สวัสดีชาวนักเขียนเด็กดีทุกคนอีกครั้งค่ะ วันนี้พี่มิวม่อนแอบไปดูซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งมา แล้วรู้สึกว่าน่าสนใจมาก ๆ เกี่ยวกับการวางพล็อต และการสร้างตัวละครของเขา ซีรีส์เรื่องนี้มีชื่อเรื่องว่า ‘กระโปรงของฉันหายไปไหน’ หรือ ‘Where Have My Skirt Gone?’ น่าจะเคยคุ้น ๆ กันมาบ้าง
เรื่องนี้จะเล่าเกี่ยวกับชีวิตของเด็กมัธยมปลายปี 2 ห้อง 3 ที่กำลังจะมีครูประจำชั้นใหม่ แต่ถ้าการมีครูที่ธรรมดาก็น่าจะธรรมดาไป เพราะครูประจำชั้นของพวกเขาก็คือ ‘ฮาราดะ โนบุโอะ’ หรือ ชื่อในวงการของเธอ/เขา ก็คือ ‘มาริลีน’ ไม่ใช่ชายแก่ขี้บ่น หรือน่ารำคาญ แต่เป็นเกย์แก่ ที่มีวิธีการสั่งสอนลูกศิษย์อย่างสุดโต่งในแบบที่เราไม่คาดคิดว่าทำแบบนี้ก็ได้หรอ
ถ้าอ่านดูแล้ว ก็เหมือนจะเป็นเรื่องราวในโรงเรียนธรรมดา ไม่ได้หวือหวา ที่คุณครูคนใหม่จะต้องมารับมือกับเด็กแสบ แต่จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลยในด้านการผูกปมของตัวละคร และการชูประเด็นเรื่องของ LGBTQ+ หรือความหลากหลายทางเพศ และความหลากหลายทางความคิดก็ด้วยเหมือนกัน
อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก แต่เพราะมีแค่สองอย่างที่ขาดไม่ได้อย่าง พล็อตเรื่องที่ชูประเด็นที่น่าสนใจอย่าง LGBTQ+ กับปมของตัวละครหลักที่น่าสนใจ ก็ทำให้เรื่องราวน่าสนใจ และสามารถไปต่อได้แล้ว
และสำหรับนักเขียนชาวเด็กดี พี่มิวม่อนก็มีเทคนิคดี ๆ ในการสร้างพล็อตนิยายที่ธรรมดา แต่ไม่ธรรมดาเพราะปมของตัวละครมาฝากทุกคนกัน !
เริ่มจากสร้างพล็อตธรรมดา แต่มีประเด็นหลักที่น่าสนใจกันก่อน
ถ้าเราอยากจะสร้างพล็อตที่ธรรมดา แต่ดูมีอะไรที่ไม่ธรรมดาอยู่ในนั้น ให้ลองสังเกตจากกระแสสังคมที่กำลังมีอยู่รอบตัวเราในตอนนี้ หรือจะเป็นประเด็นอะไรก็ได้ ที่เรารู้สึกว่าอยากจะผลักดันให้เข้าถึงทุกคนผ่านนิยายของเรา และยึดประเด็นนี้เอาไว้แน่น ๆ เลย
เหมือนกับซีรีส์เรื่องนี้ ที่ต้องการจะหยิบประเด็นความหลากหลาย อย่าง LGBTQ+ มาสร้างความตระหนักให้กับสังคมญี่ปุ่นในตอนนั้น และทำให้คนในสังคมยอมรับมากยิ่งขึ้น
นิยายที่เราแต่งก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนสังคมไปในทางที่ดีได้เหมือนกันนะ
สร้างความไม่ธรรมดาด้วยปมของตัวละครไปเลย *มีสปอยล์นะ*
หลังจากที่เราสร้างพล็อตกันไปแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่จะทำให้พล็อตของเราไม่ธรรมดา และมีสีสันขึ้นมาได้ก็คือตัวละครของเรานั่นเอง บอกเลยว่าการสร้างตัวละครเนี่ยสำคัญมาก ๆ เพราะเราจะให้เขาเป็นตัวหลักในการดำเนินเรื่องต่อไป ด้วยเหตุผล และปมต่าง ๆ ที่บังคับให้ตัวละครต้องกระทำลงไปเช่นนั้น
อย่างเช่นซีรีส์เรื่องนี้ที่ก็ใช้ตัวละครที่มีเสน่ห์ และนิสัยที่ถูกปลูกฝังมาไม่เหมือนกัน เลยถูกนำมาเป็นตัวดำเนินเรื่อง ให้กับคุณครูโนบุโอะใช้วิธีสุดโต่งในการแก้ปมให้กับเด็กนักเรียนทุกคน แต่ก่อนที่เขาจะรู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของเด็ก ๆ นั้น ก็ต้องมีคำใบ้ที่ค่อย ๆ เผยออกมาให้รู้ก่อน
ยกตัวอย่างปมที่ละครเรื่องนี้ได้สร้างขึ้นมา
วากาบายาชิ ยูมะ : ตัวละครที่ไม่มั่นใจในตัวเอง
ถ้าเห็นในซีรีส์ ตัวละครตัวนี้จะใส่หน้าอนามัยตลอดเวลา (ไม่ใช่เพราะป้องกันโควิดนะ ฮ่า) และเก็บตัวเงียบ ๆ ไม่ค่อยได้พูดคุยกับเพื่อนในห้องเท่าไร และสิ่งสำคัญที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้คือ ‘การถูกกลั่นแกล้ง’ จากการล้อเรื่องรูปร่างหน้าตา
ซีรีส์ปูปมของตัวละครตัวนี้มาให้เราสงสัยว่าทำไมจะต้องโกรธในตอนที่บอกให้ถอดหน้ากากออกด้วย และทำไมเขาถึงจะต้องยอมกระโดดตึก เพื่อที่จะไล่ครูออก และเขาจะได้ไม่โดนแกล้งอีกต่อไปด้วย
Tips : การสร้างปม และเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวละครนั้นต้องทำอะไรก็ตามเพื่อให้ตัวเองหลุดจากวังวนนั้น ก็จะทำให้เรื่องราวของนิยายสนุก และลุ้นมากยิ่งขึ้น
โทโจ มาซาโยชิ : ตัวละครผู้ถืออีโก้ และมองโลกผ่านมุมของตัวเอง
สำหรับตัวละครตัวนี้ ไม่ได้มีปมที่หนักเหมือนกับตัวละครตัวอื่น แต่ก็มีสิ่งที่ผลักดันให้เขานั้นกลายเป็นคนแบบนี้ ก็คือการมีทิฐิ หรืออีโก้ในตัวสูง และการที่มองโลกผ่านมุมของเขาเพียงมุมเดียว ทำให้เกิดการผิดใจกับเพื่อน มีหลายครั้งที่ตัวละครพยายามจะกลับไปทำตัวเหมือนเดิมกับเพื่อน แต่ก็ไม่ได้รู้วิธีที่ถูกต้องจริง ๆ จนต้องไปเจอสถานการณ์ที่สะกิดใจก่อน ถึงจะรู้ว่าสิ่งที่ควรทำคืออะไร
อย่างเรื่องที่ผิดใจกับเพื่อน จริง ๆ ตัวละครตัวนี้เพียงแค่เข้าไปขอโทษ เรื่องทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้ทำ จนต้องเจอเหตุการณ์ที่ครูโนบุโอะก้มหัวขอโทษแทนนักเรียน ทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นเลย ถึงได้คิดได้ว่าเราสามารถขอโทษเพื่อนได้ แม้สิ่งที่เราทำไปมันจะถูก หรือผิดก็ตาม
Tips : ลองสร้างสถานการณ์ที่ทำให้ตัวละครตระหนักถึงการกระทำขอตัวเอง และกลับไปแก้ไขมันให้ถูกต้อง ก็เป็นอีกวิธีที่จะทำให้เรื่องราวที่ผูกไว้คลี่คลายได้นะ
มิตสึโอกะ ชินโนะสุเกะ : ตัวละครที่สับสนในเพศของตัวเอง
ตัวละครตัวนี้ จะตรงกับประเด็นหลักของซีรีส์เรื่องนี้เลย ก็คือ LGBTQ+ เป็นตัวละครที่ตอนแรกเราอาจจะมองไม่ออกว่าเขาจะสับสนตัวเองได้ยังไง แต่ซีรีส์ก็ได้ทิ้งคำใบ้ไว้ให้ในตอนที่ ครูโนบุโอะลืมต่างหูไว้ที่บ้านของตัวละครตัวนี้ แต่ก็ไม่ได้รับต่างหูที่ลืมไว้คืนมา
และซีรีส์ก็กลับมาให้ความสนใจกับตัวละครตัวนี้อีกรอบในตอนที่มีงานโรงเรียน และนักเรียนชายในห้องต้องแต่งหญิง ซึ่งเขาก็ถูกเพื่อนในห้องชมว่าน่ารัก และได้ลองใส่ต่างหูของครูโนบุโอะดูด้วย ถือว่าฉากนี้เป็นฉากที่ทำให้ความรู้สึกสับสนของมิตสึโอกะชัดเจนมากยิ่งขึ้น จนทำให้เขานั้นรู้จักตัวเองว่า ตัวเองชื่นชอบในการแต่งหญิง อยากจะแต่งตัวเป็นผู้หญิงมาโรงเรียน และก็ได้รับการยอมรับจากเพื่อนทุกคนในความชอบของตัวเอง
Tips : แม้แต่ตัวละครที่ดูไม่มีอะไรในตอนแรก เราก็สามารถสอดแทรกคำใบ้เล็ก ๆ ให้คนอ่านได้สังเกต และมาเฉลยทีหลังก็ได้นะ ว่าคำใบ้นั้นเกี่ยวกับปมของตัวละครเราอย่างไร
อาเคจิ ชูอิจิ : ตัวละครที่ถูกสร้างปมด้วยปัญหาความรุนแรงในครอบครัว
เรียกได้ว่าปมของตัวละครตัวนี้ เป็นปมหลักที่เกี่ยวข้องกับตัวละครถึง 2 ตัวละครเลย ก็คือ วากาบายาชิ ที่ถูกกลั่นแกล้ง และโทโจ ที่เข้าใจผิดในการกระทำของอาเคจิ ซึ่งจุดเริ่มต้นของปมทุกอย่างก็เกิดมาจากครอบครัวของเขานั่นเอง ตัวละครตัวนี้ถูกปลูกผังเรื่องความรุนแรงมาจากการถูกพ่อทำร้าย และอาเคจิไม่เคยเชื่อใจใครมากพอที่จะบอกเรื่องเล่าเรื่องของเขา เพราะถูกแม่ทิ้งไป
กว่าปมนี้จะแก้ไปได้ ทำเอาต้องรื้อไปถึงจุดใต้ตำตออย่างตัวของคุณพ่อเอง ที่เป็นต้นเหตุของทุกอย่าง และกว่าจะดึงความเชื่อใจของอาเคจิกลับมาได้ ก็ต้องทำอะไรที่ซื้อใจของเขา และแสดงให้เห็นว่าบนโลกนี้มีใครอีกหลายคนที่อยู่ข้างเขา และเข้าใจเขา
Tips : ตอนที่สร้างปม อาจจะลองวางไว้ดูก็ได้ว่า ปมนี้เราสามารถนำไปผูกกับตัวละครตัวอื่น หรือทำให้ส่งผลกระทบต่อตัวละคร และกระทบไปต่อสิ่งแวดล้อมของตัวละครได้อย่างไรบ้าง
ฮาราดะ โนบุโอะ : ตัวละครสุดโต่ง ที่มีเหตุผลในการกระทำเสมอ
ถึงแม้ครูโนบุโอะจะเป็นตัวละครที่คอยแก้ไขปัญหาให้กับตัวละครตัวอื่น ๆ แต่ตัวละครนี้ก็มีวิธีการแก้ไขที่สุดโต่ง และก็มีเหตุผลประกอบเสมอในการทำอะไรลงไป
อย่างการมาเป็นครูของเขาก็เช่นกัน เส้นทางการมาเป็นคุณครูของเขานั้นไม่ใช่แค่อยากจะได้เงินเฉย ๆ แต่เพราะในตอนที่เขาเป็นนักเรียน มีครูอยู่คนหนึ่งที่ทุ่มเทในหน้าที่ พยายามผลักดันนักเรียน และเข้าใจนักเรียนทุกคน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เขานั้นอยากจะเป็นครูที่ดีเช่นนั้นได้บ้าง จึงทำให้เขานั้นทุ่มเทที่จะทำให้เด็ก ๆ ห้องนี้เป็นคนที่ดี ยอมรับ และเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น ผ่านวิธีของเขานั่นเอง
ถ้าให้ยกตัวอย่างวิธีการสุดโต่งของโนบุโอะ น่าจะสุดตั้งแต่ตอนแรกของซีรีส์ที่ให้วากาบายาชิ กระโดดลงมาจากดาดฟ้าโรงเรียนจริง ๆ เพื่อสอนให้เขานั้นมีความกล้า และเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น ซึ่งวิธีนี้ก็ได้ผล เขาทำให้นักเรียนคนนี้ยอมถอดหน้ากาก และเข้าหาเพื่อน ๆ มากขึ้น
Tips : ในโลกของนิยาย เราสามารถเขียนวิธีแก้ปัญหาที่สุดโต่ง ที่ทำให้คนดูคาดไม่ถึงได้ เพื่อสอดแทรกประเด็นที่เราอยากจะสื่อ หรือว่าอยากจะให้ข้อคิดนักอ่านลงไปได้
ผูกปมแล้ว อย่าลืมกลับมาคลายปมด้วยนะทุกคน
เราได้สร้างปมของแต่ละตัวละครกันเรียบร้อยแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญเลยคือ ผูกปมแล้ว ต้องกลับมาแก้ด้วยนะทุกคน ไม่งั้นปมที่เราผูกจะกลายเป็นจุดที่ทำให้นิยายของเรานั้นมีข้อสงสัยให้นักอ่าน เอ๊ะ? แบบงง ๆ ได้ ว่าตัวละครตัวนี้มันหายจากนิสัยนี้ได้ยังไงกัน
เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้เราผูกปม และกลับมาแก้ได้อย่างครบถ้วน คือ ‘การจดบันทึก’ นั่นเอง เป็นวิธีที่พี่มิวม่อนเคยใช้ในสมัยที่เขียนนิยายใหม่ ๆ เลย หลักการก็ง่ายมาก ๆ
- เขียนปมของตัวละครลงมา ทั้งเหตุที่ทำให้เกิด ผลที่เกิดขึ้น และวิธีการที่เราจะแก้
- หลังจากที่สร้างปมเสร็จแล้ว เราก็วางผังตัวละคร ว่าปมของตัวละครนี้ อยากให้มีตัวละครไหนมาเกี่ยวบ้าง *ไม่ว่าจะช่วยแก้ หรือช่วยสร้าง*
เท่านี้เวลาเขียนนิยาย และกลับมาเปิดดูเราก็จะสามารถแก้ปมของแต่ละตัวละครได้ครบถ้วน และสมบูรณ์แล้ว เรียกได้ว่าเป็นวิธีกันลืมดี ๆ นี่เอง แต่ถ้ายังนึกไม่ออก พี่มิวม่อน ขอยก 1 ปม ของตัวละครในซีรีส์เรื่องนี้มาให้ทุกคนอ่านกัน
ตัวอย่าง
วากาบายาชิ ยูมะ นักเรียนที่ใส่หน้ากากตลอดเวลา
เหตุ :
- ถูกล้อเรื่องหน้าตา (ฟัน และไฝที่คาง)
- โดนกลั่นแกล้งจากแก๊งหัวโจกของห้อง
ผล :
- ถูกเรื่องหน้าตา เลยทำให้ต้องใส่หน้ากากเพื่อปกป้องตัวเอง
- ไม่กล้าคุยกับใคร และเก็บตัว
วิธีการแก้ :
- เสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวละคร
ผังตัวละคร
- อาเคจิ ชูอิจิ = คนกลั่นแกล้ง และทำให้เขาไม่มั่นใจในตัวเอง
- ฮาราดะ โนบุโอะ = คนที่จะทำให้เขามั่นใจมากยิ่งขึ้น
- มาซาโยชิ โทโจ = เพื่อนคนแรกที่วากาบายาชิเข้าไปคุยด้วย
เป็นอย่างไรกันบ้างคะทุกคน กับวิธีการเปลี่ยนพล็อตธรรมดา ๆ ให้ไม่ธรรมดาไปกับการสร้างปมของตัวละคร สำหรับนักเขียนที่อยากจะเปลี่ยนมาเขียนนิยายที่เนื้อหาสบาย ๆ แต่ก็มีอะไรให้นักอ่านสงสัย และค้นหากันเล่น ๆ วิธีที่วันนี้พี่มิวม่อนมาแนะนำก็น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยนะ !
อย่างที่บอกไปว่าสิ่งที่จะทำให้นิยายของเราน่าสนใจได้นั้นมีอยู่ 2 อย่าง คือพล็อตเรื่อง และตัวละครในเรื่อง เพราะฉะนั้น เรามาสร้างตัวละครที่สามารถขับเคลื่อนพล็อต และประเด็นสำคัญที่เราอยากจะส่งต่อให้กับสังคม และคนอ่านได้รู้ หรือตระหนักเพิ่มมากขึ้นผ่านนิยายของเรากัน :-)
พี่มิวม่อน
อ่านเคล็ดลับเพิ่มเติม
ขอบคุณรูปภาพจากhttps://mydramalist.com/33669-ore-no-sukato-doko-itta
1 ความคิดเห็น
ขอบคุณค่ะ