ไม่พูดว่ามากความกันละ
ขอบอกเลยว่า
เค้าว่ากันว่าตอนนี้นักโบราณคดีรู้แล้วว่ามนุษย์เมื่อก่อนนี้
หาอาหารด้วยการขุด
เป็นเรื่องที่น่ารู้มากๆ
ว่ามนุษย์เมื่อก่อนเค้ากินอะไรกัน
และเค้าอยู่กันยังไง
ตอนนี้การศึกษาได้พบแล้วว่า
จากฟันของมนุษย์สมัยก่อน
และจากการพบสิ่งของต่างๆ ที่รวมอยู่ในถ้ำ ที่มนุษย์อยู่อาศัย
พวกเขาพบกระดูกของตัวตุ่นเล็กๆ
รวมถึงซากสัตว์เล็กๆ ที่ล้วนแล้วแต่เจอได้ใต้ดินทั้งนั้น
พวกซากเหล่านี้ได้บอกชัดถึงอาหารการกินของมนุษย์สมัยโบราณ
ว่าเน้นการกินสัตว์เล็กๆ
ในพื้นดินในยุคแรกๆ
ซากกระดูกเหล่านั้นบอกความเก่าแก่อย่างมาก
เรียกว่าน่าจะตั้งแต่สมัยมนุษย์ยังอยู่ในถ้ำเลยทีเดียว

ส่วนในยุคต่อมา
นักโบราณคดีได้พบข้าวโพด และธัญพืชต่างๆ
ที่บอกได้ว่ามนุษย์เริ่มเปลี่ยนแปลงมาเน้นการเกษตรกรรม
ซึ่งสิ่งนี้สัมพันธ์กับฟัน
และกะโหลกศีรษะของมนุษย์ด้วย
เพราะมนุษย์ยุคเก่า
ที่กินซากสัตว์เล็กๆ ในดิน และสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย
จะเห็นว่ากะโหลกหนา
ฟันใหญ่ และกรามแข็งแรง
แต่เมื่อมนุษย์เปลี่ยนมาเน้นการเกษตรกรรม
จะพบว่ากรามได้เล็กลง
กะโหลกศีรษะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งเมื่อเทียบกับมนุษย์ในปัจจุบัน
จะเห็นได้ชัดเจนมากถึงความแตกต่างระหว่างกะโหลกศีรษะ
และลักษณะของซี่ฟัน
ซึ่งมนุษย์ปัจจุบันนั้น รูปหน้าเล็กเรียวลงอย่างมาก
อาจจะเป็นเพราะลักษณะอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปก็เป็นได้
เพราะงั้น
จึงสรุปได้ว่า มนุษย์ได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัยนั่นเอง
อตินเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.livescience.com/
12 ความคิดเห็น
ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ ^ ^
การขุดหาอาหารก็เป็นวิธีที่มนุษย์เคยใช้เหมือนกัน
ที่จริงแล้วปัจจุบันก็ยังมีการขุดเพื่อเอาของที่กินได้ออกมาจากดินเหมือนกัน
แต่เป็นบางชนิดเท่านั้น เช่น หัวมัน เผือก หรือแห้วเป็นต้น
แต่ของพวกนี้ก็ต้องล้างให้สะอาด มิฉะนั้นอาจจะมีเชื้อโรคได้นะคะ
โห เพิ่งรู้นะเนี่ย
นึกว่ามนุษย์ล่ากินเฉพาะสัตว์บนบก กะน้ามอ่า
มันเป็นอย่างงี้นี่เอง
สมัยก่อนขุดดินหาตัวตุ่น สมัยนี้ขุดดินหาทอง แล..สินแร่
ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป
-*-
ขอบคุณค่า ความรู้ใหม่ๆ
ความรู้ใหม่อีกแล้วนะเนี่ย
ขอบคุณค่ะ...ได้ความรู้อีกและ
ไม่ยักก่ารู้มาก่อนนะ