| มาแล้วจ๊ะ พี่ปัดมาต่อให้แล้วจ๊ะ สำหรับผลงานที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของการประกวดซีไรต์ประจำปีนี้ อีก 4 เรื่อง พี่ปัดว่าต้องมีน้องๆ ชาวDek-D อดใจรอช้าอยู่ใชมั้ยจ๊ะ งั้นอย่ารอช้าไปดูกันเลยดีกว่าจ๊ะ
บริษัทไทยไม่จำกัด ของ สนั่น ชูสกุล บริษัทไทยไม่จำกัด เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นแนวการเมืองที่เขียนระหว่าง พ.ศ. 2530 2547 ประเด็นหลักที่นำเสนอคือความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างรัฐกับประชาชน ด้วยกลวิธี มุมมอง และท่าทีที่หลากหลาย ด้วยเหตุนี้ แม้เรื่องสั้นบางเรื่องจะเขียนมานับสิบปีแล้วก็ยังสามารถสร้างอารมณ์ร่วมและกระตุ้นความคิดได้อย่างน่าประหลาดใจ ความโดดเด่นของเรื่องอยู่ที่การเสนอแง่มุมทางการเมืองโดยนักเขียนที่คร่ำหวอดอยู่กับปัญหามาช้านาน ผู้เขียนเสนอปัญหาสังคมผ่านมุมมองของกลุ่มผลประโยชน์หลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นประชาชนในชนบท นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำให้เห็นวิธีคิดที่หลากหลายที่มีฐานความคิดอยู่บนผลประโยชน์ของคนต่างกลุ่ม ประเด็นที่นำเสนอไม่มีลักษณะขาว/ดำอย่างชัดเจน แต่แสดงความซับซ้อนยอกย้อนของปัญหา การเสนอปัญหาทางการเมืองดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดการตั้งคำถาม เพราะปัญหาอันเกิดจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมที่ซับซ้อนทำให้เกิดอำนาจที่ไม่สมดุลระหว่างรัฐ กลุ่มธุรกิจ และกลุ่มประชาชน หลายเรื่องชี้ให้เห็นความล้มเหลวของรัฐในการกำหนดนโยบายสาธารณะ รัฐไม่สามารถสร้างความสมดุลของการกระจายความเท่าเทียมเป็นธรรม ไม่มีเวทีสาธารณะที่เปิดกว้างสำหรับกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหลายต่อหลายครั้งไร้อำนาจต่อรอง ถูกทอดทิ้ง อันนำไปสู่ความแตกแยก การประท้วง การบ่อนทำลาย บางเรื่องแสดงให้เห็นความขัดแย้งในหมู่ประชาชนที่เกิดจากการยุยงปลุกปั่นของกลุ่มผลประโยชน์ หรือฝ่ายรัฐ ผู้แต่งชี้ให้เห็นว่า ปัญหาของประเทศชาติไม่มีใครเป็นพระเอกหรือผู้ร้าย การแก้ปัญหาจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการเพื่อประนีประนอมผลประโยชน์ของคนแต่ละกลุ่ม นอกจากนี้บางเรื่องยังแสดงวิธีการที่รัฐบริหารประเทศแบบธุรกิจเอกชนที่มุ่งผลกำไรเป็นหลัก บางเรื่องเปิดโปงรัฐบาลที่มักแก้ปัญหาที่ปลายเหตุพอให้พ้นตัวไป ผู้เขียนได้ชี้ชัดว่าการเมืองเป็นเรื่องของคนทุกฝ่าย ประชาธิปไตยไม่ใช่เป็นเพียงการเลือกตั้ง ประชาธิปไตยที่แท้จริงคือการที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น เมื่อใดที่ประชาชนมีความเข้มแข็งในการต่อรองและมีการประนีประนอมเพื่อผลประโยชน์ของทุกฝ่ายอันจะนำไปสู่ความสมดุลของอำนาจ เมื่อนั้นก็จะเกิดความเป็นธรรมในสังคม ปัญหาต่างๆ ในเรื่องสั้นเหล่านี้แม้จะดูหนักหน่วง แต่ด้วยการนำเสนออย่างมีชั้นเชิงของกลวิธีล้อเลียน และเสียดสี ทำให้เกิดอารมณ์ขัน เช่น การเทียบการแก้ปัญหาผลประโยชน์ของคนต่างกลุ่มในกรณีการสร้างเขื่อนกับอาการป่วยไข้ของรัฐมนตรี บางเรื่องเสนอพฤติกรรมของสัตว์ในรูปของการเขียนอุปมานิทัศน์ (allegory) ที่มีทั้งความหมายในระดับพื้นผิวและความหมายในระดับลึก จึงเปิดโอกาสให้มีการสร้างความหมายหรือตีความเชิงการเมืองได้โดยอิสระ การเมืองในรวมเรื่องสั้นชุดนี้จึงไม่แห้งแล้ง เพราะตีแผ่ฐานรากของปัญหาได้อย่างเฉียบคมด้วยกลการประพันธ์ที่แยบยล
ปรารถนาแห่งแสงจันทร์ ของ เงาจันทร์ ความเห็นใจและเข้าใจมนุษย์รอบข้างและตนเอง คือแก่นสารของรวมเรื่องสั้นชุดนี้ ซึ่งนำเสนอในรูปเรื่องราวที่ราวภาพเขียนอันสวยงาม ชวนฝัน และเปลี่ยวเศร้า ของฉากแห่งเรื่องราว ความลึกซึ้งของอารมณ์มนุษย์ที่พานพบรอยโศกสลด เจ็บปวด จากผู้คนและการกระทำของตนในวิถีอันหลากหลายของชีวิต ปรารถนาแห่งแสงจันทร์ ประกอบด้วยเรื่องสั้นคัดสรร ของ เงาจันทร์ รวม 8 เรื่องด้วยกัน แต่ละเรื่องก่อเกิดด้วยความฝัน ความปรารถนาของชีวิตเล็กๆ ในสังคม ประหนึ่งความปรารถนาในแสงจันทร์ที่มิเคยลับโลก แต่ก็ไม่อาจจับต้องคั้นหมายให้เป็นไปตามใจได้ เรื่องราวในผลงานรวมเรื่องสั้นชุดนี้นับเป็นวรรณกรรมแนวโรแมนติกแห่งยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทว่าบทบาทสำคัญของวรรณศิลป์แนวนี้ยังสามารถทำให้ผู้อ่านได้สัมผัสกับความละเอียดอ่อนของมนุษย์ต่อมนุษย์ และแม้ต่อชีวิตอื่นที่มิใช่มนุษย์ ด้วยสายใยอันเปราะบาง อ่อนโยน และฝากรอยประทับอันงดงามระหว่างชีวิต ด้วยภาษาอันละเมียดละไมของนักเขียนที่บรรจงร้อยได้อย่างงดงาม หากจะกล่าวว่าความปรารถนาที่แท้จริงของมนุษย์ คือการได้บันทึกความสุขของชีวิตไว้แทนรอยโศกจนชั่วนิรันดร์ ก็อาจกล่าวได้เช่นกันว่า ก็ความทุกข์โศกและเปี่ยมเศร้ามิใช่หรือที่เป็น นิรันดร์แห่งชีวิต
วรรณกรรมตกสระ รวมเรื่องสั้นทั้ง ๙ เรื่องนำเสนอชีวิตของผู้คนที่แปลกแยกจากสังคม ผู้เขียนนำเสนอภาพตัวละครที่ตั้งคำถามกับความเป็นไปของคนในสังคม จากเรื่องง่ายๆ ไปสู่เรื่องราวที่ซับซ้อน แต่ละเรื่องล้วนมีทิศทางของการนำเสนอตัวละครแตกต่างกันไป บางคำถามตั้งขึ้นเพื่อ ยั่วล้อกับลักษณะของวรรณกรรมสร้างสรรค์อย่างที่ไม่เคยมีใคร เล่นกับประเด็นนี้มาก่อน ตัวละครที่เป็นนักเขียนจึงได้แต่ยอมรับว่าวรรณกรรมที่ตนสร้างสรรค์ขึ้นนั้น แม้แต่ตนเองก็ยังอ่านไม่รู้เรื่อง ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องที่กระตุกคนอ่านให้รู้ตัวอยู่ตลอดเวลานั้น ทำให้ได้รับกลิ่นอายของการนำเสนอเรื่องแบบตะวันตก ขณะเดียวกันผู้เขียนก็กลบเกลื่อนกลิ่นอายนั้นด้วยการตั้งชื่อเรื่องที่คมคายและหันกลับมาหาความเป็นสังคมไทย ตัวละครที่แปลกแยกเหล่านั้น บ้างก็ก่อให้เกิดอารมณ์เหงาเศร้ากับเรื่องราวในอดีต บ้างก็ทำให้เกิดการทึ่งกับเรื่องล้อแนววิทยาศาสตร์ กล่าวโดยรวมได้ว่าเป็นเรื่องสั้นที่นำเสนอแนวเรื่องและมุมมองใหม่ ไม่ซ้ำแบบใคร แม้ในท้ายที่สุดแล้ว จะเป็นการตั้งคำถามที่เน้นระหว่างความเป็นเปลือกกับแก่นแท้เฉกเช่นเรื่องสั้นเรื่องอื่นๆ รวมเรื่องสั้นชุดนี้ มีกลวิธีการเล่าเรื่องคล้ายบทละครที่มีผู้กำกับคอยควบคุมจังหวะของเรื่อง ทำให้เรื่องราวแต่ละตอนที่สรรค์สร้างขึ้นดูประหนึ่งเป็นงานศิลปะที่ถูกตกแต่งและจัดวางไว้ให้ลงตัว ผู้อ่านถูกผลักให้ห่างออกไปจากเรื่องราวที่นำเสนอ การเล่าเรื่องด้วยน้ำใสใจจริงอาจ ขาดหาย การสัมผัสอารมณ์ระหว่างผู้เขียนกับผู้อ่านไม่ปรากฏ คงเหลืออยู่แต่การเสกสรรค์ปั้นแต่งให้ผู้อ่านรู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังตกอยู่ภายใต้อำนาจของเรื่องเล่าที่ถูกกำหนดไว้แล้วอย่างดีของนักเขียน
หมู่บ้านแอโรบิก ของ ทัศนาวดี เรื่องสั้น ๘ เรื่อง ในรวมเรื่องสั้นเล่มนี้สะท้อนปัญหาของสังคมร่วมสมัย ด้วยทัศนคติอันเปิดเผย ผ่านมุมมองของตัวละครหลากหลายอาชีพ ที่แสดงวิถีชีวิตของคน ท่ามกลางกระแสวัตถุนิยมและเทคโนโลยีทั้งหลาย ในยุคที่คนในชนบทตกเป็นเหมือนเหยื่ออันโอชะของสิ่งเหล่านั้น ไม่ต่างจากคนในสังคมเมือง การไหลบ่าเข้าใส่อย่างหนักหน่วงของกระแสวัตถุนิยม ทำให้วิถีชีวิตของคนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จนหลายคนรับมือไม่ได้ จึงพยายามกลืนเกลื่อนด้วยคติชีวิตอันแปลกแปร่ง เหมือนการเสียดสี เยาะเย้ย แต่ก็จำนนอยู่ในที ไม่เพียงแต่ชาวบ้านธรรมดาเท่านั้นที่ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตตนเอง แม้แต่คนในสถานะอื่นๆ ที่ดำรงอยู่ในสถานะอันควรแก่การเคารพยกย่องในสังคม เช่น พระสงฆ์และครูอาจารย์ ต่างก็ตกอยู่ภายใต้การครอบงำนั้น ทำให้ศีลธรรมและจริยธรรมพลอยสั่นคลอนไปด้วย แม้เราจะเห็นเรื่องราวเหล่านั้นได้อย่างดาษดื่นในสังคม แต่ผู้เขียนได้ถ่ายทอดผ่านกระบวนการของเรื่องสั้นได้อย่างน่าสนใจ ทำให้แต่ละเรื่องมีเสน่ห์น่าติดตาม และมีความรื่นรมย์แฝงเร้นอยู่ในวิถีชีวิตอันหลากหลายเหล่านั้น ได้ดูจนครบทั้ง 9 เรื่องแล้วนะจ๊ะ ถ้าใครที่ยังไม่ได้ดูอีก 5 เรื่อง ที่พี่ปัดเอามาฝากก่อนหน้านี้ก็ให้กด ที่นี่ เลยจ๊ะ ถ้าพี่ปัดได้ข่าวคราวการประกาศผลรางวัลซีไรต์เพิ่มเติมยังไงจะรีบเอามาบอกน้องๆ ชาว Dek-D นะจ๊ะ
พี่ปัดขอขอบคุณข้อมูลจากwww.seawrite.comค่ะ รูปภาพประกอบจากwww.thaiwriternetwork.comค่ะ |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?



3 ความคิดเห็น
ดูครบแล้วค้า
แต่ละเรื่องน่าสนใจทั้งนั้น
ต้องซื้อมาอ่านอย่างน้อยเล่มนึงแหละ
อยากได้รางวัลซีไรท์มั่งจัง>_<