|
สวัสดีจ๊ะน้องๆ นักเขียนชาว Dek-D.com วันนี้พี่นัทมี คำแนะนำดีๆ จากคนในวงการนักเขียน มาฝากน้องๆ นักเขียนชาว Dek-D.com ที่กำลังอยากจะเข้าสู่วงการนักเขียนจ้า
(เออร์วิง วอลเลช)
ครั้งหนึ่งผมเคยได้ยินศาสตราจารย์ท่านหนึ่งกล่างแก่นักเขียนใหม่ว่า เรื่องราวต่างๆ ถูกนำมาเขียนหมดแล้ว และเขียนได้ดีกว่าที่พวกคุณสามารถเขียนเสียอีก ถ้าคุณตั้งใจจะเขียนเกี่ยวกับความรัก โศกนาฏกรรม การผจญภัย จงลืมมันซะ เพราะเชคเปียร์ ดิคเกนส์ ตอลสตอย โฟลแบรต์ และท่านอื่นๆ ได้เขียนไว้หมดแล้ว ถ้าพวกคุณไม่มีอะไรใหม่จริงๆ ก็อย่าพยายามเป็นนักเขียน ลองคิดดู
นั่นช่างโง่จริงๆ เรื่องราวต่างๆ ยังไม่ได้ถูกนำมาเขียนทั้งหมด และจะไม่มีวันนำมาบอกเล่าได้หมด อารมณ์ของมนุษย์นั้นอาจมีเหมือนๆกัน แต่ยังไม่เคยมีใครก่อนหน้าคุณที่เป็นอย่างคุณเปี๊ยบ และเห็นความรักและความเกลียดเหมือนคุณเห็นอย่างแน่นอน และคุณก็จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่กับสิ่งที่คุณเขียนเกี่ยวกับมัน คุณมีจินตนาการอยู่กับคุณ จงใช้มัน ดาวินซีจิตรกรเอกของโลกก็ไม่เคยร่วมกินอาหารค่ำมื้อสุดท้ายกับพระเจ้า แล้วทำไมเขาจึงเขียนภาพนั้นขึ้นมาได้
ใช้จินตนาการของคุณทุกวัน งานเขียนไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของศิลปะ แต่เป็นเรื่องของวิชาชีพด้วย ขณะที่แรงบัลดาลใจเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง แต่การเขียนหนังสือสักเล่มหนึ่งนั้นเป็นวิชาชีพอย่างหนึ่ง ที่คุณจะต้องเตรียมตนเพื่ออาชีพนี้โดยการฝึกฝน เขียนบันทึกประจำวัน จดหมายข้อความสั้นๆและศึกษางานของผู้เขียนที่เราชื่นชอบ เพื่อเรียนรู้วิธีสร้างตัวละคร การสร้างปมปัญหาความขัดแย้ง และการเดินเรื่อง
คุณต้องเขียนทุกวัน โดยไม่ต้องรอให้มีอารมณ์ แม้นบางวันจะเขียนได้ไม่ดี แต่ถึงอย่างไรคุณก็สามารถตัดมันทิ้งได้ แต่ขอให้เขียนทุกวัน ราวกับว่าคุณทำงานกินเงินเดือน แล้วคุณต้องทำงานให้เสร็จให้ทันไม่อย่างนั้นจะถูกไล่ออก นั่งเขียนแล้วเขียนเล่า เพื่อตัวคุณเองและโดยตัวคุณเอง
เมื่อครั้งที่ผมเริ่มทำงานเขียนบทโทรทัศน์และบทความสั้นๆ ให้แก่นิตยสาร ผมเกรงว่างานจะหนักหนาเหมือนเขียนหนังสือสักเล่ม วันหนึ่งขณะที่เขียนบทโทรทัศน์ร่วมกับนักเขียนนวนิยายท่านหนึ่ง ท่านแนะนำวิธีเอาชนะความกลัวไว้ คือ เขียนหนึ่งหน้ากระดาษ เพียงหนึ่งหน้ากระดาษทุกๆวัน พอครบ 365 วัน สิ้นปีหนึ่งคุณจะได้ 365 หน้า ทีนี้คุณรู้ใช่ไหมว่าคุณมีอะไร? คุณมีหนังสือเล่มเขื่องหนึ่งเล่ม
ท้ายที่สุด คุณต้องอยากจะเขียน มากกว่าอยากเป็นที่รู้จักในฐานะนักเขียน นั่นเป็นเหตุที่คุณต้องปฏิบัติตนต่อการทำงานเขียนในฐานที่เป็นอาชีพหนึ่ง คุณต้องไม่พูดคุยเกี่ยวกับมัน คุณต้องทำงาน-ต้องการที่จะเขียน รักที่จะเขียน แม้จะมีความรู้สึกโดดเดี่ยว คุณต้องรู้สึกว่าบนโลกนี้ไม่มีอะไรสำคัญเท่าขณะที่คุณทำงานเขียนอยู่
เนื่องเพราะไม่มีอะไรสำคัญมากเกินไปกว่านี้ แม้จะมีข้อโต้แย้งจากศาสตราจารย์ท่านนั้น ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังไม่มีการเขียนถึง โลกรอบตัวคุณแตกต่างจากโลกที่เชคสเปียร์เขียนถึง โลกของคุณวันนี้เป็นโลกที่มนุษย์ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์แล้ว สำหรับนักเขียนใหม่ทุก ๆ คน ทุกๆ ปีใหม่ ยังคงมีเรื่องที่ยังไม่เป็นที่ค้นพบ จนกว่าเขาหรือเธอจะก้าวนำไปสำรวจ
เป็นอย่างไรกันบ้างจ๊ะ น้องๆ นักเขียนชาว Dek-D.com อย่าลืมนำเคล็ดลับดีๆ ไปปรับใช้กับงานเขียนของตัวเองนะจ๊ะ แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าจ้า แวะเข้าไปทักทายกันใน My.iD พี่นัทได้จ้า
ข้อมูลอ้างอิงจาก หนังสือโรงเรียนนักเขียน โดย เพลินตา ภาพจาก xinhuanet.com
|
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?



33 ความคิดเห็น
ขอบคุณมากครับ!!
ขอบคุณมากค่ะ ^ ^
ขอบคุณครับสำหรับสิ่งที่มีประโยชน์เช่นนี้...
สุดยอด!!!!
โดนมากๆ เลยค่ะ
แต่ว่าไม่ว่ายังไงหนูก็ยังเขียนไม่เต็มหน้าสักที
ถ้ามันไม่มีอารมณ์และสมองตันมากๆ
คือแบบเอาจริงๆ อย่างมากสำหรับวันที่อารมณ์เขียนไม่เกิด
ก็จะเขียนได้ประมาณ 5 บรรทัดเอง TT^TT
ยังไงก็จะสู้ต่อไป !!! ^O^
สุดยอด เป็นกำลังใจที่ดีเลย
คำพูด บอกได้ว่า โดนใจมากเลยคร๊า...
โดนใจสุดๆ :))
ขอบคุณค่ะ ^^
นักเขียนคนนี้จะสู้ต่อไปค่ะ พยายามหาพล็อตที่มันไม่ซ้ำล่ะกันนะคะ
TT^TT
โดนมาก!
เคยคิดนะคะว่าการเขียนอะไรซักอย่างที่ทำให้คนอ่านแล้วรู้สึกดีมันยาก.....
แต่ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วค่ะ.....
ว่าการเขียนที่แท้จริงเป็ยยังไง.....
ขอขอบคุณอีกครั้งค่ะ.....^^
ขอบคุณมากเลยค่ะ กำลังใจมีขึ้นอีกครั้ง
ขอบคุนมาก ๆ นะคะ
(มีกำลังใจจะเขียนขึ้นเยอะเลย)
^^
ว่าจะลองเขียนดูสักเรื่อง
แต่ช่วงนี้เรียนเยอะมากๆ
ก็เลยยังไม่ได้เริ่มเขียนT-T
แต่ว่าสักวันจะต้องเป็นนักเขียนให้ได้
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆค่ะ
ขอบคุณค่า >O<
ขอบคุณค่ะ