช่องการลงทุน ดูสำนวนการพูดต่างๆ ค่ะ

แต่การเขียนนิยายซึ่งเป็นงานส่วนตัวของเรา เรามีอิสระในเรื่องสำนวน และจังหวะการเขียนมาก อย่างถ้าเราเขียนนิยายโบราณ ก็จะกำหนดกรอบให้ตัวเองแค่ว่า สำนวนโบราณนะ ส่วนที่เหลือมันคือตัวเราจริงๆ รู้สึกว่าเขียนง่ายกว่า จะไปยากเอาตอนที่ต้องไปหาสุภาษิต หรือข้อมูลอื่นๆ ค่ะ

Ghost writer ตัวช่วยเปิดมุมมองการเรียนรู้ใหม่

การเป็น Ghost writer ถือว่ามีส่วนช่วยพัฒนางานเขียนของเรามากเลยค่ะ ทำให้เราเรียนรู้ที่จะคุมคอนเซ็ปต์และโทนของเรื่องได้ คือว่าก่อนหน้านี้งานเขียนสมัยเด็กๆ ของปายมันเหมือนงานยำรวมค่ะ จับทุกอย่างมาไว้ในเรื่องเดียวหมด พอเราได้มีโอกาสจับหลายๆ งานจริงๆ เราจะรู้ว่าตรงไหนควรหยุดได้แล้ว ต่อให้อยากใส่เหตุการณ์สำคัญบางอย่างลงไปในเรื่องมากแค่ไหน แต่สุดท้ายเราจะมองออกว่า เออ เก็บไปไว้เรื่องอื่นดีกว่า เรื่องนี้พอแล้ว แนวนิยายแบบนี้มันไม่ควรอธิบายเรื่องอื่นๆ มากเกินไป และการคุมโทนดำเนินเรื่องหลักก็สมควรสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของเรื่องด้วย

จากนิยายรักสู่งานสายจีนโบราณ

ที่เริ่มเขียนนิยายรัก เพราะชอบอ่านนิยายรักค่ะ งานส่วนใหญ่ก็เลยเป็นแนวนั้น แต่เรื่องทำอาหารนี่เกิดจากนิสัยยำรวมเหมือนกันค่ะ มีนิยายรักที่เขียนไว้ได้สามปีแล้วยังไม่จบนะคะ แล้วช่วงนั้นเราติดรายการทำอาหารมาก ก็เลยเกิดความวอกแวก อยากเอาอาหารเข้าไปใส่ในเรื่องที่เขียนด้วย ทีนี้เราก็เห็นปัญหาค่ะ ว่ามันอธิบายเรื่องการทำอาหารได้ไม่เยอะเท่าที่หวัง ตอนนั้นยังไม่คิดอะไรมาก พยายามปรับเรื่องเรื่อยๆ จนกระทั่งมาติดรายการทำอาหารอีกรายการชื่อ The final Table ทาง Netflix ทีนี้ไฟด้านอาหารมามาก คิดตอนนั้นเลยว่าต้องแยกเรื่องใหม่แล้วล่ะ ในเรื่องเดิมต่อให้เขียนต่อไปก็ไม่ใช่นิยายอาหาร แต่เป็นนิยายรักที่มีนางเอกเป็นแม่ครัวเท่านั้น พอตัดสินใจปั๊บ ก็รื้อชั้นหนังสือเลยค่ะ หาการ์ตูนทำอาหาร หนังสือทำอาหาร สารคดีอาหารมานั่งดู เพื่อให้ความคิดตกผลึก และตอนที่ค้นหาข้อมูลรู้สึกชอบอาหารจีนมากที่สุด มีประวัติศาสตร์ชัดเจน แล้วพื้นฐานของสังคมเน้นเรื่องการกินอยู่ด้วย ถ้าเอาแบบง่ายๆ อีกเหตุผลคือชอบอาหารจีนโดยส่วนตัวด้วยค่ะ อร่อย ที่บ้านมีเชื้อจีน ดังนั้นเราจะพอรู้จักบางอย่างบ้างอยู่แล้ว

“ตำรับรักจอมนาง” มีไอเดียมากจากความชอบกิน!

ตำรับรักจอมนางเป็นเรื่องเกี่ยวกับเชฟในยุคปัจจุบันค่ะ เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้วไปเกิดในร่างใหม่ซึ่งเป็นอนุภรรยาของอ๋อง แน่นอนว่าคนในยุคปัจจุบันพอเกิดเป็นเมียน้อยก็มีความเฟลค่ะ แต่นางเอกก็พยายามใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง ทำงาน สร้างตัว ไม่ยอมให้ค่านิยมของสังคมกดทับ เรื่องนี้เต็มไปด้วยฉากการทำอาหารและเมนูต่างๆ เต็มพิกัดค่ะ อ่านไป หิวไป แม้แต่นักเขียน แต่งไปก็กินไปค่ะ กดแอพฯ รัวมาก จนสนิทกับฟู้ดแพนด้า ไลน์แมน เก็ท ทุกแบรนด์555

และที่เลือกเขียนนิยายเกี่ยวกับการทำอาหารคะ เป็นคนชอบกินค่ะ เรื่องกินนี่ยืนหนึ่งเลย สำหรับเรื่องตำรับรักจอมนาง ต้องเท้าความถึงนิยายเรื่องก่อนหน้านี้เรื่องหนึ่งที่เคยเขียน เป็นแนวโรแมนซ์ค่ะ ดังนั้นฉากเลิฟซีนจะเยอะมาก ตอนนั้นกำลังติดรายการมาสเตอร์เชฟ ก็เลยให้นางเอกเป็นแม่ครัว แล้วทีนี้ฉากทำอาหารมันขัดกับเนื้อหาหลัก ไม่ได้อย่างที่ใจหวัง เลยคิดในใจมาตลอดว่าอยากเขียนใหม่แก้ตัวอีกครั้ง

จนกระทั่งมามีไฟเอาจริงๆ ตอนได้ดูรายการ The Final Table ทาง Netflix ค่ะ เป็นรายการที่มีอิทธิพลในงานเขียนมากๆ ทำให้เรารู้สึกว่านี่แหละคือเวลาที่ต้องเริ่มแล้ว เมนู “ก้อนหินกินได้” มาจากรายการนี้ และเป็นเหตุผลที่ทำให้เราตัดสินใจให้นางเอกเป็นเชฟแนวโมเลกูลาร์ด้วยค่ะ พอมีแรงกระตุ้นแล้วเราก็เริ่มรื้อหนังสือการ์ตูน/นิยายแนวทำอาหารเก่าๆ มาอ่าน หาข้อมูลเกี่ยวกับอาหาร เพื่อให้ความคิดตกผลึกมากขึ้น

เขียนเรื่องนี้ต้องทำการบ้านเยอะไหม? ตอบเลยว่าเยอะมากค่ะ ยอมรับว่ากดดันมาก อ่านหนังสือและดูสารคดีอาหารหลายเรื่องเลย ช่วงเล่มแรกยังไม่ถือว่ายากอะไรเพราะเป็นสิ่งที่อยู่ในหัวของตัวเองมาบ้างอยู่แล้วตามประสาติ่งรายการทำอาหาร ต้นเรื่องใช้วิธีเลือกเมนูที่เราอยากเขียนแล้วค่อยหาประวัติค่ะ แต่พอใกล้จบเล่มหนึ่งจะขึ้นเล่มสองที่เริ่มมีความซับซ้อนของสถานการณ์เกี่ยวกับบ้านเมืองมากขึ้น ทำให้เราเครียดว่าจะเป็นแค่การเล่าประวัติอาหารไม่ได้แล้ว เราจะเข็นจนจบได้มั้ยเนี่ย ดังนั้นต้องพิถีพิถันในการเลือกเมนูมาเขียนมากขึ้น มันกลับกันไปเลยว่าเราต้องสืบค้นจากประวัติศาสตร์ก่อน แล้วค่อยค้นในรายละเอียดว่ามันมีอะไรที่พอจะโยงไปหาอาหารได้บ้าง “บทที่ 45 ความแตกต่างระหว่างชนชั้น” คือบทที่เขียนยากมากจริงๆ

เคล็ดลับเขียนฉากอาหารให้น้ำลายไหลต้องจินตนาการเป็นภาพเคลื่อนไหว

เขียนยังไงให้อ่านแล้วอิน น้ำลายไหล คือ ตอนที่เขียนจะจินตนาการเป็นภาพเคลื่อนไหวในหัวค่ะ แล้วบรรยายตามภาพที่เห็น ยกตัวอย่างเช่น การเขียนพรรณนาไข่เจียว ถ้าเราเขียนบรรยายแค่ตามความเคยชินอาจได้อะไรออกมาประมาณว่าไข่เจียวหอมนุ่มฟู แค่นั้น แต่ถ้าค่อยๆ มองภาพในหัวอย่างช้าๆ ทีละจุด สัมผัสความรู้สึกเมื่อตอนเอาเข้าปาก ไอร้อนม้วนตัวขึ้นตามรอยที่ตัดออกมาจนเกิดฝ้าบนช้อน ความกรอบของผิวนอกกระทบปลายลิ้น ได้กลิ่นหอมของไข่แดงและน้ำปลา มันเป็นความรู้สึกของการกินไข่เจียวจริงๆ
 

เสน่ห์ของ “ตำรับรักจอมนาง” คืออาหารและครอบครัว

จุดเด่นของเรื่องนี้คืออาหารและครอบครัวค่ะ เป็นสิ่งที่พยายามคุมโทนเอาไว้ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบเล่ม   และสิ่งที่อยากบอกผ่านนิยายเรื่องนี้คือ บางทีความสุขก็เกิดขึ้นจากสิ่งเล็กๆ เราเชื่อว่าทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว อยากให้คนอ่านได้นึกถึงความรู้สึกเรียบง่ายซึ่งเกิดขึ้นจากการได้กินข้าวได้ใช้ชีวิตอยู่พร้อมหน้ากันในครอบครัวค่ะ อาหารเป็นสิ่งที่สะท้อนสังคมและการใช้ชีวิต

เขียนนิยายให้จบเป็นสิ่งที่ยากที่สุด

สิ่งยากที่สุดในการเขียนนิยายก็คือการเขียนให้จบค่ะ ยากมาก ความคิดจินตนาการของคนเราไม่หยุดนิ่ง ทำอย่างไรเราถึงจะจดจ่อกับตรงนั้นให้ได้มากพอจนกระทั่งทำให้มันสำเร็จ ทุกวันนี้เราก็ยังมีปัญหากับจุดนี้อยู่ตลอดค่ะ

ส่วนอุปสรรคสำคัญของปายคือคำว่า “เดี๋ยวก่อน” การผัดวันประกันพรุ่ง การที่เขียนเมื่อรอแรงบันดาลใจ แม้จะเป็นสิ่งที่ลักไก่ใช้อ้างกับตัวเองบ่อยๆ แต่เรารู้อยู่แก่ใจค่ะว่ายิ่งรอ แรงบันดาลใจมันยิ่งไม่มาหรอก ดังนั้นทางแก้ของตัวเองคือนั่งหน้าคอมแล้วปิดโซเชียลทุกอย่างค่ะ ฝึกให้ตัวเองเคยชินเหมือนกับนั่งทำงานในออฟฟิศ แค่เริ่มพิมพ์อะไรก็ได้สักสองสามประโยค จากนั้นสมองจะค่อยๆ แล่นไปเองว่าเวิร์คหรือไม่เวิร์ค

 “นิยายที่ดี” คือนิยายมี Passion

สำหรับปายนิยายที่ดีคือนิยายที่นักเขียนมี Passion ให้กับเรื่องนั้นๆ ค่ะ จะอธิบายแบบไหนดีนะ…คือคนเรา มนุษย์น่ะ เป็นสิ่งที่พิเศษมากๆ เลยล่ะค่ะที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราว ประสบการณ์จินตนาการ ความหลงใหลของตัวเองได้ ดังนั้นการสร้างผลงานชิ้นหนึ่ง มันคือตัวตน คือความคิด คือตรรกะ และความหลงใหลทั้งหมดที่หลอมรวมในนั้น ถ้าเรายังไม่รู้สึกหลงใหลในสิ่งที่เราทำ แล้วใครจะรู้สึกถึงอารมณ์ของเราที่สื่อออกไป

นิยายออนไลน์ ผลสะท้อนของวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป

การขายนิยายออนไลน์ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปมากเลยค่ะ มองว่ากลายเป็น New normal ไปแล้ว การขายในระบบช่วยให้นักเขียนได้มีช่องทางในการสร้างรายได้ผ่านการเผยแพร่โดยตรง คือถ้าติดเหรียญ มันคือรายได้ที่ผูกพันโดยตรงกับจำนวนโฆษณา คือยอดวิวที่ออกไป เป็นการลงทุนที่คุ้มค่านะคะ ต่างจากการโฆษณาแบบเก่าซึ่งเราเผยแพร่สื่อออกไปแล้ววัดผลได้ยากว่ารายได้ที่กลับมาคือกี่ % และหากมองในแง่ของนักอ่านเองด้วย ก็รู้สึกชอบอ่านออนไลน์มากกว่าค่ะ เพราะสะดวก อ่านได้ทุกที่ ประหยัดเนื้อที่เก็บ หนังสือบางอย่างอาจต้องใช้เวลาสั่งและส่งนาน แต่การอ่านออนไลน์ตัดปัญหาเรื่องเวลาออกไปได้เลย ทำให้เราได้เห็นหนังสือหลายหมวดมากขึ้นด้วย เป็นการเพิ่มโอกาสให้ตัวเราเองในการเลือกอ่านหนังสือได้หลายประเภทมากขึ้น 

เขียนนิยายไม่จบ เขียนออกทะเล ปัญหาที่นักเขียนหลายคนต้องเจอ

ปัญหาเขียนนิยายไม่จบ เขียนออกทะเล… ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าคนที่มีปัญหา คุณไม่ได้อยู่ตามลำพังค่ะ 55555 เราก็เป็น และทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่สิ่งที่จะช่วยให้นิยายจบรอด ไม่ออกทะเลคือต้องมีพล็อตละเอียดนะคะ พล็อตหยาบแค่ ต้นเรื่อง กลางเรื่อง ปลายเรื่อง ก็ไม่ได้ค่ะ ยังออกทะเลระหว่างเดินทางแน่นอน

พล็อตละเอียดคือต้องมีเหตุการณ์ย่อยๆ สมมุติในนิยายเรามีสามเหตุการณ์หลัก ดังนั้นอย่างน้อยต้องมีพล็อตละเอียด 9 จุด เพื่อที่จะกำหนดว่าก่อนจะไปถึงปมปัญหาแต่ละช่วงมี Clue อะไร จากนั้นมี Fact และ Conclusion แบบไหน พอเรียงได้แล้วเราจะเห็นภาพรวมว่าเราควรเขียนอะไรเป็นลำดับต่อไป

การปล่อยนิยายไหลไปเรื่อยๆ โดยไม่วางโครงเรื่อง มีความเสี่ยงที่จะทำให้เราลืมพล็อตสูงมากค่ะ บางทีนักเขียนอาจวอกแวกบ้าง ไปเจอเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็อยากใส่เข้าไป ใส่เพิ่มไปๆ มาๆ กลายเป็นยำรวมเอาทุกอย่างไว้ในเรื่องเดียว ทั้งที่ความจริงแล้วถ้าแยกเล่ม แยกเรื่อง นิยายอาจได้รับผลการตอบรับที่ดีกว่า และเรายังได้มีโอกาสพัฒนางานเขียนได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ
 

เขียนนิยายจบก็เหมือนส่งเพื่อนไปถึงปลายทาง

ถามว่าเคยรู้สึกท้อไหม.... มีท้ออยากพักค่ะ แต่ไม่ถึงขั้นอยากหยุด เพราะเวลาเราเขียนเรื่องหนึ่งๆ เราจะคิดจินตนาการเกี่ยวกับตัวละครในเรื่องตลอดจนเหมือนกับเป็นเพื่อนเราไปแล้ว พอเราเว้นช่วงก็จะมีนึกบ้างว่า ถ้าเราหยุดนางเอกต้องเป็นอนุจนตายนะเห้ย พระเอกละ ง้อนางเอกไม่สำเร็จ 5555 ถ้ารู้สึกไม่ค่อยสบายใจก็หาสิ่งที่ชอบทำค่ะ อ่านการ์ตูน เล่นกับแมวถ้ายังไม่ดีขึ้นก็คุยกับคนรอบข้างค่ะ ตอนเขียนตำรับรักจอมนาง เราเองก็คุยกับทางทีมบรรณาธิการบ่อยมากเลยค่ะ ขอบคุณพี่ภัทร์บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ดีต่อใจ ที่ช่วยเคี่ยวเข็ญ เราต้องการแรงกระตุ้นค่ะ

สำหรับใครที่อยากเป็นนักเขียนให้ลงมือเขียนเลยค่ะ อย่ากลัวคำวิจารณ์ อย่ารอเวลา ไม่มีเส้นทางไหนที่ง่ายอยู่แล้ว เพราะว่ายากและท้าทาย ความฝันถึงได้เป็นสิ่งที่คุ้มค่าเมื่อเราได้มา

ส่วนนักอ่านที่คอยติดตามผลงาน ปายขอบคุณทุกคนที่เดินทางมาด้วยกันค่ะ กว่าเรื่องตำรับรักจอมนางจะจบลงก็ถือว่านานอยู่นะคะ เกือบปี รู้สึกดีที่มีทุกคนเป็นกำลังใจค่ะ

และสุดท้ายนี้ ขอบคุณทีมงานเด็กดีที่ให้โอกาสได้มาพูดคุยกับชาวเด็กดีทุกคนค่ะ ดีใจมากๆ ที่นึกถึงกัน ขอบคุณชาวเด็กดีทุกคนที่ช่วยเข้ามาคอมเมนต์เป็นกำลังใจจนกระทั่งเรื่องตำรับรักจอมนางจบลงได้ในที่สุด ผลงานเรื่องต่อไปคือ

“เลือดล้างปฐพี” 
จีนโบราณ เกี่ยวกับการเกิดใหม่เพื่อแก้แค้น
 


“ใต้ม่านพิรุณ”
จีนโบราณ แฟนตาซี Feel good เกี่ยวกับมิตรภาพ
 

ดับโลกันตร์
ไทยโบราณ แนวเทพ-ปีศาจ เรื่องนี้เป็นโปรเจ็คต์ที่วางไว้นานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้เริ่มสักที

ถ้าใครชอบแนวนี้ลองเข้ามาดูค่ะ แล้วมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันนะคะ


*************
 

จากเรื่องราวที่ ปาย หรือ กุลิสรา มาแชร์กลับเรา สัมผัสได้เลยว่าเธอจะมีความรักความหลงไหลในการเขียนนิยายเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเธอจะทุ่มเทให้งานเขียนเป็นอย่างมากแล้ว ปายยังใส่ใจทุกรายละเอียดของเนื้อหา สร้างมิติให้ตัวละคร เธอมอง “ตัวละคร” เป็นเพื่อน เป็นครอบครัวที่ต้องส่งให้ฝั่ง เธอจึงไม่เคยมีความคิดที่จะ “เท” หรือ “ทิ้ง” การเขียนนิยายไปสักครั้ง แม้จะมีบ้างที่ท้อจนขอหยุดพัก แต่สุดท้ายเธอก็กลับมาเขียนต่อจนจบ เรียกว่าถึงจะช้า แต่ก็จบนะ ฮ่า

ก็เหมือนอย่างที่ปายได้เล่าให้พี่หญิงฟังค่ะ ว่าเธอมีความฝันอยากเขียนนิยายไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต จนกว่าจะเขียนไม่ไหว ดังนั้นแม้ระหว่างทางจะมีแวะไปหายไปหาประสบการณ์ด้านอื่นๆ อยู่บ้าง    รวมถึงมีงานอื่นที่ต้องรับผิดชอบ แต่สุดท้ายแล้ว เธอก็ยังมุ่งมั่นที่จะเดินในเส้นทางนักเขียนต่อไปค่ะ ซึ่งแน่นอนพี่หญิงเชื่อว่าเธอสามารถทำความฝันให้เป็นจริงได้ค่ะ
 

สุดท้ายนี้ขอลาไปก่อน เจอกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีค่ะ
 

พี่หญิง

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=ying

พี่หญิง - ผู้เขียน

มนุษย์บ้านิยายที่สิงอยู่แถวๆ คลังนิยายเด็กดีเป็นประจำ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นักเขียน #นิยาย #กุลิสรา #ดับโลกันตร์ #Ghost writer #นิยายจีน #นิยายอาหาร #ตำรับรักจอมนาง #เคล็ดลับเขียนนิยาย #เขียนนิยายยังไงให้อิน #อาหารจีน #ย้อนเวลา #ข้ามมิติ #เกิดใหม่ยุคจีนโบราณ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?