เคยหรือไม่ ทำการบ้านไปซักพักก็เพิ่งมารู้ตัวว่าทำผิดข้อ เขียนผิดบ้าง คิดผิดบ้าง หรืออ่านหนังสือได้สองหน้า ก็รู้สึกอ่านต่อไม่รู้เรื่อง ถ้าน้องๆ ที่มีการเหล่านี้รู้ตัวรึป่าวคะ ว่ากำลังจะเป็นคนที่สมาธิสั้นแล้ว!!

             อาการของสมาธิสั้น จะมีลักษณะอยู่ไม่นิ่ง ต้องกระดุกกระดิกอยู่ตลอดเวลา เจอสิ่งเร้าเล็กๆ น้อยๆ ก็กรูเข้าไปหา ปัจจุบันเด็กไทยมีอาการแบบนี้เยอะค่ะ เพราะเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป เรียกว่ามีอะไรน่าสนใจกว่าหนังสือกับการบ้านเยอะเลย พี่มิ้นท์เลยไม่ค่อยแปลกใจค่ะว่า ทำไมเด็กไทยทั้งเด็กมัธยมและพี่ๆ นักศึกษาสามารถอ่านหนังสือควบคู่ไปกับการเล่นเฟซบุ๊กได้


             วิธีแก้ที่ดีที่สุด คือ การฝึกสมาธิเพื่อให้จิตสงบ สมองและจิตจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ เรื่องของจิตนี้ถ้าเราพัฒนาไปเรื่อยๆ มันจะดีขึ้นแน่นอน แต่ปัญหาก็คือ แค่พูดว่า "สร้างสมาธิ" หลายคนก็ทำหน้าเบ้ เพราะคิดว่าต้องนั่งสมาธิจนเหน็บชา พี่มิ้นท์ขอบอกว่าการสร้างสมาธิไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิเพียงอย่างเดียวนะคะ แต่ยังมีวิธีอื่นๆ ที่ไม่ทำให้ชีวิตชิคๆ ของน้องๆ น่าเบื่อแน่นอน พี่มิ้นท์สรุปมาได้ 5 วิธี ดังนี้

    
  1) อ่านบทความภาษาอังกฤษโดยไม่ต้องสนคำแปล
             เทคนิคนี้ได้จากพี่คณะทันตะฯ จุฬาฯ ที่พี่มิ้นท์เคยสัมภาษณ์ค่ะ คอนเฟิร์มมาแล้วว่าได้ผลดี ฝึกทักษะในการอ่านภาษาอังกฤษเราได้ด้วย วิธีการง่ายๆ คือ หาหนังสือภาษาอังกฤษ จะเป็นหนังสืออะไรก็ได้ จากนั้นให้น้องๆ อ่านออกเสียงไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องแปลและไม่ต้องพยายามตีความความหมาย ขอแค่จดจ่ออยู่กับสิ่งที่อ่าน ให้รู้ว่ากำลังอ่านคำว่าอะไร อ่านไปจนกว่าจะรู้ว่าเราเริ่มมีสมาธิ ไม่วอกแวกคิดถึงเรื่องอื่นค่ะ

    
  2) นับ 1-50 หรือ 1-100 ครบแล้วให้นับถอยหลัง
             ก่อนเริ่มอ่านหนังสือหรือทำการบ้าน ลองนั่งเฉยๆ ถ้าใครไม่ชอบนั่งสมาธิเพราะกลัวจะหลับ ให้ลองนั่งนับ 1-100 (ไม่ต้องหลับตานะ) แต่ถ้าคิดว่ารวบรวมสมาธิได้เร็วนับถึง 50 ก็ได้ค่ะ เมื่อนับถึงแล้วให้นับย้อนหลัง 100 - 1 แล้วจึงเริ่มอ่านหนังสือหรือทำงาน รับรองว่าคลื่นสมองพร้อมสำหรับการอ่านหนังสือแน่นอน
            ระหว่างที่นับ ต้องจดจ่ออยู่กับตัวเลขที่เรากำลังนับในใจ หรือจะเพ่งมองกองหนังสือที่อ่านด้วยก็ได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ อย่าให้มีความคิดอื่นเข้ามา เช่น "เอ๊ะวันนี้จะกินอะไรดี" "เอ๊ะพรุ่งนี้สอบวิชาอะไรบ้าง" "เอ๊ะยังไม่คืนตังค์เปิ้ลเลย" ฯลฯ ถ้าคิดขึ้นมาแล้วการนับเลขสะดุดต้องเริ่มใหม่นะคะน้องๆ
 
     
3) ฟังเพลงเบาๆ
             เพลงเบาๆ ในที่นี้ไม่ใช่ เพลงเบาเบา ของ "Singula" นะคะ 5555 แต่หมายถึงเพลงที่มีดนตรีหรือเนื้อหาเบาๆ ประเภทร็อคเกอร์มาเอง หรือเพลงอกหักฟังแล้วต้องปาดน้ำตา ขอห้ามเด็ดขาด ทางที่ดีควรเป็นเพลงคลาสสิคหรือเพลงบรรเลง ประเภทเสียงไวโอลิน เปียโน เบาๆ หลายคนบอกว่าฟังแล้วน่าห่มผ้าแล้วหลับคาเพลงไปเลย อืม...อันนี้คงต้องฝึกกันหน่อยค่ะ เพราะถ้าเราชินแล้ว จะรู้เลยว่าเพลงบรรเลง เพราะมากและสร้างสมาธิให้เราได้จริงๆ อย่างพี่มิ้นท์เองเวลาทำงานก็เปิดเพลงบรรเลงคลอไปด้วย แต่ก็ไม่ฟังหลังกินข้าวนะคะ เพราะจะหลับเหมือนกัน ฮ่าๆ


    4) จดเรียงงานที่ต้องทำหรือที่ต้องอ่าน
                พี่มิ้นท์เข้าใจค่ะว่าบางทีการเจอข้อสอบยากๆ ก็ยังไม่ยากเท่าการเริ่มต้นอ่านหนังสือ เรียกว่ากว่าจะเปิดหนังสือได้แต่ละหน้า ต้องบิ๊วด้วยการเปิดเฟซบุ๊กก่อน ได้คอมเม้นหรือกดไลค์ซักคนสองคนก่อน แต่จะดีกว่ามั้ยถ้าเปลี่ยนจากสิ่งเหล่านี้มาเป็นการจดการบ้านที่ต้องทำหรือหนังสือที่ต้องอ่าน นอกจากจะมีสาระกว่าแล้ว ยังช่วยให้เรารู้ภารกิจที่เราจะต้องทำในแต่ละวัน ซึ่งการนึกและเรียบเรียงหน้าที่แบบนี้ช่วยสร้างสมาธิให้กับเราด้วยนะคะ พอจดเสร็จก็ได้เวลาอ่านพอดี สิ่งที่เราจดไว้ก็เอาใช้เช็คได้อีกว่าเราทำงานนั้นๆ เสร็จไปหรือยัง ประโยชน์หลายต่อแบบนี้ต้องลองเอาไปใช้กันนะ

   
5) จัดโต๊ะให้น่านั่ง
              เชื่อว่าถ้ามีเพื่อนขอไปบ้าน น้องๆ หลายคนคงต้องบอกเพื่อนว่ารอหน้าบ้านแป๊บ ขอจัดของก่อน เพราะที่ใช้ชีวิตอยู่ในห้องทุกวันนี้เสมือนอยู่ในรูหนู รกทุกซอกทุกมุมโดยเฉพาะโต๊ะอ่านหนังสือ บางคนเห็นโต๊ะก็ไม่อยากอ่านแล้ว ลงไปนอนอ่านที่เตียงดีกว่า สุดท้ายหนังสือต้องมาอ่านเราแทน
              น้องๆ รู้มั้ยว่าสภาพแวดล้อมมีผลต่อสมาธิในการอ่านหนังสือมากๆ ของที่จัดไม่เป็นระเบียบจะรบกวนการอ่านหนังสือของเรา อ่านไปอ่านมาเจออะไรโผล่ออกมาจากเตียงก็สงสัยละว่ามันคืออะไร จนต้องเข้าไปดู นี่แหละค่ะที่ทำให้สมาธิเราหลุดออกจากสิ่งที่อ่านอยู่ตรงหน้า ดังนั้นก่อนอ่านหนังสือทุกครั้ง ลองจัดโต๊ะให้เป็นระเบียบ แยกหนังสือที่ต้องอ่านออกมาวาง เล่มที่ไม่อ่านวางบนชั้นไว้ก่อน เครื่องเขียนให้พร้อม เช็คแสง เช็คอากาศ แล้วลุยกันเลย


              เห็นมั้ยคะว่าสมาธิสร้างไม่ยากเลย ทุกๆ กิจกรรมถ้าเราตั้งใจจดจ่ออยู่กับมัน พยายามไม่คิดถึงเรื่องอื่น เราก็จะเกิดสมาธิได้เองโดยไม่รู้ตัว สำหรับวิธีสุดท้ายที่จะแนะนำคือ ให้หายใจเข้า-ออก ยาวๆ ซัก 2-3 ครั้ง ไว้สำหรับเวลาที่น้องๆ ต้องการสมาธิในช่วงสั้นๆ หรือใช้ในช่วงที่ต้องการกำลังใจค่ะ โดยเฉพาะการพรีเซ้นงานหน้าห้อง ใช้ได้ผลมาแล้วจริงๆ :D

เด็กดีดอทคอม :: มาเตรียมสอบเลข ด้วย Mind maps เริ่ดๆ กันเถอะ

บทความในหมวดฟิตเกรดอื่นๆ


9 เมนู...บำรุงสายตาขั้นเทพ กินก่อนสอบเริ่ดนะ



เรียนเก่ง + เกรดสวยสร้างได้!! ไม่ต้องง้อกวดวิชา



ขึ้น ม.ปลาย เรียน "สายวิทย์" หรือ "สายศิลป์" ดี


พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

43 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
@love Member 16 ต.ค. 55 11:40 น. 7
พี่มิ้นท์ ขอบคุณนะคะ หนูกำลังเจอปัญหานี้อยู่พอดีเลย

หนูเป็นประเภทที่เวลาอ่านไปเรื่อยๆแล้วไม่รู้ตัว มารู้ตัวตอนกำลังจะเปลี่ยนหน้า แต่จับไม่ได้ว่าเมื่อกี๊อ่านอะไรไปบ้าง TT

หนูพังเพลงบรรเลงนะ พวก 4 seasons concerto แต่ไม่เคยเปิดเวลาอ่านเลย จะลองดูนะคะ ^^
0
กำลังโหลด
lll-MiNt-lll Columnist 16 ต.ค. 55 11:49 น. 8
@คห.7 ไว้พี่จะลองฟังเพลงที่น้องแนะนำบ้างดีกว่า มะกี้แอบแว๊บไปเปิดละ^^ ส่วนของที่พี่มิ้นท์ฟังจะเป็นเพลงบรรเล๊งบรรเลง ขรึมๆ นิดนึง ลองเสิร์ชใน youtube คำว่า "Brain music" ดูค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
We Are One K.X.L.L.CH.T Member 16 ต.ค. 55 14:57 น. 11
เจ๋งมาก ๆ ค่ะ งั้นเดี๋ยวคิดว่าจะไปทำความสะอาดในห้อง ฝุ่นเกาะ คร้าาา5555 ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำต่าง ๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เจ้าแห่งสายทอง Member 17 ต.ค. 55 17:41 น. 20
เพลงคลาสสิคช่วยได้มากจริงๆค่ะ เราเป็นพวกชอบฟังเพลงแนวนี้อยู่แล้ว ตอนทำการบ้าน+ฟังเพลงคลาสสิคไปด้วย สมาธิดีมากค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด