แต่พี่ตินเพิ่งเห็นบทความนี้ ก็เลยคิดว่าน่าสนใจ จะเอามาให้เล่าน้องๆ ฟังกันนะ
รู้กันอยู่แล้วว่า 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี คือวันแห่งความรัก
แต่ว่า รู้หรือไม่ ทำไมเค้าถึงเรียกกันว่า วาเลนไทน์ เดย์ส
มีตำนานมากมายกล่าวถึงเรื่องราวของวันวาเลนไทน์
แต่เรื่องที่มีการพูดถึงมากที่สุดก็คือ เรื่องของนักบุญที่มีชื่อว่า วาเลนไทน์
นักบุญคนนี้ เกิดในกรุงโรมสมัยก่อน ในช่วงของจักรพรรดิ Claudius II
ซึ่งจักรพรรดิองค์นี้ อยากจะสร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่
และพระองค์ทรงมีความเชื่อว่า การจะมีกองทัพที่ยิ่งใหญ่ จะต้องสร้างจากทหารหนุ่มๆ ที่เป็นโสด
เพราะฉะนั้น จักรพรรดิก็เลยห้ามไม่ให้มีการแต่งงาน
เพราะว่าพระองค์ต้องการให้ทหารของพระองค์โสดตลอดเวลา
จะได้ไม่ต้องมีห่วง เวลาที่จะออกรบน่ะสิ (ใจร้ายจริงๆ จักรพรรดิองค์นี้เนี่ย)
แต่ว่า ในขณะที่บาทหลวงอื่นๆ ไม่ยอมทำพิธีแต่งงานให้กับทหาร
พ่อนักบุญวาเลนไทน์ของเรา กลับละเมิดคำสั่ง
และจัดการแต่งงานอย่างลับๆ ให้กับเหล่าทหารและหญิงคนรักอย่างสม่ำเสมอ
และต่อมา เมื่อความลับเข้าหูของจักรพรรดิ วาเลนไทน์ของเราก็เลยต้องถูกประหารเสีย

แต่ในความเป็นจริง ชื่อเสียงของเขาก็โด่งดังมากในฐานะผู้บูชาความรัก
และเขาก็ได้เป็นฮีโร่ของผู้คนมาตลอด ตำนานของคนผู้นี้ถูกกล่าวถึงตลอดมา
ในฐานะผู้ช่วยให้คนได้พบรักกัน และสัญลักษณ์ของวาเลนไทน์ก็คือ ดอกกุหลาบ ขนมหวาน
และการ์ดแห่งความรัก ที่คนรักจะมอบให้แก่กันนั่นเอง
ต่อมา ในปี 1868 Richard Cadbury ได้ผลิตช็อกโกแลตวาเลนไทน์กล่องแรกขึ้น
ในชื่อว่า Valentines Day box of chocolates
และชื่อของวาเลนไทน์ ก็ได้กลายมาเป็นที่รู้จักกันทั่วไป
ยิ่งต่อมา เมื่อฮอล์มาร์คได้นำชื่อของเขาไปทำการ์ดในชื่อว่า Valentine card ในปี 1913
นักบุญวาเลนไทน์ก็เลยยิ่งมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันไปทั่ว
ในที่สุด ความรักก็เอาชนะทุกสิ่งสินะ
อตินเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.livescience.com/
15 ความคิดเห็น
เรื่องเล่าจากต่างที่ ก็แตกต่างกัน
แต่ความสำคัญก็ยังอยู่ที่ "ความรัก" ^^
เคยได้ยินแร้ว
ขอบคุณที่หามาให้อ่านนะคะ พี่อติน ^^
ตอนงานสายสัมพันธ์โรงเรียนห้องรุ่นพี่เค้าเคยจัดกันทีนึง ยังจำติดตาเรย
ใช่ค่ะ คนเราต้องคู่กับความรักเสมอ
เรารักท่าน เซนต์ วาเลนไทน์
ขอบคุณคนที่อ่านข้อความที่เขียน ขอบคุณ จริง จริง