จบเรื่องอย่างไรตรึงใจคนอ่าน?

ขีดๆเขียนๆไปถึงไหนกันแล้วจ๊ะน้อง พี่นัทว่าช่วงนี้น้องคงเพิ่มจะสอบเสร็จกัน…หรือบางคนก็กำลังสอบอยู่ใช่หรือเปล่าจ๊ะ อย่าลืมตั้งใจอ่านหนังสือกันด้วยเด้อ ไว้สอบเสร็จแล้วมาลุยงานเขียนกันต่อ...มีน้องหลายคนเมลล์มาถามพี่นัทว่า “พี่นัทคะหนู่แต่นิยายมาถึงตอนสุดท้ายแล้วล่ะค่ะ...ตอนแรกหนู่ก็คิดเอาไว้แล้วว่าเรื่องจะจบแบบไหน แต่ทำไปทำมาหนูอยากเปลี่ยนตอยจบค่ะ...แต่ไม่รู้จะจบยังไงดี...พี่นัทช่วยหน่อยค่ะ” เรื่องมันก็เป็นอย่างงี้แหละจ๊ะน้องๆ ทันใดนั้นบทความนี้จึงเกิดขึ้น...อิอิ

 

จบเรื่องอย่างไรตรึงใจคนอ่าน!

 

การจบเรื่องเป็นความสำคัญ*สุดยอด*ที่ผู้เขียนจะต้องให้ความใส่ใจให้มาก เป็นสุดยอดของการสรุปเนื้อหาอันเป็นแก่นของเรื่อง สุดยอดของการคลี่คลายปมต่างๆของเรื่อง สุดยอดของอารมณ์ของเรื่อง สุดยอกของการทิ้งทวน การทิ้งคำ สำนวน โวหาร และวรรคทองของความคิด ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนชนิดใดๆก็ตาม ในส่วนของการจบเรื่องนี้ผู้เขียนจะต้องทิ้งพลังทางปัญญา ความคิดและความเป็นสุดยอดฝีมือ ซึ่งกลวิธีในการจบเรื่องหรือที่ดีนั้นมีข้อน่าสังเกต ดังนี้  

  

 

1.                      จบด้วยความบรรลุถึง การจบด้วยวิธีนี้มักคลี่คลายปมประเด็นต่างๆที่ถูกผูกเอาไว้ในเนื้อเรื่อง ทำให้ผู้อ่านรู้สึกสบายใจ โล่งใจ อิ่มเอมใจ อบอุ่นใจ หรือมองเห็นทิศทางเบื้องหน้าที่สดใสสวยงาม เรียกการจบแบบนี้ว่า “สุขนาฏกรรม” (happy ending) เป็นวิธีการจบที่ก่อให้เกิดกำลังใจ จรรโลงใจ และสร้างสรรค์ความรู้สึกที่ดีงาม แต่อาจจะขาดพลังในการจบเรื่องแบบสร้างความประหลาดใจไปบ้าง

 

2.                      จบด้วยความสูญเสีย วิธีนี้มักนำสถานการณ์ของเรื่องให้เข้าสู่วิกฤตเลวร้าย ทำให้ตัวละครประสบชะตากรรมถึงที่สุด โดยเฉพาะตัวละครที่ผู้อ่านรักและศรัทธา เพื่อให้จุดจบนี้เป็นความกระทบกระเทือนใจของผู้อ่าน ซึ่งอาจจะเรียกการจบมนลักษณะนี้ว่าการจบแบบ “โศกนาฏกรรม” ( sady ending) ก็ได้ เป็นการจบที่เหมือนจะขัดใจผู้อ่านที่เอาใจช่วยตัวละครหรือพฤติกรรมฝ่ายดี หรือถ้าเป็นบทความแสดงทัศนะก็จะจบลงด้วยการกระแทกกระทั้นกันอะไรบางอย่างต่อเป้าหมาย ชนิดไม่ปรานีที่เดียว เพื่อหวังผลให้ความรู้สึกสงสารและเจ็บปวดเป็นสิ่งกระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดสำนึกอยากปกป้องตัวละครที่ดีหรืออีกทางหนึ่งคือสร้างเสริมความมีคุณธรรมและความดีอย่างมีพลัง

 

 

3.                      จบแบบทิ้งให้คิด วิธีนี้มักจบลงด้วยการเหลือปมบางปมไว้ให้ผู้อ่านขบคิด ไขปริศนา ค้นหาคำตอบ หรือจุดประกายความฉงนให้เกิดข้อสงสัย เกิดความกระหายใคร่อยากรู้ จนกระทั่งเกิดการพิจารณาอย่างรอบครอบแยบคาย หรือที่เรียกว่า “โยนิโสมนสิการ” ในกระบวนการความคิดและนำไปสู่การพัฒนาคุณค่าชีวิต

 

 

4.                      จบแบบหักมุม เป็นวิธีการจบเรื่องที่ทำให้ผู้อ่านคาดคิดไม่ถึงว่าเรื่องจะจบลงอย่างนั้น แต่เมื่ออ่านจบก็พอใจ การจบแบบนี้ต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้และความสมจริงสมจัง ไม่เช่นนั้นเรื่องอาจจะกลายเป็นไร้เหตุผลและเสียหายได้

 

น้องที่ใกล้จะถึงจุดจบของตัวเอง...เอ้ย!...ของเรื่องก็พอจะมีแนวๆกันบ้างแล้วนะจ๊ะ ส่วนน้องๆที่เนื้อเรื่องยังไม่ถึงไหนก็ขอให้ทุกคนสู้ๆนะจ๊ะ พี่นัทเป็นกำลังใจให้เสมอจ๊ะ อยากรู้เคล็ดลับอะไรหรือวิธีเขียนแบบไหนก็บอกได้เลยจ้า เด๋วพี่นัทจะไปสรรหามาเสริฟมาให้น้องๆนะจ๊ะ ช่วงนี้ฝนตกบ่อยเหงาๆก็แวะเข้ามาทักทายกันในMY ID พี่นัท ได้นะจ๊ะ อ่านทุกข้อความเลยขอบอกๆ หรือว่าอยากเมาส์ยาวๆ ก็ที่ judne@dek-d.com จ้า

 

 

ที่มา : หนังสือการเขียนสร้างสรรค์ ไม่ยากอะไรเลย

โดย ศิวกานท์ ปทุมสูติ

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

29 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Maple N. Sarika Member 2 ส.ค. 51 22:18 น. 7
เอ๊ะ! รูปนั้น! รูปเล็กๆที่อยู่ตรงหัวข้อเรื่องอ่ะ เป็นคนถนัดซ้ายเหรอ!!! กรี๊ดๆๆ ใคร ใคร ใคร!!! >o< เราชอบคนถนัดซ้ายยยยยยยย!!!!
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
kukkik_zazii Member 5 ส.ค. 51 11:16 น. 14
เคยจบมาเกือบทุกแบบแล้วอ่ะค่ะ 555

แต่เรื่องที่เขียนอยู่จบแบบหักมุมและโศกนาฏกรรม 555


ดูรันทดไปไหม -*-



ขอบคุณพี่นัทมากๆ ค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
หิ่งห้อยในขวดฟ้า Member 6 ส.ค. 51 16:55 น. 20
อืม

จะว่าไปแล้ว

การเขียนที่จะตราตรึงและประทับใจคนอ่านนี่มันยากเหมือนกันเนอะ

แต่เราต้องไม่ท้อ

สู้ๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด