แต่แน่นอนว่าด้วยช่องว่างระหว่างวัย อาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่พูดคุยกับลูกได้ไม่เต็มปาก หรืออาจเผลอตำหนิติเตียนลูกไปก่อนจะได้พูดกันรู้เรื่อง ถ้าเป็นไปได้ควรเริ่มต้นที่การขอโทษลูกที่พ่อแม่อาจมัวแต่ทำงานอยุ่งจนลืมดูแลลูก แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ อาจเขินและยากเกินกว่าที่จะจับมาเผชิญหน้ากันและเริ่มต้นคุย เหมือนการพยายามคุยกับคนไม่รู้จักเลยทีเดียวค่ะ
เขาเลยเสนอวิธีเขียนจดหมาย ส่งข้อความไปเริ่มต้นก่อน ตอนแรกผู้เขียนคิดว่างั้นก็พิมพ์ข้อความส่งทางโทรศัพท์มือถือก็ได้สินะ แต่มีการแนะนำไว้ชัดเจนแจ่มแจ๋วว่า ควรเป็นจดหมายที่เขียนด้วยมือของเรา ลายมือที่ตั้งใจเขียนของเรานี้จะแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ออกมา อารมณ์ของเราจะสื่อผ่านตัวอักษรที่ยิ่งกว่าการใช้อิโมติคอนในโทรทัศพ์หรืออีเมล ที่สำคัญในบทความนั้นเน้นย้ำว่าอย่าลืมว่าต้องเขียนถึงความภาคภูมิใจที่ได้มีลูกน่ารักๆ แบบลูกของเรา และเติบโตเป็นวัยรุ่นที่ดีในตอนนี้ด้วยล่ะหรือดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูก ขอบคุณฟ้าที่ส่งเรามาในโลกใบเดียวกัน ฯลฯ มีผลยืนยันชัดเจนว่าได้ผลดีจริงๆ ลูกที่นานทีปีหนจะคุยด้วยก็กลับมาคุยและยิ้มแย้มให้กันและกัน ได้โอกาสคุยกับลูกถึงความเป็นไปของเขาในตอนนี้แแหละ ผู้เขียนคิดว่าวิธีการนี้เป็นวิธีการที่น่ารัก น่าสนใจ และน่าจะได้ผลดีทีเดียว ที่สำคัญเรามีโอกาสอ่านทบทวนข้อความเหล่านี้อีกครั้ง อาจพบแง่มุมต่างๆ และสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการสื่อจริงๆ ทำให้เราสนใจที่จะสังเกตอีกฝ่ายอย่างมีเหตุมีผลด้วยค่ะ
และจริงๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่เขียนถึงลูกแต่ฝ่ายเดียว ลูกเขียนถึงพ่อแม่ พี่เขียนถึงน้อง แฟนเขียนถึงแฟน เพื่อนที่ห่างใกล้ลองติดต่อกันด้วยจดหมายกระดาษ แอบส่งไปที่ทำงาน แอบใส่กระเป๋า แอบไปวางไว้บนหมอน เป็นวิธีการสุดแสนคลาสลิก ที่อาจมีเรื่องอัศจรรย์อีกมากมายที่เราค้นพบ และกลายเป็นเรื่องเล่าในความทรงจำที่มีจดหมายเป็นหลักฐาน ของแบบนี้มาเล่าให้ฟังไม่เกิดผล ต้องนำไปปฏิบัติจริงค่ะ แหล่งข้อมูล:
บทความที่กล่าวอ้างข้างต้นหายไป พยายามหาก็ไม่เจอ ฮือๆๆๆ http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2206422 |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?




16 ความคิดเห็น
วิธีนี้แหละเริ่ดที่สุดแล้วจ้าาาาาา
พอคิดๆดูก็เลยลองลดทิฐิที่มีอยู่แล้วเดินไปคุยกันเลยซึ่งๆหน้า (ซึ่งปรกติเราไม่ค่อยทำ เราชอบเก็บๆๆๆ) แล้วก็เคลียกันเรียบร้อย
ส่วนจดหมายอันนั้น..... ก็เก็บไว้เป็นที่ระลึกละกัน ^^
"ยิ่งเราโตมากเท่าไหร่ ยิ่งห่างไกลจากพ่อแม่มากเท่านั้น"
แต่หนูอยากบอกว่า หนูรักพ่อแม่นะคะ
แปลกหน้าไปแล้ว
เจอกันก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
ถ้าเขียนจดหมาย แล้วเขาจะมีเวลาให้เหมือนเดิมไหม
ตอนที่ลูกยังเล็กๆกอดเค้าบ่อยๆรับฟังเค้าเยอะๆทำอย่างนี้ตลอดเวลา
ท่าเป็นยุคสมัยนี้พ่อแม่ที่ทำงานหนัก ก็อาจจะใช้สื่อทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คในการพูดคุยกับลูก
ให้เหมือนว่าพ่อแม่นั้นเป็นทั้งพ่อแม่เพื่อนได้ในเวลาเดียวกัน
ตอนนี้เราเป็นวัยรุ่นแล้วยังกอดแม่หอมพ่อได้อย่างไม่อายใครเลยมีอะไรก็คุยกัน
ทุกวันนี้บ้านเราแฮปปี้ดี
ปล.นี่ที่เราพูดมาเนี่ยคือบ้านเราน่ะคะ ท่าใครไม่เห็นด้วยขออภัยค่ะ(_ _)