พาส่อง! vvvvvvvvvyihfhjj นักล้างจานตัวยงวัย 18 ปี เขียนนิยายคลายเครียดจนติดมหาลัย

ช่วงนี้น้อง ๆ ที่กำลังเตรียมสอบเข้ามหา'ลัยคงจะเครียดและกังวลกับผลสอบกันอยู่ใช่ไหมคะ วันนี้พี่เบียร์มีงานอดิเรกที่จะช่วยคลายเครียดมานำเสนอ นั่นก็คือ การแต่งนิยายออนไลน์ นั่นเองค่ะ 

พี่เบียร์แนะนำงานอดิเรกนี้เพราะว่าในเว็บไซต์เด็กดีก็มีนักเขียนวัยเรียนมาเขียนนิยายคลายเครียดกันเยอะมากๆ  และหนึ่งในนั้นก็มี น้องใบตอง นักเขียนมือใหม่วัย 18 ปี ที่หันมาแต่งนิยายคลายเครียดจากการสอบ แต่กลับได้ผลลัพธ์เกินคาด เพราะเธอสามารถสร้างรายได้จากนิยายได้ถึงห้าหลัก!

น้องใบตองเล่าให้พี่เบียร์ฟังว่า ก่อนที่เธอจะมาแต่งนิยายคลายเครียด เธอมีงานอดิเรกที่ชอบมากๆ นั่นก็คือการล้างจานค่ะ เรียกได้ว่าเป็นล้างจานเลิฟเวอร์เลย แต่การล้างจานไม่ได้ทำให้เธอหายเครียดจากการเรียนได้เลยค่ะ  เธอเลยหันมาลองแต่งนิยายออนไลน์ แล้วเขียนเรื่อง ยมทูตให้ข้า ห้าตำลึงเงิน  จากแรงบันดาลใจสุดปัง ที่ใครอยากรู้ต้องเข้าไปอ่านในบทความนี้กันเลย นอกจากนี้ นิยายเรื่องนี้ ยังน่าสนใจตรงที่เป็นนิยายจีนแต่อ่านแล้วได้กลิ่นอายความเป็นอีสานนี่แหละ  แปลกและแหวกแนวขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่นักอ่านจะพร้อมเปย์จนสร้างรายได้ให้เธอมากถึงห้าหลัก! 

ว่าแล้ว ก็มาตามส่องชีวิตนักเขียนของน้องใบตองกันดีกว่าค่ะ ดูสิว่านักเขียนมือใหม่ที่ต้องติวหนังสือทุกวัน ล้างจานทุกวัน แถมยังต้องแบ่งเวลามาแต่งนิยายทุกวัน เธอจะหัวหมุน หรือสนุกกับงานอดิเรกอยู่กันแน่!!!

น้องใบตอง  หรือ Vvvvvvvvvyihfhjj
น้องใบตอง  หรือ Vvvvvvvvvyihfhjj

ฝันอยากเป็นนักเขียน แต่ต้องช่วยแม่ล้างจานก่อน!

“สวัสดีค่ะชาวเด็กดี เราชื่อใบตอง นามปากกา พี่ใบ หรือ vvvvvvvvvyihfhjj ค่ะ ตอนนี้อายุ 18 ปี และกำลังเตรียมสอบเข้ามหา'ลัยอยู่ค่ะ”

เชื่อว่าหลายคนน่าจะสงสัยกันอยู่ในใจว่านามปากกาของน้องใบตองอ่านว่าอย่างไรกันแน่ เธอกระซิบบอกพี่แล้วค่ะว่านามปากกาของเธอเป็นการสุ่มรวมตัวอักษรไม่มีความหมาย เน้นแปลกและแตกต่าง ขนาดเธอที่เป็นคนตั้งยังอ่านไม่ออกเลยค่ะ พอพี่เบียร์ฟังปุ๊ปก็รู้สึกว่าน้องคนนี้แปลกจัง แต่น้องไม่ได้แปลกแค่นามปากกาแน่นอนค่ะ เพราะงานอดิเรกของนักเขียนคนนี้ก็ทำให้พี่แปลกใจได้ไม่แพ้กัน  

งานอดิเรกของใบตองคือช่วยแม่ล้างจานค่ะ ทีแรกตอนเด็ก ๆ โดนใช้ก็ค่อยไม่เต็มใจเท่าไหร่ แต่พอโตขึ้นมาเราทำบ่อย ๆ ก็เลยชอบล้างจานไปอัตโนมัติเลยค่ะ นอกจากล้างจานแล้วหนูก็จะช่วยพ่อแม่ไปเอาวัวและควายเข้าคอกด้วยนะคะ ^.^”  

โอ้โห เป็นเด็กที่ขยันจริง ๆ ขอซูฮกเพราะพี่คนหนึ่งล่ะที่ไม่ชอบล้างจาน 555 แต่ แต่ แต่ นอกจากชอบล้างจานแล้ว น้องใบตองยังมีงานอดิเรกอีกอย่างคือการอ่านนิยายด้วยนะ เธอชอบอ่านนิยายมากขนาดฝันอยากเขียนนิยายส่งสำนักพิมพ์เลยล่ะค่ะ

“ตอน ม.2 ใบตองชอบอ่านนิยายที่เป็นหนังสือมาก เคยมีความคิดอยากจะเขียนส่งสำนักพิมพ์เหมือนกัน แต่เพราะเรายังไม่มีประสบการณ์เลยไม่กล้าส่งไป และเราก็ไม่รู้ว่านักเขียนไม่จำเป็นต้องส่งสำนักพิมพ์อย่างเดียว เราสามารถแต่งลงในเว็บได้เลย ก็รู้สึกเสียดายมาก ๆ ที่ตอนนั้นตัวเองไม่รู้จักเว็บไซต์เด็กดี จึงทำให้พลาดโอกาสไป เพราะฉะนั้นการเขียนนิยายมันจึงเป็นความฝันของเราค่ะ ฝันว่าสักวันจะต้องเป็นนักเขียนให้ได้”

แค่ล้างจานอาจจะยังไม่พอ ลองเขียนนิยายคลายเครียดดีกว่า!

หลังจากที่เธอพลาดโอกาสในวัยเด็กไป เส้นทางความฝันการเป็นนักเขียนของน้องใบตองก็เหมือนได้กลับมาสานต่ออีกครั้ง  ในวันที่เธอโตขึ้น และมีความกล้าที่จะลองทำตามความฝันดูอีกครั้ง  แม้ว่าฝันนี้จะเริ่มต้นขึ้นในขณะที่เธอกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย?!

“พอขึ้นชั้น ม.4-6 เราก็เริ่มเข้ามาอ่านนิยายในเว็บเด็กดี เริ่มได้อ่านแนวใหม่ ๆ เราก็นึกอยากแต่งขึ้นมาค่ะ 555 แถมช่วงนั้นเราคิดจะไปต่อคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาจีนสื่อสาร เราเลยอยากศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมของจีน เพื่อเตรียมตัวเข้าเรียน เราเลยเขียนนิยายเรื่อง ยมทูตให้ข้า ห้าตำลึงเงิน ขึ้นมา นอกจากจะได้ช่วยทบทวนความรู้แล้ว นิยายเรื่องนี้ยังช่วยคลายเครียดด้วยค่ะ เพราะเราต้องเริ่มติวเองในเวลากลางคืน ถ้าเหนื่อยมากก็จะพักจากการติว แล้วไปเขียนนิยายเพื่อผ่อนคลายสมองแทน”

ยมทูตให้ข้า ห้าตำลึงเงิน โดย Vvvvvvvvvyihfhjj
ยมทูตให้ข้า ห้าตำลึงเงิน โดย Vvvvvvvvvyihfhjj

เรื่องแรกยากมาก แต่ผ่านมาได้เพราะเป็นลูกอีสาน!?

“ยมทูตให้ข้า ห้าตำลึงเงิน เป็นนิยายเรื่องแรกที่เขียนเลยค่ะ แรงบันดาลใจนิยายเรื่องนี้มาจากตอนที่แม่ให้เงินเรามาห้าสิบบาทเพื่อเก็บไว้ เราเลยปิ๊งไอเดียขึ้นมา แล้วเรื่องนี้พล็อตที่เราคิดมันมีความเกี่ยวข้องกับยมทูต งั้นเป็น ยมทูตให้ข้า แค่ห้าตำลึงเงิน เหมือนกับแม่ที่ให้เรามาแค่ 50 บาทก็แล้วกัน เงินนี้เราจะต้องเก็บไว้ใช้ในชีวิต เหมือนกับที่หลินเหมยก็จะได้เงินแค่ห้าตำเงินไปใช้ชีวิตในโลกใหม่เช่นกันค่ะ”

ขอสารภาพค่ะว่าแรงบันดาลใจของน้องใบตองเนี่ยเป็นสิ่งที่พี่คิดไม่ถึงจริง ๆ ใครจะคิดว่าแค่เงินห้าสิบบาทก็เป็นพล็อตนิยายได้แล้ว น้อง ๆ เห็นไหมคะว่าพล็อตนิยายเกิดขึ้นได้รอบตัวเราเลย แต่นอกจากแรงบันดาลใจเรื่องเงินแล้ว พี่เบียร์รู้สึกว่าจุดเด่นของเรื่องนี้ไม่ใช่นิยายแนวจีนเหมือนที่เราเคยอ่านกันเลย  เพราะยิ่งอ่านยิ่งได้กลิ่นอายความเป็นอีสานบ้านเรามาเต็มๆ พอถามน้องใบตองว่าเป็นแบบที่พี่คิดไหม น้องก็เฉลยให้เราฟังเลยว่า... 

น้องใบตอง  หรือ Vvvvvvvvvyihfhjj
น้องใบตอง  หรือ Vvvvvvvvvyihfhjj

“เราเป็นคนอีสานค่ะ เราอยากนำอาหารอีสาน และการใช้ชีวิตแบบอีสานเราลงไปในนิยายด้วย เราเลยให้นางเอกของเราเป็นนักศึกษาไทยเข้าไปเผยแพร่ความเป็นไทยในยุคจีนค่ะ พล็อตของเราเลยจะเน้นการใช้ชีวิตอยู่ในอีกยุคหนึ่ง จากนั้นก็นำความรู้ที่ตัวเองได้มาจากอาจารย์หรือคุณครูที่สอนมาปรับใช้ค่ะ”

“ถึงพล็อตเราอาจจะเหมือนกับนิยายเรื่องทะลุมิติเรื่องอื่นๆ แต่พิเศษเพราะนางเอกไม่ค่อยเป็นกุลสตรีนั่งเย็บปักถักร้อยเหมือนชาวบ้านคนอื่นเท่านั้นเอง 555 และตัวเอกของเราจะไม่มีมิติ ไม่มีของวิเศษ เน้นการขอจากท่านยมทูตเท่านั้น แล้วก็ใช้สองมือหนึ่งสมองทำงานหาเงินและรู้จักการใช้ชีวิตในโลกใหม่

“ตัวเอกของเรา "หลินเหมย" มีความรู้เรื่องการสานและรู้จักพืชต่าง ๆ ค่ะ พืชบางชนิดหรือผลไม้บางอย่าง บางคนที่เข้ามาอ่านแทบไม่รู้เลยว่ามันมีหน้าตาเป็นอย่างไร เราเลยรู้สึกว่ามันเป็นจุดขายของเรื่องนี้ บางเรื่องที่เราอยากรู้ เราก็เขียนลงในนิยาย เป็นการให้ความรู้ตัวเองและคนอ่านทางอ้อมค่ะ

พออ่านมาถึงตรงนี้น้อง ๆ คงรู้สึกว่าเส้นทางการเป็นนักเขียนของน้องใบตองดูราบรื่นดีใช่ไหมคะ จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลยค่ะ เพราะน้องใบตองก็เคยมีความทุกข์เพราะงานเขียนเหมือนกัน ทั้งอุปสรรคด้านภาษา และการใช้คำ แถมยังมีคอมเมนต์หนัก ๆ เข้ามาอีกด้วย

“ตอนแรกที่เราอ่านคอมเมนต์ที่ติก็รู้สึกเฟลมาก ๆ เกิดคำถามขึ้นกับตัวเองเลยค่ะ ว่าเราแต่งไม่ดีขนาดนั้นเลยหรอ จนได้หยุดเขียนไปเกือบอาทิตย์หนึ่ง พักทำใจตัดสินใจว่าจะเขียนต่อหรือหยุดดี เพราะคอมเมนต์มันเป็นอะไรที่มีอิทธิพลต่อนักเขียนมากๆค่ะ รู้สึกกลัวการดูคอมเมนต์เลย จนมีน้องส่งคลิปหนึ่งมา มันเป็นคลิปเกี่ยวกับการเรียกความมั่นใจตัวเองให้กลับมา เราเลยกดเข้าไปดูจนจบจึงได้ตัดสินใจเปิดอ่านคอมเมนต์และแก้ปัญหาต่างๆ บางคอมเมนต์ที่แย่หน่อยเราก็เลือกที่จะไม่สนใจ แต่บางคอมเมนต์ที่เขาแนะนำเราก็พร้อมนำมาปรับแก้ให้ดีมากขึ้น” 

นิยายเรื่องแรกก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ พี่เบียร์อยากขอบคุณทุกคนที่คอยซัพพอร์ตและเป็นกำลังใจให้น้องใบตองสู้ต่อมากๆ เพราะมันทำให้เธอเลือกที่จะกลับมาเขียนนิยายอีกครั้ง ไม่งั้นหลินเหมยของเราคงไม่บรรลุเป้าหมายแน่ ๆ ค่ะ

ได้ทำงานอดิเรกที่ชอบ แถมยังขายนิยายได้ค่าขนมอีก!

หลังจากน้องใบตองกลับมามีความมั่นใจและเริ่มเขียนนิยายอีกครั้ง เธอก็ตัดสินใจเปิดขายนิยายออนไลน์ค่ะ เธอเปิดขายแค่ตอนสำคัญ และขายแบบตอนอ่านล่วงหน้าเท่านั้น แถมยังขายไม่แพงอีกด้วย แค่ตอนละ 2 เหรียญเองค่ะ 

“ช่วงนั้นเราอยากได้ปกนิยายใหม่ และอยากได้ค่าขนมจากส่วนนี้ เราเลยตัดสินใจลองขายดูค่ะ แต่เราก็ได้บอกแก่นักอ่านของเราล่วงหน้าแล้วค่ะว่าจะขอติดเหรียญนิยายน้า ไม่แพงมาก นักอ่านก็ตอบรับกลับมาว่าติดเลยค้า แต่อย่าติดแพงน้า ช่วย ๆ กัน มันเป็นอะไรที่น่ารักมาก ๆ เลย” 

ตอนแรกเราก็ไม่คาดหวังเลยค่ะ เราไม่ได้กดดันตัวเอง เพราะคิดว่านิยายของเรามันไม่ได้ปังขนาดนั้น อาจจะมีคนซื้อไม่มาก เราเห็นยอดวันแรกคือ 72 บาท คือดีใจมาก นึกว่าจะไม่มีคนมาซื้อแล้วซะอีก แต่ตอนนี้รายได้ดีมากค่ะ 555 รวม ๆ แล้วได้มา 5 หลัก ทำให้หายเหนื่อยจากการเขียนเลยแต่งนิยายเลยค่ะ 

ถึงน้องใบตองจะเปิดขายตอนในราคาถูก แต่ปัญหานักอ่านลดลงก็ยังเกิดขึ้นกับเธออยู่ค่ะ  แต่เธอไม่ได้กังวลใจนะคะ เพราะเธอบอกว่ายังมีครอบครัว เพื่อน และแฟนคลับคนอื่น ๆ ที่คอยสนับสนุนเธออยู่เสมอ

“พอเริ่มติดเหรียญคนติดตามก็เริ่มลดลงบ้างค่ะ แต่แฟนคลับที่เขายังสนับสนุนเราอยู่เขาก็สนับสนุนเราต่อไปพร้อมอยู่เคียงข้างเราเสมอและคอยคอมเมนต์ให้กำลังใจอยู่เรื่อยๆ ค่ะ

“เราอยากขอบคุณแฟนคลับที่คอยติดตามเรามาและคอยให้กำลังใจเรามากๆ ค่ะ พวกคุณเป็นนักอ่านที่น่ารักมาก ๆ วันไหนที่เราไม่ลงนิยายหรือไม่ว่าง พวกคุณก็รอเราอยู่เสมอ ขอบคุณมากๆนะคะที่คอยสนับสนุน สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ในคอมเมนต์ได้เลยค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ”

น้องใบตอง  หรือ  Vvvvvvvvvyihfhjj
น้องใบตอง  หรือ  Vvvvvvvvvyihfhjj

แบ่งเวลาสุดปัง ได้ทำในสิ่งที่รักและเจอคณะที่ใช่!

น้อง ๆ รู้ไหมคะว่าน้องใบตองเธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ เธอบอกกับพี่ว่าการแต่งนิยายครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปแล้ว

“สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือสายตาเริ่มสั้นค่ะ 555 เพราะจ้องหน้าคอมบ่อยเกินไป ต่อมาก็คือปวดหลังมากค่ะ 555 เข้าสาระเราเลยดีกว่า งานเขียนนิยายเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่นิสัยเลยค่ะ ทำให้เรารู้จักการใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ค่ะ รู้สึกว่าตัวเองมีความคิดที่โตขึ้นเพราะการเขียน ต่อมาก็เริ่มใช้คำให้ถูกต้องมากขึ้นและรู้จักการแบ่งเวลาค่ะ” 

น้องใบตองเปลี่ยนไปเยอะเลยค่ะ ทั้งนิสัย และร่างกาย 555 แต่พี่จะบอกว่าการปวดหลังเป็นของคู่กันกับเราค่ะ  ผู้ไม่ปวดหลังคือมีผู้ลาภอันประเสริฐ ดังนั้นน้อง ๆ  ทำใจและเตรียมหมอนวดไว้รอเลยนะคะ 

นอกนี้น้องใบตองก็มีอีกหนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากได้มาเขียนนิยายค่ะ นั่นก็คือ  น้องใบตองของเราเป็นนิสิตสาวเอกจีนเรียบร้อยแล้วนะคะ  เย้  เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จริง ๆ น้อง ๆ คงตื่นเต้นและอยากรู้กันใช่ไหมละคะ ว่าน้องใบตองของเราทำได้ยังไง ทั้งเตรียมสอบ และเขียนนิยายไปพร้อม ๆ กัน เธอมีความลับที่ทำสำเร็จแล้วมาบอกเรากันค่ะ

“อย่างแรก เราตั้งเป้าหมายไว้ค่ะ คือ ทำไปเรื่อย ๆ ไม่รีบ ไม่กดดันตัวเอง และพัฒนาฝีมือตัวเองให้ดีขึ้นพร้อมกับเขียนเรื่องใหม่ ๆ ออกมา”

“เราเป็นคนแบ่งเวลาแบบไม่กดดันตัวเองจนเกินไป คือเวลาที่ิอยู่โรงเรียนจะเคลียร์งานที่ค้างให้เสร็จ ส่วนการติว เราก็เริ่มติวเองในเวลากลางคืนก่อนเขียนนิยายค่ะ บางวันถ้าเหนื่อยมากก็จะพักการติว แล้วไปเขียนนิยายเพื่อผ่อนคลายสมอง แต่ถ้าวันไหนคิดอะไรไม่ออกก็จะไม่แต่งเลย  เราคิดว่างานเขียนควรจะเป็นอะไรที่สบาย ๆ ไม่ต้องกังวลและไม่กดดัน เป็นสิ่งที่เราเขียนจินตนาการลงไปเพื่อให้ตัวเองผ่อนคลายไม่ใช่มานั่งอมทุกข์เพราะงานเขียนเราไม่ดีค่ะ”

เคล็ดลับของน้องใบตองดูชิลมากใช่ไหมคะ  เธอมีวิธีคิดและเป้าหมายที่น่าสนใจเลยล่ะค่ะ  ดังนั้นน้อง ๆ  อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปนะคะ  ลองผ่อนคลายตัวเองบ้าง อาจจะทำอะไรได้ดีขึ้นก็ได้ สุดท้ายนี้ใบตองก็ฝากพี่มาบอกกับน้อง ๆ ที่มีความฝันแต่ยังไม่กล้าลงมือทำกันค่ะ

“เราก็เป็นมือใหม่ที่ยังใช้สำนวนภาษายังไม่คล่อง ทุกคนไม่ต้องกลัวว่าเราจะทำไม่ได้ ถ้าทุกคนยังไม่เริ่มทำ ก็จะไม่รู้จักคำว่าประสบการณ์ การมีประสบการณ์มันจะทำให้เรากล้าที่จะคิดกล้าที่จะทำ เพราะฉะนั้นอย่ากลัวว่าตัวเองทำไม่ได้และอย่าดูถูกตัวเองมากเกินไป ความคิด จินตนาการของเราไม่มีผิดไม่มีถูก เริ่มทำเถอะค่ะอย่าลังเล”

เห็นไหมคะเส้นทางการเป็นนักเขียนไม่ง่ายและก็ไม่ยากเลยนะ น้องใบตองเริ่มต้นการเป็นนักเขียนเพียงเพราะอยากทบทวนความรู้และคลายเครียดจากการเตรียมสอบเท่านั้น แถมพล็อตเรื่องที่เอามาเขียนก็ใกล้ตัวซะเหลือเกิน ถึงแม้จะเจอกับอุปสรรคในการแต่งนิยายในเรื่องภาษาบ้าง แต่เพราะเธอมีครอบครัว เพื่อนและแฟนคลับคอยซัพพอร์ต ทำให้เธอสามารถพัฒนาการเขียนนิยายของตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ ตอนนี้เธอมีค่าขนมจากนิยายของตัวเอง และยังสอบติดในคณะที่ชอบอีกต่างหาก เรียกได้ว่ากำไรคูณสองเลยทีเดียว

น้อง ๆ คนไหนที่พอมองเห็นแล้วว่า การเขียนนิยายช่วยคลายเครียดได้ยังไง มาลองเขียนกันไหมคะ พี่ว่านอกจากจะช่วยน้องคลายเครียดแล้ว อาจทำให้น้องมีงานอดิเรกที่ชอบเพิ่มขึ้นเหมือนใบตองก็ได้

มาเขียนนิยายกันค่ะ

พี่เบียร์

อ่านนิยายของ “Vvvvvvvvvyihfhjj”

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น