เมื่อหลายปีก่อนมีภาพยนตร์ที่ดังมากๆ ชื่อเรื่อง the Letter จดหมายรัก ที่เกี่ยวข้องการความรักและจดหมายที่เขียนทิ้งไว้ แน่นอนว่าความรักของพระเอกนางเอกในเรื่องก็สำคัญ แต่เรื่องมาเชื่อมโยงที่จดหมาย และถ้อยคำที่ฝากไว้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเรื่องเล็กๆ ในยุคที่การติดต่อสื่อสารถึงกันได้ง่าย ข้อความที่สื่อผ่านจดหมายเป็นข้อความที่ทำให้ผู้ส่งบรรจงคิด และเขียนออกมาจากใจได้ และสามารถทำให้ผู้รับเข้าใจได้ชัดเจนมากกว่าการพูดในบางโอกาส โดยเฉพาะสำหรับคนที่นิสัยขี้อาย ขี้เขิน พูดไม่เก่ง ไม่รู้จะเข้าหาคู่สนทนาอย่างไร ข้อความเป็นสื่อตัวช่วยอย่างดีเชียวค่ะ 
    ในยุคที่เพียงกดปุ่มก็สื่อถึงกันได้   แต่จดหมายที่บรรจงคิด และเขียน กลับทำให้ผู้รับเข้าใจได้ถึงความรู้สึกได้มากกว่า
          ผู้เขียนเจอบทความหนึ่งจากต่างประเทศพูดเรื่องช่องว่างระหว่างวัยของพ่อแม่กับลูกวัยรุ่น ลุ้นๆ อ่านๆ กลัวว่าจะเจอบทความวิชาการจ๋า อ่านยาก ฮ่าๆๆ แต่ที่ไหนได้เรื่องกลับง่ายไปกว่านั้น เพราะเขาเพียงพูดถึงเรื่องพ่อแม่ที่ทำงานหนัก และเมื่อพ่อแม่กลับไปว่าได้เลี้ยงดูลูกดีหรือเปล่า? กลับตอบอ้ำอึ้ง และผู้เขียนเรื่องนั้นก็ขอให้พ่อแม่กลับไปคุยกับลูกวัยรุ่นที่บ้าน
                 
    
                 แต่แน่นอนว่าด้วยช่องว่างระหว่างวัย อาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่พูดคุยกับลูกได้ไม่เต็มปาก หรืออาจเผลอตำหนิติเตียนลูกไปก่อนจะได้พูดกันรู้เรื่อง ถ้าเป็นไปได้ควรเริ่มต้นที่การขอโทษลูกที่พ่อแม่อาจมัวแต่ทำงานอยุ่งจนลืมดูแลลูก แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ อาจเขินและยากเกินกว่าที่จะจับมาเผชิญหน้ากันและเริ่มต้นคุย เหมือนการพยายามคุยกับคนไม่รู้จักเลยทีเดียวค่ะ





                   เขาเลยเสนอวิธีเขียนจดหมาย ส่งข้อความไปเริ่มต้นก่อน ตอนแรกผู้เขียนคิดว่างั้นก็พิมพ์ข้อความส่งทางโทรศัพท์มือถือก็ได้สินะ แต่มีการแนะนำไว้ชัดเจนแจ่มแจ๋วว่า ควรเป็นจดหมายที่เขียนด้วยมือของเรา ลายมือที่ตั้งใจเขียนของเรานี้จะแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ออกมา อารมณ์ของเราจะสื่อผ่านตัวอักษรที่ยิ่งกว่าการใช้อิโมติคอนในโทรทัศพ์หรืออีเมล ที่สำคัญในบทความนั้นเน้นย้ำว่าอย่าลืมว่าต้องเขียนถึงความภาคภูมิใจที่ได้มีลูกน่ารักๆ แบบลูกของเรา และเติบโตเป็นวัยรุ่นที่ดีในตอนนี้ด้วยล่ะหรือดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูก  ขอบคุณฟ้าที่ส่งเรามาในโลกใบเดียวกัน ฯลฯ มีผลยืนยันชัดเจนว่าได้ผลดีจริงๆ ลูกที่นานทีปีหนจะคุยด้วยก็กลับมาคุยและยิ้มแย้มให้กันและกัน ได้โอกาสคุยกับลูกถึงความเป็นไปของเขาในตอนนี้แแหละ
                   ผู้เขียนคิดว่าวิธีการนี้เป็นวิธีการที่น่ารัก น่าสนใจ และน่าจะได้ผลดีทีเดียว ที่สำคัญเรามีโอกาสอ่านทบทวนข้อความเหล่านี้อีกครั้ง อาจพบแง่มุมต่างๆ และสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการสื่อจริงๆ ทำให้เราสนใจที่จะสังเกตอีกฝ่ายอย่างมีเหตุมีผลด้วยค่ะ

                    และจริงๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่เขียนถึงลูกแต่ฝ่ายเดียว ลูกเขียนถึงพ่อแม่ พี่เขียนถึงน้อง แฟนเขียนถึงแฟน เพื่อนที่ห่างใกล้ลองติดต่อกันด้วยจดหมายกระดาษ แอบส่งไปที่ทำงาน แอบใส่กระเป๋า แอบไปวางไว้บนหมอน เป็นวิธีการสุดแสนคลาสลิก
ที่อาจมีเรื่องอัศจรรย์อีกมากมายที่เราค้นพบ และกลายเป็นเรื่องเล่าในความทรงจำที่มีจดหมายเป็นหลักฐาน ของแบบนี้มาเล่าให้ฟังไม่เกิดผล ต้องนำไปปฏิบัติจริงค่ะ
แหล่งข้อมูล:
บทความที่กล่าวอ้างข้างต้นหายไป พยายามหาก็ไม่เจอ ฮือๆๆๆ
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2206422
พี่เกียรติ
พี่เกียรติ - Community Master ถนัดแฝงตัวตามกระทู้เด็กดี มีความสนใจเป็นล้านเรื่องขึ้นอยู่กับดราม่าขณะนั้น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

16 ความคิดเห็น

darkdevil Member 27 มิ.ย. 55 21:55 น. 1
เหนด้วยมากเลยค่ะ หนูเปนอีกคนนึงที่พูโไม่ค่อยเก่ง ยิ่งแสดงความรักกับคนในครอบครัวด้วยแล้ว ยิ่งทำแถบไม่ได้ คิดว่าวิธีนี้เวิร์คมากค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
พ่อไม่มา 30 มิ.ย. 55 10:24 น. 4
เราไม่เห็นด้วยกับ คห.3 เราไม่กล้าพูด และเขินกับการกอดด้วย แม่ไม่เคยกอดเราเท่าไหร่ ตอนนี้เราก็ไม่กล้ากอดพ่อแม่ ไปกอดก็หาว่าเราบ้าแน่ๆ ส่งจดหมายนี่ไม่ประหลาดมั้ง เพราะแม่รู้ว่าเราชอบเขียนนิยาย 
0
กำลังโหลด
Princess of music Member 4 ก.ค. 55 21:10 น. 5
เราขอคอนเฟิร์มวิธีนี้จ้าาาาาาาาาา มีอยู่ครั้งนึงเราทะเลาะกับแม่หนักมากถึงขั้นที่ไม่พูดไม่คุยกันเลย มิหนำซ้ำแม่ยังบอกกับเราอีกว่า จะไม่เลี้ยงเราอีกต่อไป เราก็เลยร้องไห้ทั้งวันทั้งคืนเลยค่ะแต่แม่ก็ไม่สนใจเราแถมยังมองเราด้วยสายตาเหยียดๆพร้อมกับจิกกัดเราด้วยคำพูด เราก็เลยไม่คุยกับใครเลยในครอบครัวเป็นเวลา 2อาทิตย์ได้สุดท้ายก็ไม่รู้จะทำยังไงเพราะในตอนนั้นมันทรมานมากๆเลย เราก็เลยตัดสินใจเขียนจดหมายขอโทษไปหาแม่ ( ไม่ว่าเราจะผิดหรือถูกเราก็ต้องขอโทษพ่อแม่เขาก่อนน่ะค่ะเพราะเราเป็นลูกของท่าน ) พอแม่ได้อ่านแม่ก็แบบ ยกโทษให้เราและได้คุยกับเหมือนเดิมตามปกติ >____< 

วิธีนี้แหละเริ่ดที่สุดแล้วจ้าาาาาา
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Mookamook Member 5 ก.ค. 55 21:58 น. 8
เราเคยเขียนอยู่นะ ตอนนั้นทะเลาะกับแม่ใหญ่อยู่เหมือนกัน นั่งเขียนไปร้องไห้ไป เขียนๆไปได้ครึ่งทาง (เริ่มร้องให้จนเหนื่อยแล้ว =w=) เลยเริ่มคิดได้ว่าทะเลาะกับในเรื่องไม่เป็นเรื่องเลย
พอคิดๆดูก็เลยลองลดทิฐิที่มีอยู่แล้วเดินไปคุยกันเลยซึ่งๆหน้า (ซึ่งปรกติเราไม่ค่อยทำ เราชอบเก็บๆๆๆ) แล้วก็เคลียกันเรียบร้อย 
ส่วนจดหมายอันนั้น..... ก็เก็บไว้เป็นที่ระลึกละกัน ^^
0
กำลังโหลด
Yuii--* Member 6 ก.ค. 55 21:09 น. 9
คิดเหมือนกันไหมว่า...

"ยิ่งเราโตมากเท่าไหร่  ยิ่งห่างไกลจากพ่อแม่มากเท่านั้น"

แต่หนูอยากบอกว่า  หนูรักพ่อแม่นะคะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
tenkujang Member 12 ก.ย. 55 07:19 น. 16
อบยากเอาไปลองใช้เหมือนกัน พ่อแยกกันอยู่กับแม่ เราอยู่กับแม่มาตลอดจนตอนนี้พ่อเหมือนคน

แปลกหน้าไปแล้ว

เจอกันก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
0
กำลังโหลด
ss_All,,about[love] Member 23 ต.ค. 55 00:19 น. 17
บางทีก็แค่คิดว่า พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้เหมือนเมื่อก่อน 
ถ้าเขียนจดหมาย แล้วเขาจะมีเวลาให้เหมือนเดิมไหม
0
กำลังโหลด
นมเย็นสีฟ้า Member 12 พ.ค. 56 15:46 น. 18
เราคิดว่าท่าไม่อยากให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นก็ง่ายๆเลยเริ่มจากพ่อแม่
ตอนที่ลูกยังเล็กๆกอดเค้าบ่อยๆรับฟังเค้าเยอะๆทำอย่างนี้ตลอดเวลา
ท่าเป็นยุคสมัยนี้พ่อแม่ที่ทำงานหนัก ก็อาจจะใช้สื่อทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คในการพูดคุยกับลูก
ให้เหมือนว่าพ่อแม่นั้นเป็นทั้งพ่อแม่เพื่อนได้ในเวลาเดียวกัน

ตอนนี้เราเป็นวัยรุ่นแล้วยังกอดแม่หอมพ่อได้อย่างไม่อายใครเลยมีอะไรก็คุยกัน
ทุกวันนี้บ้านเราแฮปปี้ดี

ปล.นี่ที่เราพูดมาเนี่ยคือบ้านเราน่ะคะ ท่าใครไม่เห็นด้วยขออภัยค่ะ(_ _)
0
กำลังโหลด
NongNam ^^ Member 8 ส.ค. 56 21:53 น. 19
ร้องไห้ทีไรพ่อกับแม่ไม่เคยสนใจเลย.    ส่วนเรื่องแต่งนิยายก็ถูกห้ามแต่งห้ามอ่านด้วย......
0
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด