Q นักเขียนต้องรู้ : พล็อตกับเนื้อเรื่องต่างกันอย่างไร

Q นักเขียนต้องรู้ : พล็อตกับเนื้อเรื่องต่างกันอย่างไร

ทั้งพล็อตและเนื้อเรื่องนั้นเป็นส่วนผสมที่สำคัญสำหรับการเขียนนิยายที่ดี คุณควรจะรู้ว่าสองอย่างนี้แตกต่างกัน และนำมันมาใช้ในนิยายให้เหมาะสม หลายคนสงสัยว่า อ้าว ไม่ใช่อันเดียวกันเลย เราจะตอบว่า ไม่ใช่นะ มันไม่ใช่เรื่องเดียวกัน แต่มันเกี่ยวข้องกันแบบแยกกันไม่ได้ คุณจะมีแต่พล็อตไม่มีเนื้อเรื่องคงไม่ได้ หรือจะมีแต่เนื้อเรื่องไม่มีพล็อตก็ไม่ได้เช่นกัน มาเราจะเล่าให้ฟังว่าสองอย่างนี้ต่างกันยังไง

พล็อต VS เนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่องเป็นเหมือนช่วงเวลา เหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่องเล่าของคุณ พล็อตคือสิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อสนับสนุนเนื้อเรื่อง เพื่อให้เนื้อเรื่องสมจริงและมีชีวิตชีวา คำถามสำคัญของเนื้อเรื่องคือ “แล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปล่ะ” พล็อตคือสิ่งที่จะเกิดขึ้น ลำดับเหตุการณ์ในเนื้อเรื่อง คำถามสำคัญของพล็อตคือ “ทำไม ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น” ยกตัวอย่าง “พระราชาตายและพระราชินีก็ตายด้วย” อันนี้เป็นเนื้อเรื่อง “พระราชาตาย พระราชินีตายตามเพราะพระนางเศร้าเสียใจ” นี่คือพล็อต

เนื้อเรื่อง  

เนื้อเรื่องอยู่ทุกหนทุกแห่ง ในทุกวันของชีวิต ในนิยายที่เราอ่าน ในข่าวที่เราดู รอบตัวเราเต็มไปด้วยเนื้อเรื่อง อาจเป็นข้อเท็จจริงหรือเรื่องแต่งก็ได้ เนื้อเรื่องนั้นคือลำดับเหตุการณ์ อาจเป็นเรื่องแต่งหรือเรื่องจริงก็ได้ คุณจะสร้างขึ้นมา จินตนาการขึ้นมา หรือยังไงก็ได้ เหมือนเราเล่าเรื่องให้คนอื่นฟัง “วันนี้มีเรื่องนี้แหละ” เรากำลังเล่า “เนื้อเรื่อง” ให้พวกเขาฟัง การคิดถึงเนื้อเรื่องในแบบของการเดินทางจากที่ใดที่หนึ่งไปอีกที่และจบลงที่แห่งหนึ่ง ก็น่าสนใจ นิยายทุกเรื่องที่เราเขียน จะมีเนื้อเรื่องเป็นหัวใจสำคัญ การจะเขียนเนื้อเรื่อง ลองจินตนาการถึงเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกัน จุดเริ่มต้น ตรงกลาง ตอนจบ มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ชีวิตตัวละคร สถานการณ์ต่างๆ อารมณ์ หรืออะไรก็ตามที่เราทำได้  

พล็อต  

พล็อตเหมือนเครื่องมือที่เราใช้ในการเล่าเรื่อง เมื่อเรามีเนื้อเรื่องในใจ เราก็ต้องวางแผนตัดสินใจทำพล็อตออกมา พล็อตคือเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดเรื่องราว เวลาเราวางพล็อต มันอยู่ที่ว่าเราจะจัดการเหตุการณ์ต่างๆ อย่างไรให้เหมาะสมที่สุด โครงสร้างของเนื้อเรื่องนั้นอยู่ที่ว่าเราวางพล็อตมันอย่างไร  

ในการสร้างพล็อต อาจเริ่มจากตัวละคร ลองคิดดูก็ได้ ถ้าเจอกับเนื้อเรื่องแบบนี้แล้ว จะเกิดเหตุการณ์อะไรในชีวิตของเขาหรือเธอ หรืออาจจะคิดถึงเหตุการณ์หลักๆ ที่สำคัญในนิยาย และหาทางจัดการให้เหมาะสมเพื่อสร้างพล็อต ถ้าคุณวางพล็อตนิยายสืบสวนฆาตกรรม จะรู้เลยว่ากุญแจสำคัญคือต้องให้เนื้อเรื่องสร้างพล็อตที่มีประสิทธิภาพ ถ้าเขียนนิยายรัก ก็อาจจะต้องหาจุดเปลี่ยนชีวิตของคนรักสองคน อาจจะเริ่มจากตอนแรกบทแรกเลย หรือจะตอนจบก็ได้  

พล็อตไม่ใช่แค่การรับมือกับสถานการณ์ในเนื้อเรื่อง แต่ยังเป็นเรื่องของการดึงความสนใจคนอ่าน เวลาสร้างพล็อต คุณต้องคิดว่า เกิดอะไรขึ้นตอนไหน จะเปิดเผยข้อมูลหลักๆ ตอนไหน เมื่อไหร่ควรจะดึงข้อมูลเอาไว้ เมื่อไหร่ควรจะแนะนำเปิดเผยตัวละครสำคัญ หรือควรจะใส่เนื้อเรื่องตรงนี้ตอนไหนให้มันสอดคล้องเชื่อมโยงกัน ถ้าพล็อตของคุณดี คนอ่านจะติดตามอ่านอย่างแน่นอน  

ไหนมาดูตัวอย่าง พล็อต VS เนื้อเรื่องง่ายๆ กันดีกว่า เผื่อจะลองไปทำดู  

คิดถึงเรื่องง่ายๆ เจ้าหญิงจูบกบและกบกลายเป็นเจ้าชาย…  

คิดถึงตอนเริ่มต้นสู่พล็อตที่หลากหลาย ด้วยเนื้อเรื่องแนวนี้ ยกตัวอย่างเช่น  

  1. โรแมนติกคอมเมดี้ : เจ้าหญิงจูบกบและมันเล่าเหตุการณ์ตอนที่เธอเพิ่งเข้าโรงเรียนได้อย่างละเอียด เจ้าหญิงเลยรู้ว่า กบตัวนี้คือเด็กหนุ่มในโรงเรียนที่เธอหลงรัก เป็นรักแรกในวัย 12 ที่เธอคิดว่าจะไม่มีวันได้พบเขาอีกแล้ว
  2. ระทึกขวัญ : เจ้าหญิงจูบกบและมันกลายเป็นเจ้าหน้าที่ลับ มีภารกิจคือลักพาตัวเธอไปเพราะแผนการเมือง
  3. ฆาตกรรม : เจ้าหญิงจูบกบและตายอย่างอนาถ เพราะยาพิษที่ทาเอาไว้ที่กบ ฆาตกรคนนั้นเป็นใคร คงต้องตามหากันต่อไป

คุณสามารถวางพล็อตได้หลากหลายในแบบของคุณ จากเนื้อเรื่องง่ายๆ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะทำอย่างไร

สร้างพล็อตด้วยเนื้อเรื่อง

เมื่อมีเนื้อเรื่องแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือสร้างพล็อตให้กับมัน ไม่ว่าจะเขียนเรื่องสั้นหรือเรื่องยาว ก็ควรมีพล็อตทั้งนั้น แน่นอนถ้าเขียนเรื่องยาว พล็อตก็ซับซ้อนมากกว่าเรื่องสั้น แต่เรื่องสั้น ก็ต้องอาศัยพล็อตที่เฉียบคมและชัดเจนกว่าเช่นกัน ลองคิดถึงพล็อตและเนื้อเรื่องเป็นเหมือนแสงสว่างในการอ่าน ทั้งสองอย่างแตกต่างแต่เชื่อมโยงกัน คุณต้องมีเนื้อเรื่องที่ดี ถึงจะมีพล็อตที่ดี การมีพล็อตที่ดี ก็จะทำให้เล่าเรื่องออกมาได้ดี เมื่อเข้าใจคำว่าพล็อตและเนื้อเรื่องแล้ว ก็เริ่มต้นเขียนได้เลย ขอให้มีความสุขกับการเขียนนะทุกคน

วิธีการสร้างพล็อตเพื่อเล่าเรื่อง

วัตถุดิบสำคัญในการสร้างพล็อตคือ  

  • คำนำ/การแนะนำตัว : การแนะนำตัวละครและฉากเป็นเรื่องสำคัญมาก แสดงความขัดแย้งที่เป็นกุญแจหลักหรือดราม่าที่ต้องแก้ไขตลอดเรื่อง
  • เพิ่มการกระทำ : สร้างความเครียด กดดัน ดึงความสนใจของนักอ่านด้วยการกระทำบางอย่างของตัวละคร
  • ไคลแม็กซ์ : จุดเปลี่ยนของเนื้อเรื่อง และทำให้นักอ่านสงสัยอยากรู้ จะเกิดอะไรต่อหลังจากนี้
  • การกระทำที่ลดต่ำลง : ให้ตัวละครทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขความขัดแย้งหรือดราม่าที่กำลังเผชิญ
  • บทสรุป : ทางแก้ไข ตอนจบ นักอ่านมาถึงปลายทางแล้ว และอิ่มเอมกับเรื่องเล่าของคุณ

ทีมงานนักเขียนเด็กดี

 

 

ทีมงาน writer

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น