|
สวัสดีจ๊ะน้องๆชาวเด็กดีทุกคน วันนี้พี่ปัดนำFwd Mail ดีๆที่ได้รับมาจากพี่ลาเต้มาฝากจ๊ะ เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อน้องๆนักเขียนชาวเด็กดี อ่านตอนแรกคิดว่าเป็นบทความที่กวนๆหน่อยๆแต่พออ่านไปเรื่อยๆแล้วก็จะเห็นประโยชน์ของบทความนี้ อย่ารอช้าไปอ่านกันเลยดีกว่าจ๊ะ
การเขียนครั้งนี้แล้วเป็นเทคนิคการเขียนนิยายนะโว้ย ....คราวนี้มาอีก
บทความนี้คงจะไม่ใช่ว่าผมเขียนเองหมดหรอกนะ แต่เอาจากที่รู้ๆ มาและอาศัยจากนิตยสารต่างๆ ด้วย หวังว่าคงจะช่วยให้ท่านที่รักงานเขียนได้รับความรู้ไม่มากก็น้อยนะครับ คือผม (Thanatos zephyr หรือ ธนทศ เสพไฟ ไม่ต้องถามหรอก เพราะไม่ใช่ชื่อจริงหรือนามปากกาหรอกครับ) เคยตั้งกระทู้แนะนำเกี่ยวกับการเขียนการเปิดเรื่องมาแล้ว คราวนี้เลยมาตั้งกระทู้ที่ดูเหมือนกับว่าเดินถอยหลัง ไม่ซิ หันหลังไปดูรอยเท้าต่างหาก ว่าย้ำมาอย่างไรบ้าง บทความ...จุดเริ่มต้นของการเป็นนักเขียน นักเขียน...เป็นคำประสมระหว่าง นัก กับ เขียน นักคือ ผู้ X วชาญทางด้านใดด้านหนึ่ง เขียนเป็นคำกริยา คือ...เออ...คือแปลไม่ถูกอ่ะ เขียนแปลว่าอะไร เอางี้ นักเขียนแปลว่า ผู้ X วชาญทางการเขียน (ตัดบทไวมากนะแก) แต่ในบทความนี้ ขอจำกัดความหมายของคำว่านักเขียนให้ดูแคบลง นักเขียนในที่นี้คือ นักเขียนนิยาย เรื่องสั้นเท่านั้น!!! นักเขียนมีจุดเริ่มต้นอย่างไร... ก่อนจะพูดถึงจุดเริ่มต้น มาพูดแรงบันดาลใจในการเขียนก่อน...คุณมีแนวบันดาลใจมาจากไหน จึงคิดมาเคยนิยาย เรื่องสั้น บันทึกหรือสารคดี ปกิณกะ - ชอบอ่านนิยายมากๆ วันไหนไม่ได้อ่านกินเกลือก็ไม่หวาน กินน้ำตาลก็ไม่เค็ม - ชอบการเขียนโดยกำเนิด - ชอบดูหนัง ดูละคร บ้าการ์ตูน - อยากดัง - เซ็งไม่มีอะไรทำ - อยากเผยแผ่คติความคิดของตนแก่ผู้อื่น - ชอบอะไรแปลก เลยจับทางมาคิดอะไรแปลกให้คนอื่นอ่าน - เก็บกด เลยอยากแต่งนิยายระบายอารมณ์ (นิยาย SM จนถึง Y) - เห็นเค้าเขียนแล้วมันรุ่งเอามั่งดีกว่า - - - 9 ล 9 - - - อาจจะมีหลายคนถามว่า... ...เฮ้ย!ชั้นไม่ชอบอ่านนิยายหรอก แต่ฉันก็เป็นนักเขียนได้... เออ...ก็ไม่ได้ว่าอะไรนะถ้าไม่ได้เป็นนักอ่านนิยาย ไม่ชอบอ่านนิยาย แต่กลับมาเขียนเรื่องให้คนอ่าน แต่ถ้าไม่ชอบอ่านนิยาย...แล้วมาเขียนนี่ รู้สึกว่าคงจะเป็นนักเขียนที่เขียนได้ค่อยดีนักนะครับ... ถวัลย์ มาศจรัส ผู้เขียนหนังสือ 'เคล็ดลับการเขียนเรื่องสั้น' เขียนไว้ว่า ...ถ้าไม่เป็นนักอ่านก็อย่าหวังว่าจะเป็นนักเขียน... ลองตีความบทความนี้ซิครับแล้วจะรู้ซึ้งเอง เพื่อนที่โรงเรียนถามผมว่า บอสทำไมแกชอบเขียนนิยาย แกมีนักเขียนในดวงใจเหรอเปล่าวะ ผมก็ตอบไปว่า มีดิ...ก็พ่อเราไง เพื่อนเลยถามต่อ เอ้า...พ่อแกเป็นนักเขียนด้วยเหรอวะ เพิ่งรู้นะเนี่ยะ แล้วพ่อแกเขียนอะไรวะ ผมก็ตอบแล้วยิ้มอย่างมีชัย เอ่อ...ก็เขียนเช็คอ่ะครับ อยากได้เท่าไหร่ เขียนให้เลย -_-' เนี่ยะแหละ นักเขียนในดวงใจ (อย่านอกเรื่อง ได้โปรด) แล้วคุณล่ะครับ มีนักเขียนในดวงใจคือใคร (ห้ามคัดลอกมุขนี้แล้วมีสวนกลับใส่ผมนะ) หลังจากที่มีแรงบันดาลใจในการเขียนแล้ว ก็ทำให้เกิดการอยากเขียนขึ้นมา... เชื่อมโยงต่อไปถึง...จุดเริ่มต้นของการเป็นนักเขียน ก็อย่างว่าแหละครับ การที่จะเป็นก็เขียนได้ มันก็ต้องอยากเขียนก่อนแล้วถึงจะเขียน ถ้าไม่อยากเขียน...มีเหรอจะเขียนได้ ดังนั้นก็แบ่งจุดเริ่มต้นของการเป็นนกัเขียนออกเป็นสองอย่างคือ การอ่าน และ จากประสบการณ์(การได้ยินได้ฟังจากปากคำอื่น หรือ พบประสบมากับตัวเองแท้ๆ) การอ่านจัดเป็นจุดเริ่มต้นของนักเขียนส่วนใหญ่ ส่วนมากแล้วนักเขียน(นวนิยาย)จะเพลิดเพลินและหลงไหลในตัวหนังสือเอามาก สามารถที่จะบรรยายและถ่ายทอดความคิดเห็นหรือทัศนะคติหรือจินตนาการของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้ได้ การอ่านเป็นการสื่อสารแบบ One way คือแบบทางเดียว ผู้อ่านจะรับสารจากผู้เขียน แต่ผู้เขียนไม่สามารถรับสารจากผู้อ่านไม่ได้ (แต่ในเน็ตมันทำได้) การอ่านดีอย่างไร การอ่านมีประโยชน์คือ...ได้รับความรู้ ความเพลิดเพลิน หรืออะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย จากประสบการณ์...มีทั้งทางตรงและทางอ้อม (สุนิสา สุขบุญสังข์ เย้ย!ไม่เกี่ยว) ทางตรงคือไปพบประสบมาโดยตรงเช่นในชีวิตประจำวันเป็นต้น ทางอ้อมคือได้ยินเขาเหล่ามา หรือ ดูจากทีวี ประสบการณ์เหล่านี้จะทำให้นัก(อยาก)เขียนจินตนาการได้ดีขึ้น แต่นักเขียนจะมาจากทางไหนทางเดียวไม่ได้หรอก จะมาจากการอ่านอย่างเดียว จะมาจากประสบการณ์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องมาจากทั้งสองสายทางคือการอ่านและประสบการณ์ นักเขียนที่ดีต้องมีทั้งประสบการณ์และรักการอ่าน การอ่าน...เป็นการเปลี่ยนสัญญาณตัวอักษรเป็นสัญญาณภาพ (เหมือนโทรทัศน์) ประสบการณ์...เป็นการเปลี่ยนสัญญาณภาพเป็นสัญญาณตัวอักษร (เหมือนคลื่นโทรทัศน์) ดังนั้นทำผังมโนทรรศน์นะ อ่าน => จินตนาการ + ประสบการณ์ที่มี => จินตนาการภาพ => เขียนเป็นตัวอักษรบรรยาย เท่านี้ก็เป็นนักเขียนได้แล้วล่ะมั้ง
ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้งานเขียนออกมาดีคือ - ฝึกฝนให้มาก...หัดเขียน เขียนแล้วอ่านทวนอีกรอบเขียนถกมั้ย ผิดธรรมดาไปหรือเปล่า - เปรียบเทียบ...ดูงานเขียนของเราแล้วเอาไปเปรียบเทียบกับนักเขียนที่ดีจะได้รู้ว่าเราด้อยตรงไหน (เขียนบรรยายไม่ละเอียด คำพูดผิดจากธรรมชาติ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาดูไม่เป็นธรรมชาติเท่าที่ควร(ผิดกาลเทศะไปมั้ย เช่น อยู่โรงเรียนมีฉากจูบกัน) ใช้ภาษาหลุดโลก ดำเนินเรื่องไว หรืออะไรต่างๆ อีกมากมาย) - ขอคำแนะนำ...อย่ากลัวที่จะโดนวิจารณ์ แต่จงกลัวคำชม...เพราะอะไร ปริศนาธรรมข้อนี้คือ... คำวิจารณ์...จะทำให้เรารู้ว่า เรามีข้อด้อยตรงไหน มีจุดอ่อนตรงไหน ตั้งแก้ไขอะไรบ้าง ทำให้เรารู้ว่าเรามีการพัฒนาฝีมือของเราให้ฉกาจฉกรรจ์ขึ้น ส่วนคำชม เป็นศัตรูอันตราย(มั้ง ทั้งๆ ที่ออกจะชอบ)ของการเขียน เพราะถ้ามีคนมาชมว่าเราเขียนดีแล้ว.... อาจจะทำให้เราไม่อยากที่จะปรับปรุงเรื่อง เพราะคิดว่ามันดีแล้ว มันสุด ๆ แล้ว ทำให้นักเขียนหลงตังเอง เอ้ย! ไม่ใช่มองข้ามจุดด้อยของตนเองไป ดีนะที่เด็กดีมีถนนนักเขียน ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบในผลงานการเขียนสามารถพัฒนาฝีมือได้ คุณเข้ามาในที่นี่อย่าได้ตั้งหน้าตั้งตามาเขียนอย่างเดียวล่ะ มาอ่านด้วย...เพื่อดูว่าผลงานการเขียน สไตล์การเขียน แนวการเขียน ภาษาเขียนของตัวเอง เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับของคนอื่น เป็นกำลังใจให้นักเขียนทุกคนสู้นะครับ เพื่อรังสรรค์เรื่องดีๆ เพื่อสังคม (หรือเพื่อปากเพื่อท้องของตัวเอง) อย่ายอมแพ้ อย่าหยุดเขียน (ข้อนี้ผมทำไม่ได้เพราะไม่ค่อยมีอารมณ์เขียนเท่าไหร่) อย่าเสียใจถ้าไม่มีใครคอมเม้นท์นิยายเรา...(ฮือๆๆๆๆๆ T-T อย่าพากุเศร้าซิ) เขียนไปเรื่อย จนกว่าจะถึงชัยชนะ สู้ๆ สู้ตาย...^-^
เป็นไงกันบ้างจ๊ะหลังจากที่ได้อ่านFwd Mailฉบับนี้แล้ว พี่ปัดคิดว่าเป็นFwd Mailที่ดีมีประโยชน์กับน้องๆนักเขียนชาวเด็กดีสามารถที่จะนำไปปรับใช้ได้กับงานเขียนและยังมีการให้กำลังใจด้วย ซึ่งสิ่งนี้พี่ปัดเชื่อว่าเป็นสิ่งที่น้องๆเหล่านักเขียนอยากที่จะได้รับมากที่สุด
พี่ปัดขอขอบคุณFwd Mailดีๆจากพี่ลาเต้ค่ะ

|
16 ความคิดเห็น
อ่ า น แ ล้ ว มี กำ ลั ง ใ จ ม า ก ขึ้ น เ ย อ ะ เ ล ย
จ ะ พ ย า ย า ม ค่ า
ขอบคุณค่ะ
นักอ่าน ---> ตูม่ายใช่ แต่ตูอยากเขียน T^T
ขอบคุณค่ะ

ช่วยบอกวิธีลงนิยายหน่อยได้มั้ยคะ คือลงยังไงก็ลงไม่ได้อะค่ะ