อยากเป็นนักเขียนต้องทำอย่างไรเคล็ดลับจากอ.จตุพล

 

 

ว่าไงจ๊ะ น้องๆนักเขียนชาว Dek-d.com กลับมาพบกันอีกแล้วจ้า อย่าเพิ่งเบื่อกันซะก่อนนะจ๊ะ เพราะวันนี้พี่นัทมีเคล็ดลับเด็ด....ทำอะไรแล้วต้องเป็นลีดเดอร์ เคล็ดลับนักเขียนจาก อ. จตุพล ชมพูนิช มาฝากน้องๆนักเขียนชาวDek-d.com จ้า

 

 

      ในการทำงานเขียนแนวไหนก็ตาม ส่วนมากเราคงเห็นกันอยู่แล้วว่าบุคคลที่เป็นนักเขียนนั้นไม่ได้มีอาชนักเขียนเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องพ่วงการทำงานอื่นๆด้วย เพราะสาเหตุอะไร น้องๆชาว Dek-d.com รู้หรือเปล่าจ๊ะ

 

      วันนี้พี่นัทมีประสบการณ์ของนักพูดและนักเขียนมืออาชีพอย่างอ.จตุพล ชมพูนิช มาฝากกันจ้า

 

      อาจารย์จตุพลมีงานพูดและงานเขียนควบคู่กันไป งานเขียนของอ.จตุพล เป็นประเภทพ็อกเก็ตบุคส์ และเขียนลงตามนิตยสารต่างๆ

 

 

วิธีการเขียนหนังสือ

 

      ส่วนใหญ่หนังสือประมาณ 90% จะเขียนในแนว สนุกสนาน ซึ่งจริงๆแล้วการเขียนจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากที่ว่าง่ายก็เพราะเรามีประเด็นที่มันสนุกอยู่ที่แล้วในตัวของเรื่องนั้น เจอเรื่องแปลกๆสนุกๆมันก็น่าสนุก แต่บางเรื่องเราก็ต้องเอามาเขียนให้สนุกเช่น เรื่องบุคลิกภาพ มันก็ขึ้นอยู่กับเราว่าจะเขียนอย่างไรให้คนอ่านรู้สึกสนุกไปด้วย ทำให้เขารู้ว่ามันสนุกน่าอ่าน

 

ได้พล๊อตเรื่องจากอะไร

 

      ส่วนใหญ่ได้มาจากกาสังเกตสิ่งที่พบเห็น ก็เหมือนการพูดคือมองทุกสิ่งทุกอย่างในสายตาที่ไม่ใช่คนปกติเขามองกัน มองแล้วต้องคิด ต้องจินตนาการ มันก็จะเกิดแง่มุมที่คนเขาเห็น เขามองกันอยุ่ทุกวัน แต่ถ้าเรามองในสายตาของนักพูดหรือนักเขียนแล้วละก็เราจะได้อีกแง่มุมหนึ่งซึ่งมันก็จะแปลกแตกต่างกันออกไป



 

อะไรทำให้เกิดจินตนาการ

 

      ในเรื่องที่พูดแล้วสนุกมันต้องมีวิธีการพูดที่ไม่เหมือนปกติซึ่งข้อเท็จจริงอาจจะมีอยู่นิดเดียว แต่ในการพูดเราสามารถทำให้มันเกิดความสนุกสนามขึ้นได้อย่างเช่น พูดพร้อมแสดงท่าทางต่างๆประกอบเข้าไปด้วยก็จะช่วยให้คนดูเกิดความขำขึ้นได้ แต่การเขียนเราจะทำอย่างไรให้เขาสนุกเมื่อเขาอ่าน เพราะฉะนั้นมันต้องมีความคิดที่เกินจริง เช่น หลอดแป๊ปซี่ที่เราดูดเพื่อที่จะได้ดื่มน้ำเนี่ยซึ่งตามหลักมันก็เป็นจริงอยู่แล้ว แต่เราก็คิดในแง่ที่มันน่าจะมีสิ่งที่แปลกขึ้น โดยการที่ให้น้ำมันสามารถขึ้นมาได้เองโดยเพียงใช้ปากสัมผัสหลอด มันอาจจะเกินหลักความจริงบ้างแต่นั่นคือ ความสนุก แง่มุมของความสนุกนั้นมันมีทั้งหักมุม ความเกินจริงเหนือความคาดหมาย หรือมีการล้อเลียนบ้าง

 

      นักเขียนบางคนกว่าจะคิดเนื้อเรื่องและบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือแต่ละตัวต้องใช้พลังมาก การกลั่นกรองบทความออกมาสักเรื่องซึ่งมีความยาวไม่มากนัก ก่อนเขียนต้องมาพิจารณาก่อนว่าจะวางพร๊อตเรื่องอย่างไร หรือว่าจะเขียนเกี่ยวกับอะไร ประเด็นไหนน่าสนใจ จะหักมุมตรงไหน คำคมต้องวางไว้ตรงไหน วิธีการให้แง่คิด คำลงท้ายต้องเป็นแบบไหน การพูดก็เหนื่อยแล้ว แต่งานเขียนต้องคิดออกมาเป็นคำพูดต้องบรรยาย ใส่อารมณ์พื่อให้คนอ่านเห็นภาพ

 

      เป็นธรรมดาของนักเขียน ยิ่งถ้าเขียนเป็นเรื่องราว เช่น นิยาย ผมคิดว่า ผลตอบแทนค่อนข้างน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับสมองที่ต้องใช้ใส่ไปในงานแต่ละชิ้น


 {pic-desc}

 

นักเขียนควรมีลักษณะอย่างไร

 

      คนที่จะมาเป็นนักเขียนเขาจะเป็นอย่างไรก็ได้ แต่ผมว่าความเป็นนักเขียนค่อนข้างหลากหลาย แม้ดูว่านักเขียนจะมีบุคลิกเป็นของตัวเอ เช่นเป็นคนเงียบขรึมเก็บตัวแต่ก็ไม่เสมอไปตรงนี้ไม่ใช่มาตรฐานที่จะมากำหนดลักษณะของคนที่จะมาเป็นนักเขียนได้ อย่างนักวาดรูป อ.เฉลิมชัย ก็เป็นคนสนุกสนานเข้าสังคม แต่เขาก็วาดรูปเก่ง ไม่ว่านักเขียนจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ ข้อสำคัญต้องเป็นคนที่ไม่ใช่ว่าหาข้อมูลไม่ดี ทำผิดคิดร้ายต่อผู้อื่นแล้วเอามาเขียนมันก็ไม่ดี เพราะฉะนั้นเป็นอย่างไรก็ได้ในเส้นทางที่เขาอยากเป็นบางทีคนส่วนใหญ่จะคิดว่า คนที่จบกฎหมายจะต้องเป็นนักพูดมันก็ไม่เสมอไป อย่างคนที่จบรัฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ก็สามารถเป็นนักพูดนักเขียนได้ทั้งนั้น มันอยู่ที่ว่าเขาอยากเป็นหรือเปล่า

 

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่อยากเป็นนักเขียน

 

      ขอยกตัวอย่างคำพูดของคุณ ทมยันตีที่ได้กล่าวไว้ว่าการที่จะเป็นนักเขียนที่เก่งได้มีวิธีอยู่ 3 ข้อ คือ

 

  1. เขียน
  2. เขียน
  3. เขียน

 

 

       คือการเป็นนักเขียนจะต้องเขียน เหมือนกับถ้าเราอยากถูกหวยก็ต้องซื้อล๊อตเตอร์รี่ เมื่อไหร่จะถูกก็คือ เขียน เขียน เขียนไป แต่เมื่อเขียนเสร็จต้องลองอ่านแล้วก็ติ และแก้ไขก่อนที่จะส่งให้ทางสำนักพิมพ์ได้อ่าน เมื่อเขามีข้อติชมมาก็นำไปปรับปรุงแก้ไขในงานเขียนของตัวเองเรื่อยๆ จนกว่าจะประสบความสำเร็จ เมื่อถึงจุดนั้นเราก็ต้องมีการพัฒนางานต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความรักและอยากที่จะนำเสนอในสิ่งที่เราอยากจะถ่านทอดให้กับผู้อ่านได้รับทราบ

 

ฝากข้อคิดดีๆให้กับนักเขียน

 

      ผมว่ามันต้องเริ่มที่ใจรัก เริ่มด้วยหัวใจที่รักในงานเขียน ถ้าเราไม่เคยเขียนแล้วคิดว่าตัวเองเขียนแล้วสำนักพิมพ์ต้องรับพิมพ์มันคงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ไม่แน่เสมอไปมันอาจจะเกิดการเข้าตาก็ได้ แต่ถ้าไม่ได้ลงพิมพ์มันก็ต้องอาศัยการปรับปรุงไปเรื่อยๆไม่ใช่ว่าพอส่งงานชิ้นแรกแต่ถูกปฏิเสธแล้วเราก็ท้อนั่นมันคือจบในอาชีพการเป็นนักเขียน แต่ถ้าเรารักและหวังว่าสักวันจะต้องเป็นนักเขียนให้ได้ ถ้ารักในงานเขียนถึงจะถูกปฏิเสธก็ยังคงเขียนต่อไปเรื่อยๆ แล้วเราก็จะมีความภาคภูมิใจมากเมื่อเห็นผลงานของตัวเองวางอยู่บนชั้นหนังสือในร้านขายหนังสือ ถ้าคนที่จะเข้ามาทำงานเขียน ก็ต้องมีความเชื่อมั่นตั้งใจและพยายามที่จะทำในสิ่งที่ตนเองรัก

 

 

คำคมนักเขียน

 

"การจะเป็นนักเขียนก็ต้องเขียน

เหมือนกับถ้าเราอยากถูกหวยก็ต้องซื้อล๊อตเตอร์รี่ เมื่อไหร่จะถูก"

 

( อ.จตุพล ชมภูนิช)

 

โอ้...พี่นัทล่ะชอบคำคมอันนี้จริงๆเลยจ๊ะ

น้องๆนักเขียนชาวDek-d ละจ๊ะ วันนี้ได้เคล็ดลับดีๆจาก อ.จตุพลไปแล้ว

ก็อย่าลืมเก็บเคล็ดลับไปใช้กันนะจ๊ะ

น้องๆนักเขียนชาวDek-d ละจ๊ะ แวะไปหาพี่นัทได้ที่ My id จ้า


 {pic-desc}

 

พี่นัทขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือนักเขียน ภาพจาก baidu.com


Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

20 ความคิดเห็น

นักเขียน ยามจำเป็น Member 14 พ.ย. 52 07:49 น. 1
ถ้าจะถูกหวยต้องซื้อล็อตตารี่

-*-

ผมว่าหวยกับล็อตตารี่มันต่างกันเพียบเลยนะครัย

แต่คำคมเด็ดมาก 
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
nykii Member 16 พ.ย. 52 14:14 น. 9

ถึงยังไงก้ต้องเขียนเนอะ ถึงแม้ในปัจจุบันจะ "พิมพ์" แล้วก็ตาม
เขียน....เขียนพล็อตเรื่อยเปื่อยเมื่อคิดออกไม่ว่าอยู่ที่ไหน...

0
กำลังโหลด
a rai naa >> Member 16 พ.ย. 52 14:31 น. 10

สู้ต่อไป

วันนี้ไม่มีคนอ่าน แต่วันนี้ก็ต้องมีสักคนแหล่ะที่อ่านงานของเรา

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

0
กำลังโหลด
Chakkrit208 Member 16 พ.ย. 52 20:08 น. 11
อ่านกระทู้นี้แล้วรู้สึกอยากเป็นนักเขียนขึ้นมาเลยอ่า

การที่จะเป็นนักเขียนเริ่มต้นง่ายๆด้วยกานเขียนบันทึกประจำวันก่อนเลย.........ครูผมสอนมา

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2552 / 20:07
0
กำลังโหลด
ลูกแมวน้อยเลือดกลบปาก Member 21 พ.ย. 52 23:48 น. 12
ส่วนใหญ่ได้มาจากกาสังเกตสิ่งที่พบเห็น ก็เหมือนการพูดคือมองทุกสิ่งทุกอย่างในสายตาที่ไม่ใช่คนปกติเขามองกัน โอ้พระเจ้าตรงลงว่านี่เรากำลังเข้าสู่วงการของเหล่าคนเหนือมนุษย์ที่มีมุมมองไม่ปกติหรอกหรือนี่
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Punbudsyakorn Member 2 ม.ค. 56 21:11 น. 20
ชอบมากๆๆๆ เราอยากเป็นนักเขียนจังเลย เวลาทำหนังมันรู้สึกคลายเครียดได้บ้างสำหรับฉัน จาก ปุ้น (บุษยกร ธนาเกียรติไพบูลย์)
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด