6 ทริคปังๆ วิธีเขียนเซ็ตติ้ง+อารมณ์ ให้นักอ่านอินจัด!
สวัสดีค่ะนักเขียนชาวเด็กดีทุกคน ใครที่เจอปัญหาเวลาบรรยายฉากในนิยาย ทั้งคนที่บรรยายมาก และคนที่บรรยายน้อย ลองเปลี่ยนวิธีการเล่าเรื่องกันดูไหมคะ จากที่บรรยายเพื่อให้เห็นภาพเยอะๆ ว่าตอนนี้อยู่ในฉากแบบไหน กำลังเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น หรือตัวละครมีภูมิหลังเป็นมายังไง ลองเปลี่ยนวิธีมาสร้างฉากที่สื่อถึงอารมณ์กันดูไหม ไม่เน้นการบรรยายละเอียดๆ แต่เน้นความรู้สึกล้วนๆ นักอ่านอ่านแล้วอินจนถึงหน้าสุดท้ายได้เลย มาดูกันว่าต้องทำยังไงบ้าง
1. ใช้สภาพอากาศ อุณหภูมิ และฤดูกาล
มาเริ่มกันที่สภาพอากาศกันก่อนเลยค่ะ อยากให้ทุกคนได้ลองคิดกันดูว่าบทที่มีพายุเข้า ท้องฟ้ามืดครึ้ม เกิดฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก กับบทที่มีแดดเปรี้ยงๆ พระอาทิตย์แผ่คลื่นความร้อนจนผิวไหม้ สภาพอากาศของทั้งสองบทให้ความแตกต่างทางอารมณ์ยังไงบ้าง เช่น สภาพอากาศที่พายุโหมกระหน่ำ ส่งผลให้ตัวละครเกิดอาการตึงเครียด หรือกระตุ้นให้ตัวละครเกิดความรู้สึกอยากทำอะไรได้บ้าง
ในเรื่องของอุณหภูมิล่ะ ความร้อนและความเย็นสามารถทำให้ตัวละครตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้นหรือช้าลง ถ้าใครยังนึกภาพไม่ออกลองจินตนาการว่าในสภาพอากาศที่ร้อนมากๆ ตัวละครของเราจะยังใจเย็น และรู้สึกมีความสุขท่ามกลางอากาศร้อนได้จริงไหม
สุดท้ายในเรื่องของฤดูกาล บทที่เรากำลังเขียนอยู่นั้น ลองดูว่าเกิดขึ้นในช่วงเวลาไหนของปี เราสามารถใช้เรื่องราวของแต่ละฤดูมาเพิ่มความรู้สึกได้ไหม เช่น ในฤดูหนาวที่หิมะโปรยปรายย่อมให้ความรู้สึกแตกต่างจากฤดูร้อนที่มีแต่ความแห้งแล้งแน่นอน
ดังนั้น ก่อนที่เราจะเขียนบทต่อไป ลองสำรวจความรู้สึกของตัวละครก่อนว่าเป็นยังไง ฉากต่อไปควรจะมีบรรยากาศแบบไหน จากนั้นก็ใช้ทริคในข้อนี้ ดัดแปลงให้เข้ากับฉากและอารมณ์ของตัวละครได้เลยค่ะ
2. เลือกช่วงเวลาที่ได้ผลที่สุด
การสร้างเซ็ตติ้งหรือสถานที่ขึ้นมาสักฉากหนึ่ง เราไม่จำเป็นต้องบรรยายสภาพแวดล้อมแบบละเอียดก็ได้ค่ะ แค่เรามีช่วงเวลา สถานที่ และตัวละคร เราก็สามารถแสดงตัวตนของตัวละครออกมาได้ง่ายๆ แล้ว เช่น ตัวละครตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเพราะเสียงเคาะประตูของแม่บ้าน เธอโยนหมอนใส่ประตูและหลับตาลงอีกครั้ง ฉากนี้แสดงให้เห็นแบบง่ายๆ เลยว่าตัวละครมีฐานะค่อนข้างดีถึงร่ำรวย จึงสามารถจ้างแม่บ้านได้ และตัวละครอาจมีลักษณะนิสัยเจ้าอารมณ์ และเอาแต่ใจ จากการกระทำที่แสดงออกมา เป็นต้น
จะเห็นว่าเรื่องราวที่ยกมาเป็นตัวอย่างนั้น เราไม่ต้องบรรยายอย่างละเอียดว่าห้องนอนหรูหราขนาดไหน หรือตัวละครมีภูมิหลังยังไงเลยค่ะ เพียงแค่เราเลือกช่วงเวลาให้เหมาะสม เราก็สามารถแสดงเรื่องราวพื้นฐานออกมาได้ง่ายๆ แล้ว

3. ใช้ประโยชน์จากมุมมองของตัวละคร
มุมมองของตัวละครสามารถเล่าเรื่องในมุมที่แตกต่างกันได้ค่ะ ในฉากๆ หนึ่ง ถ้าเราดูผ่านสายตาของเด็กเราก็จะได้เรื่องราวและอารมณ์อีกแบบหนึ่ง เมื่อเรามองผ่านสายของนักกีฬาเราก็จะเห็นเรื่องราวในอีกมุมหนึ่ง ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของตัวละครด้วยเหมือนกันว่าก่อนหน้านี้พวกเขาเคยพบเจอหรือเรียนรู้จากสถานการณ์เหล่านั้นมายังไงบ้าง
หากเราอยากแสดงเรื่องราวให้ละเอียดและลึกซึ้ง เราควรใช้มุมมองจากตัวละครที่ใกล้ชิดกับเรื่องราว หรือมีประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ มาเป็นมุมมองหลักได้ หรือหากเราอยากให้นักอ่านได้เห็นมุมมองที่แตกต่าง เราก็แค่ทำให้ตัวละครมากประสบการณ์นี้คาดเดาสถานการณ์ตรงหน้าผิด เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้
4. ใช้เรื่องในอดีตเพื่อสร้างปัจจุบัน
ทุกสถานที่บนโลกนี้ล้วนมีตำนาน ถึงแม้จะเป็นสถานที่ในฝันของเรา แต่ถ้าเรานำมาเขียนนิยายมันก็ต้องมีความเป็นมาบางอย่างที่น่าสนใจ เราถึงสร้างสถานที่แห่งนั้นขึ้นมา ดังนั้น ทริคในข้อนี้ จึงเป็นการสร้างอารมณ์ให้ตัวละครผ่านเรื่องเล่าหรือตำนานนั่นเองค่ะ ในการสร้างฉากๆ หนึ่งขึ้นมา เราสามารถทิ้งเรื่องราวในอดีตเพื่อสร้างสถานการณ์ในปัจจุบันได้ เช่น ห้องที่เคยเกิดเหตุฆาตกรรมย่อมให้ความรู้สึกแตกต่างจากห้องที่ใช้ถ่ายเอกสารแน่นอน แม้ว่าทั้งสองห้องนี้จะเป็นห้องเดียวกันก็ตาม ตัวละครในปัจจุบันที่ได้รับรู้เรื่องราวในอดีตของห้องถ่ายเอกสาร ต้องมีอารมณ์และความรู้สึกแตกต่างไปจากเดิมแน่นอนค่ะ

5. สร้างฉากที่ตัวละครคาดหวัง
ถึงจะบอกว่าให้สร้างฉากที่ตัวละครคาดหวัง แต่ทริคข้อนี้นิยมใช้เพื่อไม่ให้ตัวละครสมหวังค่ะ ตัวอย่างที่เห็นกันบ่อยๆ เช่น เมื่อเด็กกำพร้าได้รับการอุปการะจากผู้ใหญ่ใจดี และกำลังจะมีพ่อแม่บุญธรรม ฉากเหล่านี้มักแสดงให้เห็นถึงความคาดหวังของตัวละครที่อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม และตอบแทนผู้มีพระคุณอย่างสุดความสามารถ แต่ในทางกลับกัน หากเรื่องราวไม่เป็นไปตามที่ตัวละครคาดหวัง อารมณ์ของเรื่องก็จะเปลี่ยนไปทันที นอกจากนี้ การสร้างฉากที่ตัวละครคาดหวังผ่านสถานที่ต่างๆ เช่น บ้าน โรงเรียน ก็แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวของตัวละครได้เช่นกัน ว่าพวกเขากลับบ้านอย่างมีความสุข หรือใช้ชีวิตในโรงเรียนอย่างทุกข์ทรมาน
6. ให้ตัวละครบรรยายแทน
แทนที่เราจะบรรยายว่าฉากนี้กำลังจะเกิดอะไรขึ้น เราใช้ตัวละครบรรยายแทนจะไม่สมจริงกว่าเหรอคะ ทริคในข้อนี้จึงแนะนำให้ตัวละครเป็นผู้สร้างประสบการณ์โดยตรงค่ะ ไม่ว่าจะเจอกับสภาพแวดล้อมแบบไหน มีความรู้สึกอย่างไร ให้ตัวละครเป็นคนสร้างฉากนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง เช่น ในสถานการณ์ที่ไฟดับ บรรยากาศในช่วงเที่ยงคืนมีแค่แสงจันทร์ เราลองเขียนให้ตัวละครเดินเข้าไปในความมืด และเป็นคนเล่าเรื่องด้วยตัวเองดูไหมคะ วิธีนี้จะทำให้นักอ่านได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ตัวละครกำลังพบเจอได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ
แต่ละทริคไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ลองเอาข้อที่ชอบไปปรับใช้ในนิยายของเราดูค่ะ นอกจากจะช่วยให้เราบรรยายเรื่องราวได้น่าสนใจมากขึ้นแล้ว ยังทำให้ตัวละครของเรามีมิติมากขึ้นอีกด้วย เพราะแต่ละทริคที่นำมาแนะนำ เป็นทริคที่ทำให้ตัวละครได้แสดงความรู้สึกมากขึ้นนั่นเองค่ะ เมื่อตัวละครมีอารมณ์ร่วมกับฉาก นักอ่านก็น่าจะอินตามได้เหมือนกันนะว่าไหม ^^
พี่แนนนี่เพน
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากhttps://www.nownovel.com/blog/describe-place-6-tips/ https://www.writersdigest.com/write-better-fiction/how-to-use-setting-to-challenge-your-characters-make-a-better-story https://www.scottishbooktrust.com/articles/five-things-creating-a-sense-of-place https://www.pexels.com/
1 ความคิดเห็น
ขอบคุณครับ