ป็นธรรมเนียมไปแล้วว่าหลังปีใหม่มาเสาร์ที่สองเดือนจะเป็นวันเด็กแห่งชาติ อาจจะเป็นวันที่น้องๆ มีความสุขที่สุดในรอบปีเลยก็ว่าได้ เพราะทุกที่จัดงานให้ มีของฟรีแจกให้ แถมผู้ใหญ่ๆ ก็เอาใจเป็นที่ซู้ดด^^ และวันนี้ก็ขอเกาะกระแสวันเด็กแห่งชาติซักนิด เรียกว่าอาจจะเป็นบทความย้อนวัยไปซักหน่อย แต่รับรองว่าชวนให้น้องๆ อมยิ้มได้แน่นอน    

            เมื่อตอนที่เรายังเป็นเด็กตัวเล็กๆ (น้องๆ บางคนตอนนี้ก็ยังเด็กอยู่) เวลาเราทำอะไรผิดๆ เปิ่นๆ หรืออยากรู้อยากเห็น พ่อแม่ก็จะสอนเรา บางทีก็ไม่ได้กลับไปหาคำตอบหรอกว่าสิ่งที่ท่านแนะนำมาถูกหรือผิด ก็เลยเชื่อมาจนโต หรือบางครั้งเราก็มีความเชื่อขึ้นมาเองจากการสังเกตและคิดเองเล่นๆ แต่กว่าจะรู้ตัวว่าเข้าใจผิดก็ต้องปล่อยมาจนโตเหมือนกัน ฮ่าๆ ที่เกริ่นมานี้ก็เพื่อจะบอกว่า ความเชื่อต่างๆ ในวัยเด็ก พี่มิ้นท์ได้รวบรวมมาแล้ว ลองมาเช็คกันว่าความเชื่อตรงกับที่เราคิดเมื่อตอนเด็กๆ บ้าง

   
1) ฟันผุเพราะแมงกินฟัน
             ในวัยเด็กเราจะชอบกินขนม ลูกอม ของหวาน แล้วไม่ยอมแปรงฟันจนฟันผุหมดปากก็ยังไม่รู้สึกรู้สาอะไร จนวันนึงที่พ่อแม่มาบอกเรานั่นแหละว่าฟันผุเพราะในปากมีแมงคอยกัดฟันอยู่ เชื่อว่าน้องๆ หลายๆ บ้านต้องเคยได้ยินคำขู่นี้แน่นอน ซึ่งมันได้ผลมากค่ะ เพราะหลังแปรงฟันทีไรเรามักจะอ้าปากดูฟันซี่ที่ผุเพื่อเช็คว่าแมงมันออกไปรึยัง ฮ่าๆ
              โตมาวิทยาศาสตร์ก็ได้บอกเราว่า จริงๆ แล้วฟันผุไม่ได้มาจากแมงกินฟันค่ะ และในปากเราก็ไม่มีแมงหรือแมลงอะไรทั้งนั้น มีแต่แบคทีเรียล้วนๆ ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงของฟันผุ คือ เมื่อเรากินอาหารหวานหรืออาหารพวกคาร์โบไฮเดรตเข้าไป พวกเชื้อแบคทีเรียก็จะใช้เศษอาหารพวกนี้สร้างกรดขึ้นมาทำลายฟันนั่นเอง รู้อย่างนี้แล้วควรแปรงฟันทุกวันอย่าให้ขาด ถ้าเป็นไปได้หมั่นแปรงหลังกินข้าวทุกมื้อจะดีมาก

   
2) ผมคนเรายาวมาจากปลาย
              อีกหนึ่งความเชื่อผิดๆ สมัยเด็ก คือ คิดว่าผมของคนเราจะงอกมาจากปลายผมเรื่อยๆ ส่วนโคนผมก็คงที่อยู่ตรงนั้นตลอด แต่พอโตมาเริ่มได้เห็นคนทำสีผม สักระยะก็เริ่มงงว่าทำไมข้างบนเป็นสีดำ แล้วข้างล่างเป็นสีแดง -*-
              เส้นผมของคนเราเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งค่ะ โดยจะงอกออกจากเซลล์บริเวณศีรษะของเรานั่นเอง เส้นผมของเราสามารถงอกใหม่และร่วงได้ตลอดเวลา ดังนั้นถ้ามันร่วงก็ปล่อยให้มันร่วงไปเพราะเดี๋ยวซักพักก็จะงอกขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าร่วงหนักแบบผิดปกติลองหาหมอดูก็ดีนะคะ

   
3) มองเห็นคนโป๊ แล้วจะตากุ้งยิง
             ตากุ้งยิง คือ อาการอักเสบบริเวณฐานของขนตา จะปวดๆ บวมๆ แดงๆ เห็นได้ชัด ในสมัยก่อนถ้าหากใครเป็นจะถูกล้อว่า "แกไปแอบดูใครอาบน้ำมาใช่ไหม" เพราะมันเป็นความเชื่อที่พูดกันปากต่อปากว่าถ้ามองเห็นคนโป๊แล้วจะตากุ้งยิง (ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีความเชื่อนี้อยู่มั้ย)
             ในข้อนี้ผู้ใหญ่ก็คงกลัวว่าเด็กจะโตขึ้นมาแล้วเป็นพวกโรคจิตวิตถารก็เลยปรามๆ ไว้ก่อนตั้งแต่เด็ก ฮ่าๆ  >< แต่ในความจริงตากุ้งยิง กับการแอบดูคนอาบน้ำไม่ได้เกี่ยวกันเท่าไหร่ แต่สันนิษฐานว่ามีความเป็นไปได้ในอดีต เพราะการแอบดูคนอาบน้ำมักจะเอาตาไปชิดกับกำแพง ประตู หรือฝาบ้าน ที่อาจจะมีพวกฝุ่น เชื้อโรค เชื้อรา มันจะเข้าตาและอักเสบได้ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงก็เกิดจากการติดเชื้อ แบคทีเรีย เปลือกตาไม่สะอาดแล้วไปขยี้ตาบ่อยๆ หรือการล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดก็เป็นสาเหตุได้ด้วยเหมือนกัน
              ถึงแม้ว่าการแอบส่องจะไม่ได้ทำให้ตากุ้งยิง แต่ก็ไม่ควรทำนะเด็กๆ

  
  4) ห้ามเล่นซ่อนแอบตอนกลางคืน เพราะเดี๋ยวผีจะพาไปปป กุ๊กกุ๊กกู๋
             ไม่รู้ว่าน้องๆ ตอนนี้ยังเล่นซ่อนแอบกันอยู่หรือเปล่า แต่สมัยก่อนเป็นกิจกรรมที่ฮิตมาก เล่นกันทั้งวันทั้งคืนเลยค่ะ จนผู้ใหญ่มักจะเตือนๆ กันว่าตอนกลางคืนห้ามเล่นซ่อนแอบกันเด็ดขาด จะหากันไม่เจอ เพราะผีมาพาตัวไป จากความสนุกก็กลายเป็นเรื่องหลอนทันที สรุปว่าพอพระอาทิตย์ตกดินเมื่อไหร่ ไม่มีเด็กคนไหนออกมาเล่นซ่อนแอบกันนอกบ้านเลยค่ะ
             ความเชื่อในข้อนี้เป็นอุบายของผู้ใหญ่ที่มองเรื่องความปลอดภัยมากกว่าเรื่องผี เพราะความมืดในตอนกลางทำให้เรามองไม่เห็น น้องๆ อาจจะหกล้ม หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ และที่สำคัญป้องกันปัญหาการลักพาตัวด้วยค่ะ เพียงแต่ว่าถ้ามัวแต่อธิบายด้วยเหตุผล พวกเราจะไม่เข้าใจนั่นเอง ก็เลยเอาผีมาเป็นตัวละครลับซะเลยยย
 

    5) กลืนเมล็ดผลไม้เข้าไปแล้วมันจะไปงอกในท้อง
             น้องๆ บางคนอาจจะเป็นโรคขี้เกียจ ถึงขนาดว่ากินผลไม้เข้าไปแล้วขี้เกียจคายเมล็ดออก เลยกลืนๆ เข้าไปให้หมดเรื่อง แต่บางคนก็เผลอกลืนเข้าไปไม่รู้ตัว ก็เลยเกิดคำ(ขู่)สอนขึ้นมาว่า ถ้ากินเมล็ดผลไม้เข้าไป เมล็ดนั้นจะผลิดอกออกผล โตเป็นต้นในท้องของเรา ถ้าครั้งไหนเผลอกลืนมันลงไปรับรองว่าจิตตกเป็นอาทิตย์เลยค่ะ เพราะกลัวว่าเดี๋ยวจะมีกิ่งไม้ออกปาก ออกหู
             ความเชื่อนี้ก็ผิดเช่นกันค่ะ เมล็ดผลไม้ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในท้องของเราค่ะ พอลงไปในท้องแล้วอาจจะโดนย่อย แต่ถึงไม่ย่อยยังไงก็โดนกำจัดออกมาเป็นอึก่อนอยู่ดี แต่ที่ผู้ใหญ่เค้าห้ามก็เนื่องจากว่า ถ้าเผลอกลืนเมล็ดผลไม้ลงไป ไม่ว่าจะเป็นผลไม้อะไรก็ตาม กลัวว่าจะติดคอ สำลัก หรืออาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ เป็นอุบายเหมือนเดิมค่ะ^^

  
6) กินเยอะแล้วท้องแตก (เหมือนชูชก)
            ท้องของเรามีความยืดหยุ่นดีเยี่ยม เวลากินเยอะๆ จะรู้สึกเลยว่าท้องมีขนาดใหญ่ขึ้น พองขึ้น ตอนเด็กๆ เรายังไม่มีความรู้เรื่องร่างกายของเราเท่าไหร่นัก พอมีคนพูดว่า กินเยอะๆ ระวังท้องแตกก็เชื่อสนิทใจ ยิ่งได้เห็นว่ากินเยอะแล้วท้องป่องจริงด้วย ก็ยิ่งระแวงว่ามันจะแตกจริงๆ ดังนั้นถ้ากินจนพุงกางเมื่อไหร่ก็จะหยุดกินทันที
           กระเพาะอาหารที่ดูว่าเล็กๆ นั้น ถ้ามีอาหารลงไปสามารถขยายได้ถึง 10-40 เท่าเลยทีเดียวค่ะ ที่สำคัญหากเรากินอิ่มจัดๆ ก็ไม่มีทางที่มันจะแตกได้ เพราะเมื่อถึงจุดจุดนึงกลไกในร่างกายจะขับออกว่าก่อน ทั้งอ้วกทางปากหรือออกทางจมูก -*- เหมือนที่เราเห็นเค้าแข่งกินจนอาเจียนออกมาค่ะ แต่ความเชื่อนี้ก็มีประโยชน์มากๆ นะคะ ถึงแม้ว่าท้องจะไม่แตก แต่การกินเยอะไปจะทำให้ท้องอืด อึดอัด ก็เป็นอาการที่ทรมานเหมือนกัน ดังนั้นปลูกฝังให้เด็กๆ กินอิ่มแต่พอดีจึงเป็นเรื่องที่ดีค่ะ

   
7) กินยาสีฟันก็เหมือนแปรงฟัน
            สารภาพมาซะดีๆ ว่าตอนเด็กๆ ใครเคยกินยาสีฟันบ้าง ฮ่าๆ พี่มิ้นท์เป็นคนนึงค่ะที่เคยกิน เพราะมันอร่อย หอมๆ เย็นๆ แต่บางคนถึงขั้นมีความเชื่อว่าแค่กินยาสีฟันก็เหมือนได้แปรงฟันแล้ว ไหนๆ มันก็เข้าปากไปแล้ว ความคิดนี้ผิดเต็มๆ ค่ะ การแปรงฟันเพื่อให้ปากสะอาดจำเป็นต้องใช้แปรงสีฟันเพื่อขัดสิ่งสกปรกออกด้วยนะคะ ถึงแม้ว่ายาสีฟันจะมีฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุขนาดไหน แต่ถ้าใช้กินแล้วไม่ได้แตะโดนฟันก็ไร้ประโยชน์ค่ะ
           น้องๆ หนูๆ ที่ยังเรียนประถมแล้วอ่านบทความนี้ อย่าลืมแปรงฟันทุกวัน(ด้วยการบีบยาสีฟันลงแปรง แล้วค่อยนำมาสีฟัน)นะคะ


    8) ห้ามนั่งเก้าอี้ครู เดี๋ยวก้นจะเป็นฝี
           ระหว่างรอคุณครูเข้าห้องเรียน น้องๆ อาจจะซุกซนเล่นอะไรแปลกๆ เช่น แย่งกันนั่งเก้าอี้ครู โดยให้เพื่อนไปเฝ้าต้นทาง แต่ก็จะน้องๆ หลายคนที่ไม่กล้านั่งเก้าอี้คุณครู เพราะกลัวก้นจะเป็นฝี ซึ่งเป็นความเชื่อที่หลายบ้านสั่งสอนลูกมา นอกจากนี้ก็มีความเชื่อที่คล้ายๆ กันเช่น อย่านั่งทับหมอน เดี๋ยวก้นจะเป็นฝี ทุกข้อไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ มายืนยันเลยค่ะ
           ฝี เป็นอีกหนึ่งอาการทีเกิดจากการที่เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนังที่แตกหรือเป็นแผล จะเกิดที่ส่วนใดก็ได้ ทำให้เกิดอาการบวมและเป็นหนอง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของความสะอาดและการดูแลตัวเอง ส่วนความเชื่อคาดว่าเป็นการปลูกฝังให้เด็กๆ รู้จักแยกแยะความเหมาะสมระหว่างคุณครู-นักเรียน ส่วนการห้ามนั่งทับหมอนก็เพราะว่าหมอนเป็นที่ที่เราใช้นอนทุกวัน ถือเป็นของสูงนั่นเอง

   
9) ฟันหลุดให้โยนขึ้นหลังคา
           เชื่อว่าเป็นความเชื่อที่ผ่านมาหลายรุ่นและน้องๆ ก็ยังเคยได้ยินแน่นอน น้องๆ คนไหนที่ฟันน้ำนมหลุดเองตามธรรมชาติ พ่อแม่ของเราก็จะบอกว่าให้เอาฟันนั้นโยนขึ้นหลังคาไป และการโยนธรรมดาซะที่ไหน ต้องยืนหันหลังโยนขึ้นด้านบน บางบ้านแยกฟันบน-ล่างด้วย ฟันบนให้ทิ้งที่พื้น ส่วนฟันล่างให้โยนขึ้นข้างบน ถ้าทำตามนี้ฟันแท้จะขึ้นมา และฟันจะสวย
           ความจริงแล้วฟันของมนุษย์แบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ ฟันน้ำนมและฟันแท้ เมื่อฟันน้ำนมหลุด ฟันแท้ก็ย่อมขึ้นมาเป็นธรรมดา การโยนฟันขึ้นบนหลังคาไม่ได้ช่วยอะไรให้ฟันขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ที่ผู้ใหญ่ให้โยนขึ้นนั้น คาดว่าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กเองไม่อยากให้ยึดติดตกใจว่าฟันหลุด โดยพยายามปลูกฝังให้เห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา ของเก่าไปเดี๋ยวของใหม่ก็มา

           เป็นบทความที่พี่มิ้นท์เขียนแล้วรู้สึกอินมาก 555 เพราะหลายข้อในนี้เป็นความเชื่อที่เคยเชื่อมาแล้วทั้งนั้น บางอย่างพอได้กลับไปมองแล้วก็รู้สึกตลกดี แต่ก็ต้องชื่นชมคนโบราณที่มีวิธีการสอนเด็กที่แยบยล สอนให้เด็กโตขึ้นมาเป็นคนดี เข้าใจธรรมชาติของสรรพสิ่งรอบกายได้เป็นอย่างดี เห็นแบบนี้แล้ว ถ้าน้องๆ โตขึ้นมาก็อย่าลืมเป็นคนดีของสังคมเหมือนที่คุณพ่อคุณแม่เราหวังไว้ด้วยนะคะ สุขสันต์วันเด็กค่ะ :)

         
ปล. น้องๆ มีความเชื่ออื่นๆ นอกเหนือจากนี้อีกรึเปล่าคะ ลองมาแชร์ความเชื่อตลกๆ กัน

เด็กดีดอทคอม :: ว้าว!! เครื่องตรวจจับรอยยิ้ม...แบบนี้ก็มีด้วย

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก

www.thlive.com, www.vangurpdentistry.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจในหมวดวิทย์จี๊ดสุดๆ
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
wondermomo Member 10 ม.ค. 56 12:38 น. 1
กลืนเมล็ดผลไม้เข้าไปแล้วมันจะไปงอกในท้อง

อันนี้ใช่เลย หน้าซีดทุกครั้งที่เผลอกลืนเมล็ดแตงโมลงท้อง ฮ่าๆๆๆ
0
กำลังโหลด

112 ความคิดเห็น

wondermomo Member 10 ม.ค. 56 12:38 น. 1
กลืนเมล็ดผลไม้เข้าไปแล้วมันจะไปงอกในท้อง

อันนี้ใช่เลย หน้าซีดทุกครั้งที่เผลอกลืนเมล็ดแตงโมลงท้อง ฮ่าๆๆๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Spextrum Member 10 ม.ค. 56 12:56 น. 5
ความเชื่อที่ว่า ห้ามออกจากบ้านตอนเที่ยงตรงครับ ยังสงสัยอยู่
แต่เท่าที่ผมคิด น่าจะเพราะว่า ตอนเที่ยงดวงอาทิตยืจะอยู่ตรงศีรษะของเราล่ะมั้ง
โบราณเขาก็เลยไม่ให้ออกจากบ้านตอนเที่ยง มันร้อน 
1
Fuyu Yukiko Member 10 มี.ค. 58 23:14 น. 5-1
อันนี้เราก็ได้ยิน ลองสังเกตดีๆสิตอนออกจากบ้านตอนเที่ยงอะนะ เงาบนพื้นจะมองไม่เห็นหัวอะตกใจ คือบนพื้นเราจะเห็นเงาตัวเองกะคนอื่นแบบไม่มีหัวมีแต่ตัว ก็เลยให้ออกจากบ้านก่อนเที่ยงไม่ก็หลังเที่ยงไปสัก ชั่วโมง และปัจจุบันเรากะแม่ก็ยังทำงี้อยู่เลย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ชื่อ\'อิง ฟรุ้งฟริ้งตลอดเวลา Member 4 ธ.ค. 57 20:30 น. 8-1
ก็สมัยก่อนมันไม่มีไฟฟ้าค่ะ เขาก็เลยบอกว่าห้ามเล็บตอนกลางคืนเพราะกลัวเลือดออก ถ้าตัดไปโดนเนื้อค้าา สู้สู้
0
กำลังโหลด
iyosung Member 10 ม.ค. 56 15:58 น. 9
เรื่องยาสีฟัน นี่เคย ฝังใจด้วย เพราะมันไม่ใช่ความเชื่อนี้
ตอนเด็กๆ ชอบกินยาสีฟัน(ยาสีฟันเด็กที่มันจะหวานๆอร่อยๆอ่ะ)
แต่ก็แปรงฟันนะ 

และยาสีฟันมันคงหมดเร็วมั้ง แม่เลยบอกว่า
"กินยาสีฟัน พุงจะเป็นรู"

แล้วเราเคยดู ไซอิ๋ว มันจะมีฉากนึงที่ตือโป๊ยก่าย พุงเป็นรูเบ้อเร่อเลย
555 เท่านั้นแหละ เราไม่กินยาสีฟันอีกเลย(แม้แต่ตอนแปรงฟันก็ไม่กล้าให้มันไหลเข้าคอ 555)
0
กำลังโหลด
ลูกแอปเปิ้ลนะนะ Member 10 ม.ค. 56 16:14 น. 10
ข้ออื่นใช่หมดค่ะ ยกเว้นข้อ7กับข้อ8 7) กินยาสีฟันก็เหมือนแปรงฟัน  8) ห้ามนั่งเก้าอี้ครู เดี๋ยวก้นจะเป็นฝี
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
แป๋งแป้ง Member 10 ม.ค. 56 17:30 น. 13
ฟันโยนขึ้นหลังคาที่ทำประจำตอนเด็ก 
ส่วนเรื่องห้ามเล่นซ้อนแอบตอนกลางคืน พราะ ผีจะมาเอาตัวไปนี่ เราว่าไม่ใช่ผีมาเอาตัวเราไปหรอก คนนั่นแหละจะมาเอาตัวไปก่อน
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
1 ทิวาราตรี Member 10 ม.ค. 56 18:35 น. 15
ใช่เลย~ เราโดนหลอกหมดทุกข้อเลย บางข้อตอนนี้เรายังเชื่ออยู่เลยอะ 55+//แสดงว่าเราเป็นคนซื่อ(บื้อ!)สินะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ไอ่ถั่วงอก Member 10 ม.ค. 56 19:07 น. 17
ไอ่ที่ว่าเล่นซ่อนแอบแล้วผีมาพาตัวไปนิตอนนี้ป.6ก็ยังไม่กล้าเลย เพราะกลัวผีจริง555
0
กำลังโหลด
Biwnida :') Member 10 ม.ค. 56 19:45 น. 18
กลืนเมล็ดผลไม้เข้าไปแล้วมันจะไปงอกในท้องกับฟันผุเพราะแมงกินฟัน
2 ข้อนี่แหละใช่เลย = =''
0
กำลังโหลด
little_ice-cream Member 10 ม.ค. 56 20:23 น. 19
นั่งโต๊ะครูนี่ เมื่อก่อนกลัวมากกกกกกกกกกกกกก ตอนนี้ก็ชิว แต่เพื่อนที่โรงเรียนก็ยังมีเชื่ออยู่นะ ฮ่าๆ แต่ไงซะก็ไม่สมควร(แต่ก็ยังทำ 55)
ที่เหลือโดนมาหมด ฮ่าๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด